ปลูกข้าวสาลีถือว่าช้าไป ปลูกผักกาดน้ำมัน [1] ก็ช้าไปเช่นกัน
ผักกาดน้ำมันบ้านคนอื่นที่งอกพ้นผิวดินมีขนาดยาวสักหนึ่งศอกกว่าอีกทั้งเริ่มผลิตก้านดอกแล้ว หลังตรุษจีนพอถูกลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านก้านดอกของผักกาดน้ำมันก็ยิ่งเติบโตขึ้นทุกวันตอนแรกจะมีดอกสีเหลืองขนาดเล็กผลิบานอยู่ประปราย และยิ่งเวลาผ่านไปอากาศก็ยิ่งอบอุ่นผักกาดน้ำมันค่อยๆ ผลิดอกเบ่งบานจนเป็ผืนทองอร่ามเต็มพื้นที่!
‘ในความทรงจำ’ ของเซี่ยเสี่ยวหลานเดิมทีทิวทัศน์แบบนี้เป็สิ่งที่ชนบทคุ้นชิน ทว่าพอเศรษฐกิจพัฒนาจนถึงอนาคตพื้นที่เพาะปลูกลดลงเรื่อยๆ เกษตรกรผู้ที่อาศัยอยู่ในชนบทเพื่อทำไร่นาก็น้อยลงไม่ต่างกันทุ่งดอกผักกาดน้ำมันผืนใหญ่กลายเป็ทัศนียภาพแสนงดงามที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวหญิงสาวลูกน้องของประธานเซี่ยบางคนยังเคยนัดแนะกันบินไปแถบยูนนานกุ้ยโจวเพื่อชมดอกไม้เลย!
แม้ดอกผักกาดน้ำมันที่เบ่งบานเป็ผืนเดียวจะสวยงามแต่การปลูกผักกาดน้ำมันช่างยากลำบากนัก
ใบของผักกาดน้ำมันสามารถนำไปสับจนละเอียดแล้วนำไปเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ได้แม้เวลาที่ ‘เซี่ยเสี่ยวหลาน’ ทำงานจะพิรี้พิไร ทว่างานประเภทนี้เธอก็หนีไม่พ้นเช่นกัน วันที่อากาศหนาวเธอจัดต้องแบกตะกร้าสะพายหลังใบโตไปเก็บใบแก่ในไร่ผักกาดน้ำมันเก็บใบผักกาดน้ำมันจนเต็มหนึ่งตะกร้าใช้เวลาไม่นานเท่าไร แต่น้ำค้างแข็งในฤดูหนาวนั้นลงหนักมากเก็บใบผักกาดน้ำมันเสร็จชายกางเกงและแขนเสื้อก็เปียกชื้นหมดแล้ว
ครานั้นไม่มีสภาพชีวิตดีพอที่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าทุกวัน ชื้นก็ชื้นจะมีทำอะไรได้รอแขนเสื้อและชายกางเกงที่เปียกชื้นแห้งเองเถอะ
เก็บใบผักเสร็จแบกกลับบ้านแล้วได้ทำงานที่ใช้ไฟจะดีที่สุดสามารถฉวยโอกาสอุ่นมือที่เย็นจนแข็งและแดง หากเทียบจุดไฟทำอาหารกับออกไปกลางลมหนาวการจุดไฟทำอาหารนั้นก็เป็งานสบายยิ่งกว่าโดยปกติงานประเภทนี้จะถูกหวังจินกุ้ยและเซี่ยหงเซี๋ยแย่งไปครองก่อนแล้ว
ช่วยไม่ได้ หญิงชราเซี่ยรังเกียจเซี่ยเสี่ยวหลานและหลิวเฟินไม่ยอมแบ่งงานสุขสบายเบาแรงแก่พวกเธอสองแม่ลูก
‘เซี่ยเสี่ยวหลาน’ ไม่ได้เอาใจใส่หลิวเฟินมากนักแต่อย่างไรเสียก็เป็แม่ลูกกัน ไม่มีทางปล่อยให้หลิวเฟินไม่มีแม้กระทั่งเวลาพักผ่อนในบางครั้งงานเช่นนี้จึงเป็เธอที่ต้องออกไปทำ
“เสี่ยวหลาน ลูกกำลังคิดอะไรน่ะ?”
