ฉินหวยหยวนมองสีหน้าของฉินฮุ่ยหนิง ไม่จำเป็ต้องคาดเดาอย่างรอบคอบ ก็สามารถเข้าใจความคิดของนางได้แล้ว
สำหรับเมื่อก่อนที่ฉินฮุ่ยหนิงมีสถานะเป็ลูกสาวคนโต เขาไม่ได้รู้สึกอะไรมากมาย แค่คิดเกี่ยวกับการหาคนดีที่เหมาะสมสำหรับนางในอนาคตก็เท่านั้น จนกระทั่งเขาพบว่านางไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของตนเอง เขาและซุนซื่อถึงมีความรู้สึกที่แตกต่างกัน
เขาเสียใจที่บุตรีได้รับความเดือดร้อนมากมายในชนบท ซ้ำร้ายมีหลายครั้งที่เกือบเอาชีวิตไม่รอด และสิ่งที่น่าเศร้ามากกว่านั้นก็คือ เขาคิดว่าตนเองเป็คนเฉลียวฉลาด แต่เขากลับถูกคนอื่นเล่นงานเสียนี่ ไม่รู้ว่าคนที่ทำนั้นกำลังหัวเราะเยาะเขาอยู่เื้ัหรืออย่างไร
ฉินฮุ่ยหนิงคิดว่านางซ่อนอารมณ์ของนางได้ยอดเยี่ยม แม้ว่านางสามารถหลบหนีจากสายตาของทุกคน แต่นางก็ไม่อาจหนีจากดวงตาที่ถูกฝึกฝนมาอย่างยาวนานของฉินหวยหยวนได้
“ฮุ่ยเจี่ยร์” ฉินหวยหยวนเอ่ยช้าๆ
ฉินฮุ่ยหนิงเงยหน้าขึ้นมอง จู่ๆ นางก็สบตากับดวงตาของฉินหวยหยวน จากนั้นนางจึงรีบก้มหน้าลง “ท่านพ่อ”
“มีหลายประโยค ข้าพูด เ้าฟัง เ้าเข้าใจมากถึงเพียงไหน มันขึ้นอยู่กับเ้าแล้ว”
“เ้าค่ะ ขอท่านพ่อได้โปรดสอนข้า” ฉินฮุ่ยหนิงกำมือแน่น
ฉินหวยหยวนวางถ้วยน้ำชาเบาๆ และเอ่ยอย่างอ่อนโยน “เ้าเองก็รู้ว่าเ้ามาจากไหน ข้าถูกหลอกมานานหลายปีหลังจากเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นแล้ว ข้าสามารถส่งเ้ากลับไปที่สถานเลี้ยงเด็กได้ เ้าว่าใช่หรือไม่ใช่?”
ใบหน้าของฉินฮุ่ยหนิงซีดเหมือนกระดาษขาว ความกลัวในหัวใจของนางกระจายไปถึงแขนขาทั้งหมด เป็ผลให้เืที่มือและเท้าของนางคล้ายจับตัวเป็ก้อน
“ท่านพ่อพูดถูกเ้าค่ะ” เสียงของนางแหบแห้งสั่นเทา นาง้าโต้ตอบเพื่อตนเองอยู่หลายประโยค แต่ไม่สามารถพูดคำใดได้สักคำ
ก่อนหน้านี้ นางไม่เคยคิดมากมาก่อนเลย นางแค่รู้สึกว่านางไร้เดียงสา ล่าวไท่จุน ซุนซื่อ ท่านยายและคนอื่นๆ ต่างก็รักนางมาก แต่หลังจากที่ฉินหยีหนิงกลับมา ไม่เพียงแต่พรากทุกสิ่งทุกอย่างที่นางเคยมี แต่ยังดุด่าตบตีนาง และเหยียบย่ำลงบนตัวของนางอีกด้วย
อย่างไรก็ตามนางไม่คิดเลยว่า การที่นางมีชีวิตอยู่ที่นี่สำหรับฉินหวยหยวนแล้ว นางเป็หลักฐานว่าเขาถูกคนอื่นหลอกลวง เป็มลทินในชีวิตของท่านพ่อทั้งชีวิต ท่านพ่อเป็คนที่ฉลาดเฉลียว แต่นางลืมตอซังนี้ได้อย่างไรกัน? ท่านพ่อเป็บุคคลที่มีชื่อเสียง มีอำนาจที่ยิ่งใหญ่ปานนั้น จะทำให้ชีวิตเขาเปื้อนมลทินได้อย่างไรเล่า? อีกอย่างยังให้เก็บนางซึ่งเป็มลทินมาไว้ข้างกายเพื่อเพิ่มความปวดร้าวหรือ?
