ตัวเซี่ยต้าจวินอยู่ในโรงพยาบาลไม่ใช่หรือ จะหายไปได้อย่างไร?
เขาหายไปแบบนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้คนตระกูลเซี่ยเสียโอกาส ขนาดเซี่ยเสี่ยวหลานและหลิวหย่งยังรู้สึกประหลาดใจ
โรงพยาบาลประจำเขตก็ประหลาดใจเหมือนกัน!
ปกติคนป่วยที่แอบดึงเข็มหนีไปเพราะว่าไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล ทว่าเซี่ยต้าจวินฉีดยาฆ่าเชื้อให้น้ำเกลือสองขวด และชำระเงินเรียบร้อยแล้ว เขายังจะหนีอะไรกัน?
หวังเจี้ยนหัวอยู่ดูแลคนป่วยที่โรงพยาบาล ปรากฏว่าดูจนคนป่วยหายตัวไปเสียแล้ว
หวังเจี้ยนหัวขอให้คนของโรงพยาบาลช่วยตามหาจนทั่วก็ไม่พบทำได้แค่รีบร้อนกลับมาบอกเซี่ยจื่ออวี้
เวลานี้ผู้กำกับเหลียงจำเป็ต้องตรวจสอบเ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจจัดการได้มีระเบียบขั้นตอนกว่าหวังเจี้ยนหัวผู้ใหญ่คนเป็ๆ อย่างเซี่ยต้าจวินไม่มีทางสูญหายไปกลางอากาศ สอบถามไปยังห้องพักผู้ป่วยที่อยู่ข้างๆทีละห้อง ไม่ว่าจะเป็ผู้ป่วยหรือสมาชิกในครอบครัว อย่างไรก็ต้องมีคนเห็นเขาบ้าง
ลักษณะของเซี่ยต้าจวินค่อนข้างจำได้ง่ายจึงมีคนบอกว่าเห็นเขาออกจากโรงพยาบาลไปคนเดียว
พอสืบค้นลึกลงไปอีก เซี่ยต้าจวินนั่งรถยนต์ออกจากอันชิ่งรถคันนั้นมุ่งไปยังสถานีรถไฟซางตู
เบาะแสถึงตรงนี้ก็ตัดขาดไป ทว่าแม่เฒ่าเซี่ยยังคงกล่าวหาว่าเซี่ยเสี่ยวหลานและหลิวเฟินซ่อนเซี่ยต้าจวินไว้ความจริงแล้วแม้แต่เซี่ยเสี่ยวหลานก็เดาไม่ถูกว่าเซี่ยต้าจวินคิดจะทำอะไรกันแน่แม่เฒ่าเซี่ยโวยวายต่อไปก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี ผู้กำกับเหลียงจึงลั่นวาจาออกมา
“วิ่งได้หนีได้อีกทั้งโดยสารรถเองได้ เ้าตัวคงไม่มีปัญหาใหญ่อะไร ผู้เสียหายไม่แจ้งความด้วยซ้ำนี่ถือเป็กรณีพิพาททางแพ่ง ไม่อยู่ภายใต้การดูแลของสถานีตำรวจของพวกเรา!”
“ฉันเป็แม่เขา ฉันจะแจ้งความ!”
ผู้เสียหายรอดชีวิตมาแล้วแท้ๆ แถมนั่งรถได้ในสภาพสมบูรณ์ดีไม่ได้ถูกลักพาตัวเสียหน่อย สถานีตำรวจคร้านจะสิ้นเปลืองกำลังคนสถานการณ์ประเภทนี้ของเซี่ยต้าจวินก็มิใช่การหายสาบสูญเสียหน่อยคนอายุหลายสิบปีเดินทางไกลจะให้สถานีตำรวจไปตามหาที่ไหน?
ทำไมเซี่ยต้าจวินออกจากโรงพยาบาลด้วยตนเองเล่า?
