เย่ฝานไปที่ร้านขายของเก่าแห่งหนึ่ง เขาซื้อปากกาลงอักขระหนึ่งด้ามด้วยเงินสองพันหยวน ซื้อกระดาษลงอักขระแผ่นละหนึ่งร้อยหยวน จำนวนหนึ่งร้อยแผ่น และยังซื้อหมึกตราประทับ ถุงนำโชคและน้ำหมึกสีชาด เสียเงินไปทั้งหมดสองหมื่นหยวน
หลังจากซื้ออุปกรณ์ลงอักขระแล้ว เย่ฝานยังซื้อสมุนไพรจีนสำหรับแช่ร่างอีกหนึ่งชุด
เย่ฝ่านแช่ร่างดูดซับโอสถ แต่ในใจกลับมีความกังวลอยู่ไม่น้อย
ในโลกที่เขาอยู่ตอนนี้ พลังปราณอ่อนเกินไป สภาพร่างกายของร่างใหม่นี้ก็ไม่ดีเท่าใดนัก เย่ฝานครุ่นคิด หากฝึกฝนด้วยการนั่งสมาธิ จนถึงอายุ 80 ปี ก็คงจะฝึกลมปราณสำเร็จเพียงไม่กี่ขั้น ฉะนั้นจะขาดยาวิเศษนี้ไม่ได้ ในเมื่อเป็เช่นนี้ การหาเงินก็กลายเป็เื่ที่ไม่คิดไม่ได้แล้ว
เย่ฝานหยิบปากกาขึ้นมาแล้วเริ่มเขียนยันต์ ในชาติที่แล้วเขาก็เคยเขียนยันต์ ต่อให้เป็ยันต์ที่เขียนยากเพียงใดเขาก็สามารถเขียนออกมาได้
ทว่ามันต้องใช้พลังปราณไม่น้อยในการทำให้ยันต์มีพลัง แม้ว่ายันต์ที่เย่ฝานเขียนจะไม่มีข้อผิดพลาดเลย แต่เมื่อไม่มีพลังปราณมันก็เป็เพียงอักขระไร้ค่า
เย่ฝ่านใช้ความพยายามอยู่ 2 วัน ในที่สุดก็เขียนยันต์ได้สำเร็จ 6 แผ่น แต่พลังยุทธ์ของเขายังอ่อนด้อยนัก ทุกครั้งที่เขียนยันต์ก็จะสูญเสียพลังปราณในร่างไปจนหมด
เมื่อมองไปยังยันต์ที่อยู่เบื้องหน้า เย่ฝานก็รู้สึกได้ว่าอนาคตข้างหน้าของเขากำลังจะสดใส
ใต้สะพานลอยของตึกหงซิง เป็แหล่งทำมาหากินของหมอดูทุกแขนง วันนี้ได้ปรากฏแผงลอยของชายหนุ่มในชุดลำลอง ข้างแผงยังมีเสาหนึ่งต้นที่ปักถังหูลู่[1] เต็มไปหมด
“นี่น้องชาย นายขายถังหูลู่หรือ? ถ้าขายถังหูลู่น่ะ นายต้องเดินไปเดินมา เรียกคนมาซื้อของสิ”
เย่ฝานกวาดสายตามองอาจารย์หยวน ผู้มีฉายาว่าผู้สืบทอดวิชาแห่งหยวนเทียนกัง จากนั้นจึงส่ายหัวแล้วพูดว่า “ผมไม่ได้ขายถังหูลู่”
“ถ้าอย่างนั้นนายขายอะไรล่ะ?”
“ผมมาขายยันต์”
“นายคงจะขายยันต์เป็หลัก และขายถังหูลู่เสริมด้วยล่ะสิ”
เย่ฝานส่ายหัวแล้วพูดว่า “ไม่ใช่ ถังหูลู่นี้ผมไม่ได้ขาย แต่ผมจะกินเองต่างหาก”
อาจารย์หยวนมองเย่ฝานแล้วส่ายหัวอย่างจนใจ ก่อนจะแอบคิดในใจว่า : เ้าเด็กนั่นรูปหล่อแต่ช่างโง่เขลานัก น่าเสียดายจริงๆ กินถังหูลู่ไปด้วย ขายยันต์ชั้นสูงแบบนั้นไปด้วย แล้วใครจะมาซื้อกันเล่า!
เย่ฝานเกิดในสำนักปี้อวิ๋น ตอนเขาเกิดพ่อและพี่ชายก็สามารถฝึกตนถึงขั้นอดอาหารได้แล้ว
ผู้บำเพ็ญตนล้วนใส่ใจกับเื่จิตบริสุทธิ์และการลดกิเลส ผู้ฝึกตนคนใดที่มัวเมากับกิเลสของปากท้องของตน มักถูกผู้คนดูแคลน
ั้แ่เย่ฝานจำความได้ ก็กินยาลูกกลอนเพื่ออดอาหารตามพ่อของเขา ยี่สิบกว่าปีมานี้ เขาพลาดลิ้มลองอาหารรสเลิศมาไม่รู้เท่าไร เมื่อได้กลับมายังโลกใบนี้ ถังหูลู่เพียงไม้เดียวก็ทำให้เขาอิ่มอกอิ่มใจได้
เย่ฝานไม่เข้าใจจิตใจของอาจารย์หยวน ได้เพียงแต่พูดอย่างกลัดกลุ้มว่า “ทำไมถึงไม่มีคนมาซื้อนะ!”
