โลงศพสีทองตกลงช้าๆ
ส่งเสียงหนักอึ้ง ในที่สุดจึงตกลงบนพื้นอย่างมั่นคง
เสียงกรอบแกรบดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงไม่อาจไม่ยกย่อง ความรอบรู้ของคนโบราณไม่อาจดูถูกจริงๆ โซ่เ่าั้ที่เดิมทีพันทนาการเป็ชั้นๆ ก็เริ่มหมุนบิดแยกออกจากกัน เลื้อยคดเคี้ยวไปทางมุมทั้งหก
ในที่สุดโลงศพสีทองก็เผยรูปร่างเดิมของมัน
บนนั้นแกะสลักลายัั์อย่างประณีต ทั้งสี่ด้านพันไว้ด้วยตัวของั แต่หัวของัยื่นอยู่ที่ด้านครึ่งหน้าของโลงศพ หัวังดงามและองอาจ ทำให้คนแค่เห็นก็เกิดความกลัว
โลงศพนี้เหมือนกับเป็หนึ่งเดียว เหมือนเข้ากันอย่างลงตัว ดูแล้ว น่าจะต้องลงแรงค่อนข้างมาก
“น่ามหัศจรรย์จริงๆ”
แอนดริวชื่นชม ราวกับคิดจะใช้มือไปลูบคลำโลงศพสีทอง แต่ไม่ได้ยื่นมือออกไป เขาก็ฟื้นคืนสติ
สิ่งนี้ดีนั้นดี แต่ถ้าจับตามใจ ใครจะกล้ามั่นใจได้ว่าไม่มีอันตราย?
“เปิดโลง!”
แอนดริวมองน้องชายเหยียนอย่างหนักแน่น น้องชายเหยียนจึงพยักหน้า
เขาเป็โจรขโมยสุสานที่ยิ่งใหญ่
น้องชายเหยียนเดินอ้อมโลงศพสีทองก่อนหนึ่งรอบ แล้วทุกจุดบนโลงศพอย่างละเอียด จากนั้นจึงพยักหน้ากับอาหัว
อาหัวจึงแบกน้องชายเหยียนไว้บนไหล่
ความร่วมมือของทั้งสองคนเป็ไปอย่างลับๆ น้องชายเหยียนยืนยันว่า้าไม่มีอันตรายอะไร จึงเดินไปที่อีกด้าน เคาะที่ระหว่างฝาโลงและตัวโลงแล้วสุดท้ายจึงใช้อุปกรณ์แงะออกสองสามจุด แล้วใช้ตะปูตอกติดไว้ตรงกลาง
จากนั้นที่้าโลงศพ ก็ยกแผงขนาดใหญ่ขึ้น นี่เป็ลูกรอก กลไกที่กำลังคนยากที่จะเอาชนะ
เคเบิลหกเจ็ดเส้นแขวนบนตะปูที่น้องชายเหยียนตอก จากนั้นก็เริ่มค่อยๆแน่นขึ้น
ไม่สามารถแงะเปิดออกได้เหมือนกับโลงศพทั่วไป
หนึ่งคืออันตรายเกินไป สองคือรอยแง้มนั้นเล็กเกินไป แม้จะยืนอะไรเข้าไป ก็ไม่พอให้เปิดฝาโลงออกได้
โลงศพสีทองแกว่งไปมาในกำลังเช่นนี้ราวกับจะถูกยกขึ้นอีกครั้ง น้องชายเหยียนส่ายหน้า “ไม่ได้ แบบนี้ไม่ได้ เหมือนฝาโลงและตัวโลงด้านล่างจะติดกัน ต้องหาวิธียึดตัวโลงด้านล่างสักหน่อย”
น้องชายเหยียนพิจารณา ว่าจะใช้วิธีอะไรมาจัดการปัญหานี้
จ้าวอี้ทั้งสามคนสังเกตการณ์อยู่ที่ด้านหนึ่ง ที่จริงพวกเขาก็ไม่ได้สบายใจ
ชาร์ลีคนนั้นยังคงจ้องพวกเขา ในสายตาของเขา พวกจ้าวอี้สามคนเป็ปัจจัยที่ไม่แน่นอน แล้วทำไมจ้าวอี้จะไม่จ้องเขากลับ?
