“คุณหนู? คุณหนูเ้าคะ?” ชุุนเซียงมองใบหน้าเคร่งขรึมของนาง ในใจพลันรู้สึกเคร่งเครียดขึ้นมา
ชางหรงโหวปรายตามองใบหน้าของอวิ๋นซู พลันขมวดคิ้วอย่างหาได้ยาก ส่งสายตาบอกใบ้ให้ชุนเซียงไม่ต้องไปรบกวนนาง ระยะนี้นางลำบากมากเกินไป
ชุนเซียงเห็นดังนั้นจึงทำเพียงนั่งอย่างเงียบๆ อยู่ข้างหนึ่ง เพียงแต่สายตาอันเป็กังวลของนางไม่ได้ละไปจากร่างกายของอวิ๋นซูเลย
รถม้าค่อยๆ มุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวง ถนนหนทางยังคงขรุขระและเต็มไปด้วยดินโคลน ทว่าตอนนี้ในใจของทุกคนกลับไม่เหมือนเดิม ไม่มีความเคร่งขรึมร้อนรน ทั้งยังไม่มีความกังวลอกสั่นขวัญแขวน มีเพียงความยินดีที่ภารกิจประสบความสำเร็จตลอดจนความยินดีที่รอดชีวิตมาได้
ภายในรถมาของท่านอัครมหาเสนาบดี จี้จิ่นยกม่านขึ้นมองไปยังรถม้าของชางหรงโหวบ่อยครั้ง อารมณ์ของเขาซับซ้อนเป็อย่างมาก เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดตนเองจึงมีการกระทำเช่นนี้ แต่ตนเองกลับทำเช่นนี้ซ้ำๆ โดยไม่รู้ตัว
เขาเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อคุณหนูหกไปอย่างมาก สตรีที่ไม่ยินดียินร้ายในเกียรติยศเช่นนั้น ดูเหมือนจะไม่สนใจอะไร แต่กลับมีสติปัญญาเฉียบแหลมจนทำให้ผู้คนยากที่จะคาดการณ์ได้
ตัวโชคร้ายหรือ? จี้จิ่นรู้สึกว่าคำพูดนี้ช่างไร้สาระสิ้นดี! ดวงตาอันเปล่งประกายของเขาปิดลงอย่างกังวลใจ คิดวนเวียนอยู่ในใจอย่างร้อนรน จะมีโอกาสได้พบหน้านางอีกครั้งหรือไม่
ภายในจวนชางหรงโหว เหลยซื่อและหลิ่วอวิ๋นฮว๋าได้กลับมาที่จวนในบ่ายวันหนึ่งขณะที่พวกเขาไม่อยู่ในเมืองหลวง
ท่าทางของฮูหยินผู้เฒ่าที่มีต่อพวกนางเ็ายิ่ง ราวกับว่าไม่มีคนทั้งสองอยู่ในจวน ไม่สนใจการประจบประแจงอย่างสุดความสามารถของเหลยซื่อและหลิ่วอวิ๋นฮว๋าเลยแม้แต่น้อย ทำให้จวนโหวอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ ไม่ว่าจะเื่เล็กเื่ใหญ่ภายในบ้าน ก็ไม่อนุญาตให้เหลยซื่อยื่นมือเข้ามาสอบถาม
แม้ในใจของเหลยซื่อจะโกรธ แต่ก็อับจนหนทางที่ความกดดันในอำนาจฮูหยินผู้เฒ่านั้นมากมายยิ่งนัก ทำได้เพียงอาศัยอยู่ในห้องของตนเองอย่างสงบเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ในตอนที่ข่าวที่ว่าอวิ๋นซูได้รับพระราชทานแต่งตั้งให้เป็เสี้ยนจู่ได้ยินมาถึงหูของพวกนาง ทั้งสองก็มิอาจควบคุมอารมณ์ของตนได้อีกต่อไป
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าที่อยู่ภายในห้อง ดูเหมือนว่าจะทำลายสิ่งของภายในห้องจนเละเทะไปหมด เสียงของตกแตกที่ทำให้ผู้คนต้องใดังขึ้นมาไม่ขาดสาย
“คุณหนูรองเ้าคะ โปรดระงับความโกรธด้วย! อย่าทำร้ายตัวเองเป็อันขาดเ้าค่ะ!” สาวใช้ข้างกายของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าทั้งใทั้งหวาดกลัว ทั้งยังกังวลว่าโทสะเช่นนี้ของนางจะย้ายลงมาบนร่างของตนเอง
หลิ่วอวิ๋นฮว๋ากำลังโกรธจนขึ้นสมอง เมื่อทำลายของตกแต่งทั้งหมดภายในห้องเสร็จแล้ว ก็ยกมือขึ้นตบลงไปบนสาวใช้คนนั้น “อาศัยอะไร? อาศัยอะไรนังสารเลวนั่นถึงได้ถูกฝ่าาแต่งตั้งให้เป็เสี้ยนจู่? ขนาดโรคระบาดยังไม่สนใจนาง...”
