เมื่อเห็นแววตาของสวีป๋อที่กลับกลอกไปมาละม้ายกำลังชั่งใจอะไรบางอย่างเพียงครู่เดียวเขาก็ไม่พูดถึงเื่ผู้ดูแลเ่าั้อีก
ทว่าต้วนชิงิแสร้งทำเป็ไม่รู้และหยิบยกเื่ผู้ดูแลมาพูดอีกรอบหนึ่งว่าผู้ดูแลเ่าั้ทำงานในหน้าที่ได้เต็มกำลังความสามารถเพราะกลัวว่าต้วนเจิ้งจะมาตำหนิเอาได้เห็นชัดได้ว่าสวีป๋อเริ่มนั่งไม่เป็สุขและมักจะพูดตัดบทอยู่หลายครั้งทว่าแม่นมหนิงกลับใช้สายตาที่เ็ามองตอบว่า ไม่สมควรที่จะพูดตัดบทคุณหนู
ทันใดนั้นต้วนชิงิก็ถอนหายใจ เอ่ยถามสวีป๋อขึ้นมาว่า “ใช่แล้วข้าลืมไปเื่หนึ่งเลย ว่ามาที่นี่หลายวันแล้วเื่ภายนอกจ้วงจื่อเป็เ้าที่ดูแลใช่ไหม?”
อีกฝ่ายได้ฟังก็ยืดตัวตรงขึ้น “ใช่ขอรับ ั้แ่คุณหนูใหญ่มาถึงที่นี่เป็สวีป๋อและภรรยาของเหล่าฮั่นเจียดูแลจัดการธุระทั้งหมด โดยไม่เคยเพิกเฉย!”
หึ!ข้าไม่ได้ช่วยเ้าดูแลจ้วงจื่อ แต่ข้าช่วยนายท่านนั้นดูแลต่างหากนายท่านนั้นบอกแล้วว่าขอเพียงคุณหนูใหญ่และโรคเวินอี้สร้างความลำบากให้กับคนอื่นรอจนจ้วงจื่อปิดและจุดไฟเผาได้เมื่อไร เื่ทั้งหมดนายท่านคนนั้นจะรับผิดชอบเอง!
จู่ๆต้วนชิงิก็หัวเราะขึ้นมาพลางมองไปยังสวีป๋อด้วยแววตาลุกวาวทว่าแฝงไปด้วยรอยยิ้มอันน่าประหลาด “เช่นนั้น ก็ลำบากสวีป๋อด้วย…”
สวีป๋อรู้สึกหมดความอดทนกับคำพูดอ้อมค้อมของคุณหนูที่สวยแต่ไร้สมองเบื้องหน้าเขาอยากตอบตามน้ำไปว่า “ไม่ลำบากสักนิด!” จากนั้นคล้ายรู้สึกว่าได้ยินเสียงหัวเราะเ้าเล่ห์ดังขึ้นจากด้านหลัง!จึงเงยหน้ามองก็ผงะไปด้วยความใเมื่อเห็นใบหน้าของเด็กสาวที่เ็าจนทำให้คนมองอดรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาไม่ได้
ทันใดนั้นเขารู้สึกถึงสิ่งผิดปกติบางอย่างทว่ายังไม่ทันเอ่ยปาก เด็กสาวก็พูดต่อไปว่า “ข้าอยากจะถามสวีป๋อสักหน่อยในเมื่อผู้ดูแลทุกคนเข้าออกจ้วงจื่อได้เป็ปกติ แต่ในจ้วงจื่อคนที่อยู่ดูแลนานที่สุดกลับไม่เป็อะไร แล้วจะมากัดไม่ปล่อยว่าเวินอี้แพร่มาจากจ้วงจื่อได้อย่างไรกัน?”
คำพูดเพียงไม่กี่คำที่ต้วนชิงิเอ่ยออกมา กลับสร้างความกดดันจนเขาพูดไม่ออก “สวีป๋อ เ้าไม่รู้จริงๆ หรือว่าแกล้งทำเป็ไม่รู้กันแน่?”
สวีป๋อได้ฟังถึงกับอ้าปากค้างไปทันที!
ภายใต้สายตาที่กดดันจนพูดไม่ออกของเด็กสาวเบื้องหน้าสีหน้าของสวีป๋อก็เริ่มซีดขาวพลันกลายเป็แดงก่ำเห็นสีหน้าเ็าของนางยิ่งทำให้เขาทำตัวไม่ถูก... วันนั้นนายคนนั้นเตือนเขาว่าต้วนชิงิคนนี้จัดการได้ยากทว่าเขากลับไม่เชื่อจนมาวันนี้เขาได้ประจักษ์ถึงความเก่งกาจของนายหญิงที่อายุยังไม่ถึงสิบปีแล้ว!
