“คุณอาเล็ก โครงการหนึ่งหมื่นล้านหยวนของอา ดำเนินการไปถึงไหนแล้วครับ!” อู่หาวเฉียงถามด้วยความสงสัย
พออู่หาวเฉียงถามขึ้น อู่ซือหานก็อดเงี่ยหูฟังไม่ได้ ตอนนี้อู่ซือหานอยากรู้อยากเห็นเื่ของเย่ฝานไม่น้อย แต่เขาเกรงใจที่จะถาม
เย่ฝานลูบคางก่อนตอบ “หนึ่งหมื่นล้านหยวนคงจะยากไปหน่อย แต่ว่าอาอยู่ที่เมืองหลวงก็หาเงินได้ไม่น้อย เงินในบัญชีใกล้จะแตะสองร้อยล้านหยวนแล้ว ที่สำคัญคืออาของหลานอยากจะมุมานะบากบั่นเพื่อทำให้สำเร็จ แต่อาสะใภ้กลับฉุดอาเดินถอยหลัง อยากให้อากินข้าวนิ่ม![1]”
อู่หาวเฉียงทำตาโตแล้วพูดว่า “กินข้าวนิ่ม มันเป็เื่ดีนี่ครับ! ผมก็อยากกินข้าวนิ่มเหมือนกัน”
“มันเป็เื่ดีอย่างที่ว่านั่นแหละ เอาแต่กินข้าวนิ่มแบบนี้ มันทำให้อาของเธอรู้สึกละอายใจน่ะสิ! รอให้อาทำงานในมือตอนนี้ให้สำเร็จก่อน ก็จะมีรายได้เพิ่มอีกห้าร้อยล้านหยวน ถึงตอนนั้นอาจะซื้อขนมให้กินนะ”
อู่หาวเฉียงกล่าวด้วยความอิจฉาว่า “ห้าร้อยล้านหยวน คุณอาสุดยอดไปเลย! คุณพ่อทำงานหนักขนาดนี้ แต่ละปีหาเงินได้แค่ไม่กี่ล้านหยวนเอง ตอนคุณพ่อเงินไม่พอยังต้องพึ่งคุณปู่คอยช่วยตลอด! ทำให้ผมเงินขาดมือไปด้วย! คุณอาหาเงินเก่งกว่าคุณพ่อผมเสียอีก!"
อู่ซือหาน “…” ทำไมเขาถึงให้กำเนิดเ้าเด็กบ้านี่ออกมาได้นะ กินบนเรือนขี้รดบนหลังคาแท้ๆ
เย่ฝานได้รับการยกยอจากอู่หาวเฉียงขนาดนี้ก็เกิดตัวลอยขึ้นมาในทันที “คนที่เป็อัจฉริยะอย่างอา ใต้หล้านี้มีไม่มากหรอกนะ อ่ะ บัตรนี้อาให้นาย ในบัตรมีเงินอยู่ห้าล้านหยวน นายเอาไปใช้เถอะ”
อู่หาวเฉียงรับบัตรมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเลื่อมใส “คุณอา คุณอาใจกว้างมากเลยครับ! คุณพ่อยังไม่ใจกว้างเท่าอาเลย!”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วตอบ “แน่นอนอยู่แล้ว พ่อของนายจะมาเทียบกับอาได้ยังไง อยู่กับอานายก็จะได้กินดีอยู่ดีอย่างนี้แหละ”
จางเซวียน “…”
“ธุรกิจที่ทำเงินตั้งห้าร้อยล้านหยวน?” อู่ซือหานอดถามไม่ได้ “มันคือธุรกิจอะไรเหรอ?”
เย่ฝานเอามือลูบคางก่อนตอบ “มีคนถูกผีตนหนึ่งเข้าสิง ทำยังไงก็ไม่ยอมออกจากร่าง ทำให้เ้าของร่างได้แต่นอนเป็ผักอยู่บนเตียง ต่อมาผมเลยเข้าไปดูว่าผีตนนั้นมีญาติพี่น้องหรือไม่ ถ้ามีจะได้ให้ญาติมาพูดเกลี้ยกล่อมให้ผีตนนั้นยอมไปเกิดสักที”
อู่หาวเฉียงกัดปีกไก่พลางถาม “แล้วหาเจอไหมครับ?”
