“เธอนอกใจเหรอ?”
“...ใช่”
“ถ้าแบบนั้นก็เลิก”
“ไม่! ไม่เอานะ… ฉันก็แค่เดินทางผิดไปชั่วขณะเท่านั้นเอง… ให้อภัยฉันเถอะนะ… ฉินซี...”
…
“ถ้าแฟนสาวของนายคบซ้อน แล้วทำไมนายถึงไม่พิจารณาฉันดูสักหน่อยล่ะ?”
“คุณจี่ ผม...”
…
ความทรงจำต่างๆ ตีกันวุ่นวายอยู่ภายในสมอง ก่อนที่สุดท้ายจะสลายไปอย่างไร้ร่องรอย ฉินซีจิกเตียงแน่นจนเล็บแทบเปิด ก่อนที่เขาจะได้สติตื่นขึ้นมา ฉินซีสะบัดหัวไปมา แต่ความไร้หนทาง สิ้นหวัง และโศกเศร้าจากความฝันก็ยังคงหลงเหลืออยู่ในสมอง เขาลุกขึ้นมานั่งและเอนหลังพิงหมอนเหม่อลอยออกไปสักพัก
เฉินเจวี๋ยจากไปอีกแล้ว เื่ที่เขาต้องจัดการยังไม่เรียบร้อยดี เขาจึงรีบร้อนกลับฮ่องกงไปอีกครั้ง แต่ก่อนที่เขาจะจากไป เขาก็เอ่ยคำพูดที่เขาเคยพูดกับฉินซีที่ภัตตาคารลอยฟ้าให้ฟังอีกครั้งโดยไม่ขาดตกไปแม้แต่คำเดียว ในขณะที่ฉินซีมึนงงก็ตกตะลึงใจในความจำของเฉินเจวี๋ยไปด้วย
เฉินเจวี๋ยไม่ได้เร่งเร้าเอาคำตอบจากฉินซี ในเวลาแบบนี้เขามีความอดทนสูงมาก หลังจากจากไปก็ถือเป็การทิ้งระยะให้ฉินซีได้ไตร่ตรองด้วย
ไตร่ตรอง? ไตร่ตรองอะไรล่ะ?
ฉินซีลุกขึ้นไปเทน้ำดื่ม เมื่อน้ำเย็นเฉียบไหลลงไปในลำคอ ในสมองของเขาก็ไม่ได้ดูเชื่องช้าอย่างตอนแรก ความจริงความหมายของเฉินเจวี๋ยก็ไม่ได้ต่างกับจี่อวี้เซวียนนัก ต่างก็เป็เหมือนการรับเลี้ยงดูทั้งนั้น เพียงแต่เนื้อในมีความแตกต่างอยู่เล็กน้อย… ฉินซีเงยหน้าพิงศีรษะเข้ากับหัวเตียง ดวงตาจับจ้องไปยังเพดานนิ่งๆ จะเดินเส้นทางเดียวกับเมื่อชาติก่อน? หรือจะเดินในเส้นทางที่ต่างออกไป? อยู่ที่การตัดสินใจในครั้งนี้แล้ว
เฉินเจวี๋ยช่วยเหลือเขามามาก นิสัยของเฉินเจวี๋ยเองก็ไม่เหมือนจี่อวี้เซวียน หากมีเฉินเจวี๋ยอยู่ก็ถือเป็แรงสนับสนุนที่แข็งแกร่งทีเดียว...
คิดๆ ดูแล้ว ก็เป็เพราะตัวเขาไม่แข็งแกร่งพอ จึงต้องมีผู้สนับสนุนอยู่เื้ั หากเขาปีนขึ้นไปสูงแล้ว เขาก็จะสามารถแก้แค้นจี่อวี้เซวียนได้อย่างราบรื่นและสามารถค้นหาความจริงเกี่ยวกับการตายของตัวเองในชาติก่อนได้ลุล่วงอีก มีอย่างที่ไหนยังต้องมากล้าๆ กลัวๆ อยู่แบบนี้? มีอย่างที่ไหนต้องมาถูกจี่อวี้เซวียนกระทำลับหลังแบบนี้อีก?
สายตาของฉินซีกลายเป็เย็นะเื เขาดึงผ้าห่มขึ้น ก่อนจะนอนลงไป
ถ้าจะต้องเลือกต้นไม้ใหญ่เพื่อปกป้องปิดบังตัวเอง ก็เลือกเฉินเจวี๋ยเถอะ...
