อวิ๋นซูและชุนเซียงสบตากันอย่างใ ส่วนหลิ่วอวิ๋นฮว๋ากลับไม่ได้แสดงท่าทางอะไรมากมาย บ่าวสุนัขที่กินบนเรือนขี้บนหลังคาเช่นนั้น ไม่สมควรจะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้
ในคืนนี้ นับว่าจวนชางหรงโหวเกิดเื่ขึ้นจนอยู่ไม่เป็สุข ไม่มีใครทราบว่าเหตุใดโจรผู้นั้นจึงได้ค้นพบเส้นทางลับที่ไม่มีผู้ใดรู้และบุกเข้ามาในเรือนไผ่ได้ ฮูหยินผู้เฒ่าโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ เปลี่ยนองครักษ์เฝ้าประตูทั้งหมด แล้วยังสั่งให้คนมอบรางวัลชดเชยให้แก่ชุนเซียง
“คุณหนูเ้าคะ ครั้งนี้หากไม่ใช่เพราะคุณชายรองอู๋ เกรงว่าแผนการของคุณหนูรองจะสำเร็จแล้ว!” ชุนเซียงคิดแล้วก็รู้สึกหวาดกลัว
“คิดไม่ถึงเลยว่าหลี่ซานและหลี่อี้จะถูกเปิดโปง” อวิ๋นซูรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง นางทราบดีว่าหากมีเงินก็สามารถจ้างผีให้โม่แป้งได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่การมีชีวิตเป็เดิมพัน แต่สิ่งที่ทำให้นางรู้สึกสนใจก็คือ หลิ่วอวิ๋นฮว๋าดูเหมือนว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ความคิดความอ่านของนางดูจะรอบคอบยิ่งกว่าเมื่อก่อน
หลี่ซานในตอนนี้ถูกคนพบว่าตายที่เรือนข้าง เพียงแต่หลิ่วอวิ๋นฮว๋าก็คาดเดาได้ว่าชุนเซียงจะต้องออกหน้าพิสูจน์ความจริงว่ามีคนตั้งใจพานางออกมาจากเรือนไผ่อย่างแน่นอน และคนคนนี้ก็คือหลี่ซาน เมื่อหลี่ซานตาย ก็จะไม่มีข้อพิสูจน์ คนอื่นก็จะพูดกันว่าชุนเซียงมีแผนการอื่นอยู่ในใจ
“โชคดีที่ความคิดของนางยังคงไม่รอบคอบมากพอ” มิฉะนั้นจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าอาภรณ์ที่ตนเองสวมใส่ในตอนนั้นเป็ของชุนเซียง บางทีอาจเป็เพราะความมืด ในตอนที่อู๋ฉางจวินเจอกับโจรชั่วแล้วปราบเขาจนอยู่หมัด หลิ่วอวิ๋นฮว๋าก็พาฮูหยินผู้เฒ่ามาถึงด้านนอกเรือนไผ่แล้ว ขาดอีกเพียงก้าวเดียว ทำให้อวิ๋นซูไปหยิบเสื้อผ้าของตนเองในตู้ไม่ทัน ชุนเซียงจึงได้รีบถอดเสื้อนอกของตนออกมาและะโเข้าไปในอ่างอาบน้ำ ในตอนที่พวกฮูหยินผู้เฒ่ามาถึงอีกด้านหนึ่ง อวิ๋นซูก็หาโอกาสออกจากห้องไปหาเซี่ยเหอและอวี้เอ๋อร์
“คุณหนูรองเกิดบ้าอะไรขึ้นมาเ้าคะ?” เห็นได้ชัดว่าสงบเสงี่ยมอยู่หลายวัน ตอนนี้เริ่มที่จะวุ่นวายขึ้นมาอีกแล้ว
อวิ๋นซูกลับเข้าใจดี บางทีอาจเป็เพราะการตายของหลิ่วอวิ๋นฮั่นที่ไปกระตุ้นหลิ่วอวิ๋นฮว๋า ทำให้นางคิดจะแก้แค้นตนเอง ผู้คนมักจะเติบโตในสถานการณ์ที่ยากลำบาก หลิ่วอวิ๋นฮว๋าจะต้องเรียนรู้ไปไม่น้อยเลยทีเดียว
“คุณหนูเ้าคะ ดูท่าทางพวกเราจะต้องระมัดระวังยิ่งขึ้นแล้วเ้าค่ะ”
ไม่จำเป็ต้องให้ชุนเซียงกล่าวเตือน อวิ๋นซูย่อมทราบดี อย่างไรก็ตามนางเองก็เข้าใจแล้วว่า นางไม่ควรจะปล่อยให้คนที่้าเอาชีวิตของตนให้มีชีวิตอยู่ต่อไปอีก
ภายในจวนของเหลยซื่อ
“เจ็บใจนัก อีกนิดเดียวเท่านั้น! เหตุใดพี่ใหญ่ต้องให้คุณชายรองอู๋ผู้นั้นมากินเหล้าในจวนด้วย! ทำลายเื่ดีๆ ของข้าไปหมด!” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าตบลงบนโต๊ะอย่างไม่พอใจ เหลยซื่อที่นั่งอยู่ตรงข้ามนางเงยหน้าขึ้นโดยพลัน “เก็บกวาดนังสารเลวนั่นแล้วหรือ?”
