คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะว่องไวถึงเพียงนี้ วินาทีก่อนที่หมัดของเฟิ่งสือจิ่นจะพุ่งไปกระทบ จู่ๆ ชายคนนั้นก็เบี่ยงตัวหลบ และจับข้อมือของเฟิ่งสือจิ่นเอาไว้ได้อย่างแม่นยำ ราวกับว่าเขารู้มาั้แ่แรกแล้วว่านางจะทำเช่นนี้ เฟิ่งสือจิ่นถูกเหวี่ยงไปอีกทาง ชายอีกคนกอดเอวของนางเอาไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง โดยมืออีกข้างก็ล็อกแขนทั้งสองข้างของนางเอาไว้ที่ด้านหลัง เฟิ่งสือจิ่นไม่อาจขยับหรือขัดขืนใดๆ ได้เลย หากดันทุรังจะดึงมือกลับออกมา ก็มีแต่จะทำให้เจ็บตัวเสียเปล่า
ชายคนนั้นหัวเราะหยัน “แม่หนูน้อย ไม่เจียมกำลังตัวเองเลยนะ เ้ายังอ่อนหัดเกินกว่าจะต่อกรกับพวกเรา เ้าคงยังไม่รู้สินะว่าก่อนหน้าเ้า ก็เคยมีเด็กสาวอีกมากที่พยายามเหวี่ยงหมัดใส่พวกเราเช่นนี้” เขาถามเองตอบเอง “แต่มีประโยชน์หรือ? ไม่เลย”
เฟิ่งสือจิ่นต่อสู้อย่างใจเย็น ไม่มีท่าทีร้อนรนแม้แต่น้อย ใบหน้าสวยก็ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวเช่นกัน แม้บัดนี้ แขนทั้งสองข้างจะถูกล็อกเอาไว้ที่ด้านหลัง นางก็ยังไม่มีท่าทีร้อนใจอะไร แต่ก้มหน้าลง แล้วกัดแขนของชายที่ล็อกร่างของนางเอาไว้อย่างกะทันหัน นางกัดลงไปสุดแรง ราวอยากจะฉีกเนื้อของอีกฝ่ายออกมาให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ชายคนนั้นร้องครางด้วยความเ็ป เขาปล่อยมือจากเฟิ่งสือจิ่นโดยสัญชาตญาณ แล้วเหวี่ยงฝ่ามือเข้าไปตบหน้านางจนเกิดเสียงดังก้อง
“เฟิ่งสือจิ่น...”
เฟิ่งสือจิ่นเซถอยไปด้านหลังหลายก้าว นางหยุดอยู่ข้างเก้าอี้ตัวหนึ่ง เมื่อเห็นว่าชายคนนั้นปรี่เข้ามาหา เฟิ่งสือจิ่นก็กัดฟันแน่นด้วยท่าทางเหี้ยมเกรียม ก่อนจะคว้าเก้าอี้ที่อยู่ข้างมือขึ้นมา และเหวี่ยงฟาดไปที่ร่างของชายคนนั้นอย่างบ้าคลั่ง
ชายคนดังกล่าวตั้งตัวไม่ทันจึงถูกเก้าอี้ฟาดอย่างจัง เืสีแดงไหลออกมาจากศีรษะ พลันร่างใหญ่ก็ล้มลงอย่างหมดแรง
ใครจะไปคิดว่าสตรีตัวเล็กๆ อย่างนางจะลงมือได้เด็ดเดี่ยวและเหี้ยมโหดเช่นนี้ เก้าอี้ที่สร้างจากไม้มะฮอกกานีอันแสนแข็งแรงถูกฟาดจนหักครึ่งลงทันที
เมื่อเห็นดังนั้น ชายอีกคนที่เตรียมจะเข้ามาจับตัวนางก็ถอยกลับไปหลายก้าว เฟิ่งสือจิ่นโยนเก้าอี้ในมือทิ้ง แล้วหยิบเก้าอี้ตัวใหม่ที่ยังมีสภาพดีขึ้นมาแทน ในตอนนั้นเอง จู่ๆ นางก็เหวี่ยงเก้าอี้ไปที่ร่างของชายอีกคนโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้พักหายใจด้วยซ้ำ ชายคนนั้นเบี่ยงหลบไปได้อย่างฉิวเฉียด เฟิ่งสือจิ่นไม่ยอมแพ้ เมื่อคว้าอะไรได้นางก็โยนมันออกไปจนหมด เพียงพริบตาเดียว ห้องทั้งห้องก็วุ่นวายและยับเยินไปหมด
ไม่ใช่แค่ภายในห้องเท่านั้น แต่สถานการณ์ด้านนอกก็วุ่นวายไม่ต่างกัน ใครคนหนึ่งะโมาจากด้านนอก “พวกมันหนีไปแล้ว พวกมันหนีไปหมดแล้ว! รีบไปจับพวกมันกลับมาเร็วเข้า!”