สาวใช้ถูกตีจนตาพร่าสมองมึนงง ใบหน้าบวมแดงในชั่วพริบตา นางกุมแก้มที่เห่อร้อนพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ “คุณหนูเ้าคะ ท่านอย่าได้โกรธไปเลย ถ้าโกรธจนทำร้ายร่างกายมิใช่จะทำให้ผู้อื่นดีใจหรอกหรือเ้าคะ?”
“ข้าถึงจะเป็บุตรีภรรยาเอกแห่งจวนชางหรงโหว! นางก็แค่คนชั้นต่ำที่เติบโตในชนบท หากไม่ใช่เพราะข้าก็ไม่มีโอกาสเข้ามาในจวนโหวได้ อาศัยอะไรนางจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็เสี้ยนจู่?” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าโกรธจนไม่ฟังเหตุผล ทันใดนั้นนางผลักสาวใช้ที่ด้านหน้าจนล้มไปที่พื้น ลงมือทุบตีอย่างโเี้ราวกับเห็นนางเป็อวิ๋นซู “นังชั้นต่ำ! เหตุใดเ้าจึงได้โชคดีถึงเพียงนี้? กระทั่งโรคระบาดก็ทำให้เ้าตายไม่ได้! หือ? ไปตายให้คุณหนูอย่างข้าเสีย! ไปตายเสีย...”
บ่าวไพร่ที่อยู่ภายนอกเรือนได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวนี้ จึงพากันหลบหลีกให้ไกลด้วยกลัวว่าความโกรธนี้จะระบายลงบนร่างของตน หากจะโทษ ก็ต้องโทษที่สาวใช้ในห้องโชคร้ายที่อยู่กับคุณหนูรอง
ภายในห้องอีกด้านหนึ่ง เหลยซื่อที่ได้ยินข่าวนี้ก็อารมณ์เลวร้ายถึงขีดสุด
นางคิดไม่ถึงเลยว่านั่งเด็กสารเลวนั่นจะถึงกับเปลี่ยนเื่ร้ายให้เป็เื่ดีได้ ไม่เพียงแต่ทำให้โรคระบาดสงบ แต่ยังสามารถปราบโจรได้อีกด้วย ทั้งยังได้รับการอวยยศจากฝ่าา หากวันหน้า้าจะแตะต้องนาง นี่ไม่ใช่ว่าทำได้ยากแล้วหรอกหรือ?
ไม่...เหตุใดจึงเกิดเื่เช่นนี้ขึ้นมาได้? เห็นได้ชัดว่านังชั้นต่ำควรจะตายอยู่ที่นั่น ไม่ต้องกลับมาอีกตลอดกาลถึงจะถูก
เหลยซื่อกุมมือทั้งสองแน่น บนใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธแค้น ไร้ซึ่งความสง่างามอีกต่อไป
วันนี้นังเด็กสารเลวมีตำแหน่งอยู่บนร่าง ตำแหน่งฐานะในวันหน้าไม่ใช่บุตรีอนุภรรยาที่ไร้ความสำคัญอีกต่อไป หากเป็เช่นนี้ แผนการอันยากลำบากที่พวกนางกระทำในแต่ละก้าวเพื่อความสำเร็จ ไม่ใช่ว่าจะอันตรธานหายไปหรอกหรือ? ที่ทำให้รู้สึกเย้ยหยันก็คือ เื่ราวในวันนี้เป็พวกนางที่ตัดชุดแต่งงานให้นังสารเลวนั่นเองกับมือ!