หลิวเฟินสะกิดเธอ เซี่ยเสี่ยวหลานหลุดออกจากภวังค์ความทรงจำ “แม่ถามว่าในนาจะปลูกอะไรดีฉันก็นึกถึงแม่สามีใจมารช่างลำเอียงประจำตระกูลเซี่ยคนนั้นฉันไปไร่ผักกาดน้ำมันเก็บใบกลับมาเลี้ยงหมู มือเย็นจนแดงก่ำเธอก็ไม่อนุญาตให้ฉันใช้น้ำร้อนอุ่นมือ บอกว่าฟืนในบ้านมีจำนวนจำกัด!”
เซี่ยเสี่ยวหลานไม่ได้้าทำให้มารดาเธอรู้สึกตึงเครียดกว่าเดิมแต่เซี่ยจื่ออวี้กลับมาแล้ว คาดว่าบ้านเซี่ยจะต้องทำอะไรบางอย่างแน่
ดูสิ่งที่เซี่ยจื่ออวี้พูดหน้าประตูวัดไป๋ซีวันนั้นหลิวเฟินและเซี่ยต้าจวินสามีภรรยายี่สิบปี แยกจากกันน่าเสียดายยิ่งนัก ครอบครัวเดียวกันมีปัญหาอะไรนั่งลงคุยกันไม่ได้หรือเซี่ยเสี่ยวหลานฟังแล้วก็รู้สึกผิดปกติเซี่ยจื่ออวี้ทำเพื่อแสดงภาพลักษณ์จิตใจงดงามและมีเหตุผลต่อหน้าหวังเจี้ยนหัวหรือมีแผนการอย่างอื่นกันแน่?
ไม่ว่าจะเป็อะไร เซี่ยเสี่ยวหลานต้องฉีดยาป้องกันให้หลิวเฟิน
หากหลิวเฟินใช้ชีวิตสงบสุขหลายเดือน ความชิงชังต่อตระกูลเซี่ยเจือจาง และอยากกลับไปใช้ชีวิตกับเซี่ยต้าจวินจริงๆจะทำอย่างไร?
เซี่ยเสี่ยวหลานเห็นหลิวเฟินเป็มารดาได้ก็เพราะว่าหลิวเฟินอุทิศกายใจให้แก่เธอ
เธอไม่้าบิดาที่อาศัยความสัมพันธ์ทางสายเืปฏิบัติต่อเธออย่างไม่คิดถึงหัวจิตหัวใจอีกทั้งยังสุงสิงกับพวกน่ารังเกียจประจำตระกูลเซี่ยด้วย!
กล่าวถึงเื่เก็บใบผักกลับมาและแม่เฒ่าเซี่ยไม่อนุญาตให้เซี่ยเสี่ยวหลานใช้แม้กระทั่งน้ำร้อนหลิวเฟินก็เคืองจนหน้าแดง
หลีกลี้จากตระกูลเซี่ยมา หลิวเฟินวิเคราะห์ได้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆแม่เฒ่าเซี่ยลำเอียง รวมถึงเซี่ยต้าจวินก็ไม่ให้ความสำคัญกับเสี่ยวหลาน เด็กผู้หญิงคนหนึ่งทำงานในฤดูหนาวจัดกลับมาใช้น้ำร้อนล้างมือเสียหน่อยจะเป็อะไรไปเดิมทีหญิงสาววัยรุ่นโดนความหนาวเย็นไม่ได้อยู่แล้ว เมื่อไอเย็นเข้าสู่ร่างกายอีกหน่อยจะกระทบต่อการให้กำเนิดบุตร แต่แม่เฒ่าเซี่ยยังทำได้ลงคอฟืนพวกนั้นส่วนใหญ่ล้วนเป็ของที่หลิวเฟินว่างงานก็ไปเก็บจากทั่วทุกสารทิศเมื่อต้นอ้อเหี่ยวแห้ง ทุกบ้านไปดงต้นอ้อเพื่อตัดอ้อแห้งกลับบ้านไปทำเชื้อเพลิงเนื่องจากเมื่อใบต้นอ้อบาดลงบนิัจะรู้สึกเจ็บแสบเป็อย่างมากงานนี้จางชุ่ยและหวังจินกุ้ยจึงหลบเลี่ยงเท่าที่ทำได้