สาเหตุที่ฉินหวยหยวนกล่าวเช่นนี้ เพราะ้าที่จะส่งนางกลับไป?
แม้แต่ล่าวไท่จุนยังออกอาการประหม่าและเรียกอย่างกระวนกระวาย “เิเกอร์”
ฉินหวยหยวนยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับล่าวไท่จุน พร้อมโบกมือเพื่อส่งสัญญาณว่าไม่ต้องตื่นตระหนกหวาดกลัว
“เ้าเป็เด็กที่ครอบครัวของเราเลี้ยงดูมาสิบสี่ปี ในหัวใจของล่าวไท่จุน ในหัวใจของข้าและในหัวใจของท่านแม่ของเ้า ถึงแม้ว่าเราจะรู้ว่าเราไม่มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเื แต่เรายังถือว่าเ้าเป็สมาชิกในครอบครัวของตระกูลฉินและไม่เคยถือว่าเ้าเป็คนนอก แต่เ้าเองกลับคิดว่าตัวเองเป็คนนอกไปก่อนแล้ว”
ในห้องนั้นมีความเงียบ ไม่มีเสียงใดๆ และทุกคนล้วนมองไปที่ฉินฮุ่ยหนิงด้วยสีหน้าที่แตกต่างกัน
“ถึงแม้ว่าหยีเจี่ยร์จะกลับมาบ้านแล้ว แต่อาหารและเครื่องแต่งกายของเ้า ก็ได้รับการดูแลเท่าๆ กันกับคุณหนูในจวนของเราทั้งหมด และไม่เคยปฏิบัติต่อเ้าบกพร่องไปแม้แต่ครึ่งเดียว เ้าควรคิดอย่างรอบคอบ ว่าเป็เช่นนั้นใช่หรือไม่? ข้าหวังว่าเ้าจะใช้ความคิดของเ้าไปในทางที่ถูกต้อง เื่ราวที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ข้าสามารถถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ในอนาคต มันก็ขึ้นอยู่กับเ้าแล้ว ข้าจะพูดเท่านี้ เ้าไปช่วยดูแลท่านแม่ของเ้าเถิด”
ทั้งตัวของฉินฮุ่ยหนิงเหมือนตกลงไปในน้ำแข็ง มีเพียงใบหน้าเท่านั้นที่ราวกับถูกแผดเผาจนกลายเป็สีแดง
ในตอนแรกนางคิดว่าท่านพ่อของนางวุ่นวายแต่กับเื่การเมือง และไม่อยู่บ้านทั้งวัน แน่นอนว่าเขาย่อมไม่รู้เื่ในบ้านมากมายเท่าใดนัก ดังนั้นไม่ว่านางจะทำอะไร อย่างมากก็แค่เกลี้ยกล่อมล่าวไท่จุนย่อมเพียงพอแล้ว
วันนี้คำพูดของฉินหวยหยวน ทำให้ความคิดของนางเปลี่ยนไปฉับพลัน
ฉินฮุ่ยหนิงไม่กล้าที่จะโต้ตอบอีกต่อไป นางคำนับด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว จากนั้นเดินออกไป
ฉินหวยหยวนมองตามแผ่นหลังของนางแล้วส่ายศีรษะ มือเรียวยาวของเขายกถ้วยน้ำชาขึ้นมาอีกครั้ง
ฮูหยินสองที่อยู่ด้านข้างนั้นก็ยิ่งทำตัวไม่ถูกมากขึ้น
ที่แท้ลุงใหญ่รู้ทุกอย่าง และปกติที่เขาไม่ได้จัดการเื่ภายในครอบครัว เพียงเพราะเขาี้เีเกินกว่าจะดูแลเื่ครอบครัวก็เท่านั้น