เด็กหนุ่มในห้องแก้มัดให้กัน จากนั้นก็หนีออกมาด้านนอกอย่างรวดเร็ว น่าเสียดายที่คนงานของเรือบรรทุกมาเห็นเสียก่อน พวกเขาจึงถูกไล่จนต้องวิ่งวุ่นไปทั่วเรือ
เด็กหนุ่มเหล่านี้หวาดกลัวมานานเกินพอแล้ว พวกเขารู้ว่าหากตนยังอ่อนแออีก ต้องถูกคนพวกนั้นจับกลับไปขังเอาไว้ดังเดิมอย่างแน่นอน สู้สู้ตายกับพวกมันไปเลยดีกว่า แบบนั้น พวกเขาอาจยังมีโอกาสรอดอยู่บ้าง เหตุนี้ เพียงพริบตาเดียวก็เกิดการปะทะต่อสู้ไปทั่วทุกหนแห่ง เด็กหนุ่มเ่าั้กินดีอยู่ดีมาั้แ่เด็ก จึงมีร่างกายอ่อนแอ ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของแรงงานเหล่านี้อยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อมีโอกาส พวกเขาก็รีบะโหนีลงไปในน้ำทันที
อีกด้าน โจรทั้งหลายหรือจะยอมให้เหยื่อของตนหนีออกไปจากกรงง่ายๆ เช่นนี้ แรงงานทั้งหลายะโลงไปในน้ำเพื่อตามจับเด็กหนุ่มเ่าั้อย่างรวดเร็ว
ในเวลาเช่นนี้ ต่อให้ชายทั้งสามในห้องจะเรียกให้คนข้างนอกเข้ามาช่วย ก็คงไม่มีใครได้ยิน หรือตอบกลับมาแน่
เฟิ่งสือจิ่นสูญเสียพลังงานไปอย่างรวดเร็ว นางหอบหายใจไม่หยุด จนถึงตอนนี้ ในที่สุดชายทั้งสามในห้องก็ตระหนักได้แล้วว่าเฟิ่งสือจิ่นเป็ตัวปัญหาแค่ไหน พวกเขาประกายรังสีสังหารออกมาทางแววตา ยังไม่ทันที่เฟิ่งสือจิ่นจะได้โยนอะไรออกไปอีก คนเ่าั้ก็ปรี่เข้ามาหาเสียแล้ว นางเหวี่ยงหมัดลงบนร่างกายของพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง แต่นั่นกลับไม่ทำให้คนเหล่านี้ระแคะระคายเลยด้วยซ้ำ พวกเขาเหวี่ยงฝ่ามือลงมาตบหน้าเฟิ่งสือจิ่นอย่างแรงจนนางเวียนหัวไปหมดแล้ว
ชายคนหนึ่งจับแขนของเฟิ่งสือจิ่นเอาไว้แล้วออกแรงบิดกลับไปด้านหลัง หลิวอวิ๋นชูได้ยินเสียงกระดูกเคลื่อนตำแหน่งดังออกมาจากแขนของเฟิ่งสือจิ่นในทันที นางร้องครางแล้วทรุดลงไปคุกเข่าอยู่บนพื้น ชายคนนั้นถีบไปที่หน้าอกของนาง ทำให้ร่างบางล้มลงไปกองอยู่บนพื้นเรืออย่างหมดสภาพ
ชายที่ล็อกตัวหลิวอวิ๋นชูเอาไว้พูดขึ้นด้วยเสียงอำมหิต “ตอนนี้ข้างนอกวุ่นวายไปหมดแล้ว รีบฆ่าแล้วโยนนางลงจากเรือเสียเถอะ อย่าลืมเก็บกวาดให้สะอาดด้วยล่ะ!”
