ณ สถานีตำรวจ
เย่ฝานนั่งขมวดคิ้วอยู่ในสถานีตำรวจอย่างไม่พอใจ สีหน้าดูออกว่าโมโหมากจริงๆ
“ลูกพี่เย่ อดทนหน่อยนะ เดี๋ยวบันทึกประจำวันเสร็จเราก็ไปได้แล้ว ฉันโทรหาพี่ชายให้มาประกันตัวพวกเราแล้ว”
ไช่เจิ้นจวิ้นพูดอย่างระมัดระวังด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
เย่ฝานเตะขาไปข้างหน้า พูดด้วยความโมโหว่า “น่ารำคาญจริงๆ”
ไช่เจิ้นจวิ้นส่ายหัวคิดในใจว่า วันนี้ถ้าเป็ตำรวจธรรมดามาจับกุมพวกเขา เขาก็คงตวาดจนไม่กล้าแตะต้องเขาแน่ๆ แต่ตำรวจหญิงที่มาในวันนี้มีชื่อว่าเฉินเข่อหลัน ครอบครัวหล่อนเป็ตระกูลตำรวจ พ่อเป็ผู้กำกับการสถานีตำรวจ พี่ชายก็ทำงานกรมตำรวจ ภูมิหลังครอบครัวมีอำนาจขนาดนี้ เขาจึงไม่กล้าเสียมารยาท
“ชื่อและนามสกุล?” ตำรวจหญิงถามอย่างเ็า
“เย่ฝาน” เย่ฝานตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“อายุ?”
“ยี่สิบ”
“เพศ?”
“เธอดูไม่ออกหรือไง?” เย่ฝานตอบอย่างไม่สบอารมณ์
“ฉันถามนายก็ตอบ ทำไมต้องพูดเพ้อเจ้อด้วย?” ตำรวจหญิงกวาดตามองเย่ฝานด้วยสายตาเ็า
“เธอถามเยอะขนาดนี้จะจีบฉันเหรอ?” เย่ฝานถามตำรวจหญิงที่กำลังจดบันทึกประจำวันอยู่
ตำรวจชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้ยินแล้วถึงกับพ่นน้ำชาออกจากปากจนหมด
“จริงจังหน่อย!” ตำรวจหญิงกล่าวอย่างไม่พอใจ
“ฉันรู้ว่าฉันรูปหล่อ มีความสามารถและเสน่ห์แรงมาก แต่ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว เธอตัดใจซะเถอะ ฉันไม่มีทางชอบเธอหรอก” เย่ฝานพูด
ตำรวจหญิงกัดฟันพร้อมมองเย่ฝาน ไช่เจิ้นจวิ้นมองเย่ฝานด้วยความนับถือ ความเลื่อมใสที่มีต่อเย่ฝานเหมือนคลื่นทะเลที่ซัดสาดเข้ามาในใจ เ้าหมอนี่กล้าเล่นลิ้นกับนางปีศาจนี่ เจ๋งที่สุด!
ตำรวจหญิงถามเสียงกระชาก “ทำไมต้องทะเลาะกันด้วย?”
เย่ฝานส่ายหน้าก่อนตอบว่า “ทะเลาะกัน? นี่ฉันป้องกันตัวเองต่างหาก! ฉันเป็พลเมืองดี พวกมันเป็ฝ่ายลงมือก่อน”
ตำรวจหญิงถลึงตาใส่เย่ฝาน แล้วพูดว่า “พวกที่จู่โจมนาย แต่ละคนนอนอยู่ที่โรงพยาบาล นายแน่ใจเหรอว่าแค่ป้องกันตัว?
“หมายความว่าฉันออกแรงป้องกันตัวมากไปเหรอ? ไม่น่าขนาดนั้นนะ! ฉันใช้พลังแค่สองส่วนจากทั้งหมดที่มีเท่านั้น! ต้องโทษคนพวกนั้นที่อ่อนหัดเกินไป! มาโทษฉันฝ่ายเดียวไม่ได้หรอก ฉันเป็ผู้บริสุทธิ์นะ อ่อนหัดขนาดนั้นยังกล้าท้าตีคนอื่น ช่างน่าขันสิ้นดี” เย่ฝานเอียงคอแล้วพูดด้วยความรังเกียจ
ตำรวจหญิงกัดฟันมองเย่ฝานพลันก่นด่า “สารเลว!”