คราวนี้ซุนซื่อออกมาจากห้องโถงบรรพบุรุษโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะคุณหนูหกเป็คนบอกข่าว อีกทั้งยังเป็ลมในเรือนสื่อเซี่ยวอีกด้วย ตอนนี้นางยังคงนอนอยู่บนเตียง ถ้าฉินหวยหยวนโยนความผิดไว้บนหัวของบ้านสองเล่า ตำแหน่งของสามีของนางในราชสำนักจะยังมั่นคงอีกหรือไม่
จะต้องรู้ว่า ตำแหน่งของนายท่านสองค่อนข้างปกติธรรมดา งานของเขาก็ไม่ได้สำคัญอะไรมาก เขาทำงานในกรมพิธีกรรมและกินเงินเดือนไปก็เท่านั้น ผู้คนข้างนอกต่างก็กระตือรือร้นที่คิดจะประจบสอพลอไท่ซือขององค์ชายรัชทายาท ก็ยังไม่มีทางทำได้เลย แต่เป็เพราะว่าพวกเขาเป็ครอบครัวเดียวกัน แต่ด้วยความที่ลูกของอนุภรรยาที่ไม่รู้ความไปกระทำความผิดจนทำให้เขาโกรธเคือง
ฮูหยินสองยิ้มและเอ่ยว่า “เมื่อวานนี้คุณหนูหกหุนหันพลันแล่นไปแล้ว และข้าก็ได้ตำหนินางแล้ว ทำให้ท่านป้าใหญ่ของนางเป็ลม เป็เพราะว่าข้าสอนได้ไม่ดีเอง ลุงใหญ่อย่าได้ถือสาเลยนะ”
ฉินหวยหยวนยิ้มตอบ “น้องสะใภ้ไม่จำเป็ต้องตำหนิตัวเอง สาเหตุของเหตุการณ์นี้ก็ยังคงเป็ฮุ่ยเจี่ยร์ จริงๆ แล้วก็ไม่สามารถโทษเ้าได้เช่นกัน”
ฮูหยินสองแอบรู้สึกโล่งใจ
ฉินหวยหยวนเป็คนฉลาดที่รู้ทุกอย่าง รู้ว่ามันเป็เพราะลูกสาวบุญธรรมของบ้านใหญ่ก่อเื่ก็ดีแล้วล่ะ
“คุณหนูสี่มาแล้วเ้าค่ะ”
เสียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งดังมาจากข้างนอก และในไม่ช้าก็เห็นฉินหยีหนิงเดินเข้ามา นางสวมเสื้อผ้าทอสีขาวนวล ส่วนกระโปรงบานนั้นเป็สีฟ้าเข้ม ผมยาวถูกรวบด้วยผ้าสีฟ้าอมเขียวมัดจุกผมสองข้าง ไม่ได้ทาแป้ง ไม่ได้ปักด้วยปิ่นปักผม
แต่เดิมนางสูงเพรียว สดใสมีเสน่ห์ ตอนนี้นางแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีเรียบๆ บวกกับเมื่อคืนนี้นางไม่ได้นอนทั้งคืน ส่งผลให้ใบหน้าซีดเซียว เบ้าตาคล้ำของนางยิ่งทำให้ผู้คนที่เห็นรู้สึกสงสาร
เมื่อเปรียบเทียบกับฉินฮุ่ยหนิงซึ่งเพิ่งแต่งตัวมาอย่างละเอียดพิถีพิถันแล้ว นี่ต่างหากที่เป็ปฏิกิริยาที่ควรจะมีหลังจากสมาชิกในครอบครัวของมารดาเสียชีวิตลง
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะสงสัย เป็เพราะว่าเนื้อแกะไม่สามารถติดแปะบนเนื้อสุนัขได้สินะ ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเืก็จะแย่กว่าหนึ่งระดับ มิหนำซ้ำฉินฮุ่ยหนิงยังไร้ความปรานีอยู่หลายส่วน
ฉินหยีหนิงก้าวเท้าเข้าไปข้างหน้าเพื่อคำนับล่าวไท่จุน ฉินหวยหยวนและคำนับญาติผู้หญิงในบ้านที่อยู่ติดๆ กัน จากนั้นก็เข้าไปยืนอยู่ข้างๆ
ฉินหวยหยวนก็เอ่ยถามขึ้น “ท่านแม่ของเ้าดีขึ้นแล้วหรือ?”