“...ท่านแม่เ้าคะ น่าเสียดายที่มันโชคดี รอดไปได้อีกแล้ว”
“ไม่ จะต้องเก็บกวาดมัน! เพื่อแก้แค้นให้ฮั่นเอ๋อร์! หากไม่ใช่เพราะนาง ฮั่นเอ๋อร์ก็คงไม่ถูกฮูหยินผู้เฒ่าส่งไปที่ค่ายทหาร แล้วก็จะไม่ติดโรคระบาด ล้วนเป็เพราะนาง! ล้วนเป็เพราะนาง!”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋ามองเหลยซื่อที่มีอารมณ์โกรธแค้นอยู่ตลอดเวลา ั้แ่เมื่อวานเป็ต้นมา นางก็พูดประโยคนี้ก็ไม่หยุด
“ท่านแม่เ้าคะ ท่านเหน็ดเหนื่อยเกินไปแล้ว ไปนอนสักครู่เถิด”
“ไม่ ข้าหลับไม่ได้ ข้าจะต้องเก็บกวาดนังสารเลวนั่น ต้องแก้แค้นให้ฮั่นเอ๋อร์ หากไม่ใช่เพราะนาง ฮั่นเอ๋อร์ก็จะไม่ถูกฮูหยินผู้เฒ่าส่งไปที่ค่ายทหาร แล้วก็จะไม่ติดโรคระบาด ล้วนเป็เพราะนาง! ล้วนเป็เพราะนาง!”
ร่างกายของเหลยซื่อเริ่มสั่นอย่างรุนแรง หลิ่วอวิ๋นฮว๋าจึงได้รู้สึกว่านี่ไม่ถูกต้อง “ท่านแม่เ้าคะ ท่านเป็อะไร? เด็กๆ! พวกเ้ารีบเข้ามาเร็ว!”
ไม่นาน ข้ารับใช้ภายในจวนก็เรียกท่านหมอมา อารมณ์ของเหลยซื่อเพิ่งจะสงบไปครู่หนึ่ง เมื่อได้ยินว่าจะจับชีพจร นางมองไปทางท่านหมอผู้นั้นอย่างโเี้ “เ้าเป็คนที่นังสารเลวอวิ๋นซูส่งมาทำร้ายข้าใช่หรือไม่? อย่าได้คิดเชียว! ข้าจะต้องเก็บกวาดนังสารเลวนั่น ต้องแก้แค้นให้ฮั่นเอ๋อร์ หากไม่ใช่เพราะนาง ฮั่นเอ๋อร์ก็จะไม่ถูกฮูหยินผู้เฒ่าส่งไปที่ค่ายทหาร แล้วก็จะไม่ติดโรคระบาด ล้วนเป็เพราะนาง! ล้วนเป็เพราะนาง!”
เมื่อเห็นนางมีท่าทางเคร่งเครียดและพูดจาวกไปวนมาหลายครั้ง ท่านหมอก็ขมวดคิ้วและถอนใจ “นี่...ดูท่าแล้วฮูหยิน เหมือนจะมีอาการเสียสติขอรับ ระยะนี้ได้รับความกระทบกระเทือนอะไรหรือไม่ขอรับ?”
เสียสติ? “เ้าจะบอกว่าท่านแม่ของข้าบ้าเช่นนั้นหรือ?”