เย่ฝานเหลือบมองตำรวจหญิง ถามอย่างหงุดหงิดว่า “นี่ ฉันจะไปได้เมื่อไร! ฉันยังต้องเอาหนังสือไปส่งให้ตาเฒ่านะ นานๆ ทีที่รักฉันจะไหว้วานให้ทำธุระ ถ้างานนี้ล้มเหลว ฉันคงขายหน้าแย่เลย”
“ใครสนว่านายจะขายหน้าหรือไม่ล่ะ!” ตำรวจหญิงพูดเสียงดุ “อยากไปนักเหรอ ฉันจับนายนอนในตะรางสักวันสองวันเป็ไง”
เย่ฝานถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “เธอแค้นเพราะรักฉันใช่ไหม ก็เลยอยากจะแก้แค้นงั้นสิ? เื่ของความรู้สึกมันบังคับกันไม่ได้หรอกนะ แตงที่ฝืนเด็ดจากต้นย่อมไม่หวาน[1]”
“รักกับผีน่ะสิ!” ตำรวจหญิงพูดขณะที่โกรธจนหอบตัวโยน
เย่ฝานทำหน้ามุ่ย พูดด้วยความไม่พอใจว่า “เธอเป็ผู้หญิงนะ อย่าดุขนาดนั้นสิ!”
ไช่เจิ้นจวิ้นดูเย่ฝานอย่างไม่รู้จะสรรหาคำใดมาพูด เ้าหมอนี่จบเห่แล้ว
การไต่สวนดำเนินไปเพียงครึ่งหนึ่ง ก็มีตำรวจคนหนึ่งเดินเข้ามากระซิบข้างหูตำรวจหญิงสองสามประโยค
ตำรวจหญิงได้ยินก็ถามด้วยใบหน้าบูดเบี้ยว “ไม่ผิดแน่ใช่ไหม”
“ไม่ผิดแน่ ท่านผู้นั้นมาด้วยตนเองเลย!”
ตำรวจหญิงมองเย่ฝาน ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
ไช่เจิ้นจวิ้นขมวดคิ้ว ในใจรู้สึกสงสัยไม่น้อย ดูจากปฏิกิริยาของเฉินเข่อหลันก็พอจะเดาได้ว่ามีคนมาประกันตัวพวกเขาแล้ว แต่ว่าพี่ชายของเขาก็ไม่น่าจะมาถึงเร็วขนาดนี้ อีกทั้งฐานะของพี่ชายเขาก็ไม่ได้ใหญ่โตขนาดที่ทำให้เฉินเข่อหลันหน้าถอดสีได้ มีคนใหญ่คนโตมาหรือไงนะ?
เย่ฝานมองคนทั้งสองแล้วพูดว่า “พวกเธอพูดอะไรกัน ทำไมไม่พูดเสียงดังหน่อย เมียฉันมาถึงแล้วใช่ไหม?”
ตำรวจหญิงพูดอย่างไม่ชอบใจว่า “นายคิดมากไปแล้ว วันนี้นายโชคดีมากนะ ที่มีคนมาประกันตัว”
ตำรวจหญิงมองเย่ฝานพลางคิดไม่ตก คนอย่างเย่ฝานทำไมถึงทำให้ท่านผู้นี้สละเวลามาด้วยตนเองได้
เย่ฝานยิ้มด้วยความเบิกบานพร้อมถามว่า “เอ๋ เป็ใครกัน!”