หวังเจี้ยนหัวคือคนสุดท้ายที่พบเขาตระกูลเซี่ยแย่งกันถามหวังเจี้ยนหัวถึงสถานการณ์ตอนนั้นจนฟังไม่ได้ศัพท์
หวังเจี้ยนหัวคาดเดาว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับคำถามที่เซี่ยต้าจวินถามเขาตอนนั้นแค่คิดเพียงว่าเขาโพล่งถามไปเฉยๆ หวังเจี้ยนหัวก็ตอบไปด้วยกลัวเขาจะซักไซ้อีกใครจะรู้ว่าเซี่ยต้าจวินที่ไม่พูดสิ่งอื่นใดพอหวังเจี้ยนหัวออกไปซื้อของกินด้านนอกโรงพยาบาล และกลับห้องพักผู้ป่วยมาอีกครั้งเซี่ยต้าจวินก็ได้หายไปแล้ว
เื่ที่เซี่ยต้าจวินถาม หวังเจี้ยนหัวอับอายเกินจะกล่าวถึงต่อหน้าฝูงชน
สาเหตุที่เซี่ยต้าจวิน ‘หนี’ กลายเป็ปริศนา แม่เฒ่าเซี่ยทั้งเป็ห่วงร่างกายของเซี่ยต้าจวินและกังวลถึงค่าใช้จ่ายในการเรียนมหาวิทยาลัยของเซี่ยจื่ออวี้ยิ่งกว่าในบุตรชายสามคน แม้แต่บิดาของเซี่ยจื่ออวี้ก็ยังเห็นแก่ตัวเพราะอย่างไรเสียเซี่ยจื่ออวี้ก็ยังมีน้องชายอีกคนไม่ต้องพูดถึงเซี่ยหงปิงบุตรชายคนเล็ก เฝ้ารอคอยแต่แม่เฒ่าเซี่ยว่าจะสามารถควักเงินส่วนตัวสักนิดหน่อยให้เขา! มีเพียงเซี่ยต้าจวินผู้เชื่อฟังแม่เฒ่าเซี่ยมากที่สุด หาเงินได้ 100 หยวนไม่มีทางส่งมอบแค่ 99 หยวนแม่เฒ่าเซี่ยคิดว่าเขาไร้ลูกชายดูแลยามแก่เฒ่า เงินที่หาได้นำมาใช้ส่งเสียเซี่ยจื่ออวี้เล่าเรียนช่างเหมาะเจาะ!
ยอดเลย ตอนนี้แรงงานผู้เชื่อฟังมากที่สุดในบ้านหนีไปแล้วแม่เฒ่าเซี่ยจะยอมรับได้อย่างไร?
จางชุ่ยบอกว่าเซี่ยต้าจวินอาจะเืใจเื่ที่ถูกหลิวเฟินฟันอย่างรุนแรงถึงหลบหนีจากบ้านไป
“ไปเพียงไม่กี่วันแล้วกลับมาก็ยังดีหากขุ่นเคืองไม่กลับบ้านจะทำอย่างไรเล่า? ฉันว่าเราต้องตามหลิวเฟินและลูกมาทวงคนคืนหลิวเฟินพูดอะไรกับต้าจวินหรือเปล่า ต้าจวินต้องโดนพวกเธอหลอกแน่ๆ ”
แม่เฒ่าเซี่ยฟังแล้วคิดว่ามีเหตุมีผลมาก “เธอพูดถูกตามพวกมันมาเพื่อทวงคนคืน!”
ขณะนี้แม่เฒ่าเซี่ยเคียดแค้นชิงชังเหลือแสน สงสัยว่าเซี่ยต้าจวินจะโดนหลิวเฟินและเซี่ยเสี่ยวหลานใช้วาจาล่อลวงทอดทิ้งไม่สนใจตระกูลเซี่ย หนีออกไปใช้ชีวิตกับสองแม่ลูกอีกครั้ง หากเป็เช่นนั้นแล้วตระกูลเซี่ยจะทำเช่นไร? ค่าเล่าเรียนของเซี่ยจื่ออวี้จะเอาอย่างไร?