ยังคิดไปว่านางจะถูกทอดทิ้ง ถูกทำให้อัปยศอย่างร้ายแรง จากนั้นนำฐานะตัวโชคร้ายไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ ไม่แน่ว่าอาจตายในสถานที่ห่างไกล แต่ตอนนี้ฝ่าาทรงพระราชทานตำแหน่งอันทรงเกียรติเช่นนี้ให้ ลบล้างข่าวลือที่ไม่ดีจนหมดสิ้น จะทำให้นางพอใจได้อย่างไรกัน?!
เหลยซื่อยิ่งคิดยิ่งโกรธ เสียใจที่ตอนแรกได้เสนอเื่ที่จะให้นางไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ มิเช่นนั้นนังสารเลวนั่นคงไม่สามารถสุขสมหวังได้ดังเช่นในปัจจุบันนี้!
ฮึ! หย่งจี๋เสี้ยนจู่? จะคอยดูสิว่านางจะสามารถเป็หย่งจี๋เสี้ยนจู่ไปได้นานเพียงใด!
ไม่ทันไร เหลยซื่อก็นึกถึงอนุห้าที่พบตอนออกไปเดินเล่นภายในเรือน่หลายวันมานี้ ดวงตาอันโกรธเคืองเจือไปด้วยความโเี้
ท้องของนังชั้นต่ำใหญ่ขึ้นทุกวัน เมื่อคำนวณวันเวลาดู อีกไม่นานก็จะคลอดแล้ว!
ตอนนี้ในจวนมีหลิ่วอวิ๋นซูที่ทำให้นางเกลียดเข้ากระดูกดำเพิ่มขึ้นมาอีกคนหนึ่ง หากอนุห้าให้กำเนิดลูกชายลูกสาวมาอีกคนหนึ่ง ถึงตอนนั้นท่านโหวไม่สนใจนางคงนับเป็เื่เล็ก เกรงว่าบุตรชายบุตรสาวของตนจะถูกมองข้ามไปโดยสิ้นเชิง!
ไม่ได้! นางจะต้องคิดหาวิธีไม่ให้พวกลูกอนุภรรยาเหล่านี้เชิดหน้าชูตาได้!
เพียงแต่...
วางแผนอยู่หลายวัน เหลยซื่อกลับไม่อาจลงมือได้
ครั้งนี้ฮูหยินผู้เฒ่าปกป้องอนุห้าได้รอบคอบยิ่งนัก กระทั่งโอกาสที่ตนเองจะไปพูดคุยกับนางสักหลายประโยคก็ไม่มี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสนทนากับนางตามลำพัง
หรือว่าตนเองจะต้องคอยมองดูอนุห้าคลอดบุตรออกมาอย่างปลอดภัย? ไม่ นางไม่อนุญาต!
...
เวลาไหลผ่านไปด้วยความกังวล เหลยซื่อในตอนนี้กังวลเื่ของอนุห้าจนตอนกลางคืนไม่อาจข่มตานอนได้ สาวใช้ข้างกายเห็นเ้านายอารมณ์ขุ่นมัว ในใจก็กังวลว่าจะมาระบายโทสะบนร่างของนาง เมื่อเห็นว่าวันนี้อากาศแจ่มใส จึงเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง “ฮูหยินเ้าคะ วันนี้อากาศกำลังดี มิสู้บ่าวออกไปเดินเล่นเป็เพื่อนฮูหยินดีหรือไม่เ้าคะ?”
เหลยซื่อไม่มีกะจิตกะใจ มองสาวใช้แวบหนึ่ง แล้วใคร่ครวญเื่ในใจต่อไป
สาวใช้เข้าใจนิสัยของเ้านายดี หากเ้านายป่วยเพราะเหตุนี้ นางที่เป็สาวใช้ติดตัวก็คงไม่มีจุดจบที่ดีอะไรนัก สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ชักจูงด้วยเสียงอ่อนโยน “ฮูหยินเ้าคะ พวกเราออกไปเดินกันเสียหน่อยเถิด? หากท่านทุกข์ใจจนร่างกายย่ำแย่ ไม่ใช่ว่าจะทำให้ผู้อื่นในจวนเห็นเป็เื่ตลกหรือเ้าคะ?”
