ฉางไหวอันคิดไม่ถึง ว่าเื่นี้จะร้อนไปถึงเย่ซินหยี่ได้ ดูท่าทาง เซียวปิงกับบ้านเย่จะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากันจริงๆ ด้วย ยังดีที่ก่อนมาเขาคำนึงถึงข้อนี้เอาไว้เผื่อแล้ว
ความจริงแล้วหากเป็เพียงเพราะหลานชายตัวเองเท่านั้น ฉางไหวอันไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่มีทางมายุ่งกับเื่นี้โดยเด็ดขาด เพราะเขารู้จักหลานชายตัวเองดีกว่าใคร รู้ว่าเขาเป็คนอย่างไร สำหรับหลานไม่เอาไหนที่สักแต่จะหาเื่ไปวันๆ ของเขา หากคนที่มันไปหาเื่เป็คนธรรมดาๆ ล่ะก็ เขามีวิธีเป็ร้อยแปดพันเก้าที่จะช่วยเข้าข้างหลานตัวเอง แต่เื่ในครั้งนี้โยงไปถึงตระกูลเย่ด้วย ตระกูลเย่ไม่ใช่คนที่พวกเขาจะต่อกรด้วยได้ เื่นั้น เขารู้ดีกว่าใคร
ฉางไหวอันก็เป็ดั่งจิ้งจอกเฒ่าเ้าเล่ห์ตัวหนึ่ง ก่อนจะทำอะไร เขาต้องคิดถึงผลดีและผลร้ายที่จะตามมาก่อน หากผลดีมากกว่า เขาถึงจะลงมือทำ ในเื่นี้ เขาเดาว่าเซี่ยหลุนกับเซียวปิงต้องเคยมีเื่อะไรกันมาแน่ ไม่อย่างนั้นเซี่ยหลุนก็คงไม่ยื่นมือเข้ามายุ่งกับเื่นี้ ดังนั้น เขาจึงเริ่มจากการรับผลประโยชน์มากมายจากเซี่ยหลุนก่อน ผลประโยชน์ที่มากจนหากเขาต้องออกจากราชการจริงๆ เงินนั้นก็ยังมีมากพอให้เขาได้อยู่อย่างสุขสบายไปหลายชาติเลย ยิ่งไปกว่านั้น ในมือเขาก็มีหลักฐานที่แน่ชัด แม้จะไม่มากพอให้ตัดสินว่าเซียวปิงก็คือฆาตกร แต่ก็เพียงพอแล้ว สำหรับการทำให้เซียวปิงตกเป็ผู้ต้องสงสัยอันดับแรก เป็เช่นนี้ ด้านทางตระกูลเย่เอง เขาก็มีเหตุและผลดีพอที่จะกล่าวแย้งได้
ที่สำคัญ เมื่อได้รู้ว่าเซียวปิงเป็แค่แรงงานจนๆ คนหนึ่งเท่านั้น เขาก็มั่นใจ ว่าตระกูลเย่ไม่มีทางยอมประกาศากับตน เพียงเพราะเซียวปิงคนเดียวแน่ ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่เชื่อ ว่าเย่ปั้นเฉิงจะเอาอนาคตลูกสาวมาฝากกับแรงงานจนๆ อย่างเขาจริง!
ในความคิดเขา เย่เสี่ยวซีก็แค่เล่นๆ กับเซียวปิงเท่านั้นแหละ
เมื่อเจอเย่ซินหยี่ ฉางไหวอันก็บอกลูกน้องให้เก็บกุญแจมือลง ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเย่ซินหยี่ เขาหัวเราะยิ้มแย้ม “คุณหนูใหญ่ตระกูลเย่ มาเองเลยเหรอครับ”
เย่ซินหยี่ยังคงรอยยิ้มบนใบหน้าไว้ เธอตวัดสายตามองเขา ก่อนจะกล่าวหัวเราะเบาๆ “ผอ.ฉาง เซียวปิงเป็เพื่อนสนิทฉัน แล้วยังเพิ่งมาจากต่างถิ่นอีก คุณนำคนมาจับเขาแบบนี้ คงจะเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าคะ?”