“รายงานท่านพ่อ ร่างกายของท่านแม่ดีแล้วในระดับหนึ่งเ้าค่ะ เพียงแต่ว่าเป็เพราะนางเศร้าเกินไป ทำให้สติของนางไม่ชัดเจนเล็กน้อย เมื่อคืนนางยังละเมอพูดจาเลื่อนเปื้อน ลูกได้ยินก็รู้สึกเศร้าแล้วเ้าค่ะ”
ไม่ว่าใครก็ตาม หากครอบครัวพบเจอกับเื่เช่นนี้ สภาพจิตใจของเขาปกติดีสิถึงจะเป็เื่น่าแปลกใจ
ทุกคนต่างถอนหายใจ
ฉินหวยหยวนกล่าวว่า “เ้าดูแลท่านแม่ของเ้าให้มากๆ แต่ก็ต้องดูแลร่างกายของตนเองด้วย รู้ว่าเ้าเป็เด็กกตัญญู แต่บางสิ่งบางอย่างก็สามารถปล่อยให้บ่าวทั้งหลายไปทำก็ได้ เ้าดูสีหน้าของเ้าที่ไม่ได้นอนสิ เ้ายังเด็ก นี่เป็่เวลาเจริญเติบโตนะ เพราะฉะนั้นต้องระมัดระวังให้มากๆ ล่ะ”
“เ้าค่ะ ขอบพระคุณท่านพ่อที่เป็ห่วง” ฉินหยีหนิงยิ้มด้วยความซาบซึ้ง ดวงตาของนางชุ่มชื้นราวกับสามารถพูดได้
เมื่อถูกนางมองด้วยสายตาของสัตว์ตัวเล็กๆ เช่นนี้ ทำให้ฉินหวยหยวนอดไม่ได้ที่จะปรากฏรอยยิ้มออกมา
“ผู้คนได้เก็บรวบรวมศพสมาชิกผู้ชายของจวนติ้งกั๋วกงด้วยความสมัครใจแล้ว เ้ากลับไปบอกท่านแม่ของเ้าว่า ถึงแม้ว่าฮ่องเต้จะหาคนทำว่าเป็ใคร ก็ไม่สามารถหาคนรับผิดชอบได้ เื่นั้นก็ถือว่าจบเช่นนี้แล้ว”
ฉินหวยหยวนกำลังจะบอกนางว่า การจัดการของนางประสบความสำเร็จแล้ว และฮ่องเต้ไม่สามารถดำเนินการอื่นใดกับเื่นี้ได้ เพื่อรักษาชื่อเสียงของตนเอง ทั้งยังไม่สามารถขุดคนออกจากหลุมศพได้อีก ถ้าทำเช่นนั้นจะไม่ก่อให้เกิดความขุ่นเคืองของประชาชนไปมากกว่านี้อีกหรือ
ฉินหยีหนิงถอนหายใจด้วยความโล่งอกและพยักหน้า “เ้าค่ะ ข้าจะต้องบอกท่านแม่อย่างแน่นอนเ้าค่ะ ถ้าท่านแม่รู้ว่าความเมตตาและความเฉลียวฉลาดของครอบครัวท่านตาไม่ได้สูญเปล่า นางจะต้องมีความสุขอย่างแน่นอนเ้าค่ะ”
“อืม” ฉินหวยหยวนพยักหน้าแล้วหันไปพูดกับล่าวไท่จุน “มีอีกเื่หนึ่ง ที่ข้าขอให้ท่านแม่ช่วยดูแลแทนข้าหน่อยขอรับ”
ล่าวไท่จุนกล่าวขึ้น “มีเื่อะไรหรือ เ้าพูดมาเถิด”
“ฮ่องเต้ได้ออกกฤษฎีกาและได้ยกลูกสาวคนโตของตระกูลฉาวกั๋วจ้างให้เป็อนุภรรยาของข้า เพื่อที่นางจะได้เข้ามาก่อนวันส่งท้ายปีเก่า ตอนนี้ซุนซื่อป่วยอยู่และหญิงสาวของครอบครัวฉาวกั๋วจ้างก็มีสถานะที่พิเศษด้วย หวังว่าท่านแม่จะจัดเตรียมความพร้อมตามความเหมาะสม อย่าทำให้หวงช่างต้องผิดหวังก็เพียงพอแล้วขอรับ”
ทันทีที่คำพูดนั้นดังออกมา ห้องทั้งห้องก็เงียบกริบทันควัน
ลูกสาวคนโตของครอบครัวฉาวกั๋วจ้าง ไม่ใช่ว่าเป็พี่สาวแท้ๆ ของฉาวหวงโฮ่วหรอกหรือ?!