“นายกับคุณชายไป๋เป็อะไรกัน?” ตำรวจหญิงอดถามออกไปไม่ได้
“เขาเป็เมียในอนาคตของฉันไงล่ะ” เย่ฝานตอบด้วยความภูมิใจ
เฉินเข่อหลัน “…”
ไช่เจิ้นจวิ้นขมวดคิ้วพลางคิดในใจว่า คุณชายเย่ นายจะล้อเล่นแบบนี้ไม่ได้นะ! ไม่งั้นอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้
…
เย่ฝานก้าวะโออกมา เฉินเข่อหลันก็ตามมาด้วย
รถยี่ห้อเบนท์ลี่ย์คันหนึ่งจอดอยู่หน้าสถานีตำรวจ ไป๋อวิ๋นซีกอดอกยืนรออยู่ข้างรถยนต์ รถหรูหราคนรูปงามราวกับเป็ภาพวาดที่วิจิตรตระการตา แน่นอนว่าหากสีหน้าของคนรูปงามไม่แย่ขนาดนั้นก็คงจะดีไม่น้อย
“อวิ๋นซี” เย่ฝานโบกมือให้ไป๋อวิ๋นซีด้วยความดีใจ
ไป๋อวิ๋นซีเห็นเย่ฝานกับรอยยิ้มสดใสบนใบหน้า เขาถึงกับหมดคำพูด!
ก่อนที่ไป๋อวิ๋นซีจะมาถึง เขาจินตนาการปฏิกิริยาของเย่ฝานที่จะเกิดขึ้นหลังถูกตำรวจจับไว้ไม่น้อย พอมาถึงได้เห็นรอยยิ้มโง่ๆ ของเย่ฝานถึงได้พบว่าที่เขาคาดไว้ว่าเย่ฝานจะต้องใจนเสียขวัญนั้น เขาคงคิดมากไปเอง
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝานและพูดอย่างจนใจว่า “ฉันเคยบอกแล้วว่าอย่าสร้างเื่ไม่ใช่เหรอ? เพิ่งผ่านไปกี่ชั่วโมง นายกลับทำให้ตัวเองมาอยู่ในสถานีตำรวจได้”
เย่ฝานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ฉันไม่ได้หาเื่! ฉันแค่นึกสนุกเลยไปดูเขาตีกัน! พวกนั้นเห็นฉันก็ดึงฉันเข้าไปตีด้วย ฉันเลยต้องป้องกันตัว พวกมันอ่อนหัดเกินไปก็เลยโดนฉันเตะจนปลิวไปเลย ตำรวจคนนั้นจับสุ่มสี่สุ่มห้าโทษว่าฉันป้องกันตัวรุนแรงไปหน่อย!”
“ที่จริงฉันต้องถูกปล่อยตัวไปตั้งนานแล้ว แต่ว่ามีตำรวจคนหนึ่งเกิดชอบฉันขึ้นมา ก็เลยรั้งตัวฉันไว้ถามโน่นถามนี่อยู่ได้ ต้องให้ฉันบอกชื่อและอายุกับเขา! ฉันบอกเขาว่าฉันมีคนรักอยู่แล้วก็ยังไม่ยอมปล่อยฉันไป ที่เขาบอกว่าผู้หญิงสมัยนี้นับวันยิ่งจะเปิดเผย ที่แท้ก็เป็เื่จริง!” เย่ฝานพูดพลางถอนหายใจ
ไป๋อวิ๋นซี “…”
“เย่ฝาน!” เฉินเข่อหลันแผดเสียงะโด้วยความโมโห
“นั่นไงออกมาละ ยังกล้าตามออกมาอีก” เย่ฝานบ่นพึมพำ
ไป๋อวิ๋นซี “…”
ไป๋อวิ๋นซียิ้มให้เฉินเข่อหลันพร้อมทักทาย “คุณหนูเฉิน!”
เฉินเข่อหลันมองไป๋อวิ๋นซีก่อนพูดว่า “คุณชายไป๋ ทำไมคุณถึงมาอยู่กับเ้าคนเร่ร่อนคนนี้ได้คะ!”
“ยายบ้า เธอว่าใครเป็คนเร่ร่อน!” เย่ฝานยกมือเท้าเอวพูดอย่างไม่พอใจ
เฉินเข่อหลัน “…”
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝานแล้วตำหนิว่า “นายพูดน้อยหน่อยได้ไหม!”
เย่ฝานเอ่ยอย่างเบื่อหน่าย “ไม่พูดก็ไม่พูด!”
เฉินเข่อหลันมองไป๋อวิ๋นซีและถามอย่างอดไม่ได้ “คุณชายไป๋ คุณกับหมอนั่นเป็อะไรกันหรือคะ!”
