ชุนถาวกำลังคิดเพลินๆพลันสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงดุเข้ามาในหู “ผ่านมาหลายปีแล้วข้าไม่้ารับรู้ข่าวสารทั้งหมดจากจวนต้วน ข้าไม่อยากเจอพวกเขา…ถ้าเ้ากล้าดีแอบหนีไปตอนที่ข้าไม่รู้แล้วละก็...” นางหยุดเว้นจังหวะแล้วพูดเน้นทีละคำ“ก็ไม่ต้องกลับมาให้ข้าเห็นหน้าเ้าอีก!”
สีหน้าชุนถาวซีดเผือดขึ้นมาในทันทีเอ่ยตอบรับอย่างอึกอัก ทว่าภายในใจกลับส่ายหน้าถอนหายใจ… เฮ้อ!คุณหนูให้พวกเขาได้สมปรารถนา จนลืมตัวเองไปแล้วหรือนี่?
แม้เวลาจะผ่านไปสิบปีทว่าความทุกข์ระทมก็ยังคงอยู่คล้ายเพิ่งเคยเกิดขึ้นแล้วความทุกข์ของคุณหนูจะมีใครรู้บ้างเล่า?
เพียงแต่เื่นี้หาใช่เื่ที่นางจะยื่นมือเข้าไปได้ไม่!
รถม้าที่ขับเคลื่อนวิ่งผ่านวิวทิวทัศน์ไปอย่างรวดเร็ว เหมือนเป็ภาพคนที่ไม่ได้มีวาสนาได้ครองคู่กันปรากฏขึ้นคล้ายกับน้ำค้างที่ไหลย้อยจากใบไม้ในยามเช้าตรู่หรือเปรียบได้ดั่งหมอกหนาในยามเช้า ทว่าเมื่อโดนแสงตะวันสาดส่องกลับมลายหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน…คนเรานั้น ถ้าคลาดกันแล้วในชาตินี้คงจะไม่สามารถหวนคืนกลับมาเหมือนเดิมได้อีก!
ต้วนชิงิบอกลาชุนถาวและก่อนที่จะกลับไปที่รถม้า นางละม้ายรู้สึกได้ว่าชุนถาวมองนางด้วยสายตาปริศนาซึ่งทำให้นางต้องเสียแรงในการไขความหมายนี้!
สายตาเพียงแวบเดียวรวดเร็วเกินจะมีเวลาตั้งใจจดจำจนถึงตอนนี้ต้วนชิงิยังครุ่นคิดหาความหมายในสายตานั้น
เดินไปพลางคิดไปจนถึงรถม้าแม่นมหนิงที่ขึ้นไปก่อนได้ยื่นมือรับนางขึ้นมาในรถม้าจากนั้นถามขึ้นด้วยความประหลาดใจว่า “คุณหนูได้เห็นคุณหนูตู้หรือไม่เ้าคะ?”
อันที่จริงตอนที่ต้วนชิงิเดินไปหาชุนถาวด้านหน้า แม่นมหนิงก็ถือโอกาสหลบได้ทันพอดีดังนั้นจึงไม่เห็นเหตุการณ์ที่อยู่ข้างหน้าแต่แม่นมยังไม่วางใจจึงอดที่จะถามต้วนชิงิไม่ได้!
เด็กสาวยังคงสงสัยในสายตานั้นจึงไม่ได้ใส่ใจกับสายตาที่ผิดปกติของแม่นมแม้แต่น้อยตอนที่นางกลับมาขึ้นรถม้านั่งเรียบร้อย จึงได้ส่ายหัวไปมาอย่างเชื่องช้า “ไม่ได้เจอ คุณหนูตู้ไม่ยอมออกมา!”
“อ้อ เ้าค่ะ” อีกฝ่ายตอบด้วยน้ำเสียงลากยาวเหมือนได้ปลดอะไรบางอย่างออกจากใจ
ตรงนี้เองทำให้อีกฝ่ายประหลาดใจจึงหันกลับมามองแม่นม ถามขึ้น “หรือว่าแม่นมรู้จักคุณหนูตู้อย่างนั้นหรือ?”
ถ้าเคยรู้จักเหตุใดเมื่อครู่ไม่บอกนาง? หรือถ้าไม่รู้จักแล้วเหตุใดถึงดูคล้ายเป็ห่วงเสียออกหน้าออกตาเช่นนี้เล่า?
เมื่อได้ยินที่ต้วนชิงิถามแม่นมหนิงจึงรู้ว่าตัวนางนั้นใจร้อนเกินใจไปหน่อยทำให้คุณหนูที่ฉลาดเฉลียวจับสังเกตได้!
นางจึงพยายามกลบเกลื่อนให้ผ่านๆไป แต่เมื่อเห็นสายตาคุณหนูที่จ้องมองได้แต่ก้มหน้าลงพลางเอ่ยอย่างกระอักกระอ่วนใจว่า “ก่อนที่คุณหนูจะออกเรือนก็ได้รู้จักคุณหนูตู้แล้วเ้าค่ะ!”