ฉาวหยีเหนียงซึ่งกำลังจะเข้ามาอยู่ที่บ้านนี้ ปัจจุบันมีอายุสามสิบปีแล้ว เนื่องจากรูปร่างหน้าตาของนางเป็ที่หนึ่ง ตอนแรกนางเลือกสามีเลือกอยู่นานพอสมควร จนกระทั่งนางอายุได้ยี่สิบปีถึงได้แต่งงานออกเรือนไป ใครจะรู้ว่าไม่ถึงสามปีนางก็เป็ม่ายเสียแล้ว และเป็แม่ม่ายมาจนถึงทุกวันนี้ หลายคนต่างก็บอกว่า นางควรแต่งงานใหม่อีกครั้ง
โดยไม่คาดคิดจริงๆ ว่าฮ่องเต้จะยกนางให้กับฉินหวยหยวนและแต่งตั้งนางให้เป็อนุภรรยา
แม้ว่าทุกคนจะไม่เข้าใจความคดเคี้ยวไปมาของราชสำนัก แต่ฉาวไท่ซือถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง ฉินหวยหยวนได้กลายเป็ไท่ซือในทันที ทั้งสองครอบครัวซึ่งควรเป็ศัตรูกันกลับได้ผูกมัดกันแล้ว
ฮ่องเต้ยกลูกสาวของฉาวกั๋วจ้างให้มาอยู่ในจวนฉิน เขากำลังคิดอะไรอยู่นะ?
ยิ่งไปกว่านั้น ท่านนี้ยังเป็พี่สาวของปีศาจหวงโฮ่วอีกด้วย!
หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีรูปลักษณ์สวยงาม แต่ว่าสันดานจะเป็อย่างไร ใครสามารถรับประกันได้บ้าง?
อนุภรรยาคนนี้เข้ามาอยู่ในบ้านแล้วเกิดเย่อหยิ่งเอาแต่ใจตนเองขึ้นมาเล่า เื้ัของนางมีทั้งฉาวกั๋วจ้างและปีศาจหวงโฮ่วคอยหนุนหลังอยู่ พวกเขายังสามารถใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในบ้านอีกหรือไม่
ใจทุกคนรู้สึกตุ้มๆ ต่อมๆ อยู่หลายส่วน
ล่าวไท่จุนคิดอยู่พักหนึ่ง แต่แล้วก็ปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้าของนางขึ้นมา “ดี! ดี! แม้ว่าตอนนี้เ้าจะเป็ไท่ซือแล้ว แต่ฉาวกั๋วจ้างมีอำนาจในราชสำนักมาหลายปี มีลูกศิษย์และมิตรสหายเก่าก็หลายคน รากเหง้าของเขามีความลึกมากกว่าเ้าอีกนะ ฮ่องเต้ยกลูกสาวของเขาให้เป็อนุของเ้า นั่นก็เพราะว่ากำลังช่วยเหลือเ้า ครอบครัวของเราและครอบครัวฉาวแต่งงานกันแล้ว มีความเข้าใจผิดหลายประการก็ได้รับการแก้ไขไปหมดแล้วสิ? ในอนาคตมีครอบครัวฉาวเป็พ่อตา เ้าและฮ่องเต้ก็จะกลายเป็ญาติกันแล้ว เป็เื่ที่ดีมาก ดีมากจริงๆ!”
