ไช่ไซว้พิจารณาเย่ฝานแล้วถามด้วยความสงสัย “นายใช้วิธีอะไร ถึงหลอกลวงน้องชายฉันได้”
“น้องชายของคุณมีสมองแค่นี้ยังจะต้องหลอกอีกเหรอ?” ซึ่งแน่นอนว่าเย่ฝานก็ไม่้าจะหลอกลวงอะไรเขา
ไช่ไซว้สูดหายใจเข้าลึกๆ “นายรีบไปจากที่นี่ดีกว่า”
เย่ฝานส่ายหน้าพลางกล่าวอย่างจริงจัง “ตอนนี้ยังไม่ได้ ผมรับเงินมาแล้ว ถ้าผมไม่อยู่ที่นี่ต่อ มันจะผิดจรรยาบรรณวิชาชีพขนาดไหน! มันจะสร้างความเสียหายให้กับชื่อเสียงในวงการของผม และที่สำคัญน้องชายของคุณจ่ายมาแค่เงินมัดจำ ยังไม่ได้จ่ายเงินค่าจ้างงวดสุดท้ายเลย”
ไช่ไซว้ “…”
เย่ฝานดูไช่ไซว้ แล้วกล่าวว่า “คุณอย่ามองผมแบบนี้ เงินที่น้องคุณจ้างผม เป็ค่าจ้างให้คุ้มครองคุณสิบห้าวันเท่านั้น เดี๋ยวอีกไม่กี่วันผมก็จะไปแล้ว”
“ขอบคุณนายจริงๆ เลยนะ แต่แค่วันเดียวฉันก็รับไม่ได้แล้ว” ไช่ไซว้พูดอย่างไม่สบอารมณ์
เย่ฝานพยักหน้าก่อนพูดต่อ “คนหนุ่มอย่างคุณทำไมถึงไม่มีความอดทนเลยนะ! แบบนี้ใช้ไม่ได้เลย”
ไช่ไซว้ “…”
ไช่เจิ้นจวิ้นยกน้ำซุปต้มไก่หม้อหนึ่งออกมา แล้วถามว่า “คุณชายเย่ ในห้องครัวมีซุปต้มไก่พอดีเลย คุณลองชิมดูนะ น้ำซุปนี้อร่อยมาก”
เย่ฝานพยักหน้าและตอบว่า “ได้ งั้นฉันจะลองชิมดู”
ไช่ไซว้พูดอย่างไม่สบอารมณ์ “เ้าซื่อบื้อ ซุปต้มไก่เป็อาหารบำรุงร่างกายของคุณแม่...”
ไช่เจิ้นจวิ้นขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นสั่งให้ในครัวทำเพิ่มอีกชุดก็ได้”
ไช่ไซว้ “…”
ไช่เจิ้นจวิ้นมองดูเย่ฝาน แล้วพูดจาเอาอกเอาใจ “รสชาติเป็ยังไงบ้างครับ คุณชายเย่!”
เย่ฝานแทะน่องไก่พลางตอบ “ก็พอใช้ได้นะ”
“ลูกพี่กินได้ตามสบายเลยนะ ผมสั่งให้ในครัวทำอาหารเพิ่มแล้ว” ไช่เจิ้นจวิ้นยังคงพูดประจบ
“เร็วๆ หน่อยนะ! กินข้าวอิ่มถึงจะมีแรงทำงาน” เย่ฝานเอ่ย
“แน่นอนๆ ผมไม่ทำให้คุณต้องทนหิวแน่ๆ”
ไช่ไซว้เห็นไช่เจิ้นจวิ้นทำตัวราวกับเป็สุนัขรับใช้อย่างนั้น ก็โมโหจนอยากจะเข้าไปถีบเขาสักที
“นายเป็นักเทควันโดสายดำเหรอ!” ไช่ไซว้ถามขึ้น
เย่ฝานพยักหน้าตอบ “ฉันเก่งกาจยิ่งกว่านั้นซะอีก นักเทควันโดสายดำอะไรนั่น ไม่อยู่ในสายตาฉันหรอก”
“นายสู้เขาได้ไหม?” ไช่ไซว้ชี้ไปที่คนคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ข้างๆ
เย่ฝานหันไปมองเจียงปินแวบหนึ่ง แล้วถามว่า “หมอนี่เป็ใครกัน!”