…...
ฉินซีถูกเสียงโทรศัพท์มือถือร้องดังจนตื่นขึ้นมา หลังจากเขารับสายแล้ว ปลายสายก็เป็เสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง“สวัสดีค่ะ ฉันเป็ผู้กำกับของรายการบันเทิงชั้นนำ รายการของเขาอยากจะเชิญคุณมาร่วมรายการค่ะ”
ในใจของฉินซีอึดอัดขึ้นมา “สวัสดีครับ ขอถามหน่อยได้ไหมครับว่าทำไมถึงมาเชิญผมล่ะครับ?”
ผู้กำกับนิ่งไปเล็กน้อยด้วยความคิดไม่ถึงว่าเมื่อนักแสดงได้รับการแจ้งจะไม่ตื่นเต้นขึ้นมาก่อน แต่กลับยังคิดถามหาที่มาที่ไปอีก
“หลังจากที่กระบี่เย้ยยุทธจักรออกอากาศ ก็มีหลายรายการเชิญพวกคุณไปร่วมไม่ใช่เหรอคะ?” ผู้กำกับถามกลับ
ฉินซีพยักหน้าลง “ครับ ไม่ทราบว่าเป็ตอนไหนครับ? สถานที่คือที่ไหน? แล้วก็ไม่ทราบว่าผู้กำกับชื่ออะไรครับ?”
“ฉันนามสกุลหลี่ สถานที่และเวลาจะส่งข้อความเข้าไปตามเบอร์โทรศัพท์นี้นะคะ กรุณาอย่ามาสายล่ะ” อีกฝั่งวางสายไป
เมื่อผ่านไปไม่กี่วินาที โทรศัพท์มือถือของฉินซีก็สั่นไหวเล็กน้อย ข้อความถูกส่งเข้ามาแล้ว เมื่อกดเข้าไปดูที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ ก่อนต้องรู้สึกผิดปกติขึ้นมา เขาเป็เพียงตัวประกอบคนหนึ่ง ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะไปรายการไหนก็ต้องอาศัยตัวเอกของกองถ่ายไปด้วยทั้งนั้น แต่ทำไมครั้งนี้ถึงติดต่อหาเขาเป็การส่วนตัวล่ะ? ฉินซีเปิดคอมพิวเตอร์ค้นหาชื่อรายการบันเทิงชั้นนำ หลังจากนั้นก็โทรหาสวี่เทา แน่นอนว่าสวี่เทารับสายของฉินซีอย่างว่องไว
“มีอะไรเหรอ? มีเื่อยากจะคุยกับฉันหรือเปล่า?” สวี่เทายุ่งมาก เมื่อรับสายแล้ว เขาก็ถามอย่างตรงไปตรงมา
“ตอนนี้ทางกองถ่ายกระบี่เย้ยยุทธจักรได้รับเชิญจากรายการอะไรใหม่ๆ ไหมครับ?”
สวี่เทาหัวเราะออกมา “ถ้ามีการเชิญมา ฉันก็ต้องบอกนายตั้งนานแล้วสิ”
“แล้วมีใครได้รับเชิญไปเป็การส่วนตัวไหมครับ?”
“อันนี้ไม่แน่ใจนะ นายถือสายรอก่อน เดี๋ยวฉันถามให้” สวี่เทานำโทรศัพท์มือถืออีกเครื่องออกมา โทรหาผู้จัดรายการอยู่หลายสาย ภายในเวลาไม่กี่นาที ก็กลับมาคุยสายกับฉินซีต่อ “ฉันถามมาแล้ว ตอนนี้ทุกคนต่างก็ยุ่งกับงานประกาศอื่นๆ อยู่นะ ไม่มีใครได้รับเชิญจากรายการอะไรให้ไปโปรโมตกระบี่เย้ยยุทธจักรเลย”
“ถ้าแบบนั้นผู้กำกับสวี่เคยได้ยินชื่อรายการ ‘บันเทิงชั้นนำ’ ไหมครับ?”