เฟิ่งสือจิ่นพยายามจะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง แต่ก็ถูกชายคนนั้นถีบจนล้มกลับลงไปดังเดิม ชายคนดังกล่าวนั่งยองๆ อยู่ข้างกายนาง เขายื่นมือทั้งสองข้างเข้ามาช้าๆ แล้วประคองหัวของนางเอาไว้ “น่าเสียดายจริงๆ ถ้าเ้าไม่รนหาที่ตายขนาดนี้ ข้าก็คงจะเมตตา ออมมือกับเ้าบ้าง แต่ในเมื่อเ้าทำให้เื่วุ่นวายมาขนาดนี้แล้ว ข้าคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากฆ่าเ้าทิ้งเสีย”
“หยุดนะ! หยุดเดี๋ยวนี้!” หลิวอวิ๋นชูที่ถูกล็อกตัวเอาไว้บนเตียงดิ้นตะเกียกตะกาย และถีบขาสุดแรงเกิด
ชายคนนั้นพูดพลางล็อกหัวของเฟิ่งสือจิ่นเอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง เมื่อพูดจบก็เตรียมจะออกแรงบิดให้ลำคอของนางหักคามือ จนถึงป่านนี้แล้ว แต่เฟิ่งสือจิ่นกลับยังมีท่าทีนิ่งเรียบ ไม่ร้อนรนเลยสักนิด เหมือนรู้ว่าตนถูกบีบจนมายืนอยู่ที่เขตแดนแห่งขุมนรกเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะก้าวไปข้างหน้าหรือถอยหลังกลับไป สิ่งที่รอนางอยู่ก็มีแต่หุบเหวลึกเท่านั้น เมื่อเป็เช่นนี้ก็ไม่มีอะไรที่ต้องกังวลอีกต่อไป
ในวินาทีแห่งความเป็และความตาย จู่ๆ เฟิ่งสือจิ่นก็ยกแขนข้างที่ไม่ได้รับาเ็ขึ้นมาอย่างกะทันหัน แสงเย็นเฉียบพุ่งผ่านข้อมือของชายคนนั้นไปอย่างรวดเร็ว ผลที่ตามมาก็คือ นอกจากชายคนนั้นจะหักคอเฟิ่งสือจิ่นไม่สำเร็จแล้ว กลับยังรู้สึกเย็นวาบที่ข้อมืออย่างไร้สาเหตุ เมื่อก้มลงไปมอง ภาพที่เห็นก็ทำให้เขาสะดุ้งเฮือก เพราะเืสดกำลังไหลทะลักออกมาจากข้อมือของเขาอย่างไม่อาจหยุดยั้ง
เฟิ่งสือจิ่นฉวยโอกาสนี้ รีบพลิกตัวลุกขึ้นยืน แม้ว่าแขนข้างที่ได้รับาเ็จะเจ็บจนเข้ากระดูกดำ นางก็ยังพุ่งเข้าไปดึงแขนอีกข้างของชายคนนั้นมา แล้วใช้กริชบาดลงบนนั้นอย่างไม่ลังเล
เืสีแดงไหลทะลักออกมาจากข้อมือทั้งสองข้าง ชายคนนั้นมีใบหน้าซีดเผือด หลังเกิดเื่ขึ้นแล้ว ความเจ็บจึงค่อยๆ ปรากฏขึ้นตามหลัง เขาทั้งโกรธและแค้นเฟิ่งสือจิ่นจนยากจะหาคำใดมาอธิบาย แต่เพราะเส้นเอ็นที่ข้อมือทั้งสองข้างถูกตัดจนขาดลงแล้ว แม้อยากจะฆ่านางแค่ไหน เขาก็ไม่มีแรงยกมือขึ้นมาอยู่ดี