ท่าทางโมโหดุร้ายของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าทำให้ท่านหมอใจนถอยหลังไปหลายก้าว เขาก็เพียงแค่พูดความจริงเท่านั้น นี่ควรจะทำอย่างไรดี?
“เ้าหมอไร้ฝีมือ! ไสหัวออกไปเสีย! ท่านแม่ของข้าไม่มีทางบ้าเป็อันขาด!”
เมื่อเห็นสตรีที่ะโอย่างบ้าคลั่ง ท่านหมอก็รีบหยิบล่วมยาของตนแล้วออกมาจากที่นั่นราวกับหนีผีก็มิปาน คุณหนูท่านนี้ดูแล้วก็เหมือนจะบ้าเช่นเดียวกัน
“ท่านแม่ ท่านพูดอะไรบ้างสิเ้าคะ” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเขย่าเหลยซื่ออย่างหวาดกลัว สายตาของสตรีตรงหน้าเหม่อลอยไม่มีจุดรวมสายตา ในปากก็พูดพึมพำกับตนเองไม่หยุด “ข้าจะต้องเก็บกวาดล้างสารเลวนั่น หากไม่ใช่เพราะนาง...”
“...ท่านแม่!”
ภายในเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า
“อะไรนะ? วันนี้คุณหนูรองเชิญท่านหมอมาตรวจให้ฮูหยิน?” ฮูหยินผู้เฒ่านับลูกประคำในมือ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
ไม่กี่วันก่อนหน้านี้มิใช่ว่ายังดีๆ อยู่หรือ วันนี้ก็ป่วยแล้วหรือ?
“บ่าว...ไม่กล้าพูดมั่วๆ”
ตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่าจึงได้ลืมตาขึ้น หรือว่าจะป่วยสาหัส “ท่านหมอผู้นั้นกล่าวว่าอย่างไร?”
“ท่านหมอกล่าวว่า ดูเหมือนฮูหยินจะมีอาการเสียสติ แต่คุณหนูรองไม่ให้เขาตรวจ ไล่เขาออกไปแล้วเ้าค่ะ”
เสียสติ? ฮูหยินผู้เฒ่าขมวดคิ้วเป็ปม
“บ่าวคิดว่า บางทีเป็เพราะเื่ของคุณชายสาม ฮูหยินถึงได้เสียสติไปเ้าค่ะ” แน่นอนว่าความจริงแล้วนิสัยพาลพาโลของคุณชายสามล้วนเป็เหลยซื่อที่บ่มเพาะออกมา เขาไม่เหมือนกับคุณชายใหญ่หลิ่วอวิ๋นเฟิงที่ถูกส่งไปขัดเกลาในค่ายทหารั้แ่ยังเด็ก เหลยซื่อเลี้ยงดูหลิ่วอวิ๋นฮั่นอย่างตามใจจนเขาเริ่มทำความผิดไปทั่ว ฮูหยินผู้เฒ่าทนไม่ไหวจึงได้ให้ท่านโหวส่งเขาไปที่ค่ายทหาร ด้วยเหตุนี้เขาจึงมีนิสัยแตกต่างกับหลิ่วอวิ๋นเฟิงโดยสิ้นเชิง
เห็นได้ว่าเหลยซื่อรักลูกคนที่สามมากเพียงใด วันนี้อยู่ดีๆ ก็ได้รู้ถึงข่าวการตายของลูกชาย เหลือทิ้งไว้เพียงโครงกระดูก รวมกับเื่ราวที่เกิดขึ้นในระยะนี้ นางจะเสียสติก็มีเหตุผล
ในใจของฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้มีความสงสารเลยแม้แต่ครึ่งส่วน หากว่าเหลยซื่อมีจิตใจกว้างขวางกว่านี้สักนิด รู้จักที่จะให้อภัยคนอื่น ก็คงไม่ทำให้ตนเองถูกบีบบังคับจนตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
“เช่นนั้น ฮูหยินผู้เฒ่าจะ...”