“เขาเป็ผู้ช่วยที่คุณพ่อฉันเชิญมา!” ไช่ไซว้ตอบ
เย่ฝานพยักหน้าพร้อมกล่าว “ผู้ช่วยท่าทางไร้เรี่ยวแรงคนหนึ่ง จะเอามาเปรียบเทียบกับยอดฝีมืออย่างฉันได้ยังไง”
เจียงปินขมวดคิ้วพลางคิดในใจ ถึงเขาจะมาในนามผู้ช่วยของไช่ไซว้ แต่ความจริงแล้วเขาเป็คนที่ทีมัส่งมาคุ้มภัยไช่ไซว้ รัฐบาลมีความสนใจในของที่ไช่ไซว้มี แต่ถึงตอนนี้ไช่ไซว้ก็ยังไม่เปิดเผยอะไรออกมา ทีมัจึงไม่อยากใช้วิธีการบังคับ
เจียงปินกวาดตามองเย่ฝานด้วยความเ็า แต่ไม่ได้พูดอะไร
“พี่เจียง คุณชายรองคิดยังไงนะ! ถึงได้พาคนแบบนี้มาด้วย ไอ้เ้าเย่ฝานคนนี้คงจะไม่สร้างความเดือดร้อนขึ้นนะ” เฉินลี่พูดกับเจียงปิน
“เ้าหมอนั่นน่าจะมาหลอกเอาเงินมากกว่า คุณชายรองไช่เอาใจเขามากเกินไปแล้ว”
“พี่เจียง ตอนนี้บ้านตระกูลไช่วุ่นวายขนาดนี้ คุณชายรองยังจะชักศึกเข้าบ้านอีกเหรอ”
“ช่างเถอะ ได้ยินมาว่าคุณชายตระกูลไช่ทั้งสองคนรักใคร่ปรองดองกันมาก คุณชายรองคงจะไม่ทำอะไรที่เป็การทำร้ายพี่ชายหรอก”
ไม่ว่าไช่ไซว้จะคัดค้านหรือต่อต้านอย่างไร เย่ฝานก็ยังคงอยู่ที่บ้านตระกูลไช่ต่อไป ในนามครูฝึกของไช่ไซว้
ไช่ไซว้นั่งอยู่ในห้องอาหาร เย่ฝานนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่ฝั่งตรงข้าม มีเสียงหัวเราะ “ฮ่าๆ” ดังมาเป็ระยะๆ
เจียงปินซึ่งยืนอยู่ข้างไช่ไซว้ มองเย่ฝานอย่างหมดคำบรรยาย
“นายจะไสหัวไปเมื่อไรกัน!” ไช่ไซว้ถามด้วยความรำคาญ
เย่ฝานวางหนังสือการ์ตูนลง แล้วตอบว่า “รอให้ได้เงินค่าจ้างงวดสุดท้ายก่อน”
ไช่ไซว้ “…”
“นายเป็ครูฝึกที่น้องชายฉันเชิญมาไม่ใช่เหรอ? นายอยากสอนอะไรให้ฉัน!” ไช่ไซว้รู้สึกว่าเย่ฝานเป็คนไม่เอาไหนคนหนึ่ง เ้าคนไม่เอาไหนคนนี้ช่างหน้าหนาจริงๆ ไล่ยังไงก็ไม่ไป
“ผมดูจากหน่วยก้านของคุณแล้วเนี่ย เรียนให้ตายยังไงก็คงไม่เป็หรอก อย่าเสียเวลาเลย?” เย่ฝานพูดตามอารมณ์พร้อมกับดื่มนมไปอึกหนึ่ง
“แล้วทำไมนายยังไม่ไสหัวไปล่ะ!”
“ถึงแม้คุณจะเรียนเทควันโดไม่ได้ แต่ผมสอนอย่างอื่นให้คุณได้นะ” เย่ฝานพูดด้วยความมั่นใจ
“เคารพครูบาอาจารย์น่ะเหรอ?” ไช่ไซว้กล่าวเสียดสี
เย่ฝานเงยหน้ามองไช่ไซว้และกล่าวชื่นชม “หึๆ ลูกศิษย์เชื่อฟังครู ถึงแม้หน่วยก้านนายจะไม่ค่อยดี แต่นายมีสติปัญญาที่ดีอยู่เหมือนกัน”
ไช่ไซว้ฟังคำพูดชื่นชมของเย่ฝาน ก็โมโหจนแทบกระอักเื
“พนักงาน ขอเพิ่มชานมอีกสองแก้ว ใส่น้ำตาลน้อยหน่อย” เย่ฝานเรียกพนักงานที่อยู่ตรงนั้นมาบริการ
ไช่ไซว้มองเย่ฝานด้วยความงุนงง ก่อนถามเขาว่า “นายไม่ชอบหวานเหรอ?”