ซูเสียวเสี่ยวและคนอื่นๆ คิดไม่ถึง ว่าเซียวปิงจะมีเพื่อนที่สวยขนาดนี้ หากแต่เซียวปิงรู้ดี แม้ผู้หญิงคนนี้จะไม่ใช่ศัตรู แต่ก็หาใช่เพื่อนไม่ เขารู้ดีว่า เธอต้องมาเพราะมีจุดประสงค์บางอย่าง จึงได้แต่รอดูสถานการณ์ต่อไปอย่างเงียบๆ ฉางไหวอันหัวเราะเ้าเล่ห์ “คุณหนูเย่ ตามความจริงแล้ว หากเป็เพื่อนคุณ ผมก็คงจะต้องไว้หน้าคุณ แล้วปล่อยเขาไปล่ะนะ แต่ไอ้หนุ่มคนนี้ มีส่วนเชื่อมโยงไปถึงเหตุฆาตกรรมนักเลง ที่ชื่อต้วนจื่อในแถบจินซา วันที่เขาตาย พอดีกับวันที่เพิ่งมีเื่กับเซียวปิงไป พวกเขายังถึงขั้นต่อยตีกัน เื่นี้มีคนหลายคนอยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งทุกคนสามารถเป็พยานได้ เื่นี้ผมเองก็กดดันมากเหมือนกัน ยิ่งผมเป็ ผอ.มาหลายปี การผดุงกฎหมายเป็หน้าที่ของผม ดังนั้น หวังว่าคุณหนูเย่จะเข้าใจนะครับ ผมปล่อยเขาไปไม่ได้จริงๆ”
เย่ซินหยี่หัวเราะกล่าว “คนที่ตายเป็แค่นักเลงกระจอกคนหนึ่ง?”
“เหอะๆ...นักเลงก็เป็ชีวิตๆ หนึ่งนะครับ” ฉางไหวอันกล่าว
“ผอ.ฉาง คุณยังไม่เข้าใจความหมายของฉัน...ในเมื่อเขาเป็นักเลง แสดงว่าต้องเคยมีเื่กับคนมามากมายนับไม่ถ้วน คนที่เกลียดเขาก็คงมีไม่น้อย ถ้าแค่เพียงเพราะเพื่อนฉันเคยมีเื่กับเขา มันคงไม่เพียงพอที่จะหรอใช้เป็หลักฐานล่ะมั้งคะ...ผอ.ฉาง คุณคิดว่าไง?” เย่ซินหยี่ดวงตาประกายความมั่นใจออกมา เธอไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาจริงๆ ด้วย...ว่ากันว่าสาวนมโตมักจะไร้สมอง แต่เธอหน้าอกใหญ่มาก ทั้งยังมีสมองอีก
ฉางไหวอันส่ายหัว กล่าวพลางหัวเราะแ่ “หากเป็แค่นี้ล่ะก็ ผมคงจะไม่ถ่อมาถึงนี่เหรอกครับ แต่ยังมีคนพบเขาแอบเข้าไปในซอยแถวบ้านต้วนจื่อยามวิกาลอีก”
เซียวปิงมั่นใจว่า วันนั้นไม่มีใครสะกดรอยตามตนแน่ ยิ่งไม่มีทางที่ตนจะถูกใครเจอ ดังนั้น เมื่อฟังฉางไหวอันพูดดังนั้น เขาก็โพล่งขึ้นทันที “ใคร?”
หากเป็เวลาปกติ ฉางไหวอันไม่มีทางมาเสียเวลากับผู้ต้องสงสัยแค่คนเดียวนานขนาดนี้แน่ แต่ในเมื่อเื่นี้ร้อนไปถึงตระกูลเย่ด้วย เขาจึงยอมพูด “ผู้เห็นเหตุการณ์ชื่อจางเต๋อ เป็คนรับใช้ภายในบ้านตระกูลเซี่ย ซึ่งเป็ตระกูลใหญ่ของเจียงเฉิง”
ได้ฟังดังนี้ คนที่รู้เบื้องลึกก็คงจะรู้ดี ว่าเซียวปิงเคยมีเื่กับเซี่ยหลุนมาก่อน เป็ไปได้มากว่าอีกฝ่ายจะใส่ร้ายซ้ำเติมตน และคนทุกคนในร้านบะหมี่นี้ก็รู้ดี ว่าเซียวปิงเพิ่งจะมีเื่กับหลานชายฉางไหวอันไป เื่นี้จึงเข้าใจได้ไม่ยาก
เย่ซินหยี่ขมวดคิ้วงามถาม “คำให้การของผู้เห็นเหตุการณ์คนนี้ เชื่อถือได้ไหม?”