ทีแรกนางแสร้งทำท่าทางหวาดกลัวและพูดอย่างลนลานเพื่อให้อีกฝ่ายเริ่มตายใจ จากนั้นจึงใช้ประโยคนี้ทำให้เขาลิ้นพันกันจนพูดไม่ออก
สายตาที่น่าหวาดกลัวของนางเหมือนดาบที่แหลมคมมาจ่อคอ สวีป๋อตะลึงไปชั่วขณะจึงข่มใจเข้าสู้ เขาละล้าละลังเล็กน้อยแล้วพูดเสียงฝืดเฝื่อน “เื่... เื่นี้ เป็ข่าวลือที่มาจากคนในจ้วงจื่อขอรับ!”
“ในเมื่อเป็ข่าวลือ เหตุใดเ้าไม่รีบไปสืบว่าข่าวนี้มีต้นตอมาจากที่ไหน?แล้วทำไมยังมีหน้ารีบวิ่งมาที่นี่ั้แ่เช้าตรู่โวยวายว่าจะปิดจ้วงจื่อและอาการของโรคเวินอี้เป็มาอย่างไร หรือว่าเ้าไม่รู้เื่จริงๆคนที่เป็โรคเวินอี้ทุกคนแค่จับตัวก็ติดกันได้แล้ว เริ่มจากมีไข้สูงจากนั้นร่างกายจะเริ่มเน่าและทรมานอยู่หลายวันถึงจะตายแต่ว่าคนเหล่านี้เพียงเพิ่งเริ่มติดโรคเมื่อวาน วันนี้กลับตายแล้วเ้าไม่รู้สึกว่ามันแปลกไปหน่อยหรือ?”
นางหัวเราะเยาะขึ้นมา “เ้าเป็คนใน ที่รับหน้าที่ดูแลจ้วงจื่อ เกิดเื่ใหญ่จนถึงชีวิตเช่นนี้ไม่มารายงานข้ากลับไปรายงานเรือนซุ่นเทียนก่อนทั้งยังสร้างเื่โกหกและข่าวลือให้คนอกสั่นขวัญแขวนแท้ที่จริงแล้วเ้ากำลังวางแผนอะไร?”
ลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่างไหลบ่าท่วมตัวจนเหงื่อไหลท่วมออกมาเต็มหน้าดังสายน้ำเชี่ยวกราก แม้จะอยู่ในฤดูหนาวหนาวเหน็บ
ต้วนชิงิยังคงเพ่งมองเขา พลางเอ่ยปากเรียกแม่นมหนิงขึ้น “แม่นมหนิงให้คนนำจดหมายไปส่งให้ท่านพ่อให้ท่านพ่อและคนในเรือนซุ่นเทียนมาดูที่นี่ ว่ามีคนตายสองสามคนแล้วไม่รู้ว่าเป็ฝีมือของคนหรือธรรมชาติ?”
ทุกถ้อยความแฝงนัยข่มขู่ ‘ฝีมือของคน’ กับ ‘ฝีมือธรรมชาติ’สองคำนี้ นางตั้งใจพูดเน้นเสียงเป็พิเศษจนทำให้อีกฝ่ายตื่นตระหนกขนลุกซู่ไปทั่วตัว ทั้งยังได้ยิน ‘เรือนซุ่นเทียน’ก็ยิ่งทำให้เขาหวาดผวามากขึ้น จนต้องรีบพูดขัดขึ้นอย่างลนลาน
“คุณหนูใหญ่พูดได้ถูกต้อง จะต้องไปแจ้งร้องทุกข์…สิ่งนี้สวีป๋อคาดไม่ถึงจึงละเลยไป ขอให้คุณหนูวางใจได้พรุ่งนี้สวีป๋อจะให้คนไปแจ้งทางราชการ ให้พวกเขาช่วยตรวจสอบดูว่าจะหาต้นตอเื่ราวเหล่านี้ออกมาได้หรือไม่!”
จะไปร้องทุกข์พรุ่งนี้? ส่วนวันนี้เกรงว่าจะรีบคาบข่าวไปรายงาน ‘นายคนนั้น’ก่อน สวีป๋อช่างน่าขันสิ้นดีคิดเสียว่าเ้าทำเื่ยังไม่มีจุดบกพร่อง นางแค่แกล้งพูดขู่ไปนิดหน่อยเท่านั้นแต่กลับรู้ความจริงจนเกือบหมด!