เย่ฝานพยักหน้าตอบ “ใช่แล้ว! ผมกำลังจีบภรรยาอยู่ ต้องดูแลสุขภาพให้ดี”
ไช่ไซว้ “…” กินตลอดวันขนาดนี้ ยังมีหน้าพูดว่าจะดูแลสุขภาพให้ดี
“ตามจีบภรรยา? คนดวงซวยที่ถูกนายหมายปองคนนั้นเป็ใครกันนะ!” ไช่ไซว้กล่าว
เย่ฝานมองไช่ไซว้อย่างไม่เข้าใจก่อนถามว่า “ทำไมคนที่ฉันหมายปองจะต้องซวยด้วย!”
ไช่ไซว้คิดในใจ “…” คนที่นายชอบยังไม่เรียกว่าซวยอีกเหรอ!
ไช่เจิ้นจวิ้นหอบหนังสือการ์ตูนมากองหนึ่งเดินเข้ามาบอกกับเย่ฝานว่า “ลูกพี่เย่ของที่คุณอยากได้ ผมเอามาให้แล้ว”
เย่ฝานพยักหน้าพร้อมพูดว่า “ดีมาก พี่ชายของนายน่าเบื่อจริงๆ ถ้าไม่มีอาหารสมองพวกนี้ ฉันคงอยู่ไม่ไหว!”
ไช่ไซว้ “…” อยู่ไม่ไหวก็ไสหัวไป!
ไช่เจิ้นจวิ้นมองเย่ฝานอย่างเอาอกเอาใจ “ลูกพี่เย่ คุณยังชอบอ่านอะไรอีกไหม บอกผมได้เลยนะครับ พี่ชายของผมน่าเบื่อจริงๆ นั่นแหละ แถมยังไม่ดูแลคุณให้ดีอีก ขอให้คุณเห็นแก่หน้าผมและอยู่ต่อก่อนได้ไหม”
เย่ฝานพยักหน้าก่อนเอ่ยต่อ “นายวางใจเถอะ ฉันเป็คนมีเมตตา ไม่คิดเล็กคิดน้อยกับพี่ชายของนายหรอก”
ไช่ไซว้มองไช่เจิ้นจวิ้น แล้วพูดว่า “น้องรอง นายพาคนแบบนี้เข้ามาเพราะอยากเพิ่มภาระให้ฉันใช่ไหม! นายกลัวว่าตอนนี้ฉันจะยุ่งไม่พอใช่ไหม?”
“เปล่าครับพี่ใหญ่ ลูกพี่เย่เขาเป็นักเทควันโดสายดำเลยนะ” ไช่เจิ้นจวิ้นกล่าว
ไช่ไซว้มองดูไช่เจิ้นจวิ้นแล้วบอกว่า “นายเชื่อไหมว่าฉันจะต่อยนายให้ตาดำเหมือนแพนด้าเลย”
เย่ฝานมองไช่ไซว้ แล้วพูดอย่างจริงจัง “นายเป็พี่ชายแต่ชอบทำอะไรบุ่มบ่ามขนาดนี้เลยเหรอ? แบบนี้ดูไม่ค่อยใจกว้างเลยนะ!”
ไช่เจิ้นจวิ้นพยักหน้าแล้วพูดเสริมว่า “ถูกต้องครับพี่ใหญ่ พี่ทำแบบนี้ไม่ถูกนะ”
ไช่ไซว้มองไช่เจิ้นจวิ้นด้วยความโกรธจนสั่นไปทั้งตัว!
ทันใดนั้นดวงตาของเย่ฝานก็สาดประกายเยือกเย็น
“ระวัง” เจียงปินพยายามจะดึงไช่ไซว้ออกมา แต่ดูเหมือนจะไม่ทันเสียแล้ว
เย่ฝานยื่นมือไปจับวัตถุบางอย่างที่พุ่งมาอยู่ข้างหูของไช่ไซว้ ะุนัดหนึ่งปรากฏอยู่ในมือเย่ฝาน กระจกร้านกาแฟแตกเป็รูโหว่จากแรงทะลวงของะุ
เย่ฝานขยับข้อมือเล็กน้อย ะุนั้นก็พุ่งกลับไปตามวิถีที่มันมา
ไช่เจิ้นจวิ้นกะพริบตาปริบๆ คล้ายว่าสติยังไม่คืนกลับมา
เย่ฝานเหลือบมองไช่เจิ้นจวิ้นแวบหนึ่ง แล้วพูดว่า “มือสังหารอยู่บนดาดฟ้าตึกฝั่งตรงข้าม นายส่งคนไปดูด้วย ทำตามที่พวกเราเคยตกลงกันไว้ อาวุธที่ยึดมาได้ต้องเป็ของฉันทั้งหมดนะ”
ไช่เจิ้นจวิ้นพยักหน้าก่อนตอบกลับไป “แน่นอนๆ...”