ฉางไหวอันหัวเราะ “นั่นก็คงต้องให้กรมตำรวจของเราพิจารณาอีกทีแล้วล่ะ คุณหนูเย่วางใจเถอะ พวกเราไม่มีวันปล่อยคนชั่ว และไม่มีวันป้ายสีคนดีอย่างแน่นอน”
เย่ซินหยีพิจารณาในใจ หากยกตระกูลตนมาข่มฉางไหวอัน เกรงว่าคงจะทำให้ ผอ.นี่ไม่พอใจได้ เย่ซินหยี่ไม่ได้ใส่ใจกับเื่แค่ ผอ.คนหนึ่งจะไม่พอใจ แต่เธอก็ไม่มีความจำเป็ต้องทำอย่างนั้น หากจะต้องทำ ก็ต้องดูว่าเธอจะได้อะไรตอบแทนกลับมาบ้าง ยิ่งไปกว่านั้น ความไม่พอใจก็มีหนักเบา หากเธอหักหน้าเขาต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้ ก็เท่ากับทำให้อีกฝ่ายเสียหน้า แบบนั้นจะไม่ใช่เพียงแค่ความไม่พอใจ แต่หมายถึงการร้าวฉานเลยต่างหาก...
เย่ซินหยี่สีหน้าจริงจัง “ผอ.ฉาง ก่อนเื่นี้จะมีหลักฐานที่แน่ชัด...ก่อนศาลจะตัดสินคดี ฉันหวังว่าเพื่อนฉันจะได้รับการปรนิบัติที่เป็ธรรม”
คำพูดนี้ราวกำลังปกป้องเซียวปิง แต่ความเป็จริงแปลว่าเธอยอมแล้วต่างหาก
ฉางไหวอันโล่งอก หากเย่ซินหยี่ยังไม่ยอมลดละง่ายๆ เขาก็คงจะกังวลใจไม่น้อย แม้เื่นี้เขาจะได้รับผลประโยชน์มากมายก็จริง แต่หากประกาศากับตระกูลเย่ไป แม้แต่เขาเองก็ยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
เย่ซินหยี่เดินไปหยุดอยู่หน้าเซียวปิง เซียวปิงมองหญิงสาวที่เต็มไปด้วยประกายแพรวพราว กล่าวยิ้มๆ “เราเจอกันอีกแล้วนะ”
“นั่นสิ” เพราะเธอยังต้องพึ่งเขา ท่าทีในครั้งนี้ของเธอจึงดีตามไปด้วย “สะดวกคุยอะไรส่วนตัวกันหน่อยไหม?”
เซียวปิงมองฉางไหวอันแวบหนึ่ง เย่ซินหยี่เองก็มองตามเช่นกัน เธอถาม “ ผอ.ฉาง มีฉันรับประกันอยู่...ถ้าพวกเราจะไปคุยอะไรส่วนตัวกันสักหน่อย คงไม่เป็ไรใช่ไหม?”