ได้ยินคำพูดที่กำกวมไม่ชัดเจนของแม่นมหนิงต้วนชิงิก็งงงวยอยู่ประเดี๋ยว… หรือว่าคุณหนูต้วนเป็เพื่อนเก่าของท่านแม่? แล้วทำไมเมื่อครู่ถึงไม่ยอมออกมาพบหน้านาง? หรือว่ามีเื่อะไรบางอย่างที่ไม่สามารถพูดความจริงออกมาได้?
เด็กสาวอยากจะถามต่อทว่าแม่นมหนิงกลับหลบสายตาของนางเป็เชิงไม่อยากคุยเื่นี้แล้ว
ในเมื่อไม่เต็มใจเล่านางก็ไม่อยากบังคับใจ เวลาล่วงเลยผ่านไปสักพักใหญ่ จึงได้ถามขึ้นอย่างจริงจัง “แม่นมถ้าเป็ไปได้ช่วยเล่าเื่เกี่ยวกับคุณหนูตู้ให้ฟังหน่อยจะได้หรือไม่?”
ในชาติที่แล้วคุณหนูตู้ออกเดินทางจากเมืองหลวงท่องเที่ยวไปทั่ว ซึ่งในตอนนั้นต้วนชิงิไปอยู่ที่หนิงอานก็เคยได้ยินชื่อนี้อยู่บ้าง เพียงแต่ไม่มีโอกาสได้พบหน้ากันแม้สักครั้งเดียวทว่ามีอยู่เื่หนึ่งที่ทำให้นางจำได้ขึ้นใจก็คือคุณหนูตู้เคยมาอาละวาดในจวนต้วนหลัง ตอนที่นางออกเรือนไปหลังจากนั้นก็ไม่เคยได้ยินเื่ของคุณหนูตู้อีกเลย!
ส่วนในชาตินี้เมื่อต้วนชิงิได้ยินชื่อคุณหนูตู้ก็รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างว่าจะต้องเกี่ยวพันอะไรกับนางสักอย่างเพียงแต่ไม่รู้ว่าจะเป็เื่อะไรกันแน่?
นางเชื่อมั่นในลางสังหรณ์ใจเป็อย่างมากดังนั้นนางจะไม่ปล่อยเื่นี้ให้ผ่านไปแน่นอน!
แม่นมหนิงมีท่าทีลังเลใจเพียงครู่เดียวก็ถอนหายใจเบาๆออกมา“คุณหนู เื่เก่าบางเื่ บ่าวจำรายละเอียดไม่ค่อยได้แล้ว!บ่าวเพียงจำได้ว่าในตอนนั้นฮูหยินและคุณหนูตู้นิสัยเข้ากันได้ดีจึงกลายเป็เพื่อนกันแต่ว่าก่อนที่ฮูหยินจะออกเรือนนั้น คุณหนูตู้ก็หายไปโดยไม่บอกไม่กล่าวอะไรจากนั้นก็ไม่มีใครได้พบนางอีกเ้าค่ะ!”
ต้วนชิงิตอบรับ “อ้อ” จากนั้นก็ไม่ได้ถามอะไรอีก
ดูท่าแล้วคุณหนูตู้ผู้นี้จะมีความสัมพันธ์ที่แแ่กับท่านแม่ แต่อาจจะมีเื่ที่ผิดใจกันถ้าเป็ไปตามที่คาดการณ์นี้ การที่อีกฝ่ายได้ยินชื่อของนางและไม่ลงมาพบก็นับว่าเป็เื่ที่เข้าใจได้!
ไม่ว่าอย่างไรเื่นี้ถือว่าเล็กน้อยมาก พอฉุกคิดเื่หนึ่งได้ ก็ทำหน้าหนักอกอีกคราเมื่อกลับมาคิดเื่สำคัญในการเดินทาง!
บ่าวรับใช้แม่นมและคนติดตามต้วนชิงิ ในการเดินทางครั้งนี้มีจำนวนมากถ้าจะจับตามองว่าใครที่ช่วยมาเอายาแทนให้หลิวหรง คงจะไม่ใช่เื่ที่ง่าย!
เพียงแต่เส้นทางการเดินทางในครั้งนี้ยังอีกยาวไกลถ้าเตรียมตัวป้องกันแต่ตอนนี้คงจะเร็วเกินไป ขอเพียงเดินทางให้ถึงที่หมายก่อนค่อยจับตามองและสังเกตอย่างตั้งใจก็จะจับตัวได้อย่างง่ายดาย
เมื่อเห็นว่าต้วนชิงิไม่พูดถึงเื่คุณหนูตู้ต่อแล้วแม่นมหนิงจึงทำท่าโล่งอกในที… เหตุการณ์ในตอนนั้นเป็เื่ระหว่าง ฮูหยินคุณหนูตู้ และนายท่านอีกทั้งมีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นจนทำให้คุณหนูตู้โกรธและจากไปทั้งยังเป็เื่ที่ฮูหยินทำโดยไม่ได้ตั้งใจ ถ้านับดูแล้วคุณหนูตู้ออกจากเมืองหลวงก็น่าจะสิบปีแล้วเห็นจะได้ทว่าไม่รู้ว่าทำไมถึงจะกลับมาเอาตอนนี้? ยิ่งไปกว่านั้นต้วนชิงิยังสนใจเื่ราวคุณหนูตู้เป็อย่างมากทำให้แม่นมหนิงจิตใจกระสับกระส่าย และยิ่งได้ฟังว่าคุณหนูไม่ได้ลงจากรถม้าแม่นมก็ค่อยโล่งใจไปอีกเปลาะหนึ่ง!