เย่ฝานส่ายหน้าแล้วตอบว่า “ถ้าหาไม่เจอจริงๆ ก็อาจจะยุ่งยาก เงินรางวัลห้าร้อยล้านหยวนใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ พวกเราคงต้องพยายามทำให้ดีที่สุด ส่วนผลจะออกมาเป็ยังไงก็อยู่ที่ฟ้าลิขิต หากหาไม่เจอจริงๆ เราคงต้องหาวิธีอื่นดู”
อู่ซือหานมองเย่ฝานด้วยความกังวลใจ ก่อนเตือนเขาว่า “น้องชาย นายต้องระวังตัวด้วยนะ”
เย่ฝานโบกมือพร้อมกล่าว “วางใจเถอะครับ ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงหรอก อย่างมากก็แค่ผีอายุไม่ถึงสามร้อยปีไม่กี่ตน”
…
เช้าวันต่อมา จางเซวียนเร่งให้เย่ฝานออกจากบ้าน
ทว่าเมื่อรถแล่นออกไป ก็ถูกรถหลายคันขวางเอาไว้ เย่ฝานขมวดคิ้วพลางเอ่ย “เราต้องรีบไปนะ ทำไมถึงหยุดรถล่ะ?”
“รถของบ้านตระกูลเย่ขวางรถของเราไว้ คราวนี้นายคงต้องเผชิญหน้ากับพวกเขาแล้วล่ะ” อู่ซือหานกล่าวขณะถอนหายใจ
่นี้คนจากบ้านตระกูลเย่มักจะมาเจรจาขอร่วมธุรกิจกับบ้านตระกูลอู่อยู่บ่อยๆ เมื่อก่อนคุณพ่อต้องเสียเปรียบบ้านตระกูลเย่มาตลอด พอทางโน้นมาขอความร่วมมือ เขาจะยอมตอบรับได้อย่างไร ตอนนี้เย่ฝานกลับมาเมืองชางแล้ว บ้านตระกูลเย่คงไม่ยอมให้โอกาสนี้หลุดมือแน่ๆ
เย่ฝานพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ฉันไม่ได้มีเวลาว่างขนาดนั้น!”
เย่ฝานเปิดประตูรถ โยนยันต์วายุแผนหนึ่งออกไป แล้วร่ายคาถา “ถอย” รถสามสี่คันที่ขวางรถของเย่ฝานต่างถูกพลังที่มองไม่เห็นดันออกไป
“ออกรถ” เย่ฝานะโสั่ง
อู่ซือหานซึ่งกำลังตกตะลึงกับภาพที่เห็น พอถูกเย่ฝานเรียกจึงรีบสั่งให้คนขับรถรีบออกรถไป
พอรถที่เย่ฝานนั่งแล่นออกไป รถของบ้านตระกูลเย่ก็ขับตามมาติดๆ
เย่ฝานมองรถด้านหลังที่ขับตามมา เขาพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ไม่ยอมหยุดใช่ไหม”
“ะเิ” เย่ฝานโยนยันต์อีกแผ่นออกไป
เสียงยางรถยนต์ะเิดังขึ้นเป็ระลอก รถของบ้านตระกูลเย่แต่ละคันยางะเิจนรถพังเสียหาย จอดนิ่งอยู่บนถนน
เย่ฝานเห็นว่ารถของพวกนั้นไม่ตามมาแล้ว จึงนั่งไขว้ขาอย่างเกียจคร้านและเอ่ยขึ้น “เรียบร้อยแล้ว”
อู่ซือหานมองเหตุการณ์เมื่อครู่ด้วยความตกตะลึง ถึงเขาจะเคยได้ยินมาบ้างว่าเย่ฝานมีความสามารถเหนือธรรมชาติ แต่พอได้เห็นกับตาก็รู้สึกเหลือเชื่อเป็อย่างมาก
“น้องชาย นายเก่งกาจจริงๆ!”
เย่ฝานหัวเราะ แล้วพูดว่า “นี่ไม่เท่าไรหรอกครับ! ผมใช้ความสามารถไปนิดเดียวเอง”
อู่ซือหาน “…”
“ให้ตายเถอะ ทำไมอยู่ๆ ยางรถยนต์ถึงะเิทั้งหมดได้นะ” เย่เส้าฮุยอดพูดออกมาไม่ได้
“เย่ฝาน ต้องเป็เย่ฝานแน่ๆ” เย่หลิงเอ่ย
เย่เส้าฮุยพลันหวาดหวั่นใจ “เย่ฝาน เ้าหมอนั่นร้ายกาจขนาดนั้นเลยเหรอ!”