“อืม เรียกท่านหมอมาอีกครั้ง บอกว่าข้าเป็คนเรียก ไม่อนุญาตให้อวิ๋นฮว๋าเสียมารยาท” ไม่ว่าจะเป็อย่างไร ในเมื่อเหลยซื่อกลับมาแล้ว จะป่วยหรือไม่นางก็ยังต้องให้ท่านหมอตรวจดู จะได้กินยารักษาได้ทันเวลา
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าประคองเหลยซื่อให้นางออกไปสูดอากาศในสวนดอกไม้ ในใจก็คิดว่าบางทีอาจเป็เพราะหลายวันมานี้ท่านแม่เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง จึงทำให้จิตใจเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา
“ท่านแม่เ้าคะ ดูเถิด ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว สวนดอกไม้ในจวนของพวกเราก็ยังสวยถึงเพียงนี้”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าชี้มือไปด้านหน้า สายตาของเหลยซื่อยังคงมึนงง มองไม่เห็นถึงท่าทางใดๆ มือของนางกอดเสื้อผ้าชุดนั้นไว้แน่น หลิ่วอวิ๋นฮว๋าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “ท่านแม่เ้าคะ เสื้อผ้าชุดนั้นเอาให้ข้าเถิด”
“ไม่ ไม่ได้! นี่เป็เสื้อผ้าของฮั่นเอ๋อร์ ข้าจะให้เขาด้วยมือของข้าเอง!”
ในใจของหลิ่วอวิ๋นฮว๋ารู้สึกไม่ดี เมื่อเทียบกับพี่ใหญ่แล้ว น้องสามคนนี้มี่เวลาที่สนิทสนมกับนางมากกว่า ด้วยนิสัยของน้องสาม ทุกคนในจวนต่างก็หวาดกลัว แต่เขาจะฟังคำพูดของนาง หากว่ามีคนกล้ามาทำให้นางโกรธ เขาก็จะออกหน้าให้เสมอ คิดไม่ถึงว่าจะต้องแยกจากกันอย่างกะทันหันเช่นนี้
ดวงชะตาอันโชคร้ายของหลิ่วอวิ๋นซูช่างร้ายกาจ หากว่ารู้เร็วกว่านี้ นางไม่ควรให้ท่านพ่อรับกลับมาจากหมู่บ้านชนบทเลย! เื่การตายของน้องสามแม้ไม่พูด แต่ตอนนี้กระทั่งท่านแม่ก็...
ส่วนท่านย่าและท่านพ่อก็ปกป้องถึงเพียงนั้น ท่านพ่อไม่ได้มาดูพวกนางนานมากแล้ว ทุกวันล้วนอยู่ข้างกายของอนุห้า ดูแลแต่นางและลูกรักของนาง!
ความรักความห่วงใยเช่นนี้ เดิมทีควรจะเป็ของนางและท่านแม่!
“คุณหนูเ้าคะ ท่านดู ดอกเก๊กฮวยบานแล้วเ้าค่ะ!” น้ำเสียงเบิกบานมีความสุขของอวี้เอ๋อร์ดังขึ้น สายตาของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าพลันเย็นะเื บริเวณไม่ไกล อวิ๋นซูที่มีรอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่บนใบหน้า เดินมาท่ามกลางกลุ่มคน
ภาพนี้ตกอยู่ในสายตาของหลิ่วอวิ๋นฮว๋า ทำให้นางคิดถึงตนเองก่อนหน้านี้ นางต่างหากที่เป็บุตรีภรรยาเอกที่เป็ศูนย์รวมสายตาของทุกคนในจวนโหวแห่งนี้ เหล่าบุตรีอนุภรรยาเหล่านี้เมื่อเห็นนางก็จะต้องหลบไปอยู่ข้างๆ เมื่อใดกันที่ถึงทีของพวกนางมาชื่นชมทัศนียภาพ
ท่าทางของท่านพ่อทำให้หลิ่วอวิ๋นฮว๋ายิ่งรู้สึกหนักอึ้ง หรือว่าการอบรมสั่งสอนหลายปีที่เขาและท่านแม่มีต่อตนเอง จะมายอมแพ้ง่ายๆ เช่นนี้? นังลูกอนุคนนั้นมีอะไรดีกันแน่?
“นังสารเลว!”
ทันใดนั้น เหลยซื่อที่อยู่ข้างกายะโขึ้นอย่างโกรธแค้น ทำให้หลิ่วอวิ๋นฮว๋าใจนดึงความสนใจของนางกลับมา
ภายในมือว่างเปล่า เหลยซื่อดิ้นออกจากมือของนางและพุ่งไปยังทิศทางของอวิ๋นซู
“นังสารเลว ข้าจะแก้แค้นให้ฮั่นเอ๋อร์! แกมันตัวโชคร้าย! หากไม่ใช่เพราะแก ฮั่นเอ๋อร์ก็จะไม่ตาย! คืนชีวิตบุตรชายข้ามา...”