“เป็เพื่อนกันครับ” ไป๋อวิ๋นซีตอบ
“แล้วซันซันละคะ?” เฉินเข่อหลันถามต่อ
“ผมเห็นเธอเป็น้องสาวของผมมาตลอด” สีหน้าของไป๋อวิ๋นซีพลันสลดลง เย่ฝานก็พอจะเดาออก เขาเป็โรคที่บอกใครไม่ได้ ดังนั้นจึงไม่ค่อยใกล้ชิดกับผู้คน เขาโตมาขนาดนี้ มีคนมากมายที่แสดงไมตรีต่อเขา ทว่าก็มีคนไม่น้อยที่ถูกเขาปฏิเสธ คนเ่าั้จึงเลือกที่จะรักษาระยะห่าง อวิ๋นซันซันก็เป็อีกคนหนึ่งที่น่าลำบากใจ
ทั้งสองตระกูลคบค้าสมาคมกัน จะพูดตรงๆ กับหล่อนก็ไม่ดี แต่ว่าไป๋อวิ๋นซีก็ไม่อยากใกล้ชิดกับอวิ๋นซันซันไปมากกว่านี้
“เรียกหล่อนว่าพี่สาวเถอะ ผู้หญิงคนนั้นแก่กว่านายตั้งหลายปีไม่ใช่เหรอ! เรียกน้องสาวดูไม่ค่อยจะเหมาะสมเท่าไร” เย่ฝานกล่าว
เฉินเข่อหลัน “…”
“ฉันไม่เคยเห็นผู้ชายหน้าไม่อายเหมือนนายเลย” เฉินเข่อหลันกล่าวเหน็บแนม
“ยายนี่ ประสบการณ์ของเธอยังน้อยนัก ระวังเถอะทำอะไรก็จะถูกเอาเปรียบตลอด” เย่ฝานกล่าว
“คุณหนูเฉิน งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะครับ” ก่อนที่เย่ฝานจะพูดอะไรน่าสะพรึงออกมาอีก ไป๋อวิ๋นซีจึงตัดสินใจขอตัวกลับก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายไปมากกว่านี้ “ไปกันเถอะ ฉันจะไปส่งนายเอง”
“ได้สิ!” เย่ฝานเปิดประตูตรงที่นั่งข้างคนขับ
เฉินเข่อหลันมองรถยนต์ที่ขับไกลออกไป หล่อนเบิกตากว้างโดยไม่รู้ตัว ที่นั่งข้างคนขับในรถไป๋อวิ๋นซี เย่ฝานกลับนั่งลงไปหน้าตาเฉย
“นายรู้จักผู้หญิงคนนั้นด้วยเหรอ?” เย่ฝานถามขณะที่มันฝรั่งทอดเต็มปาก
ไป๋อวิ๋นซีกวาดตามองเย่ฝานแล้วตอบว่า “รู้จัก ที่มาที่ไปของผู้หญิงคนนั้นไม่ธรรมดา ทางที่ดีนายอย่าทำอะไรล่วงเกินหล่อนเลยดีกว่า”
“เื่นี้คงจะลำบากอยู่สักหน่อย นายก็รู้ว่าหล่อนชอบฉันแต่ฉันไม่ชอบหล่อน ยังไงก็เป็การล่วงเกินหล่อนอยู่แล้ว” เย่ฝานพูดด้วยความกลัดกลุ้ม
ไป๋อวิ๋นซีหันไปมองเย่ฝาน ด้วยรู้สึกอยากเคาะกบาลอีกฝ่ายขึ้นมา “นายวางใจเถอะ หล่อนไม่ได้คิดอะไรกับนาย เพียงแค่จดบันทึกตามหน้าที่เท่านั้น”
“อ่อ อย่างงั้นเหรอ ถ้าเป็อย่างนั้นจริงๆ ก็จะดีมากๆ เลย” เย่ฝานเอ่ย
ไป๋อวิ๋นซี “…”
“ทำไมนายถึงรู้ว่าฉันอยู่ที่นั่นล่ะ?” เย่ฝานถาม
“ฉันโทรไปถามคุณตาว่านายไปพบท่านแล้วหรือยัง คุณตาบอกว่านายมีเื่ทะเลาะต่อยตี โดนจับไปที่สถานีตำรวจแล้ว” ไป๋อวิ๋นซีกล่าว
“ฉันไม่ได้มีเื่ทะเลาะต่อยตีสักหน่อย ฉันเป็ผู้เสียหายนะ” เย่ฝานพูด
“ช่างเถอะ เื่มันผ่านไปแล้ว ไม่ต้องพูดถึงมันแล้วล่ะ” ไป๋อวิ๋นซีเอ่ยแบบไม่สนใจ
“นายเลิกงานหรือยัง? ถ้าเลิกงานแล้วเราไปเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านด้วยกันไหม?” เย่ฝานเบิกตากว้างแล้วพูดด้วยความตื่นเต้น
ไป๋อวิ๋นซีตอบกลับอย่างเ็า “ฉันไม่ว่าง...”