แม่เฒ่าเซี่ยตระหนักด้วยตนเองว่าเป็ผู้คุมหางเสือประจำตระกูลเซี่ยทุกเื่ราวในบ้านขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเธอ การหย่าของหลิวเฟินกระทบกระเทือนต่อแม่เฒ่าเซี่ยอย่างหนักหน่วงตอนนี้กระทั่งต้าจวินก็ยังหนีไปแล้ว... แม่เฒ่าเซี่ยไม่อาจยอมรับได้แน่นอน
เซี่ยเสี่ยวหลานสอบติดมหาวิทยาลัยแล้วอย่างไร?
คนเนรคุณเลี้ยงไม่เชื่อง แม่เฒ่าเซี่ยไม่รักใคร่เอ็นดูแม้แต่น้อย!
เ้าหน้าที่ของสถานีตำรวจไม่คิดที่จะดำเนินการทำสำนวน ดังนั้นใครจะรั้งเซี่ยเสี่ยวหลานไม่ให้ไปไหนได้? เหลือเพียงแม่เฒ่าเซี่ยแล้ว!
หญิงแก่คนนี้นอกจากเ้าเล่ห์เพทุบายยังไม่สนใจใครหน้าไหนอีกด้วยกอดรัดขาของเซี่ยเสี่ยวหลานไม่ยอมปล่อยมือโดยพลันร่ายั้แ่เซี่ยเสี่ยวหลานเกลือกกลั้วบนกองฟางกับคนเสเพลหมู่บ้านข้างเคียง ยั่วยวนว่าที่พี่เขยไปจนถึงไม่กตัญญูต่อผู้ใหญ่ ยุแยงบิดามารดาให้หย่ากัน ทุกเื่ราวทุกเหตุการณ์เล่าได้น่าจดจำทั้งน้ำเสียงและอารมณ์ทำให้คนฟังถึงกับต้องดูถูกเซี่ยเสี่ยวหลานบุตรสาวอกตัญญูเหลวแหลกคนนี้
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบนถนนสายหนึ่งด้านนอกเซี่ยนอีจงอีกด้วย!
อาจารย์และนักเรียนในเซี่ยนอีจงตั้งเท่าไรที่สามารถเป็พยานแก่ละครฉากนี้? คนของสถานีตำรวจสืบค้นอยู่พักใหญ่ถึงทราบว่าเซี่ยต้าจวินจากไปเองเดิมทีเวลานี้ก็เลยหกโมงเย็นแล้ว เหล่านักเรียนเซี่ยนอีจงต่างเลิกเรียนเตรียมพร้อมสำหรับการรับประทานอาหารเย็นแม้มีเพียงนักเรียนมัธยมปลายปีสามที่กลับโรงเรียน แม้จะมีนักเรียนและอาจารย์ส่วนมากรับประทานในโรงอาหารทว่าย่อมมีคนส่วนน้อยออกจากโรงเรียนเพื่อรับประทานอาหารเย็นอยู่ดี
ละครฉากนี้ทำให้เหล่านักเรียนและอาจารย์ล้วนชะงักฝีเท้าจับจ้องชมดู
เมื่อเห็นว่ามีผู้ชม แม่เฒ่าเซี่ยยิ่งไร้เหตุผลกว่าเดิมสองมือรัดขาของเซี่ยเสี่ยวหลานแน่น ไม่ปล่อยให้เธอขยับเขยื้อนแม้สักครึ่งก้าว
เป็เช่นนี้แล้วภายภาคหน้าเซี่ยเสี่ยวหลานจะเรียนหนังสือที่เซี่ยนอีจงได้อย่างไร?!