คุณหนูตู้ไม่ยอมพบหน้านางแสดงว่ายังโกรธเกลียดฮูหยินติงโหรวและยังไม่ลืมเื่ในอดีตไป โบราณว่า ‘ใจคนยากแท้หยั่งถึง’ อย่างนั้นนางจะเตือนต้วนชิงิให้ระวังคุณหนูตู้อย่างไรดี?
เดินทางมาถึงจ้วงจื่อก็เป็เวลาพลบค่ำแล้ว
รถม้าของต้วนชิงิมาถึงจ้วงจื่อก็เห็นคนดูแลต่างมายืนต้อนรับอย่างรีบร้อนไปหมด
นางให้แม่นมหนิงและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ช่วยเก็บข้าวของและหยิบหมวกคลุมที่ห้อยม่านตาข่ายบังหน้ามาใส่และขับแขนเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เดินลงรถม้า
คนที่รอต้อนรับเ่าั้ต่างใอย่างมากเมื่อเห็นรูปร่างเล็กและผอมเดินมาจากรถม้า
เป็ที่ทราบกันดีว่าพื้นที่จ้วงจื่อเป็ตึกรามบ้านช่องที่สำคัญที่สุดของจวนต้วนจึงได้รับความสำคัญจากฮูหยินติงโหรวและหลิวอี๋เหนียงอย่างมากดังนั้นการมาตรวจดูปีละครั้งจึงเป็กฎที่ทำในทุกปี
แต่ว่าสิ่งที่ต่างกันก็คือฮูหยินติงโหรวชอบมาใน่ฤดูร้อน ส่วนหลิวหรงอี๋เหนียงกลับชอบมา่ปลายฤดูใบไม้ร่วง
แต่เ้านายก็คือเ้านายไม่ว่าจะมาเมื่อไหร่และเป็ใครมา คนดูแลจะต้องเตรียมพร้อมต้อนรับอยู่ตลอดเวลา!”
ในปีนี้กลับเป็คุณหนูใหญ่ที่อายุยังไม่ถึงสิบปีเดินทางมา
ต้วนชิงิก้าวเดินมายื่นนิ่งหน้ารถม้าและมองทะลุผ่านหมวกคลุมที่ห้อยผ้าตาข่าย เพื่อมองดูคนดูที่กำลังโค้งคำนับนางจึงพูดยิ้มอ่อนๆ “ทุกท่าน ลำบากแล้ว!”
เมื่อได้ยินเสียงใสกังวานที่แฝงด้วยความอ่อนโยนของต้วนชิงิคนดูแลหลายคนจึงมองหน้ากันพลางก้มหน้าลง ตอบรับ “คุณหนูใหญ่ลำบากแล้ว!”
จากนั้นก็เดินตามต้วนชิงิเข้าไปในห้อง
ห้องที่จ้วงจื่อเก็บกวาดทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วอีกทั้งห้องที่มีมากมายให้เลือกต้วนชิงิจึงเลือกห้องที่ฮูหยินติงโหรวชอบมากที่สุด!
ภายในห้องทำความสะอาดเหมือนใหม่แล้วคนดูแลจึงไปนั่งพัก ส่วนเด็กสาวก็รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
แววตาที่เย็นเฉียบและน่ากลัวแผ่นหลังที่ยืดตรง ใบหน้าที่ดุดันทว่ากลับอ่อนโยน…คุณหนูใหญ่สวมชุดสีเขียวอ่อนปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนช่างสดใสสวยงามเกินใคร
เมื่อคนดูแลทุกคนต่างมองไปที่แววตาของต้วนชิงิก็อดไม่ได้ที่จะตระหนกใขึ้นมา… นี่ไม่ใช่แววตาที่หญิงสาวอายุน้อยควรมีพินิจดูเหมือนเป็แววตาของผู้ใหญ่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมายซึ่งเต็มไปด้วยสติปัญญาอันหลักแหลม ท่าทางที่สูงส่งและสุขุมลุ่มลึก
ดังนั้นคนดูแลอายุมากเ่าั้ ต่างไม่กล้าที่จะดูถูกดูแคลนนางได้แต่ก้มตัวฟังอย่างนอบน้อม “คุณหนูใหญ่ต้วน!”
ต้วนชิงิตอบรับ “อืม” จึงให้ทุกคนนั่งลงได้ นางมองคนดูแลเ่าั้ที่มองนางด้วยความไม่เคารพเปลี่ยนเป็ประหลาดใจ จนสุดท้ายเป็ความระมัดระวัง ต้วนชิงิรู้แล้วว่าการตั้งใจแสดงท่าทีเคร่งขรึมได้ผลแล้ว!
