เฟิ่งสือจิ่นกล่าว “หากองค์ชายสองเข้าไปพร้อมกับข้า เมื่อข้าถามพวกเขาองค์ชายก็จะได้ยินด้วย บางที นี่อาจเป็ประโยชน์ต่อคดีก็ได้”
ซูจื่อฉินยกชายกระโปรงแล้วลุกขึ้นยืน“ถ้าข้ายืนยันว่าจะไม่พาพวกเ้าเข้าไป เช่นนั้น ต่อให้พวกเ้าพูดอะไรออกมาก็ไร้ประโยชน์คุณหนูเฟิ่ง เคยมีคนบอกเ้าหรือไม่ว่าเมื่อขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นต้องแสดงท่าทีให้ดีสักหน่อย?”
“นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าอีกฝ่ายเป็ใคร คนบางคน แม้ข้าจะไม่มีเื่ให้ช่วยข้าก็ปฏิบัติกับพวกเขาอย่างดีเสมอ”
หลิวอวิ๋นชูพูดแทรก “คือว่า... องค์ชายสองข้าขอโทษแทนท่าทีของนางในวันนี้ได้หรือไม่? นางมีนิสัยเช่นนี้อยู่แล้วอย่าถือสานางเลย”
ซูจื่อฉินหรี่ตาลง “แค่พูดดีๆ กับข้า มันจะตายหรือไง?”
เฟิ่งสือจิ่นโต้ “แค่ไม่ฟังคำพูดดีๆ สักประเดี๋ยว จะตายหรือไง?”
หลิวอวิ๋นชูพูดแทรกอีกครั้ง “องค์ชายสอง ข้าพูดดีๆ แทนนางได้หรือไม่?ปล่อยนางเข้าไปเถอะ นางไม่ได้เข้าไปทำเื่ไม่ดีเสียหน่อยแค่อยากจะด่าว่าโจรชั่วพวกนั้นสักหน่อยเท่านั้น”
ซูจื่อฉินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ได้ยินดังนั้น หลิวอวิ๋นชูไม่เคยพูดแทนใครเช่นนี้มาก่อนนี่เป็ครั้งแรกเลยที่เขาได้ยินหลิวอวิ๋นชูขอร้องแทนใครขนาดนี้
เฟิ่งสือจิ่นไม่อยากให้หลิวอวิ๋นชูพูดขอร้องซูจื่อฉินแทนตน จึงพูดขึ้น“ช่างเถอะ นี่ไม่ใช่เื่สำคัญอะไร เื่บางเื่ แค่ข้ารู้แก่ใจก็พอแล้วไม่จำเป็ต้องหาหลักฐานยืนยันจนถึงที่สุด องค์ชายสองรักษากฎระเบียบพวกเราอย่าทำให้เขาลำบากใจเลย กลับกันเถอะ”
พูดจบก็เตรียมจะดึงมือหลิวอวิ๋นชูกลับไป
แต่เพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ซูจื่อฉินก็พูดขึ้น “เมื่อครู่ข้าแค่หยอกพวกเ้าเล่นเท่านั้น ไยถึงรีบร้อนจะไปเช่นนี้ ในเมื่อเ้าก็บอกแล้วว่าเื่นี้อาจมีประโยชน์ต่อคดี แม้จะเป็แค่เบาะแสเล็กน้อยข้าก็ไม่มีวันปล่อยผ่านไปเด็ดขาด เพียงแต่ คดีนี้ถูกตัดสินไปแล้วพวกคนในคุกก็เป็นักโทษปะาไปแล้วเช่นกัน หวังว่าคุณหนูเฟิ่งจะระวังคำพูดให้มาก”
เฟิ่งสือจิ่นหันกลับมา “องค์ชายสอง วางใจเถอะ การปะาถือเป็จุดจบที่ดีที่สุดของคนพวกนั้นแล้ว”
คุกของศาลต้าหลี่อยู่หลังห้องโถง พวกเขาต้องเดินผ่านสนามกว้างๆไปเสียก่อนจึงจะถึงจุดหมาย ดวงตะวันส่องแสงร้อนแรง พื้นดินมีอุณหภูมิสูงมากแค่เดินผ่านก็รับรู้ได้ถึงคลื่นความร้อนที่แผ่ออกมาจากพื้นดินแล้ว มันทำให้คนทั้งสามรู้สึกร้อนเหลือเกิน
ทางเข้าของเรือนจำ มีทหารเกราะหนักเฝ้ารักษาความปลอดภัยเป็จำนวนมากหากคิดจะชิงตัวนักโทษจากคุกนี้ ต้องเป็เื่ที่ลำบากมากแน่ๆ
เมื่อเดินมาถึงหน้าประตู เฟิ่งสือจิ่นก็หยุดลงอย่างกะทันหันนางหันไปมองหลิวอวิ๋นชู “เ้าไม่ต้องเข้าไป รอข้าอยู่ข้างนอกนี่แหละ”
หลิวอวิ๋นชูถาม “ทำไมล่ะ? ข้าก็อยากช่วยด่าพวกมันอีกแรงนี่นาจะให้ข้าวางใจ ปล่อยเ้าเข้าไปในนั้นคนเดียวได้อย่างไร! ไม่ได้ข้าต้องเข้าไปกับเ้า!”