หลิวหย่งั์ตาแดงก่ำ และคิดจะเรียนรู้การบุ่มบ่ามฟันคนดั่งน้องสาวด้วยถ้าหลี่เฟิ่งเหมยและน้าหวงไม่รั้งไว้สุดแรง หลิวหย่งคงพุ่งประชิดตัวแม่เฒ่าเซี่ยตั้งนานแล้วไม่ว่าเมื่อไร คนแก่ไร้เหตุผลก็คือผู้ที่รับมือด้วยได้ยากที่สุดอาจารย์ใหญ่ซุนตาเบิกโพลงพูดไม่ออกถือว่าได้เข้าใจคำพูดของเซี่ยเสี่ยวหลานอย่างลึกซึ้งแล้วคนตระกูลเซี่ยทั้งหมดล้วนเป็ปฏิปักษ์กับเธอ
เคียดแค้นชิงชังแน่นอน อีกทั้งเป็ความเคียดแค้นชิงชังที่มิอาจหาสิ่งใดเปรียบได้เสียด้วย!
ไม่เช่นนั้นจะฉีกหน้าเซี่ยเสี่ยวหลานอย่างเอาเป็เอาตายไปทำไม?
ในอนาคตคณะอาจารย์และนักเรียนของเซี่ยนอีจงจะมองเซี่ยเสี่ยวหลานเช่นไร หญิงชราคนนี้นี่คือคุณย่าร่วมสายเืจริงหรือเกรงว่าปกติแล้วย่าผู้เป็ภรรยาใหม่ปู่ยังทำเื่แบบนี้ไม่ลงด้วยซ้ำ
“เหล่าจ้าว รีบมาพยุงคนแก่ลุกขึ้นสิ”
อาจารย์ใหญ่ซุนรู้สึกว่านี่เป็ปัญหายิ่งนัก
เซี่ยจื่ออวี้ราวกับขวัญหนีดีฝ่อจับมือหวังเจี้ยนหัวแน่นและไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาอีกเลย
อาจารย์ใหญ่ซุนผิดหวังในตัวเธอโดยสมบูรณ์
ยามเหล่าจ้าวพยุงตัวแม่เฒ่าเซี่ยหลายหน พอเขาเข้าใกล้แม่เฒ่าเซี่ยก็กรีดร้องคร่ำครวญ หาว่าเขาจะทำร้าย! เหล่าจ้าวโมโหจนแทบกระอักเื
เซี่ยจื่ออวี้หลบหลังหวังเจี้ยนหัว พลางพิจารณาสีหน้าของเซี่ยเสี่ยวหลานเซี่ยเสี่ยวหลานเป็คนอารมณ์ร้อน เมื่อถูกแม่เฒ่าเซี่ยยั่วยุต่อหน้าคนหมู่มากไม่พ้นต้องะเิอารมณ์โมโหโกรธเคืองไม่ว่าจะปะทะฝีปากด่าทอหรือยื้อยุดฉุดกระชากกับแม่เฒ่าเซี่ย อย่างไรนั่นก็คือหลักฐานของความ ‘อกตัญญู’ ที่ชัดเจนแจ่มแจ้งทั้งนั้น
หากเลือกอดทนไว้เล่า?
นั่นก็คือการยอมรับข้อปรักปรำของแม่เฒ่าเซี่ยเซี่ยจื่ออวี้ยัง้ากอบกู้ภาพลักษณ์ตนเองในใจอาจารย์ใหญ่ซุนยิ่งเซี่ยเสี่ยวหลานทำตัวไม่น่าพิสมัยวาจาว่าร้ายทุกอย่างที่พูดถึงเธอย่อมไม่จริงตามไปด้วย
เซี่ยเสี่ยวหลานเอ๋ยเซี่ยเสี่ยวหลาน ฉันจะคอยดูว่าสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้เธอจะหลีกเลี่ยงอีกอย่างไร?
หวังเจี้ยนหัวไม่สบายใจยิ่งนัก... เซี่ยเสี่ยวหลานไม่เคยยั่วยวนเขาด้วยซ้ำเขาและเซี่ยจื่ออวี้เลือกเดินเคียงคู่กัน และปล่อยให้เซี่ยเสี่ยวหลานกลายเป็ผู้ที่โดนทรยศต่างหากทว่ามีคนมากมายห้อมล้อมอยู่ หวังเจี้ยนหัวจะพูดออกไปไม่ได้!