โดยไม่รอให้ไช่เจิ้นจวิ้นสั่งอะไร ก็มีคนไปนำของมาแล้ว
ไช่ไซว้มองเย่ฝานดื่มชานมด้วยความตกตะลึง เขากลืนน้ำลายขณะคิดว่า เื่ราวมาถึงขั้นนี้แล้ว ยังมีอะไรไม่กระจ่างอีกหรือ เย่ฝานเป็ยอดฝีมืออย่างแท้จริง คนที่น้องชายของเขาเชิญมาเพื่อคุ้มครองเขาเป็พิเศษ ทว่าเขากลับเห็นคนคนนั้นเป็พวกต้มตุ๋นมาตลอด
คนที่สามารถใช้มือจับลูกะุได้ ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน
“พี่เจียง...” ทหารคนหนึ่งเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขากระซิบข้างหูเจียงปินด้วยเสียงทุ้มต่ำไม่กี่ประโยค
เย่ฝานดูสีหน้าของเจียงปินแล้วถามเขาว่า “เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
“คนของตำหนักยมทูตลงมือแล้ว” เจียงปินเอ่ย
เย่ฝานกะพริบตาปริบๆ แล้วกล่าวว่า “ตำหนักยมทูต? ฟังดูเหมือนพวกอันธพาลนะ!”
ไช่เจิ้นจวิ้นขมวดคิ้ว คนจากตำหนักยมทูตเป็กลุ่มคนที่สามารถชี้เป็ชี้ตายคนที่พวกมันหมายตาไว้ได้ทุกราย คนที่ถูกพวกมันเพ่งเล็งล้วนไม่มีใครรอดชีวิต!
“นั่นคืออะไร?” เย่ฝานถามพลางดูป้ายไม้
มือสังหารของตำหนักยมทูตมีระดับขั้นแตกต่างกัน ป้ายระดับขั้นก็แบ่งออกเป็สีเงิน สีม่วง สีทองและสีเหลือง ทั้งหมดห้าสี มือสังหารที่มาในครั้งนี้เป็เพียงนักฆ่าป้ายเงินเท่านั้น
เย่ฝานพยักหน้าแล้วเปล่งเสียง “อ๋อ” ออกมา “แค่ป้ายเงินเหรอ! ถึงว่าทำไมช่างอ่อนหัดนัก ไม่รู้ว่าถ้าเป็ป้ายทองฝีมือจะเป็ยังไงบ้าง!”
“คุณชายเย่ นายคงไม่คิดจะถอนตัวกลางคันหรอกนะ” ไช่เจิ้นจวิ้นถามด้วยความระมัดระวัง
เย่ฝานกวาดตามองไช่เจิ้นจวิ้น “ฉันดูเป็คนถอดใจง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ! นายต่างหากที่ควรเตรียมเงินค่าจ้างงวดสุดท้ายไว้ให้ดี ถึงเวลานั้นถ้านายจ่ายเงินไม่ครบละก็ ฉันจะตีนายให้กลายเป็หมูเลย”
ไช่เจิ้นจวิ้น “…”
ไช่ไซว้มองไช่เจิ้นจวิ้นแวบหนึ่ง พลันเกิดความรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในจิตใจ ไช่เจิ้นจวิ้นขายรถและบ้านไปกะทันหันเพื่อหาคนมาคุ้มครองเขา แต่เป็เพราะกลัวเขาจะเสียหน้าจึงโกหกว่าแพ้พนัน
เจียงปินพาคนจำนวนหนึ่งไปเก็บกวาดสถานที่ “ลูกพี่ มือสังหารยิงปืนมาจากโรงแรมที่อยู่ฝั่งตรงข้าม แต่ตอนที่พวกเราไปถึง หว่างคิ้วของเขามีะุนัดหนึ่งฝังอยู่และขาดใจตายไปแล้วครับ” ระยะห่างระหว่างทั้งสองตึกน่าจะประมาณร้อยกว่าเมตร แค่ใช้มือเปล่าก็สามารถควบคุมะุให้พุ่งกลับไปสังหารฝ่ายตรงข้ามได้ นี่มันความสามารถระดับไหนกัน!