ดูท่าความจริงของเื่นี้นางจะทายถูกเกือบทั้งหมด
ไม่เสียแรงที่เป็แม่ลูกกันในชาติที่แล้วต้วนอวี้หรานใช้โรคเวินอี้ใส่ร้ายนางและบุตรชายบุตรสาวของนางจนต้องตายทั้งเป็มาในชาตินี้หลิวหรงก็ยังหยิบยกเื่เดิมมาเล่าใหม่ใช้วิธีเดิมในการใส่ร้ายป้ายสีนาง ทว่าน่าเสียดายในชาตินี้จุดจบจะต้องเขียนใหม่เสียแล้ว!
เด็กสาวยกกาน้ำชาขึ้นดื่มและวางลง สีหน้าของนางซีดขาวและดูอ่อนแอทว่าตอนนี้สามารถมองทะลุเห็นถึงความเกลียดชังและความเหี้ยมโหดสุดขีด!
อย่างนั้นก็ได้หลิวหรง!ในเมื่อเ้าถูกกักบริเวณอยู่ ยังกล้าที่จะทำเื่ใส่ร้ายฆ่าคนอื่นเช่นนี้อย่างนั้นก็อย่าหาว่าข้าใจดำอำมหิตก็แล้วกัน!
สวีป๋อเห็นใบหน้าดุดันและไร้ซึ่งความอ่อนโยนจึงรีบก้มหัวแทบไม่ทัน เขาคิดไม่ถึงว่าจะถูกต้วนชิงิต่อว่าอีกครั้ง อายุถึงปูนนี้แล้วยังไม่เคยกลัวใครนอกเสียจากนายคนนั้นของเขา ที่มีใบหน้าเหี้ยมโหดและเ็าไม่กลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆ
นางไม่อยากพูดต่อไปแล้วเมื่อแม่นมเห็นดังนั้นจึงโบกมือไล่ให้สวีป๋อรีบออกไปเขารีบขยับตัวล้มลุกคลุกคลานออกไปไม่เป็ท่า!
เดินออกไปไกลแล้วจึงยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ชุ่มใบหน้าและพบว่าเสื้อผ้าทั้งตัวก็ชุ่มโชกไปหมด
คุณหนูใหญ่จวนต้วนไม่ได้รับมือได้โดยง่ายเหมือนที่เขาคิดเอาไว้ดังนั้นในตอนนี้เขาต้องนำเื่นี้ไปรายงานนายคนนั้นคงต้องรอให้นายตัดสินใจว่าควรทำอย่างไรต่อไปดี!
แสงอาทิตย์ยามฤดูหนาวสาดส่องไปทั้งตัวสวีป๋อทำให้สายตาของเขาพร่ามัวเหมือนเห็นสายตาที่โเี้ของต้วนชิงิกำลังจ้องมอง และเขาพบว่าแผนการทั้งหมดใช้ไม่ได้อีกแล้ว
เมื่อสวีป๋อออกไปแม่นมหนิงจึงเดินเข้ามาพูดว่า “คุณหนูใหญ่เห็นได้ชัดว่าเป็คนนั้นอีกแล้วที่มาสร้างเื่!”
ต้วนชิงิดันกาน้ำชาในมือออกและลุกขึ้นยืนยิ้มเยาะเย้ย “ถ้านางกล้ามาข้าก็กล้าต้อนรับ!”
แม่นมหนิงตอบอย่างเป็กังวล “แต่ว่าครั้งนี้ คนนั้นจะต้องใช้วิธีที่โเี้…” แม้แต่คนในจ้วงจื่อทุกชีวิตก็ไม่สนใจ
“นางใช้ชีวิตจัดการข้า ข้าก็จะใช้ชีวิตจัดการนางกลับไปเช่นกัน!...ให้นางได้รับรู้รสชาติบ้าง!” ต้วนชิงิหัวเราะเย้ยหยัน
ใช้ชีวิตจัดการนางกลับไป?
แม่นมหนิงถึงกลับผงะแม้จะเข้าใจความหมายของคุณหนูได้ไม่หมด ทว่านางยังไม่อยากจะอธิบายในตอนนี้จึงก้าวไปข้างหน้าสองก้าวมองแม่นมหนิงพูดว่า “แม่นมไปบอกเถี่ยเฟิงให้เขาไปบ้านเหลาหลี่โถวเป็เพื่อนข้าหน่อย!”
ถึงตอนนี้รู้แล้วว่าโดนเล่นงานเข้าแล้วแต่ต่อจากนี้นางจะทำให้คนนั้นแพ้อย่างราบคาบจนทนดูต่อไปไม่ไหว!
ที่แท้ในใจของต้วนชิงิยังมีความเมตตาที่จะเก็บคนนั้นไว้ทรมานอย่างช้าๆ แต่ตอนนี้ดูท่าแล้ว เื่ทั้งหมดจะต้องทำให้จบเร็วขึ้นแล้วนางคงจะมีความสุขที่ได้เห็นแม่ลูกคู่นั้นอยู่อย่างทรมานยิ่งกว่าตาย!