ซูจื่อฉินที่ยืนอยู่ข้างๆ พูดขึ้น “นางไม่ได้เข้าไปคนเดียวเสียหน่อยข้าจะเข้าไปพร้อมนาง”
หลิวอวิ๋นชูคิดไม่ถึงว่าเฟิ่งสือจิ่นจะทิ้งตนในเวลาเช่นนี้เขารู้สึกเสียใจเป็อย่างมาก แต่เฟิ่งสือจิ่นก็พูดขึ้นอีก “อาจารย์เคยบอกข้าว่า สถานที่จำพวกคุกหรือที่ที่มีคนตายมากๆ มักจะมีพลังหยินรุนแรงกว่าที่อื่น เมื่อเข้าไปแล้วอาจถูกพลังงานเหล่านี้เล่นงานก็ได้ หากเป็เช่นนั้นจริงนอกจากจะต้องฝันร้ายทุกคืนแล้ว อาจล้มป่วยบ่อยๆ อีกด้วยสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ...” เฟิ่งสือจิ่นพูดด้วยสีหน้าจริงจัง“มันอาจลามไปเล่นงานคนในครอบครัวของเ้าด้วยก็ได้”
หลิวอวิ๋นชูกลืนน้ำลายหลายอึก “อย่าคิดจะหลอกให้ข้ากลัวเลยถ้าเป็แบบนั้นจริง ทำไมเ้าถึงเข้าไปได้ ทำไมองค์ชายสองถึงเข้าไปได้ล่ะ?”
เฟิ่งสือจิ่นพูด “อาจารย์ของข้าเป็ราชครูข้ากับอาจารย์มีหน้าที่กำราบพลังงานลบเหล่านี้อยู่แล้ว อีกอย่าง นอกจากอาจารย์ข้าก็ไม่มีคนในครอบครัวที่ไหนอีก ย่อมไม่เหมือนเ้าอยู่แล้วส่วนองค์ชายสองเป็คนของราชวงศ์ มีพลังแห่งเทพเ้าคุ้มกาย สามารถต้านทานพลังร้ายได้ั้แ่เกิดแล้ว”
หลิวอวิ๋นชูรู้ว่าเฟิ่งสือจิ่นสร้างเื่ขึ้นมาเท่านั้นแต่ก็ยังรู้สึกพูดไม่ออกไปชั่วขณะ...อาจเพราะนางสร้างเื่ได้แเีเกินไปนั่นเอง
องค์ชายสองยกมุมปากขึ้นเบาๆ อย่างอดไม่ได้ “ข้าว่าท่านชายหลิวหยุดอยู่แค่นี้เถอะ คุณหนูเฟิ่งคงมีเหตุผลที่ไม่ให้เ้าเข้าไปด้วย”
หลิวอวิ๋นชูมองเฟิ่งสือจิ่นกับองค์ชายสองเข้าไปในประตูคุกที่แสนมืดมนต่อหน้าต่อตาเขากระทืบเท้าด้วยความร้อนใจ แต่ก็ได้แค่รออยู่ข้างนอกเท่านั้น
ในคุกอับชื้นและมืดมาก อาจเพราะเดินอยู่กลางแสงแดดร้อนแรงมานาน ในตอนที่เพิ่งเข้ามาในคุก เฟิ่งสือจิ่นจึงรู้สึกไม่คุ้นนัก ภาพตรงหน้ามืดไปหมดมองไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น ได้ยินแค่เสียงฝีเท้าของตนกับซูจื่อฉินเท่านั้น
จู่ๆ ซูจื่อฉินก็ดึงมือของเฟิ่งสือจิ่นเอาไว้ “ระวังเท้า”
เฟิ่งสือจิ่นก้มหน้าลงไปดูพบว่าเบื้องหน้ามีบันไดยาวซึ่งเชื่อมไปยังชั้นใต้ดินแห่งหนึ่ง นางเดินลงบันไดไปหลายก้าวในที่สุดสายตาก็คุ้นกับความมืดเสียที นางพบว่าสองข้างทางมีไฟสีอ่อนจุดอยู่ตลอดทางแถมที่ทางแยกก็มีทหารเฝ้าอยู่ทุกทาง
พื้นที่ในห้องใต้ดินแห่งนี้กว้างมากมันทอดยาวไปถึงใต้สนามที่พวกเขาเดินผ่านมาเมื่อครู่เลยทีเดียวซูจื่อฉินพานางทั้งอ้อมทั้งเลี้ยวไปที่หน้าห้องขังของโจรชั่วทั้งหลาย
ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเืและกลิ่นสนิม ห้องขังรกรุงรังโจรทั้งสามมีเส้นผมยุ่งเหยิง กำลังนอนอยู่บนหญ้าแห้งๆ ภายในคุกร่างกายเต็มไปด้วยเื มือและเท้ามีโซ่เหล็กคล้องอยู่ บนหญ้าฟางแห้งๆที่ปูอยู่บนพื้นก็มีเืสดเปื้อนอยู่เต็มไปหมด คาดว่าน่าจะถูก ‘ดูแล’ อย่างหนักมาแล้ว
ซูจื่อฉินมองดูเฟิ่งสือจิ่นนั่งลงช้าๆ ที่หน้าห้องขังนางไม่มีท่าทีเกรงกลัวเลยสักนิด ทั้งที่เขาคิดว่า ผู้หญิงทุกคน เมื่อเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ก็ต้องรู้สึกหวาดกลัวกันทั้งนั้นไม่มากก็น้อยแต่นางกลับมีท่าทีนิ่งสงบและใจเย็นเหลือเกิน ซูจื่อฉินจึงถามขึ้น“ก่อนที่เ้าจะถามพวกเขา ข้ามีบางสิ่งที่อยากจะถามเ้า”
“ว่ามาสิ”
“ในคืนนั้น สามคนนี้ได้รับาเ็แตกต่างกันออกไปคนหนึ่งได้รับาเ็ที่หัว อีกคนถูกตัดเส้นเอ็นที่มือทั้งสองข้างและอีกคนถูกมีดแทงทะลุฝ่ามือ ทั้งหมดนี้ เป็ฝีมือเ้าหรือ?”