“ทำไมล่ะ? รายการนี้เชิญนายไปเหรอ?” สวี่เทานิ่งไปเล็กน้อย “รายการนี้ไม่เลวเลยนะ เรตติ้งการรับชมใช้ได้ ระดับของพิธีกรก็ทั่วๆ ไป คนหน้าใหม่จำนวนมากชอบไปเพิ่มระดับตัวเองที่นี่ ถ้ามีคนเชิญนายไป นายไปลองดูก็ได้นะ” เมื่อสวี่เทาคิดๆ ดูแล้ว ก็พูดเสริมขึ้นอีก “แต่นายต้องระวังหน่อยนะ”
“เข้าใจแล้ว ขอบคุณผู้กำกับสวี่มากครับ” ฉินซีวางสายไป ในใจรู้ดีว่าสวี่เทาบอกให้เขาระวังอะไร ภายในวงการบันเทิงนั้น ไม่รู้ว่ามีคนตั้งเท่าไรที่ใช้สิ่งเหล่านี้ในการกำจัดดาราที่ไม่ชอบขี้หน้า และการจะจัดการกับคนอื่นนั้นก็แสนง่ายดาย ขอเพียงแกล้งทำเป็รายการใดรายการหนึ่งโทรศัพท์เข้าไปชี้แจงเวลาและสถานที่คร่าวๆ ก็พอ เมื่อชาติก่อนฉินซีเคยเห็นดาราสาวที่เพิ่งจะเริ่มมีชื่อเสียงคนหนึ่งถูกรุ่นพี่ดาราสาวระดับสองจัดการเอา หลังจากนั้นก็ถูกปาปารัสซี่ถ่ายได้ คนจำนวนไม่น้อยดูถูกว่าดาราสาวคนนี้คาดหวังในชื่อเสียง ถึงรายการจะไม่ได้เชิญ แต่เธอก็ยังอุตส่าห์ไปถึงสถานที่ถ่ายทำ นั่นทำให้เด็กสาวคนนั้นถึงกับหน้าบางไป หลังจากนั้นดาราสาวคนนั้นก็ต้องเศร้าใจไประยะหนึ่งเลยทีเดียว
หลังจากได้รับการยืนยันจากสวี่เทาแล้ว ฉินซีก็หักคะแนนความน่าเชื่อถือของผู้กำกับคนนี้ไปไม่น้อย ไม่อย่างนั้นทำไมคนอื่นในกองถ่ายถึงไม่มีใครถูกเชิญไปสักคน ทั้งยังเลือกเชิญเขาไปเพียงคนเดียว? นี่มันน่าสงสัยเกินไปแล้ว
ฉินซีค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับรายการบันเทิงชั้นนำขึ้นมา สถานที่ที่ให้มาถูกต้อง เวลาถ่ายทำก็เป็เวลาที่ทางกองถ่ายจัดไว้เป็ประจำ รายการนี้มีอยู่จริง คำพูดที่ออกมาจากปากของสวี่เทาค่อนข้างน่าเชื่อถือ
แต่ฉินซีกลับไม่มั่นใจเลยว่า ผู้กำกับหลี่คนนี้คือของจริงหรือของปลอม
จะไปหรือไม่ นี่เป็เื่ที่เขาต้องตัดสินใจ
หากไม่ไปแล้วรายการนั่นเป็ของจริงขึ้นมา เกรงว่าวันต่อมาเขาคงได้ตกเป็ข่าว แถมต้องเป็การพาดหัวข่าวว่า เด็กหน้าใหม่ทำตัวกร่างไม่เห็นใครอยู่ในสายตา อะไรเทือกนั้นตามหน้าเว็บไซต์ข่าวซุบซิบอีกแน่
ถ้าแบบนั้นก็ไปเถอะ หากคนอื่นคิดจะสร้างกับดักใส่เขา มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
รอจนถึงเวลาที่ส่งมาในข้อความ วันนั้นฉินซีไม่ได้แต่งตัวอะไรเป็พิเศษ เขาเพียงสวมเสื้อยืดกับกางเกงยีนธรรมดา แม้แต่แว่นกันแดดและผ้าปิดปากที่เป็ของที่ศิลปินต้องใช้เวลาออกไปข้างนอกก็ไม่ได้ใส่ เมื่อเป็แบบนี้เขาจะได้ไม่สะดุดตาคน และถ้าเขาไปถึงแล้วรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ ก็เพียงเดินออกมาเท่านั้น ไม่มีทางทำให้เกิดกระแสอะไรขึ้นมาได้แน่