เจียงปินพยักหน้าพร้อมพูด “คุณชายรองคนนี้ดูท่าทางเหมือนคนไม่เอาถ่าน ทว่าไม่ใช่คนโง่ เย่ฝานผู้นี้เป็ยอดฝีมือจริงๆ”
เขาน่าจะรู้ั้แ่แรกแล้ว แต่พฤติกรรมของเย่ฝานก็ทำให้คนอื่นหมดคำพูดกับเขา ยากจะยอมรับได้ว่าเขาเป็ยอดฝีมือคนหนึ่ง
เย่ฝานตามไช่ไซว้ลงไปข้างล่าง ก่อนจะขึ้นไปนั่งบนรถ
ไช่ไซว้ที่นั่งข้างเย่ฝาน ลอบมองอีกฝ่ายอยู่สองสามครั้งแต่ก็ไม่ได้ปริปากพูดอะไร
รถขับออกไปไม่นาน ก็โดนรถยนต์สองคันเข้ามาขนาบข้าง
“พี่เจียง เบรกรถไม่ทำงานครับ” คนขับรถบอกกับเจียงปินที่นั่งอยู่ข้างคนขับ
เนื่องจากมีคนคอยลอบทำร้ายไช่ไซว้ ทุกครั้งที่เขาขึ้นหรือลงรถก็จะมีตำรวจนอกเครื่องแบบคอยตรวจสอบรถของเขาว่ามีะเิติดไว้หรือไม่ แต่พวกเขากลับมองข้ามเบรกรถไป
ไช่ไซว้หน้าถอดสีทันที เย่ฝานกล่าวด้วยน้ำเสียงกลัดกลุ้ม “เบรกรถไม่ทำงาน แย่แล้วคราวนี้ ถ้ารถเบรกไม่ได้ก็จำเป็ต้องฝ่าไฟแดงละสิ ฝ่าไฟแดงหนึ่งครั้งจะโดนหักหกคะแนน ถ้าถูกหักครบสิบสองคะแนนก็ต้องไปสอบใบขับขี่ใหม่! ยุ่งยากจริงๆ”
ไช่ไซว้คิดในใจ “…” เื่สำคัญในตอนนี้คือการสอบใบขับขี่ใหม่เหรอ? เย่ฝานเ้าหมอนี่ นายไม่ได้มาเล่นตลกจริงๆ ใช่ไหม?
“เปรี้ยงๆ” เสียงปืนดังตามมา
“สมควรตายจริงๆ กล้ายิงปืนในสถานที่อย่างนี้” เจียงปินอดสบถด่าออกมาไม่ได้
เย่ฝานเปิดหน้าต่างรถและทิ้งยันต์ะเิออกไปหลายแผ่น ทันใดนั้นรถของผู้โจมตีทั้งสองคันก็ะเิในพริบตา
เย่ฝานมองผ่านหน้าต่างรถ เขาเห็นรถสองคันะเิย่อยยับอยู่เื้ั เย่ฝานขมวดคิ้วพลางบ่นว่า “โดนะเิขนาดนั้น อาวุธที่อยู่ในรถก็คงจะโดนเผาเป็จุณไปแล้ว”
ไช่ไซว้มองเย่ฝานพลางพูดว่า “คุณชายเย่ ไม่ว่าน้องชายผมจะจ้างคุณมาเท่าไร ผมขอเพิ่มให้อีกเท่าหนึ่งเลย แต่ขอร้องคุณให้รีบคิดหาวิธีหน่อยเถอะ รถของพวกเรากำลังจะชนคนแล้ว”
เย่ฝานโยนยันต์หนึ่งแผ่นออกไปนอกรถ แล้วเปล่งเสียง “นิ่ง” หนึ่งครั้ง รถของพวกเขาก็หยุดวิ่งทันที
เจียงปินมองเย่ฝาน เขาหลุดพูดออกไปอย่างตะลึงงันว่า “คุณชายเย่ คุณเป็นักพรตหรือนี่!”
เย่ฝานยักไหล่แล้วเอ่ยตอบ “ก็ประมาณนั้น”