อาจารย์หยวนทอดถอนหายใจแล้วพูดว่า “ปีนี้ค้าขายไม่ดีเลย!” เอะอะก็คัดค้านความเชื่อเื่ไสยศาสตร์ แล้วยังจะการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ไหนจะการพยากรณ์ดวงดาวเอย! ไพ่ทาโรต์เอย! ยุ่งเหยิงไปหมด ไม่ง่ายเลยจริงๆ!
เย่ฝาน “…”
...
“ยันต์นี่สวยจังเลย!” มีคู่รักชายหญิงคู่หนึ่งเดินผ่านมา
หญิงสาวที่เดินเข้ามานั้นดูก็รู้ว่าเป็ผู้หลงใหลในศาสตร์ลี้ลับ ที่ข้อมือสวมประคำและยังห้อยหยกกันภัยที่คออีกด้วย
“คุณมียันต์กี่ชนิดคะ!” หญิงสาวถาม
“มีสองชนิด ยันต์แคล้วคลาดปลอดภัย และยันต์ปัดเป่าโรคภัย” เย่ฝานตอบอย่างแ่เบา ตอนนี้พลังยุทธ์ของเขายังอ่อนนัก คงวาดได้แค่ยันต์ที่ง่ายที่สุด รอให้พลังยุทธ์กล้าแกร่งกว่านี้ ไม่ว่ายันต์ชนิดใดเขาก็วาดได้ทั้งนั้น
“ยันต์แคล้วคลาดปลอดภัยหนึ่งแผ่นราคาเท่าไรล่ะ”
“สามหมื่นหยวน” เย่ฝานตอบโดยไม่ต้องคิด
ความโกรธปรากฏขึ้นบนหน้าของชายหนุ่ม “บ้าไปแล้ว หยวนหยวน เราอย่ายุ่งกับคนคนนี้เลย”
หญิงสาวมองแผงขายยันต์ของเย่ฝานด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ แล้วก็เดินตามชายหนุ่มจากไป
“น้องชาย ยันต์หนึ่งแผ่นราคาสามหมื่นเลยเหรอ” อาจารย์หยวนถามด้วยความตกตะลึง
เย่ฝานพยักหน้า และเอ่ยว่า “อืม หนึ่งแผ่นสามหมื่นหยวน”
“นายก็ช่างกล้าตั้งราคาสูงขนาดนี้” อาจารย์หยวนพูดแล้วส่ายหัว
เย่ฝานตอบอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว “สามหมื่นเป็ราคาที่ถูกมากแล้วนะ”
เขาต้องเหนื่อยแทบตายเพื่อเขียนยันต์พวกนี้ ทุกครั้งที่เขียนยันต์เสร็จ พลังเหมือนถูกดูดออกไปจนหมด เขาวาดด้วยความยากลำบากถึงขนาดนี้ ขายสามหมื่นหยวนยังบอกว่าเป็ราคาไม่สมเหตุสมผล เขาเป็ใคร! คุณชายรองของสำนักปี้อวิ๋น ผู้รอบรู้แห่งวิถีบำเพ็ญเซียน ผู้มีฐานะสูงส่งอย่างเขาขายยันต์ราคาสามหมื่นหยวนยังแพงไปหรือ? เ้าพวกตาไม่มีแววเอ๊ย
เย่ฟานอยู่ใต้สะพานตลอดทั้งบ่าย มีคนมาถามราคาอยู่ 4 ราย
สองคนในนั้นเป็คนรักเก่าของเขา พอถามเสร็จก็ด่าเขาว่าประสาทเสียไปแล้ว
อีกคนเป็คนชรา ผู้ซึ่งใช้เวลานานในการพิจารณาสิ่งของที่จะซื้อ “เ้าหนุ่ม เป็คนซื่อสัตย์หน่อยได้ไหม หลอกลวงต้มตุ๋นคนอื่นแบบนี้มันเป็สิ่งที่ไม่ดีนะ” ชายชราคนนั้นพูดเสร็จก็เอามือไพล่หลังแล้วเดินจากไป พลางทอดถอนใจว่าคนสมัยนี้ช่างไร้คุณธรรม ต่างจากคนสมัยก่อน
คนที่ 4 เป็ชายวัยรุ่น บอกกับเขาว่ายันต์ที่ขายยังไม่หลากหลายพอ ดูไม่น่าสนใจ เขามีแหล่งรับสินค้าราคาถูกมาเสนอให้กับเย่ฝานด้วย
ในที่สุด เยฝ่านก็เรียกลูกค้าคนที่ 5 และคนที่ 6 มาได้ คนหนึ่งเป็เด็กผู้ชาย ส่วนอีกคนเป็เด็กผู้หญิง
เย่ฝานกวาดตามองหนุ่มวัยรุ่นคนนั้นแล้วคิดในใจว่า อายุยังน้อยก็ทำตัวเป็เสือผู้หญิง ไม่ตั้งใจเรียนหนังสือหนังหา
…………………………………………………………………………………………..
[1] ถังหูลู่ หมายถึง ขนมที่นำผลไม้มาเสียบไม้ยาวๆ แล้วเคลือบน้ำตาล ผลไม้ส่วนใหญ่ที่นำมาเคลือบ ได้แก่ พุทราจีน สตรอว์เบอร์รีและแอปเปิ้ล