แน่นอนว่า ฉางไหวอันยินดีที่จะช่วยเหลือเย่ซินหยี่อยู่แล้ว เขาตอบรับอย่างรวดเร็ว “พวกคุณไปคุยกันเถอะ แต่อย่าให้ผมรอนานเกินไปล่ะ”
เซียวปิงนำเย่ซินหยี่ไปที่ห้องพักด้านหลัง ซึ่งเป็ห้องที่พวกเขาใช้พักผ่อนกัน ในห้องนี้มีเตียงอยู่สองหลัง เซียวปิงนั่งลงบนเตียงก่อน แล้วชี้ไปยังเตียงอีกหลังที่อยู่ตรงข้ามแล้วกล่าว “นั่งลงเถอะ ที่นี่เป็ที่ที่เราใช้พักผ่อนกัน แม้จะดูไม่ค่อยดีนัก แต่ก็ยังถือว่าสะอาด คงไม่ทำให้ชุดของคุณเย่แปดเปื้อนหรอก”
เย่ซินหยี่ยิ้มบางๆ พลางนั่งลง ั์ตาส่อแววเศร้า “พี่ปิง เหมือนพี่จะยังระแคะระคายในตัวซินหยี่อยู่เยอะเลยนะ” เธอพูดเสียงเศร้า
“เปล่า” เซียวปิงหัวเราะ “อย่าพูดแบบนั้นเลย คนที่ไม่รู้จะคิดว่าระหว่างเราเคยมีเื่อะไรกันนะ”
“เฮ้อ...” เย่ซินหยี่ถอนใจเศร้า “เื่ในตอนนั้น ฉันยอมรับว่าเซี่ยกู้เฉิงทำผิดจริง แต่ตอนนั้นเขาไปรับคุณพ่อกับฉัน จะยังไงก็ถือว่าเราไปด้วยกัน ไม่ว่าใครถูกใครผิด แต่พี่ตีเขาต่อหน้าฉันแบบนั้น ฉันจะเอาแต่นิ่งเงียบอยู่ก็คงไม่ได้ใช่ไหมล่ะ”
เซียวปิงยอมรับว่าเย่ซินหยี่พูดถูก โดยเฉพาะพวกที่เป็ทหารจะรู้ดี คนของตัว มีแค่ตัวเท่านั้นที่จะสั่งสอนได้ ดังนั้น เมื่อพบกับคนกองอื่นๆ ไม่ว่าจะอย่างไร พวกเขาก็ต้องเป็หนึ่งเดียวกันเอาไว้ก่อน
เย่ซินหยี่ฉลาดเฉลียว แค่เพียงมองตาก็รู้ถึงสิ่งที่เซียวกำลังคิดอยู่ เธอยิ้มอ่อนหวาน “ไม่โทษฉันแล้ว?”
“ไม่แล้ว” นอกจากการอภัยให้เธอ เซียวปิงยังมีเหตุผลอีกอย่าง...เย่ซินหยี่เป็พี่สาวเย่จื่อ ตนจึงไม่พึงควรจะไปมีเื่หมางใจด้วย
แต่เย่ซินหยี่กลับไม่รู้เื่พวกนั้น ไม่รู้กระทั่งความสัมพันธ์ของเขากับน้องสาวด้วยซ้ำ...เมื่อเธอเห็นเซียวปิงให้อภัยแล้ว จึงพูดวกเข้าเื่อย่างรวดเร็ว “พี่ปิง ฉันอยากจะคุยกับพี่เื่หนึ่ง”
“หือ? ว่ามาสิ เื่อะไร”
เย่ซินหยี่ยิ้มหวาน กล่าวด้วยสีหน้ามั่นใจ “คุณพ่อฉันป่วยหนักอยู่ พวกเราอยากเชิญจางอีจื่อมารักษาท่าน พวกเราส่งคนไปหลายครั้ง แต่ก็โดนปฏิเสธกลับมาทุกครั้ง...ได้ข่าวว่าตอนนี้จางยีจื่ออยู่เมืองเจียงเฉิง และที่เขามาได้ ก็เพราะคำเชิญจากพี่”
เซียวปิงพยักหน้า