เย่หลิงพยักหน้าก่อนพูด “ใช่แล้วค่ะ” ไช่เจิ้นจวิ้นเลื่อมใสในตัวเย่ฝานมาก ภายหลังเย่หลิงได้ไปสืบมา หล่อนพบว่าไช่เจิ้นจวิ้นมีชื่อเสียงโด่งดังอยู่ในแวดวงทายาทรุ่นที่สองของเศรษฐีใหญ่ในเมืองหลวง
“ดูท่าทางเย่ฝานจะมีอคติกับบ้านตระกูลเย่ของเรามาก” เย่เส้าฮุยกล่าว
เย่หลิงพยักหน้าแล้วคิดในใจว่า ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้บ้านตระกูลอู่คงได้ผลประโยชน์ไปทั้งหมด ในขณะที่คนตระกูลเย่จะไม่ได้อะไรเลย
…
เมื่อพวกของอู่ซือหานมาถึงเมืองชี ก็มีบุคคลผู้หนึ่งมารอต้อนรับการมาเยือนของพวกเขา
อู่ซือหานเดินเข้าไปใกล้จึงพบว่าคนคนนั้นคือคังเยี่ยน คังเยี่ยนเป็นักธุรกิจอันดับต้นๆ ของเมืองชี
“อาจารย์จาง ในที่สุดคุณก็มาถึง” คังเยี่ยนเข้ามาต้อนรับด้วยความกระตือรือร้น เขายื่นมือไปกุมมือของจางเซวียนไว้
หลายปีก่อนคังเยี่ยนถูกคนใช้มนต์ดำเล่นงาน ในตอนนั้นบังเอิญได้พบกับนักพรตท่านหนึ่งที่มาจากเขาหลงหู่ นักพรตผู้นั้นได้ช่วยเหลือเขา ทำให้คลี่คลายปัญหาไปได้ คนเราเมื่อร่ำรวยขึ้นมาก็มักกลัวว่าจะเกิดเื่ไม่ดี คังเยี่ยนจึงเคารพเลื่อมใสนักพรตที่มีฝีมือล้ำเลิศเป็อย่างมาก
ครั้งก่อนนักพรตจากเขาหลงหู่ท่านนั้นมาช่วยเหลือแล้วจากไป ปกติคนของเขาหลงหู่จะไม่ยอมออกจากสำนักง่ายๆ คังเยี่ยนคิดจะผูกสัมพันธ์แต่ก็ยังไม่สำเร็จ ในครั้งนี้บังเอิญว่ามีคนจากเขาหลงหู่ติดต่อมาหาเขาเพื่อสอบถามเื่บ้านโบราณ เขารู้สึกว่าโอกาสมาถึงแล้วจึงมารอรับั้แ่เช้า
อู่ซือหานขมวดคิ้ว คิดไม่ถึงว่าจะได้พบกับคังเยี่ยนที่นี่
คังเยี่ยนมีฐานะและภูมิหลังทางครอบครัวที่ดีมาก เขาทำธุรกิจใหญ่โต คนคนนี้ออกมาต้อนรับจางเซวียนด้วยตนเองแบบนี้ แสดงให้เห็นว่าที่มาที่ไปของจางเซวียนไม่ธรรมดาเลย
“น้องชาย จางเซวียนคนนี้เป็พวกร่างทรงจริงๆ เหรอ?” อู่ซือหานถามด้วยเสียงแ่เบา
เย่ฝานพยักหน้าแล้วตอบว่า “ก็ใช่น่ะสิ ผมจะหลอกพี่ไปทำไม!”
“เขาเป็ร่างทรงจากที่ไหน?” อู่ซือหานถาม
“เขาหลงหู่”
อู่ซือหาน “…” เย่ฝานเ้าหมอนี่ เห็นยอดฝีมือจากเขาหลงหู่เป็พวกนักต้มตุ๋นไปเสียได้ ทำให้เขาไม่ได้ต้อนรับขับสู้จางเซวียนอย่างดี
จางเซวียนซาบซึ้งกับท่าทีเป็มิตรและไมตรีจิตที่คังเยี่ยนมอบให้ ถ้าเป็เมื่อก่อนตอนที่มีแต่คนนับหน้าถือตา เขาคงไม่รู้สึกแบบนี้ แต่พอถูกเย่ฝานตราหน้าว่าเป็คนไม่เอาไหนอยู่บ่อยๆ เมื่อมีคนเข้ามายกย่องว่าเขาเป็บุคคลผู้ทรงภูมิ เขาจึงรู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง
เย่ฝานเดินเข้าไปข้างๆ จางเซวียน แล้วบ่นพึมพำ “ทำงานๆ ห้าร้อยล้าน ห้าร้อยล้าน!”
จางเซวียน “…”
คังเยี่ยนมองเย่ฝานแวบหนึ่งด้วยความประหลาดใจ “ท่านนี้คือ?”
“เขาคือผู้ช่วยของผมเอง ชื่อว่าเย่ฝาน!”