น่าเสียดาย ทั้งสองคนหาวิธีที่จะเอาชนะอีกฝ่ายไม่ได้ ในใจยังคงมีความระมัดระวัง ก่อเป็ความสมดุลอันละเอียดอ่อน
น้องชายเหยียนรีบใช้วิธีใหม่
เขาตอกตะปูบนช่องว่างอีกครั้ง จากนั้นปลายตะปูอีกด้าน ก็ผูกเข้ากับสายเคเบิล ต่อมาก็ตอกเข้ากับช่องว่างระหว่างอิฐบนพื้น เมื่อทำเสร็จทั้งหมด ก็เริ่มดึงลูกรอก
เอี๊ยด...
ในที่สุดโลงศพสีทองก็ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเพราะแบกรับน้ำหนักไม่ไหว เสียงนี้ ทำให้น้องชายเหยียนกระชุ่มกระชวย
“ทำต่อ ดึง!”
เขาและอาหัวสองคนดึงเชือก กำลังเหมือนกับยังขาดไปเล็กน้อย
“ฉันช่วยพวกนาย!”
แอนดริวไม่ลังเล ขึ้นหน้าไปช่วยน้องชายเหยียนดึงเชือกด้วยตนเอง ในทางกลับกันชาร์ลีกลับอยู่ตรงนั้นไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย จุดนี้ก็ไม่ใช่เื่แปลก
ในที่สุด โลงศพก็เปิดออก!
เดินหน้าถอยหลังอยู่หลายชั่วโมง ในที่สุดโลงสีทองนี้ก็เผยให้เห็นรอยแง้มเส้นหนึ่ง ที่แยกออกจากตัวโลง
ที่เหลือก็จัดการง่ายแล้ว น้องชายเหยียนหมุนลูกรอก นำฝาโลงเคลื่อนไปไว้ที่ด้านข้าง
ขณะนี้ สามารถมองเห็นด้านในได้อย่างคลุมเครือ
ที่พูดว่าคลุมเครือ เพราะโลงศพนี้ขนาดใหญ่มาก คนยืนอยู่ในระดับระนาบ จึงไม่พอให้มองเห็นด้านใน
จ้าวอี้คิดๆ แล้วยกเจี่ยงจาวตี้ขึ้น เจี่ยงจาวตี้สำรวจเหตุการณ์ด้านในอย่างรวดเร็ว จากนั้นทั้งสองก็แลกเปลี่ยนกัน จ้าวอี้จึงมองเห็นด้านในทั้งหมดเช่นกัน
ด้านในคือคนแก่สีหน้าลีบและเหลือง สวมชุดั สีทอง โครงกระดูกของเขาใหญ่เป็พิเศษ สามารถมองได้ออก ว่าตอนอายุน้อย ต้องเป็ชายหนุ่มร่างใหญ่ดูน่าเกรงขามแน่ ใบหน้าสงบ ราวกับหลับไปปกติ
สมบัติต่างๆนานากระจายอยู่ด้านข้างของเขา สีแดง สีเขียว สีเหลือง สีม่วงและอื่นๆที่ควรมีก็ต่างมี มีความหรูหราอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ไอเย็นแผ่ออกจากร่างกายของเขา นี่น่าจะเป็น้ำแข็งพันปีที่น้องชายเหยียนเรียก สิ่งนี้ ไม่รู้ว่าเป็เช่นไร เพราะในตอนนั้นระดับทางวิทยาศาสตร์ยังต่ำ จึงยังไม่รู้ว่ามันมาจากไหน