ในคุกที่แสนมืดมน คำถามของเขาเสียงดังฟังชัดมันกระจายเข้ามาในหูของเฟิ่งสือจิ่นทีละคำๆ จนจบประโยค สักพักนางจึงตอบออกไป“ใช่แล้วจะทำไม?”
ซูจื่อฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย “ก็ไม่ทำไมหรอก แค่ถามเท่านั้น”สตรีที่ใจเด็ดและอำมหิตเช่นนี้เขารู้ดีว่าหากน้องสาวของตนไปมีเื่มีราวกับคนเช่นนี้นางต้องไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเฟิ่งสือจิ่นอย่างแน่นอน
“ข้าเริ่มถามพวกเขาได้หรือยัง?”
“ได้”
เฟิ่งสือจิ่นหันหน้าไปมองเขา “เช่นนั้น เ้าช่วยออกไปก่อนได้ไหม?”
ซูจื่อฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็หมุนตัวแล้วเดินจากไปหากเขาไม่อยู่ด้วย โจรเหล่านี้อาจยอมพูดทุกอย่างออกมาโดยไม่ต้องคำนึงถึงเื่อื่นก็ได้เฟิ่งสือจิ่นก็คงจะคิดเหมือนกันจึงไล่เขาออกไปเช่นนี้
เฟิ่งสือจิ่นหยิบเศษฟางแห้งๆ ขึ้นมาจากพื้นแล้วใช้เล็บจิกจนฟางขาดเป็ท่อนเล็กๆ อย่างสบายอารมณ์ นางถามด้วยเสียงผ่อนคลาย“ไม่เจอกันหลายวัน พวกเ้ามีสภาพเช่นนี้เสียแล้วหรือ ดูท่า คุกของศาลต้าหลี่ไม่ได้น่าอยู่สักเท่าไรนะกล้าลักพาตัวท่านชาย ยังมีชีวิตรอดมาจนถึงป่านนี้ก็ถือว่าพวกเ้าโชคดีแล้วทุกวินาทีที่พวกเ้าได้หายใจต่อ ถือเป็ความโชคดีที่ฟ้าประทาน เลิกแกล้งได้แล้วพวกเ้าอยากพลาดโอกาสที่จะรอดชีวิตไปหรือไง?”
ร่างของทั้งสามกระตุกขึ้นเบาๆพวกเขาจ้องเขม็งมาที่เฟิ่งสือจิ่นผ่านเส้นผมที่รกรุงรัง
เสียงของเฟิ่งสือจิ่นดังขึ้นอีกครั้ง “พวกเ้าลักพาตัวท่านชายหลิวเพราะมีคนบงการใช่หรือไม่?”
เฟิ่งสือจิ่นรอคอยอย่างมีความอดทนอยู่นาน ไม่มีทีท่าว่าจะจากไปแต่อย่างใดหนึ่งในนั้นส่งเสียงกระแอมขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะพูดอย่างยากลำบาก“พวกเราพี่น้องทำการค้ามานานนับสิบปีคิดไม่ถึงว่าจะมาพลาดท่าเพราะเด็กผู้หญิงแค่คนเดียวหากพวกเรารู้ั้แ่แรกว่าคนที่จับตัวมาคือท่านชาย พวกเราคงไม่ลงมือง่ายๆอย่างไม่รอบคอบเช่นนี้” เขาชะงักลงเล็กน้อยก่อนจะพูดต่ออย่างไร้ความละอายใจ“พวกเราคงเตรียมการให้รอบคอบเสียก่อน จึงจะลงมือกับเขา”