เย่ฝานทำหน้านิ่วคิ้วขมวด แล้วพูดว่า “ที่จริงแล้วฉันเป็ผู้นำ ส่วนนายเป็ผู้ช่วยต่างหากล่ะ”
จางเซวียนหันหน้ามองเย่ฝาน แล้วพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ “นายยังอยากได้เงินห้าร้อยล้านอยู่ไหม?”
เย่ฝานทำหน้ามุ่ย แล้วพูดอย่างไม่ค่อยสมัครใจว่า “เอาล่ะๆ เห็นแก่เงินที่จะได้หรอกนะ ผู้ช่วยก็ผู้ช่วย”
จางเซวียน “…” เย่ฝานเ้าคนเห็นแก่เงิน!
“คุณชายอู่ก็มาด้วยหรือครับ” คังเยี่ยนมองอู่ซือหานแล้วกล่าวทักทาย
“สวัสดีครับเถ้าแก่คัง ครั้งสุดท้ายที่ได้พบกันคงจะเป็ที่งานเลี้ยงของท่านผู้าุโถังนะครับ พวกเราไม่ได้เจอกันนานเลย”
“คุณชายอู่ดูสดใสขึ้นมากเลยนะครับ ได้ยินว่าบ้านตระกูลอู่่นี้กำลังดำเนินโครงการใหญ่อยู่ ธุรกิจไปได้สวยเลยนะครับ!”
“เถ้าแก่คังชมเกินไปแล้ว”
“คุณชายอู่ทำไมถึงมาด้วยล่ะครับ?” คังเยี่ยนถาม
“ผู้ช่วยของอาจารย์จางเป็ลูกพี่ลูกน้องของผมเองครับ” อู่ซือหานตอบ
คังเยี่ยนตกตะลึงแล้วพูดว่า “ที่แท้ก็เป็อย่างนี้นี่เอง น้องชายของคุณอายุยังน้อยแต่สามารถเป็ผู้ช่วยของอาจารย์จางได้แล้ว ต่อไปจะต้องมีอนาคตที่ดีแน่ๆ เลย!”
อู่ซือหานพยักหน้าแล้วตอบว่า “ใช่แล้ว! ใช่แล้วครับ!” น้องชายของเขาคนนี้กำลังก้าวหน้าในธุรกิจ จะต้องมีอนาคตที่สดใสแน่นอน
เย่ฝานหันกลับมามองอู่ซือหานด้วยใบหน้าเคร่งขรึม อู่ซือหานไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ ก็เกิดความรู้สึกไม่มั่นใจขึ้นมา
คังเยี่ยนเลื่อมใสในตัวจางเซวียนขนาดนั้น แต่จางเซวียนกลับขอให้น้องชายของเขามาช่วยเหลือ นี่แสดงให้เห็นว่าน้องชายของเขามีฝีมือจริง! น้องชายของเขากลายเป็คนเก่งกาจแบบนี้ั้แ่เมื่อไรกัน!
“คุณชายเย่ เรารีบออกตามหากันเถอะ หากหาเจอแล้วนายจะได้รีบกลับไปตามจีบเมียที่เมืองหลวงไง?” จางเซวียนกล่าว
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ใช่ๆๆ หนึ่งวันไม่เจอหน้า เหมือนห่างกันสามฤดูใบไม้ร่วง ฉันจากเขามาก็หลายวันแล้ว เขาคงคิดถึงฉันน่าดู”
อู่ซือหาน “…”
คังเยี่ยนถามด้วยความสงสัยว่า “คุณชายเย่มีใครในใจแล้วหรือครับ?”