“อา! คุณหนู!” อวี้เอ๋อร์รีบมาขวางไว้เบื้องหน้าอวิ๋นซู พริบตานั้น ข้ารับใช้หลั่งไหลมาจากทุกทิศทาง รีบเข้ามาปกป้องอวิ๋นซูไว้ข้างหลัง ข้ารับใช้สามคนเข้ามาบังเหลยซื่อไม่ให้เข้าไปใกล้
“ฮูหยินขอรับ! ฮูหยินท่านโปรดใจเย็นด้วยขอรับ!”
“นังสารเลว! ข้าจะฆ่าเ้า! ข้าจะฆ่าเ้า นังตัวโชคร้าย! ตัวโชคร้าย!” น้ำเสียงแหบแห้งน่ากลัวนี้ ผู้ใดล้วนคิดไม่ถึงว่าจะออกมาจากปากของเหลยซื่อ สตรีผู้นั้นไหนเลยจะยังมีท่าทางสงบนิ่งเฉกเช่นยามปกติ ในตอนนี้นางไม่ต่างกับสตรีบ้าผู้หนึ่ง
“ท่านแม่! โอหัง พวกเ้ากล้าเสียมารยาทกับท่านแม่ของข้าหรือ!” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเห็นข้ารับใช้เ่าั้ที่ปกป้องอวิ๋นซู ในใจก็โกรธจนทนไม่ไหว ใครกันแน่ที่เป็เ้านายฝ่ายหญิงของเรือนหลังแห่งนี้ คนเหล่านี้เลอะเลือนไปแล้วหรือ?
“ปล่อยแม่ของข้าเดี๋ยวนี้ พวกชั้นต่ำ!”
อย่างไรก็ตาม มือของเหลยซื่อวาดไปมาบนอากาศอย่างบ้าคลั่ง กระทั่งชุดของหลิ่วอวิ๋นฮั่นก็ตกลงพื้นจนถูกคนเหยียบ
เล็บของนางข่วนใบหน้าและแขนของข้ารับใช้จนเป็แผลไปไม่น้อย ทุกคนล้วนถูกแรงอันแปลกประหลาดที่แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยมีของเหลยซื่อทำเอาใ “เร็ว รีบไปรายงานฮูหยินผู้เฒ่า!”
เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าตามมาถึง สถานการณ์ตรงหน้าก็ได้ทำให้ทุกคนใ
อวิ๋นซูถูกทุกคนปกป้องไว้อยู่ด้านหลัง ส่วนเหลยซื่อถึงกับถือไม้ท่อนหนึ่งเอาไว้ ไม่ยอมให้บ่าวไพร่พาตัวนางไป ปากก็ก่นด่าอวิ๋นซูไม่หยุด อีกทั้งยังบอกว่าจะฆ่านังตัวโชคร้ายนี่อีกด้วย
“เหลวไหล! เหลวไหลที่สุด! นี่นางบ้าไปแล้วหรือ?” มืออันสั่นเทาของฮูหยินผู้เฒ่าชี้ไปยังเหลยซื่อที่ในตอนนี้มีท่าทางราวกับปีศาจ หลิ่วอวิ๋นฮว๋าที่อยู่ข้างๆ ก็ไม่อาจควบคุมสถานการณ์เช่นนี้ได้
“ท่านย่าเ้าคะ ท่านแม่ก็แค่ถูกกระตุ้น ไม่ได้บ้า ไม่ได้บ้าเ้าค่ะ!” นางกังวลว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะคิดว่าเหลยซื่อบ้าไปแล้ว แล้วจะตัดสินใจอะไรออกมา
“ไม่ได้บ้า? เ้าเองลืมตามองดูให้ดีๆ เถิด! นางเป็มารดาของเ้าหรือไม่?” ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ หลิ่วอวิ๋นฮว๋าหันไปด้วยอาการแข็งค้าง มองเหลยซื่อที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงแกว่งไม้ในมือไปมา นั่นเป็มารดาของนางหรือไม่?