ใบหน้าของไป๋อวิ๋นซีปรากฏสีแดงระเรื่อ เื่ที่เขาติดต่อทีมตกแต่งบ้านไปปรับปรุงบ้านให้เย่ฝานไม่รู้ว่าแพร่กระจายออกไปได้อย่างไร คนในบริษัทกำลังคาดเดากันว่าเขาจะย้ายเข้าไปอยู่กับเย่ฝานไหม ในเวลาอย่างนี้ถ้าเขาไปซื้อเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านพร้อมกับเย่ฝานอีก เกรงว่าจะเป็การตอกย้ำข่าวลือนี้ให้เป็เื่จริง
เย่ฝานพูดด้วยความเสียดาย “งั้นก็ได้”
ไป๋อวิ๋นซีขับรถไปส่งเย่ฝานที่คฤหาสน์ เย่ฝานกลับมาได้ไม่นาน ไช่เจิ้นจวิ้นก็กลับมาถึงเหมือนกัน
“ลูกพี่ กลับมาแล้วเหรอ? คุณชายเย่มาส่งเหรอ? เื่นี้เป็เพราะพี่แท้ๆ ไม่งั้นฉันคงเดือนร้อนไปมากกว่านี้” ไช่เจิ้นจวิ้นพูดอย่างประจบประแจง
เย่ฝานเหลือบตามองไช่เจิ้นจวิ้นแวบหนึ่งพลันกล่าวว่า “อวิ๋นซีโกรธแล้ว ไม่ยอมไปซื้อเฟอร์นิเจอร์กับฉัน เป็เพราะนายนั่นแหละ ถ้าไม่ใช่เพราะนาย แค่ภารกิจเอาหนังสือไปส่งฉันคงไม่พลาดแบบนี้หรอก”
ไช่เจิ้นจวิ้นพูดด้วยความประหม่าว่า “ใช่สิ! เป็เพราะผม เป็เพราะผมจริงๆ นั่นแหละ! ผมไม่ดีเอง แต่ว่าความสัมพันธ์ของคุณกับคุณชายไป๋ไม่เลวเลยนะ!”
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว ความสัมพันธ์ของฉันกับอวิ๋นซียากที่ใครจะมาเปรียบเทียบได้ ยายผู้หญิงที่เอาแต่ถามโน่นถามนี่มีที่มาที่ไปยังไงกัน!” เย่ฝานถาม
ไช่เจิ้นจวิ้นเล่าด้วยสีหน้าจริงจัง “ผู้หญิงคนนั้นภูมิหลังไม่ธรรมดาเลย ทั้งพ่อและพี่ชายก็เป็ตำรวจทั้งคู่”
“ก็หมายความว่าตัวเธอเองก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ แต่ที่มีอำนาจและอิทธิพลก็คือคนในครอบครัวของเธอ”
ไช่เจิ้นจวิ้นพยักหน้าแล้วตอบว่า “ก็ใช่น่ะสิ!”
เย่ฝานกะพริบตาพร้อมกล่าว “ที่แท้ก็เป็ลูกหลานตระกูลใหญ่ที่เสพสุขไปวันๆ ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษสักหน่อย”
..............................................................................................................
[1] แตงที่ฝืนเด็ดจากต้นย่อมไม่หวาน (强扭的瓜不甜) หมายถึง การทำอะไรโดยฝืนใจย่อมไม่เป็ผลดีต่อใคร