ล่าวไท่จุนยิ่งพูด ก็ยิ่งรู้สึกร่าเริงมากขึ้น นางพูดด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า “เ้าสามารถมั่นใจได้ เื่นี้ยกให้ข้าเป็คนจัดการเถิด แน่นอนว่าจะต้องจัดงานให้อย่างสมเกียรติ ไม่ทำให้ฉาวซื่อต้องน้อยใจ”
ฉินหวยหยวนพยักหน้า
ฮูหยินสองและฮูหยินสามต่างแสดงความยินดีกับฉินหวยหยวนที่ได้อนุภรรยาที่สวยงามมาหนึ่งคน
ฉินหวยหยวนเห็นว่าไม่มีเื่สำคัญแล้ว ดังนั้นเขาจึงลุกขึ้นและพูดว่า “ลูกชายขอตัวก่อนนะขอรับ จะไปดูซุนซื่อและหลังจากนั้นจะออกไปข้างนอกขอรับ”
ล่าวไท่จุนเป็ห่วงพลางเอ่ยขึ้น “เ้านอนเสียก่อนเถิด แล้วค่อยว่ากันใหม่ เื่ทุกเื่จะทำอย่างรวดเร็วไปเสียทั้งหมด ก็อย่าทำให้เสียสุขภาพล่ะ”
ล่าวไท่จุนเดินตามฉินหวยหยวน พร้อมให้คำแนะนำ นางเดินตามมาส่งถึงที่ใต้ระเบียง จากนั้นนางก็เข้าไปดึงฮูหยินสองกับฮูหยินสามเข้ามาอย่างตื่นเต้น และเริ่มพูดคุยถึงเื่ต้อนรับอนุภรรยา
คุณหนูทั้งหลายต่างก็ถูกเชิญออกมาแล้ว
ฉินหยีหนิงสวมเสื้อคลุมตัวนอกซึ่งตัดเย็บด้วยผ้าฝ้ายสีน้ำเงิน เมื่อเดินมาถึงลานบ้าน คุณหนูสาม คุณหนูเจ็ดและคุณหนูแปดต่างก็เข้ามาปลอบนาง ก่อนจะแยกย้ายกลับไป
ฉินหยีหนิงยืนอยู่ใต้ระเบียงและยิ้มอย่างไม่มีทางเลือก
นางมาถึงจุดที่นาง้าความเห็นอกเห็นใจจากผู้อื่นอีกครั้งหรือ?
ดูเหมือนว่าในบ้านนี้ไม่มีคนโง่อยู่ด้วยเลยจริงๆ ทุกคนสามารถมองออก แม้ฉาวซื่อยังไม่ได้เข้ามาในบ้าน แต่สถานะของนางที่มีอยู่ในใจของล่าวไท่จุนกลับสูงส่งมากแล้ว
เมื่อก่อนนี้ล่าวไท่จุนทำเพื่ออาชีพการงานของลูกชาย ถึงได้ประจบสอพลอครอบครัวติ้งกั๋วกงอย่างไร หลายวันหลังจากนี้ นางจะประจบสอพลอครอบครัวตระกูลฉาวอย่างนั้นเช่นกัน
จากอดีตจนถึงปัจจุบัน เห็นคนใหม่แล้วหัวเราะมีความสุข แต่ไม่ได้ใส่ใจคนเก่าที่ร้องไห้เลย อนุภรรยาที่มีตระกูลสูงส่งเช่นนี้เข้ามาในบ้าน ท่านแม่ที่เย่อหยิ่งและซื่อตรงของนางจะอยู่ได้อย่างไร?
คนคนหนึ่งถ้าหากถูกคนอื่นกดจนล้มลงก็ยังพอได้ แต่ว่าซุนซื่อคุ้นเคยกับการอยู่สูงเหนือกว่าคนอื่นมาตลอด ความแตกต่างขนาดนี้ นางกลัวที่จะถูกเร่งเร้ามากขึ้น
ดูเหมือนว่า ท่านพ่อไปหาท่านแม่ด้วยตัวเอง คง้าอธิบายและปลอบใจนางด้วยตนเองกระมัง
ฉินหยีหนิงถอนหายใจและออกจากเรือนสื่อเซี่ยวอย่างรวดเร็ว
นางได้รับข่าวจากแม่เฒ่าจิ่งั้แ่เช้าตรู่ วันนี้สมาชิกผู้หญิงของครอบครัวติ้งกั๋วกงได้ถูกย้ายไปพำนักยังสถานที่ซึ่งถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ในตอนนั้นนางจึงรีบไปดูสถานการณ์
ฉินหยีหนิงสั่งคนให้เตรียมรถและนำซงหลาน ปิงถางและชิวหลู่ บ่าวสามคนออกมาด้วย จากนั้นนั่งรถม้ารีบไปยังตึกที่นางได้รับคำสั่งให้คนเตรียมไว้แล้วก่อนหน้านี้