“ฉันอยากขอให้พี่ช่วยพูดกับท่านหน่อย ให้ท่านยอมมารักษาคุณพ่อ แล้วปัญหาที่พี่เจออยู่ในตอนนี้ ฉันจะหาทางจัดการทุกอย่างให้พี่เอง” เย่ซินหยี่ราวจะกังวล กลัวว่าเซียวปิงจะไม่รับปาก จึงพูดเสริมขู่เข้าไป “ฉันคิดว่าพี่เองก็คงจะรู้ ที่ฉางไหวอันพาคนมาตามจับพี่ ไม่ใช่เพราะเขา้าจะรักษากฎหมายอะไร แต่เป็เพราะเขาได้รับผลประโยชน์จากตระกูลเซี่ยต่างหาก เพราะฉะนั้น ถ้าพี่ไม่มีคนช่วยล่ะก็ พี่คงจะออกมาลำบาก จริงอยู่ที่พี่ต่อยตีเก่ง แต่คนแค่คนเดียว สู้รบตบมือกับราชการบ้านเมืองไม่ได้หรอกนะ แค่ป้ายสีคนคนหนึ่ง ไม่ใช่เื่ยากสำหรับพวกมันหรอก”
เย่ซินหยีพูดจบ ก็เอาแต่จ้องเซียวปิงตาไม่กะพริบ เธอดูราวจะมีความมั่นใจมาก เริ่มจากการพูดเพียงไม่กี่คำ เพื่อทำลายความไม่เป็มิตรระหว่างเซียวปิงกับตัวเอง และใช้โอกาสในครั้งนี้ ทำข้อแลกเปลี่ยนกับเขา แล้วอย่างนี้ เซียวปิงจะมีเหตุผลอะไรที่จะปฏิเสธอีกล่ะ
เซียวปิงเข้าใจเสียที ที่แท้เย่ซินหยี่ก็มาหาเพราะเื่นี้นี่เอง หากเธอเข้ามาขอดีๆ ล่ะก็ เห็นแก่เย่จื่อ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะต้องช่วยอยู่แล้ว แต่เธอกลับทำตัวเองทั้งนั้น...เธอกลับมองว่าเื่ฉางไหวอันในครั้งนี้ เป็โอกาสอันหายากของเธอ เธอเปลี่ยนจากการขอร้องมาเป็การขอผสมขู่ และสิ่งที่เซียวปิงเกลียดมากที่สุดก็คือ การโดนข่มขู่...
ดังนั้น เซียวปิงจึงได้แต่ส่ายหัวตอบ “ขอโทษ ฉันช่วยอะไรเธอไม่ได้”
เมื่อพูดจบ เซียวปิงก็เดินตรงไปยังประตูทางออก ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะคุยต่อกับผู้หญิงหยิ่งยโสคนนี้อีก
เย่ซินหยี่นั่งอึ้งอยู่กับที่ ั้แ่โตมา ไม่ว่าอะไร แค่เธออยากได้ เธอก็ต้องได้...คิดไม่ถึงเลยว่า ชายคนนี้จะบอกปฏิเสธเธอ เมื่อมองตามแผ่นหลังเซียวปิงที่เดินจากไป เย่ซินหยี่ั์ตาประกายความโกรธเกรี้ยว...แต่เพียงไม่นาน ความโกรธก็กลายเป็ไฟในตัวเอง
...เธอจะต้องเอาชนะผู้ชายคนนี้ให้ได้
เซียวปิงเดินกลับไปยังโถงใหญ่อีกครั้ง เย่ซินหยี่เองก็เดินตามเขามาเช่นกัน ั้แ่เย่ซินหยี่ก้าวเข้ามา ซูเสียวเสี่ยวก็เอาแต่อึ้งใ กับความสวยสง่าและสูงส่งของเธอ แม้เธอจะคิดว่าตนก็ไม่ขี้เหร่ แต่แสงจรัสบนตัวเย่ซินหยี่ กลับกลบแสงอันริบหรี่ที่มีในตัวเอง และคนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ ไปสิ้น โดยเฉพาะความสง่าแลดูสูงส่งแบบนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ผู้หญิงธรรมดาทั่วไปจะมีในตัว...