คนรอบข้างกำลังซุบซิบนินทาอาจารย์ใหญ่ซุนไม่รู้ว่าทำไมเซี่ยเสี่ยวหลานไม่อธิบาย หรืออาจารย์ใหญ่เช่นเขาจะต้องต่อกรกับหญิงชราจากชนบทด้วยตนเอง? แม่เฒ่าล้มตัวลงกับพื้นไม่ยอมลุกขึ้นก็ทำเขาย่ำแย่มากพอแล้ว
“สหายเซี่ย รีบพยุงแม่คุณลุกขึ้นเถอะ คนแก่ไม่สนเหตุผลคุณก็ไม่สนเหตุผลเหมือนกันหรือ?”
เซี่ยฉางเจิงและจางชุ่ยแสร้งพยุงสองสามหน กระอึกกระอักไม่ส่งเสียง
ในที่สุดเซี่ยเสี่ยวหลานก็แสดงสีหน้ารังเกียจออกมาเพราะเมื่อครู่แม่เฒ่าเซี่ยทำน้ำมูกและน้ำตาเปรอะลงบนขากางเกงของเธอ กางเกงตัวนี้เธอโปรดปรานมากทีเดียวเลอะเทอะแบบนี้ก็ใส่ไม่ได้แล้ว!
เธอกำลังครุ่นคิดว่าจะเริ่มพูดจากตรงไหนต้องแข่งขันทักษะการแสดงกับแม่เฒ่าเซี่ยจริงๆ ใช่ไหมสะอื้นไห้ปาดน้ำตาพลางเล่าพฤติกรรมอันเลวร้ายต่างๆ นานาของตระกูลเซี่ยสักรอบ...เซี่ยเสี่ยวหลานไม่เกรงกลัวต่อความอับอายขายหน้า อย่างไรเสียผู้ที่ขายหน้าคือคนตระกูลเซี่ยเธอแค่กลัวว่าจะทิ้งภาพจำสุดแสนน่าสงสารแก่อาจารย์และนักเรียนอีจงเธอไม่้าเป็ดอกไม้ขาว [1] แม้แต่นิดเดียว และเธอไม่อยากถูกคนมองว่าเป็ผักกาดขาวบนผืนดินแห้งแล้ง [2]!
อาจารย์สาวคนหนึ่งฝ่าฝูงชนออกมา ใบหน้ากลมมนเจือไปด้วยโทสะ
“คุณเหมือนย่าของนักเรียนเซี่ยตรงไหนกัน ราวกับคนพาลผู้แสนร้ายกาจเป็หญิงปากร้ายที่ไร้เหตุผล! พวกคุณด้วยแค่คนแก่คนเดียวก็พยุงไม่ไหวจริงหรือ? จงใจปล่อยให้เธอใช้อายุข่มเหงนักเรียนเซี่ยชัดๆ...นักเรียนเซี่ยไม่แก้ต่างให้ตัวเองก็ช่างเถอะ แต่ฉันทนดูต่อไปไม่ได้แล้ว!”
เชิงอรรถ
[1]小白花 ดอกไม้ขาว หมายถึง ผู้หญิงที่มีลักษณะภายนอกงดงามเหมือนดอกไม้ขาวน้อยๆบอบบาง อ่อนแอ น่าสงสาร ขณะเดียวกันก็มีความหมายว่าหญิงสาวที่ภายนอกอ้อนแอ้นแต่เป็จอมวางแผน จิตใจชั่วร้าย มักใช้ประโยชน์จากความน่าสงสารของตนให้ได้มาซึ่งความเอ็นดูและความเห็นใจ
[2]มีที่มาจากบทเพลงพื้นบ้านโดยเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตความเป็อยู่อันยากลำบาก จึงใช้เปรียบเทียบว่าน่าสงสารไม่มีใครรักหรือสนใจ