ชายแก่คนนี้สามารถคงไว้ซึ่งสภาพศพที่ไม่เน่าเปื่อยเป็เวลาหลายปี ต้องมีความเกี่ยวข้องอย่างใหญ่หลวงกับมันแน่
มองเห็นสามเณรค่อนข้างอยากมองเห็นด้านใน เพียงแต่ไม่กล้าที่จะออกปาก
จ้าวอี้ไม่อาจมองข้ามเขา ยกเขาขึ้น แล้วมองดู
โอกาสเช่นนี้ในชีวิตของคนหนึ่งคนมีไม่มาก
ในเื่ของการเตรียมอุปกรณ์ จ้าวอี้เตรียมไว้ไม่พร้อมเท่าแอนดริว
“ชาร์ลี นายรออยู่ข้างล่าง ฉันจะไปหยิบเครื่องแต่งกายนั่นด้วยตนเอง”
แอนดริวได้เตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้า ในก้าวสุดท้าย เขาตัดสินใจที่จะลงมือด้วยตนเอง เพราะถ้าใครลงมือ เขาก็ต่างไม่วางใจ
“ฝ่าาโปรดช่วย”
ชาร์ลีย่อมไม่มีความเห็น เขาเลือกที่จะช่วยแอนดริว นั่นเป็ความคิดของตนเอง สมมุติถ้าสำเร็จ หาก้าวัตถุโบราณและทองคำจำนวนมากขนาดนี้ ถ้าไม่มีเส้นสายก็ไม่อาจได้รับ และแอนดริวก็ไม่ได้สนใจเงินทอง ดังนั้นชาร์ลีจึงเลือกที่จะร่วมมือกับเขา
“นายท่าน นี่อันตรายเกินไป”
พ่อบ้านมองอย่างกังวล อยากที่จะขัดขวางเขา
“วางใจได้ ฉันรู้ขีดจำกัดของตนเอง”
แต่แอนดริวได้ตัดสินใจลงไป และไม่ฟังความเห็นของพ่อบ้าน
ถ้าเขายกลูกรอก แล้วพ่อบ้านดำเนินการอยู่ด้านล่าง เช่นนี้ เขาก็ยังวางใจ
มองทุกการกระทำของแอนดริว จ้าวอี้ถอนใจ คนคนนี้ทำเพื่อชุดล้ำค่าโดยไม่สนใจทุกสิ่ง เขาอยากจะขยับเขยื้อน แต่ก็ถูกสายตาของชาร์ลีส่งความดุร้ายมาให้ ทำให้จ้าวอี้ไม่กล้าเคลื่อนไหว
อีกฝ่ายไม่ใช่เพราะถึงจุดสุดท้ายแล้วจะผ่อนคลายความระแวดระวัง
ในมือของชาร์ลีถืออุปกรณ์ชิ้นเล็ก เขากวาดผ่านลงบนศพของชายแก่ สายตาเผยความสุข แต่ไม่ได้มีความเป็พิษอะไร อีกทั้งยังตอบสนองด้วยท่าทีอ่อนแรง
“ฮาๆ เป็ของจริงตามคาด! ใจยังเต้น! ใจยังเต้นจริงๆ! นี่ผ่านมาหลายปี แต่ยังมีใจเต้น!” แอนดริวพูดซ้ำซากด้วยความดีใจ
นี่ทำให้เขากล้าลงมืออย่างวางใจ
มือของเขา เพิ่งัักับชายแก่คนนี้ ทันใดนั้น ก็มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น!
ไม่ว่าเป็จ้าวอี้ หรือว่าชาร์ลี ความมืดได้อยู่ตรงหน้าทุกคนในที่นี้!
ขณะเดียวกัน เสียงแกรกๆก็ดังขึ้นไม่หยุด!