เหลยซื่อชะงักเล็กน้อยพลางคิดอย่างถี่ถ้วน คงไม่ใช่ว่าเกิดเื่อะไรเช่นนี้ขึ้นหรอกกระมัง? ผู้ใดจะทราบว่ามีกี่คนในจวนที่กำลังรอให้นางล้มอยู่
ทุกวันนี้ตำแหน่งฐานะของนางในจวนไม่ได้ยิ่งใหญ่เทียบเท่าเมื่อก่อนแล้ว หากเื่นี้ทำให้ตนเองเป็ทุกข์จนป่วยขึ้นมา ไม่ใช่ว่าจะทำให้นังสารเลวหลิ่วอวิ๋นซูเห็นเป็เื่ตลกหรอกหรือ?
“ไป! ออกไปเดินรับลมกับฮูหยินอย่างข้า!” เหลยซื่อคิดได้แล้วจึงค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แม้ใบหน้าจะเต็มไปด้วยความโมโห แต่ก็อ่อนลงกว่าเมื่อครู่นี้ไม่น้อย
ทิวทัศน์ของสวนดอกไม้ด้านหลังงดงามดั่งรูปวาด ทำให้ความกังวลในใจสงบลงได้ เมื่อสูดอากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอม ชั่วขณะนั้นเหลยซื่อดั่งได้ย้อนกลับไปใน่อายุที่เพิ่งรู้จักกับชางหรงโหว รักแรกพบก่อกำเนิดบุพเพ ชางหรงโหวในตอนนั้นรักถนอมตนเอง สำหรับนางแล้วนับเป็่เวลาที่ไม่อาจลืมเลือนได้ไปตลอดกาล...ทุกวัน เขาจะโอบกอดนางไว้ในยามตื่น ตอนเช้า ทุกวันตนจะจัดเตรียมชุดฮว๋าฝูให้เขาสวมใส่ ทุกวัน...
หางตาของเหลยซื่อเห่อร้อนขึ้นมา ใช่แล้ว! ทุกสิ่งทุกอย่างราวกับเกิดขึ้นเมื่อวาน ตอนนี้สิ่งของยังคงอยู่ทว่าใจคนกลับเปลี่ยนแปลง! เป็เพราะเหตุใดนางกับท่านโหวจึงเดินมาถึงจุดนี้ได้?
ภายในห้องของฮูหยินผู้เฒ่า แม่นมพาสตรีนางหนึ่งเดินเข้ามาจากประตูเบื้องหน้า
เหลยซื่อได้สติกลับมา ส่งสายตาบอกใบ้ให้สาวใช้ข้างกาย
ไม่นาน บ่าวหญิงคนหนึ่งพาเหลยซื่อเข้าไปในห้อง
“บ่าว...คารวะฮูหยินเ้าค่ะ!” บ่าวหญิงใจนขาทั้งสองอ่อนแรง โถมกายคุกเข่าเบื้องหน้าของนางเสียงดัง
“เ้ารู้หรือไม่ว่าสตรีที่ออกมาจากห้องฮูหยินผู้เฒ่าในวันนี้คือผู้ใด?” เสียงของเหลยซื่อไม่ดังแต่กลับทำให้ใจของนางหวาดกลัว
“บ่าว...บ่าวไม่ทราบเ้าค่ะ...” เสียงของบ่าวผู้นี้อ่อนแรง สายตาสั่นไหวไม่กล้ามองไปยังดวงตาของเหลยซื่อ
สาวใช้ข้างกายของเหลยซื่อเห็นดังนั้นจึงก้าวเข้าไปพูดเสียงดัง “เสี่ยวเถา เ้ากล่าวเื่ไร้สาระกัน? เมื่อครู่ยังเห็นเ้าพูดคุยกับแม่นางผู้นั้นอยู่เลย! ทำไม? เ้าคิดว่าท่านโหวไม่อยู่ในจวนแล้วจะไม่เห็นฮูหยินอยู่ในสายตาเช่นนั้นหรือ?”