รถแท็กซี่จอดลงนอกสถานที่ถ่ายทำรายการ ฉินซีเดินลงมา ก่อนจะเลือกรั้งทีมงานคนหนึ่งไว้ด้วยรอยยิ้ม เมื่อเด็กสาวหันหน้ากลับมาเห็นฉินซี เธอก็เกือบจะกรี๊ดออกมา เธอยกมือปิดปากยับยั้งความรู้สึกในใจเอาไว้ “ฉิน... ฉินซี”
“ไง”
“เธอเป็ทีมงานของที่นี่หรือเปล่า?” ฉินซีเริ่มบทสนทนาขึ้นราวกับไม่ได้ใส่ใจอะไร
เด็กสาวพยักหน้าทันควัน “ใช่ค่ะ วันนี้ฉันมาทำงานที่นี่” เธอเผยรอยยิ้มออกมาด้วยความอึดอัด “ฉิน… เทพบุตร ทำไมถึงมาที่นี่ได้ล่ะคะ? วันนี้ที่นี่เชิญคู่พี่น้องสาวฝาแฝดที่เริ่มดังขึ้นมาใน่นี้ แล้วก็ราชินีแห่งซีรีส์ไอดอลของไต้หวันกับเ้าชายแห่ง์ของไต้หวันมา เทพบุตรคงไม่ได้มาดูพวกเขาหรอกใช่ไหมคะ?”
ฉินซีเหยียดยิ้มในใจ แต่บนใบหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยความเป็กันเอง “เปล่าหรอก ผมแค่อยากจะมาถามทางน่ะ… ผมจำได้ว่าที่นี่มีซูเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่อยู่ข้างในห้าง แต่ผมลงรถผิด ตอนนี้ก็เลยค่อนข้างงงน่ะครับ หาทางไปไม่ถูกแล้ว”
เด็กสาวพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น “ที่นี่มีห้างอีเถิงหยางอยู่นะคะ นั่น อยู่ทางนั้นค่ะ เทพบุตรนี่มึนจังเลยนะคะ ถึงขนาดหลงทางได้เนี่ย...”
ฉินซีขอบคุณเด็กสาวไป ก่อนจะโบกมือลาเธอ หลังจากนั้นก็ก้าวไปอีกทางด้วยความว่องไว
คิดไม่ถึงเลยว่า… ที่แท้เื่นี้ก็ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็กับดักใส่เขาโดยเฉพาะ นิสัยของนักแสดงไต้หวันสองคนนั้นไม่ค่อยดีนัก หากเห็นว่าอยู่ๆ เขาก็โผล่เข้าไป ไม่แน่ว่าอาจจะเย้ยหยันเขาอย่างเปิดเผยก็ได้ เขาควรจะขอบคุณเด็กสาวคนนั้นมากๆ เธอไม่เพียงแต่บอกทางให้ แต่ที่สำคัญคือเธอบอกข้อมูลที่เขา้าออกมา และทำให้เขาไม่ตกลงไปในกับดักนี้
หลังจากฉินซีออกมาแล้ว เขาก็เปิดเบอร์ที่ส่งข้อความเข้ามาให้ ผู้กำกับหลี่คนนี้… เขาโทรกลับไป และทางฝั่งนั้นก็รับสาย
“ฮัลโหล นายมาที่รายการแล้วหรือยัง?” ในน้ำเสียงของคนฝั่งนั้นแฝงความร้อนรนอยู่เล็กน้อย
“อ่า ผมไปไม่ได้น่ะครับ ผู้จัดการของผมไม่ไปกับผม ผมไม่ไปคนเดียวน่ะ” ฉินซีพูดช้าๆ
“นาย… ฉันโทรเข้าไปหาผู้จัดการของนายแล้ว เขาบอกว่านายไปคนเดียวได้ไม่มีปัญหา ถ้านาย้าผู้ช่วยให้ตามมาด้วย เขาก็จะส่งไปให้นายทันที”
“อ้อ อย่างนั้นเหรอครับ?”