ในพริบตาพวกเขาก็เหมือนกับไร้แรงโน้มถ่วย ใต้เท้าว่างเปล่า
จ้าวอี้จับเจี่ยงจาวตี้ในทันที โอบเธอไว้ในอ้อมแขน เช่นนี้ ถ้าด้านล่างมีอันตรายอะไร โอกาสในการรอดชีวิตของเจี่ยงจาวตี้ก็จะเพิ่มขึ้นมากอย่างไม่ต้องสงสัย
“จ้าวอี้!” เจี่ยงจาวตี้เพียงทันได้ร้อง จ้าวอี้ก็รู้สึกถึงความเจ็บที่แผ่นหลัง ทั้งตัวตกลงในกองบางอย่างอย่างแรง
ใหน้าของเขามองไป้า ก็สามารถมองเห็น ว่าชั้นวางที่น้องชายเหยียนลงแรงได้พังทลาย ภายใต้ผลักดันของโซ่สีทอง ฝาโลงก็ได้ปิดลงอีกครั้ง
แอนดริวส่งเสียงร้องออกมา แล้วก็ไม่ได้ยินเสียงใดอีก
“จ้าวอี้ๆ นายเป็ยังไง นายอย่าหลอกฉัน?” เจี่ยงจาวตี้พูดระคนสะอื้น เธออยากจะช่วยจ้าวอี้ แต่ขาอ่อนแรง จึงซบลงบนตัวของจ้าวอี้
“ฉันไม่เป็ไร ส่วนหลังกระแทกถูกอะไรบางอย่าง เจ็บนิดหน่อย แต่น่าจะไม่าเ็ถึงกระดูก หาไฟฉาย! สามเณร! สามเณร?”
จ้าวอี้พูดไม่กี่คำ เสียงของสามเณรของลอดผ่านมา “อาตมายังมีชีวิตอยู่ อามิตตาพุทธ พระผู้เป็เ้ายังไม่อยากรับอาตมาไป” สามเณรอารมณ์ดีมาก
แสงจากไฟฉายหนึ่งถูกเปิด เป็แหล่งกำเนิดแสงสำรองที่เจี่ยงจาวตี้หาได้จากในกระเป๋าเป้
“พวกเรา...”
เจี่ยงจาวตี้เพิ่งคิดจะพูดบางอย่าง ร่างกายของเธอก็แข็งทื่อ
เพราะว่า ใต้เท้าของพวกเขา ด้านข้าง แม้แต่จุดที่สายตามองไปถึง ต่างคือกระดูกทั้งหมด!
กะโหลกของมนุษย์ กระดูกขา ซี่โครง โครงกระดูกต่างๆของมนุษย์ กองอยู่เต็มเปี่ยม ไม่รู้ว่ามีเท่าไหร่!
แกรบ...
ที่ด้านไม่ไกลจากพวกเขา ก็มีเสียงหนึ่งลอดออกมาในทันใด
“ใคร? ใครอยู่ตรงนั้น?”
แสงสว่างจากไฟฉายส่องไป ขณะเดียวกันจ้าวอี้ก็ใช้ปืนเล็งไปที่ทิศทางนั้น คนคนนี้ก็คือชาร์ลี
ชาร์ลียิ้มเย็นแล้วพูด “เพื่อนเก่า การทักทายแบบนี้ไม่ดี พวกเราสองคนก็ไม่มีความแค้นอะไรกัน พบการในสนามรบ ฉันเหี้ยมโหด ก็เป็เื่ธรรมดา ไม่งั้นฉันก็เป็เพียงรายชื่อคนตาย นี่ไม่ผิดนี่? ตอนนี้พวกเราสภาพแบบนี้ ที่ควรทำที่สุด ก็คือร่วมแรงร่วมใจหนีออกไปจากที่บ้านี่!”
พูดเช่นนี้ ปืนของเขาก็เล็งอย่างมั่นคงที่จ้าวอี้
จ้าวอี้มองรอบด้านเล็กน้อย แล้วขมวดคิ้ว คำพูดของเขาไม่ใช่เื่โกหก
พยักหน้า เขานำปืนเก็บก่อน ไม่กลัวชาร์ลีเล่นตุกติกโดยสิ้นเชิง เพราะว่า เจี่ยงจาวตี้ไม่ได้ผ่อนปรน และจ้าวอี้ไม่ได้อยู่คนเดียว
เห็นจ้าวอี้เห็นด้วย ชาร์ลีจึงถอนใจโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด “พวกเราเคยผ่านประสบการณ์อันตรายมามากมาย คราวนี้ต้องสามารถหนีออกไปได้แน่”
“พวกคุณรีบส่งฉันขึ้นไป! ขอร้องพวกคุณ พวกคุณ้าเงินเท่าไหร่ก็ได้! ร้อยล้าน สองร้อยล้าน?”