ชายที่ยังนั่งอยู่บนเตียงเห็นดังนั้นจึงใช้มือจับลำคอของหลิวอวิ๋นชูเอาไว้ “ที่เ้าทำไปทั้งหมดก็เพื่อเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ใช่หรือ เช่นนั้น หากข้าฆ่าเขาเสียั้แ่ตอนนี้ สิ่งที่เ้าทำมาทั้งหมดก็ไร้ประโยชน์ แบบนั้นก็คุ้มค่าดีเหมือนกัน”
เฟิ่งสือจิ่นเดินไปที่เตียงทีละก้าวๆ อย่างไร้ซึ่งความหวาดกลัว “ถ้าเขาตาย พวกเ้าก็อย่าหวังว่าจะรอดออกไปแม้แต่คนเดียว”
หยดน้ำตาไหลออกมาจากขอบตาของหลิวอวิ๋นชูอย่างเงียบงัน เฟิ่งสือจิ่นก็ไม่ได้ดีไปกว่าเขาสักเท่าไร นางถูกซ้อมจนร่างกายเต็มไปด้วยาแ ทว่าสายตาคู่นั้นกลับยังเย่อหยิ่งไม่ต่างจากเดิม ให้ความรู้สึกราวกับว่าสตรีตรงหน้าเข้มแข็งจนไม่มีวันล้มลงเช่นนั้น
หลิวอวิ๋นชูรู้สึกเจ็บแปลบในใจ เขาเศร้าใจมากจริงๆ
เขารู้สึกเ็ปในหัวใจ และสงสารเฟิ่งสือจิ่นในตอนนี้เหลือเกิน เจ็บกว่าตอนที่ถูกตบหน้า เจ็บกว่าตอนที่ถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรี ทรมานกว่าตอนที่ชีวิตของเขาตกอยู่ในกำมือของผู้อื่นเสียอีก!
ทำไมเขาถึงไร้ประโยชน์เช่นนี้!
ชายคนนั้นบีบคอหลิวอวิ๋นชูแรงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยหวังว่าจะใช้ชีวิตของหลิวอวิ๋นชูมาข่มขู่ให้เฟิ่งสือจิ่นยอมจำนนนั่นเอง คิดไม่ถึงเลยว่าหญิงร่างบางๆ เช่นนางจะมีพละกำลังและกล้าหาญมากมายขนาดนี้ หลิวอวิ๋นชูคิดขึ้นในใจ... นางยอมทำเพื่อตนมากมายขนาดนี้แล้ว ตนยังจะกลัวอะไรอีก?
ตอนนี้ ไม่มีอะไรน่ากลัวในสายตาเขาอีกแล้ว และเขาก็ไม่หวาดกลัวสิ่งใดทั้งนั้น เขารับรู้ได้ว่าฝ่ามือที่กำลังบีบคอของตนอยู่ เริ่มมีเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นมาแล้ว ชายคนนั้นออกแรงมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ครั้งนี้ แม้หลิวอวิ๋นชูจะหายใจลำบากแค่ไหน เขาก็ไม่เกรงกลัวอีกต่อไป ชายคนดังกล่าวสามารถบีบคอเขาจนตายได้ในทันทีเลยหรือ? ไม่มีทางแน่! ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าเขาจะตายลง
หลิวอวิ๋นชูทำอย่างที่เฟิ่งสือจิ่นเคยทำ คือก้มลงไปกัดแขนของชายคนนั้นอย่างแรง ความเจ็บทำให้ชายคนดังกล่าวสูดหายใจเข้าลึก และเตรียมจะผลักหลิวอวิ๋นชูออกไปให้ห่างโดยสัญชาตญาณ แต่หลิวอวิ๋นชูไม่ยอมหยุดลงเพียงเท่านั้น เขาถีบร่างของชายคนนั้นซ้ำๆ สุดแรง