ต้นอ้อแห้งที่หลิวเฟินนำกลับไปเซี่ยเสี่ยวหลาน้าน้ำร้อนสักหน่อยยังยาก
เป็หลานสาวเหมือนกัน ในฤดูหนาวอันหนาวเหน็บเซี่ยจื่ออวี้กลับอยู่ในห้องอันอบอุ่นไม่ต้องทำงานอะไรทั้งสิ้น
หญิงชราเซี่ยยังกลัวว่าหลานสาวคนเก่งจะมือแข็งขณะเขียนหนังสืออีกด้วยทั้งวานคนซื้อถุงมือฝ้ายฟอกที่ไม่ขัดขวางการใช้งานนิ้วมือจากในเมืองทั้งเติมน้ำร้อนใส่ถุงเอาไว้อุ่นมือให้เซี่ยจื่ออวี้ทุกชั่วโมง...ห้องที่เซี่ยจื่ออวี้นอนหลับมีสภาพดีเท่าเทียมห้องของแม่เฒ่าเซี่ยตอนกลางคืนถ่านไฟไม่มีหมด
คิดถึงเื่น่าหงุดหงิดพวกนี้ขึ้นมา คนซื่อตรงอย่างหลิวเฟินก็รู้สึกโกรธเคืองเสียจนปวดฟันเช่นกัน
“ต่อให้ลูกอยากไปเก็บใบผักเอามาเลี้ยงหมู แต่ตอนนี้บ้านเราก็ไม่ได้เลี้ยงแล้วดูความจำแม่สิ ตอนลูกอ่านหนังสือทำแบบฝึกหัด แม่ลืมว่าต้องเติมถุงน้ำร้อนให้ลูกใช้กอดด้วยซ้ำ!”
ทุกวันนี้ไม่ได้อาศัยบ้านเซี่ยที่ตระหนี่ถี่เหนี่ยว พวกเธอมีความสะดวกสบายเช่นนี้เซี่ยเสี่ยวหลานก็สามารถกอดถุงน้ำร้อนสนใจเพียงการทบทวนบทเรียนได้เหมือนกัน
เซี่ยเสี่ยวหลานรีบยั้งมารดาเธอไว้ “ไม่ต้องไม่ต้องในห้องมีเตาอั้งโล่สำหรับให้ความอุ่นแล้ว คนจะสบายเกินไปขณะเรียนหรือทำงานย่อมไม่ดีอบอุ่นขึ้นมาจะรู้สึกง่วงนอน ฉันทำแบบฝึกหัดอย่างตอนนี้ สมองถึงปลอดโปร่ง”
เซี่ยเสี่ยวหลานมิได้หลอกลวงหลิวเฟิน
รับประทานอิ่มเกินพอดี เืไหลเวียนไปรวมกันบริเวณระบบทางเดินอาหาร และส่งให้สมองน้อยลงการรับประทานอิ่มมากไปไม่เหมาะกับการเรียนแม้แต่น้อย ประสิทธิภาพจะต่ำมาก! ความอบอุ่นก็มีหลักการคล้ายกัน เมื่ออุณหภูมิสูงคนย่อมรู้สึกง่วงหนาวเย็นสักหน่อย การตอบสนองของสมองและสภาพร่างกายต่างอยู่ในภาวะกระปรี้กระเปร่าเหมาะสำหรับการเรียนรู้ซึ่งจะมีประสิทธิภาพสูงมากกว่า
หลิวเฟินเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
อย่างไรเสียอุบายของเซี่ยเสี่ยวหลานไม่เสียเปล่าหลิวเฟินได้จดจำการกระทำของคนตระกูลเซี่ยที่น่ารังเกียจไว้ในใจอีกแล้ว
แต่งงานอีกครั้งกับเซี่ยต้าจวินหรือ?