เสี่ยวเถาใจนหมอบร่างลงไปโดยพลัน โน้มศีรษะของตนเองแตะลงบนพื้น เสียงสั่นเครือสะอึกสะอื้น “ฮูหยินโปรดอภัย ฮูหยินโปรดอภัย บ่าว...บ่าวไม่ได้มีเจตนาจะปิดบัง สะ...สตรีผู้นั้นความจริงแล้วเป็หลานของแม่นม ระยะนี้มาเพราะอนุห้าใกล้จะคลอด ฮูหยินผู้เฒ่ารู้สึกว่ามีคนไม่พอ จึงให้แม่นมพาคนมาเพิ่มเ้าค่ะ”
สายตาของเหลยซื่อสว่างวาบ ส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ออกมา สาวใช้ข้างกายเข้าใจจึงรีบหันไปยิ้มให้บ่าวหญิงบนพื้น “ก็เท่านี้! ยืนขึ้นเถิด ฮูหยินไม่ได้มีความหมายอื่น เพียงแค่เห็นคนมาที่จวนโหวตอนใกล้คลอด เกรงว่าจะลำบากอนุห้า จึงมาถามเ้าเท่านั้น!”
“ขอบคุณฮูหยิน ขอบคุณฮูหยิน!” บ่าวหญิงได้ยินดังนั้น ในใจจึงรู้สึกวางใจลงบ้าง
ตอนนี้เอง เหลยซื่อยืนขึ้น โบกมือให้บ่าวหญิงคนนั้น “กลับไปเถิด! ในเมื่อเป็คนของแม่นม ข้าก็จะไม่ถามอะไรมากแล้ว”
จากนั้น สาวใช้เดินเข้าไปหยิบก้อนเงินออกมาจากแขนเสื้อส่งให้บ่าวหญิงผู้นั้น “ไม่ง่ายเลยกว่าที่ฮูหยินจะสานสัมพันธ์กับฮูหยินผู้เฒ่าได้ เ้าก็ต้องระมัดระวังหน่อย อย่าได้พูดคำที่ไม่น่าฟังต่อฮูหยินไปทั่ว!”
เดิมทีเสี่ยวเถาไม่กล้ารับเงิน แต่ว่านางยิ่งไม่กล้าทำอะไรต่อหน้าเหลยซื่อ ทำได้เพียงรับก้อนเงินนั้นมาแล้วพยักหน้าอย่างแรง
เมื่อเห็นบ่าวหญิงผู้นั้นจากไปอย่างระมัดระวัง เหลยซื่อหัวเราะออกมาเสียงเย็นแล้วกลับไปที่ห้อง
หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง สตรีผู้มีท่าทางลึกล้ำผู้นั้นหยิบหวีเงินที่เลี่ยมไปด้วยหินโมราในมือเล่น
“ฮูหยิน!” สาวใช้ผลักประตูเข้ามาในห้องเสียงเบา ก้มหน้ายืนอยู่ด้านหนึ่ง
“อืม” เหลยซื่อตอบรับเสียงเบา ดวงตามีประกายมืดครึ้มวาบผ่าน
สาวใช้เห็นท่าทางเช่นนี้ของเ้านาย เข้าใจว่าฮูหยินคงจะมีความคิดอะไรอีกแล้ว จิตใจที่นางมีต่อท่านโหวไม่น้อยไปกว่าอนุภรรยาคนใดในจวนเลย
จริงดังคาด เหลยซื่อวางหวีในมือลง ค่อยๆ ยืนขึ้น “รู้หรือไม่ว่าสาวใช้คนนั้นอยู่ที่ไหน?”
“ทราบแล้วเ้าค่ะ! เมื่อครู่ตอนที่บ่าวเข้ามา ได้ไปถามมาแล้วเ้าค่ะ!” ได้อยู่ข้างกายเหลยซื่อ สาวใช้ได้เรียนรู้มาไม่น้อย
“ไปกับข้า ในเมื่อเป็คนที่มาใหม่ ฮูหยินอย่างข้าย่อมควรไปสั่งสอนกฎเกณฑ์ของจวนโหวให้นางเสียหน่อย เผื่อวันใดนางปรนนิบัติอนุห้าไม่ดี จะได้ไม่โทษฮูหยินอย่างข้าว่าไม่สั่งสอนสาวใช้คนใหม่ให้ดี”
“เ้าค่ะ! ฮูหยินคิดได้รอบคอบยิ่งนัก!”