ขณะนี้พ่อบ้านก็ปีนออกมาจากกองกระดูกเช่นกัน ในสายตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสน แต่กลับไม่ใช่เพราะความปลอดภัยของเขา แต่เป็เพราะว่า เขาเห็นแอนดริวถูกติดอยู่ในโลงศพ อากาศในโลงศพจะสามารถทนไปได้นานแค่ไหน? เขาก็ไม่อาจรู้ได้
“พวกเราดูแลตัวเองก่อนเถอะ! ถ้าออกไปได้ ฉันก็ไม่สนใจเงินก้อนนี้ การทำธุรกิจครั้งนี้ ฉันขาดทุนไปมากแล้ว ไทสันๆ ถ้ายังไม่ตายให้ส่งเสียงหน่อย”
“หัวหน้า ผมยังมีชีวิต!” ชายหนุ่มที่ราวกับหมีขั้วโลกปีนขึ้นมาจากกองกระดูก แล้วสั่นศีรษะ
“ฮารื่อปารื่อๆ นายตายไม่ได้นะ!” เสียงร้องไห้ของอาหัวลอดออกมา ชายร่างใหญ่ร้องไห้เสียใจอย่างที่สุด
น้องชายเหยียน อาจเพราะทำเื่ไม่ดีไว้มาก ดูจากภายนอก เขาเหมือนจะโชคร้ายมาก กระดูกซี่โครงเสียบออกจากอกของเขา เืปริมาณมากไหลออกมา มุมปากก็มีเืไหลออกมา ถ้าอยู่ที่โรงพยาบาล ยังสามารถช่วยได้เล็กน้อย แต่สถานการณ์ตอนนี้ เกรงว่าคงยากที่จะมีชีวิตแล้ว
จ้าวอี้เดินขึ้นไปด้านหน้า แล้วพูดอย่างเกลียดชัง “คิดไม่ถึงว่านายจะตายแบบนี้ ฉันยังอยากจับนายกลับไป แล้วดูว่านายจะสามารถหนีออกมาได้เป็ครั้งที่สองรึเปล่า!”
คำพูดนี้ของเขาค่อนข้างชั่วร้าย
ที่จริงคนก็ใกล้ตายแล้ว ไม่ควรจะพูดเช่นนี้ แต่เมื่อนึกถึงชนเผ่าของเขาเ่าั้ที่เสียชีวิต และความสัมพันธ์ที่ตัดไม่ออกจากเขา จ้าวอี้จึงหลีกเลี่ยงไฟโกรธในใจไม่ได้
มุมปากของน้องชายเหยียนเผยยิ้มขื่น “ขอ...ขอโทษ...ช่วย...ช่วยอาหัว เขา...เขาเพียงแต่ ทำตามคำสั่งของฉัน...เท่านั้น ขอร้อง...”
เขาเพิ่งพูดจบ ก็หลับตาลง
อาหัวจึงร้องไห้อย่างเ็ป
จ้าวอี้จึงถอนใจ “มีแรงร้องไห้ ยังไม่ดีเท่าประหยัดแรงไว้ พวกเราไม่รู้ว่าจะสามารถออกไปได้ตอนนี้ หลังออกไปแล้ว ทั้งชีวิตของนาย จะต้องกลับตัวอยู่ในคุก!”
จ้าวอี้พูดจบ ก็ไม่สนใจอาหัว อาหัวเหม่อลอย ในที่สุดจึงเช็ดน้ำตา แล้วซวนเซตามไปที่ด้านหลังของจ้าวอี้
[1] ฉลองพระองค์ของจักรพรรดิจีน