เธอไม่มีทางทำร้ายลูกสาวเด็ดขาด!
----------------------------------------
วันที่สามของตรุษจีน หลี่เฟิ่งเหมยกลับบ้านแม่ได้อย่างน่าประทับใจ
ตอนนั้นที่เธอแต่งงานกับหลิวหย่งทุกคนในบ้านแม่ล้วนคัดค้านคิดว่าหลี่เฟิ่งเหมยแต่งงานรอบสองเป็การทำตระกูลหลี่ขายหน้า
เธอควรหน้าด้านอาศัยอยู่บ้านสามีคนเก่า อีกทั้งเดิมทีก็เป็แม่ไก่ที่ไม่ออกไข่อยู่แล้วจะไม่อนุญาตให้ฝ่ายชายทุบตีด่าทออีกหรือ? หลี่เฟิ่งเหมยรับชีวิตแบบนั้นไม่ไหวไม่กล้าอยู่กับสามีคนเก่า แต่หลังจากกลับมาบ้านแม่เหล่าพี่ชายน้องชายก็รู้สึกไม่พอใจประจวบเหมาะกับที่หลิวหย่งผู้อายุมากยังไม่มีภรรยาคนแนะนำจับคู่ทั้งสองคนนี้ด้วยกัน หลี่เฟิ่งเหมยได้ยินว่าบ้านหลิวไร้คนชราหลิวหย่งตัดสินใจทุกอย่างในบ้านเอง และเธอไม่รังเกียจที่หลิวหย่งยากจนตนเองจึงเห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งใหม่นี้
ทั้งสองรับทะเบียนสมรสแล้วบ้านหลี่ถึงทราบเื่
คนบ้านแม่หลี่เฟิ่งเหมยโมโหมาก ทว่าคุณยายของเทาเทาสงสารลูกสาวมอบเงินส่วนตัวให้หลี่เฟิ่งเหมยจำนวนไม่น้อย
ฐานะบ้านหลี่ไม่ดีไม่เลวเพียงแต่ยอมรับความอับอายจากน้องสาวผู้หย่าร้างไม่ได้พี่สะใภ้ก็ไม่ยินดีที่หลี่เฟิ่งเหมยกลับมาพึ่งพาอาศัยครอบครัว...หลี่เฟิ่งเหมยเข้าใจดีกว่าใครดังนั้นตอนหลิวหย่งพาหลิวเฟินและเซี่ยเสี่ยวหลานกลับบ้าน เธอไม่เคยแสดงความรู้สึกอิดออดเลยแม้แต่นิดเดียว
การแต่งงานกับหลิวหย่งก็ผ่านชีวิตลำเค็ญมาหลายปี ทุกครั้งที่กลับบ้านพี่สะใภ้จะติดตามราวกับป้องกันขโมย กลัวว่าหลี่เฟิ่งเหมยพาลูกกลับบ้านแม่มาเพื่อขอข้าวขอเงินพอหลิวหย่งเดินทางมาถึงบ้านของหลี่เฟิ่งเหมย นอกจากแม่ภรรยาที่ยิ้มแย้มแจ่มใสต่อเขาแล้วนั้นพี่ชายภรรยาล้วนเ็ากับเขายิ่งนัก
ต้องโทษที่ตัวหลิวหย่งเองที่ไม่มุมานะ ยากจนก็ช่างยังเป็พวกเหลวไหลไม่ไม่เอาการงานอีก คนเขาดูถูกคือเื่ที่สมควรแล้ว
ปีนี้กลับบ้านแม่เป็เพื่อนหลี่เฟิ่งเหมยอีกครั้งหลิวหย่งจึงจัดเตรียมของขวัญมีมูลค่าสักหน่อย มารดาของหลี่เฟิ่งเหมยอายุมากแล้วหลิวหย่งซื้อนมผงและนมมอลต์ผงอย่างละสองกระป๋องกลับมาจากซางตูส่วนน้ำตาลทรายกับบะหมี่แห้งเป็ของที่ขาดไม่ได้นอกจากนี้ยังมีขาหลังหมูน้ำหนักสิบกว่าชั่งด้วย
พอหิ้วของขวัญเหล่านี้มาถึงบ้านพี่ชายหลี่เฟิ่งเหมย ทำเอาป้าสะใภ้ของเทาเทาไม่คิดไม่ฝันเลยทีเดียวเมื่อได้พูดคุยกับหลี่เฟิ่งเหมยอีกครั้ง ท่าทางมีไมตรีมากเหลือเกิน
“ทำไมพวกเธอเพิ่งมาวันนี้เล่า ยายของเทาเทารอพวกเธอมาั้แ่เมื่อวาน ฉันเองก็เตรียมอาหารไว้จนเย็นแล้วยังไม่เห็นใคร”
ท่าทางของพี่สะใภ้ใหญ่พลิกจากหน้ามือเป็หลังมือหลี่เฟิ่งเหมยจะพูดอะไรได้?