“ใช่แล้ว” คนทางนั้นเริ่มไม่พอใจขึ้นมา ดูเหมือนจะรู้สึกว่าตัวเองกำลังเป็รองฉินซีอยู่มาก จนเกิดความรู้สึกถูกกดดัน
“อ้อ เข้าใจแล้วครับ” ตอนที่ฉินซีพูดประโยคนี้ ก็ได้ยินเสียงถอนหายใจเบาๆ จากอีกฝั่ง ฉินซีอดยิ้มไม่ได้ ดูเหมือนว่าความสามารถของอีกฝ่ายจะยังไม่ดีนัก เขายิ้มพร้อมพูดเสริมไป “แต่ผมแปลกใจมากเลยนะครับ ทำไมไม่ติดต่อผู้จัดการของผมโดยตรง แล้วให้เขาติดต่อมาที่ผมั้แ่แรกล่ะครับ?”
ฉินซีพูดไปพร้อมกับกดวางสาย
นี่เป็ขั้นตอนในการเชิญศิลปินขั้นพื้นฐาน ไม่มีทางที่ใครๆ ก็สามารถข้ามหน้าผู้จัดการไปติดต่อกับศิลปินตรงๆ ได้ เพราะมันเป็การไม่ให้ความเคารพต่อศิลปินและผู้จัดการ แต่ผู้กำกับคนนี้กลับโทรเข้ามาบอกให้เขามาที่นี่ นั่นหมายความว่าเธอรู้ว่าเขากับหยางจื้อไม่ถูกกัน หากหยางจื้อโทรมา เขาอาจจะปฏิเสธ และหากโทรเข้ามาหาเขาโดยตรง เขาที่เป็คนหน้าใหม่ก็มีโอกาสตอบรับไปโดยไม่ทันคิดให้ถี่ถ้วน
เพียงแต่น่าเสียดาย แม้เธอจะวางแผนมามากขนาดนั้น แต่เธอก็ไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าเขาจะไม่ตกหลุมพรางนี้
ฉินซีเก็บโทรศัพท์มือถือลงไปด้วยความสุขใจ
เมื่อเวลาในการถ่ายทำรายการบันเทิงชั้นนำใกล้เข้ามาแล้ว โทรศัพท์มือถือของฉินซีก็ดังขึ้น สายนี้มาจากหยางจื้อ ตอนนี้ในใจของฉินซีมั่นใจขึ้นทันทีว่า เื่นี้หยางจื้อจะต้องมีส่วนคนรู้เห็นด้วย
“นายไปถึงที่ถ่ายทำรายการหรือยัง?” เมื่อหยางจื้อเปิดปาก ก็ถามออกมาทันที
“อืม ไปแล้วครับ”
น้ำเสียงของหยางจื้อนิ่งแข็ง “แบบนั้นก็ดี”
ฉินซีโค้งมุมปากขึ้น ก่อนจะวางสายไป พวกนายรอฉันแสดงความฉาวออกมาช้าๆ ก็แล้วกัน… เกรงว่าแม้รายการจะถ่ายทำเสร็จแล้ว พวกนายก็คงจะไม่ได้เห็นสักที ฉินซีปิดเสียงโทรศัพท์มือถือและเรียกรถตรงกลับบ้าน หลังจากนั้นพอพวกหยางจื้อตอบสนองกลับมาได้ และโทรเข้ามาหาเขา เขาก็เมินพวกเขาไป ให้พวกเขาได้รับรู้ถึงความอลหม่านดูสักหน่อย
ในตอนนั้น ฉินซีไม่เห็นเลยว่ารอบสถานที่ถ่ายทำรายการมีนักข่าวบันเทิงซุ่มอยู่ ในมือของพวกเขาถือกล้องไว้ ที่หูก็เสียบหูฟังบลูทูธและกำลังโทรหาใครสักคน
“ไม่เห็นใครเลย”
“นายลองมองดูดีๆ เขามาถึงแล้ว”
“ถ้าแบบนั้นผมจับตามองต่อนะ”
“มาแล้วหรือยัง?”
“ยังไม่เห็นนะ”
“นายพลาดไปหรือเปล่า?”
“คนค่อนข้างเยอะ...”
“ให้ตายเถอะ!”
ภายในห้องทำงานบนตึกใหญ่ คนสองคนที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความร้อนใจกำลังเดินวนไปมา พวกเขายังไม่รู้เลยว่า ครั้งนี้พวกเขาหลอกฉินซีไม่ได้ แถมยังกลายเป็ฉินซีจัดการหลอกพวกเขาเข้าแล้ว คนบางคนก็ไม่ใช่คนที่สามารถรังแกได้ง่ายมาั้แ่ไหนแต่ไร