เมื่อพบว่าเซียวปิงเดินกลับมาแล้ว ซูเสียวเสี่ยวก็เลิกคิดฟุ้งซ่าน เธอมองไปยังเซียวปิง พลางกล่าวอย่างร้อนรน “พี่ปิง พี่จะถูกพวกมันเอาตัวไปไม่ได้นะ”
เซียวปิงยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ส่งสายตาไปยังประตูร้าน ที่หน้าร้านเต็มไปด้วยผู้คนที่มายืนมุงดูเหตุการณ์ หนึ่งในนั้นเป็ชายเนื้อละเอียดอ่อนคนหนึ่ง เซียวปิงและเขามองสบตากัน ก่อนเซียวปิงจะส่งสายตาราวฝากฝังทุกสิ่งไว้กับเขา ก่อนสายตานั้นจะเบนไปยังฉางไหวอันอีกครั้ง เขายื่นมือทั้งสองข้างออกไปช้าๆ พลางกล่าวยิ้มหวาน “จะจับฉันกลับไปจริงเหรอ?”
ตำรวจข้างฉางไหวอันเดินตรงเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะทำการล็อกกุญแจมือเขา
เซียวปิงไม่ได้สนใจตำรวจคนนั้น เขายังคงจ้องไปยังฉางไหวอัน ยิ้มหวาน “ผอ.ฉาง ผมชอบนะ คนที่ผดุงความยุติธรรมและรักษากฎหมายน่ะ แต่ผมเกลียดพวกที่เอากฎหมายมาอ้าง เพื่อทำสิ่งเลวทรามส่วนตัวที่สุด คุณเป็คนแบบไหน คุณคงจะรู้ตัวดี”
ฉางไหวอันสีหน้าเปลี่ยนไปนิดหน่อย
เซียวปิงยังคงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงสงบ “แต่ผมก็ยังต้องเตือนอะไรคุณไว้อย่าง”
“เตือนอะไร”
“คุณจะจับผมก็ได้ แต่คุณต้องจำไว้อย่าง...ผมลงตาราง คุณลงนรก”
แกรก
เซียวปิงถูกล็อกกุญแจมือเสร็จสิ้นในที่สุด
ความมั่นใจและสายตาเหยียดหยามนั้นของเซียวปิง ทำเอาฉางไหวอันรู้สึกกระวนกระวายขึ้นมาทันที เขาตะคอกเสียงหลงพลางชี้ไปยังเซียวปิง ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเคืองอันเป็ผลมาจากความอับอาย “เอาตัวมันไป เอาไป!” มันะโก้อง
เซียวปิงหัวเราะกึกก้อง แล้วเดินสาวเท้านำพวกตำรวจ แม้เขาจะถูกล็อกกุญแจมือเอาไว้ แต่ทุกคน ณ ที่นั้นกลับยังรู้สึกว่าเขาช่างแลดูยิ่งใหญ่ แข็งแกร่งนัก ราวกับพวกตำรวจที่คุมตัวเขาเป็เพียงฝูงมดตัวเล็กๆ เท่านั้น และเขา...เขาเป็ั์ตัวใหญ่ที่อยู่ท่ามกลางฝูงมดนั้น
เมื่อเดินจนพ้นประตู เซียวปิงหันกลับไปมองซูเสียวเสี่ยวที่ราวจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ได้แต่นิ่งเงียบไป...เขายิ้มให้เธอราวมิกังวลกับเื่ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย “ไม่ต้องบอกเื่นี้กับคุณน้าหรอก อย่างมากก็สองวัน...แล้วฉันจะกลับมา!”
นี่เป็คำสัญญา และเป็คำท้าทายฉางไหวอันไปในตัวด้วย
เมื่อมองดูความมั่นใจ ที่ช่างไม่เข้ากับสถานการณ์ตอนนี้ของเซียวปิง บวกกับคำเมื่อครู่ที่เขาประกาศไป จู่ๆ ฉางไหวอันก็รู้สึกหวาดผวา และเสียใจกับสิ่งที่ทำขึ้นมา
ฉันลงตาราง แกลงนรก?
ฉางไหวอันกำมือแน่น คนแบบนี้ หากบาดหมางด้วย ก็จะต้องฆ่ามันให้ตายเท่านั้น...ในเมื่อเข้าไปแล้ว แกยังอยากจะรอดชีวิตกลับมา...เป็ไปได้เหรอ?
ฉางไหวอัน ซึ่งเป็ถึง ผอ.กรมรักษาความปลอดภัย บัดนี้ ในใจกลับมีความอาฆาตแรงกล้าขึ้นมา!
...ฆ่า!