อู่ซือหานพยักหน้าตอบ “ใช่แล้วครับ”
“ไม่รู้ว่าลูกสาวบ้านไหน ที่โชคดีเป็ที่ต้องตาของคุณชายเย่นะครับ” คังเยี่ยนทำธุรกิจมาหลายปี เขาย่อมมองออกว่าจางเซวียนและเย่ฝานมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน การจับผีครั้งนี้ส่วนใหญ่เย่ฝานเป็คนจัดการ เย่ฝานน่าจะเป็คนที่จางเซวียนเชิญมาช่วยจากภายนอก คนที่ถูกคนของเขาหลงหู่เชิญมาช่วยได้นั้น แสดงให้เห็นว่าเป็คนมีความสามารถไม่เบา
…
บ้านโบราณในจวนตระกูลสือตั้งอยู่ยาวนาน บัดนี้กลายเป็ซากปรักหักพังจนมองไม่เห็นสภาพเดิม
“ที่แห่งนี้ นึกไม่ถึงเลยว่าจะไม่มีการสร้างบ้านใหม่แทนที่” จางเซวียนเห็นว่าทำเลของบ้านหลังนี้ไม่เลว พื้นที่รอบๆ ต่างสร้างเป็ตึกสูงไปหมดแล้ว แต่ว่าที่ตรงนี่กลับยังอยู่ในสภาพเดิม
“เมื่อก่อนก็มีคนเคยคิดจะสร้างสิ่งปลูกสร้างขึ้นมาใหม่ แต่ว่าที่ผืนนี้ประหลาดมาก ทุกครั้งที่กำลังจะมีการสร้างใหม่ ก็ต้องเกิดเื่ไม่คาดคิดทุกครั้งไป” คังเยี่ยนอธิบาย
“เช่นเื่อะไรบ้างเหรอครับ?” เย่ฝานถาม
“อย่างเช่นคนที่รับหน้าที่ขุดดินปรับพื้นที่ ตอนที่กำลังจะขุดดิน ลูกของเขาก็ไม่สบาย ตัวร้อนและไข้ขึ้นสูง แต่พอสั่งให้ยกเลิกการขุดดินไปก่อน ลูกของเขาก็ดีขึ้น ไข้ลดไปทันที” คังเยี่ยนเล่า
จางเซวียนขมวดคิ้ว แล้วบ่นพึมพำ “ยังมีเื่แบบนี้อยู่อีกเหรอ?”
เย่ฝานนำธงดูดิญญาออกมาโบก เขาพลันมุ่นคิ้วแน่น
“เกิดอะไรขึ้น?” จางเซวียนเอ่ยถาม
“ิญญาทารก! ที่นี่มีิญญาทารกอาศัยอยู่ไม่น้อยเลย” เย่ฝานกล่าว “ิญญาทารกเกิดขึ้นจากการหลอมรวมของดวงจิตเด็กน้อยที่ตายไปก่อนจะได้ลืมตาดูโลก ที่แห่งนี้มีิญญาทารกถึงสิบกว่าดวงเลยทีเดียว”
จางเซวียนเอ่ยพลางขมวดคิ้ว “การแก่งแย่งชิงดีกันในบ้านหลังนี้ช่างน่ากลัวจริงๆ”
เย่ฝานพูดด้วยความไม่เข้าใจว่า “ไม่น่าจะเป็ไปได้ ิญญาเด็กทารกที่ไม่มีความโกรธแค้น มันน่าจะสลายไปนานแล้ว”
เย่ฝานและจางเซวียนเดินเข้าไปในซากปรักหักพัง ทันใดนั้นจางเซวียนก็กล่าวด้วยความตะลึงว่า “นี่มัน... พลังพิฆาตรุนแรงมาก”
เย่ฝานมองจางเซวียนแวบหนึ่งแล้วถามว่า “นายว่าอะไรนะ?”
“ที่แห่งนี้เดิมทีเป็พื้นที่แห่งความมงคล แต่ว่าสายชีพจรพลังปราณถูกทำลายลง พื้นที่มงคลจึงกลายเป็พื้นที่แห่งหายนะ ที่นี่จึงมีพลังพิฆาตรุนแรงมาก ิญญาทารกเหล่านี้มีพลังอ่อนด้อย พวกเขาโดนพลังพิฆาตกักขังเอาไว้ จึงไม่สามารถไปเกิดใหม่ได้”
เย่ฝานหรี่ตาลงพลางกล่าว “ที่นี่มีผีเด็กเยอะมาก แต่ไม่เจอผีที่เป็ผู้ใหญ่เลย”
ตอนที่ผู้หญิงคนนั้นวางแผนฆ่าลูกชายของตัวเอง ลูกชายของหล่อนน่าจะมีอายุประมาณสิบเก้าปี
“ที่แห่งนี้จะมีิญญาหลานชายของผู้หญิงคนนั้นไหม?”
เย่ฝานลูบคางของตนพลางกล่าว “ไม่รู้เหมือนกัน น่าจะมีนะ เด็กๆ มักจะหน้าตาคล้ายๆ กัน คงดูไม่ออกว่าเป็คนไหน เอาเป็ว่าเก็บไปให้หมดก็แล้วกัน”
เย่ฝานโยนยันต์ออกไปปึกหนึ่ง ิญญาทารกที่อยู่ในบ้านสิบกว่าตนล้วนถูกเย่ฝานเก็บเอาไว้ทั้งหมด
..............................................................................................................
[1] กินข้าวนิ่ม (吃软饭)เป็คำสแลงในภาษาจีน มีความหมายแฝงว่า เกาะผู้หญิงกิน