ถ้ามารดาของเธอไม่ได้อาศัยกับครอบครัวพี่ใหญ่ คิดว่าเธอจะมาเยือนหรือ
เพื่อความสบายใจในวันดีๆ ของมารดา เธอต้องตอบพี่สะใภ้อย่างขอไปที “พวกเรารับแขกอยู่ที่บ้านเหมือนกันเมื่อวานอาของเทาเทามาเยี่ยมหลุมศพพ่อแม่สามีน่ะ”
สะใภ้ใหญ่หลี่รู้แจ้งในบัดดลที่แท้กลับมาปรองดองกับน้องสามีผู้มีอันจะกินแล้ว ไม่แปลกใจที่ของขวัญปีนี้จะเป็ชิ้นเป็อัน
“ญาติกันทั้งนั้น ไม่ติดต่อหลายปีย่อมเหินห่างบ้านหลิวน่ะอาของเทาเทามีความสามารถที่สุด ถ้าเธอไม่ดีต่อน้องสามีคนนี้ จะถือว่าโง่หรือไม่เล่า?”
หลี่เฟิ่งเหมยไม่รู้จะพูดอะไร
ผู้ชายที่หลิวฟางแต่งงานด้วยมีความสามารถแล้วอย่างไร เธอไม่เคยคิดจะเอาเปรียบอีกฝ่ายแม้แต่เงินเหมาเดียว
ทว่าสะใภ้ใหญ่กลับเข้าใจผิดคิดว่าสิ่งของเหล่านี้ได้มาจากหลิวฟางหลี่เฟิ่งเหมยเองก็คร้านจะอธิบาย ธุรกิจร้านเสื้อผ้าล้วนจัดการโดยเซี่ยเสี่ยวหลานทั้งหมดเธอแค่ได้อานิสงส์จากหลานสาว ทำไมต้องเรียกคนบ้านมารดาเข้ามาร่วมสูบเืสูบเนื้อกันเล่า?
“พี่สะใภ้ นมผงกับนมมอลต์นั่นมีอย่างละสองกระป๋อง ครึ่งหนึ่งของแม่เรานะ!”
ตอนแรกสะใภ้ใหญ่หลี่จะถือของกลับเข้าไปเก็บไว้ในห้อง หลังจากได้ยินหลี่เฟิ่งเหมยกล่าวเธอก็หัวเราะแห้งโดยพลัน “ครึ่งหนึ่งของแม่อะไรกัน นี่สำหรับให้แม่บำรุงร่างกายทั้งหมดฉันหิ้วไปในห้องให้เขาเอง”
เชิงอรรถ
[1]油菜 ผักกาดน้ำมัน คือ ผักกาดก้านขาวเป็พืชที่ปลูกเพื่อใช้เมล็ดซึ่งมีน้ำมันมากเป็หลักโดยน้ำมันที่สกัดจากเมล็ดผักกาดก้านขาวก็คือน้ำมันคาโนลาพืชชนิดนี้มีดอกสีเหลืองสวย พอบานพร้อมกันก็จะสวยงามราวกับทุ่งดอกไม้
