“ถังซู่อวิ๋นคำนับพระชายาพระชายาโปรดดื่มชาเ้าค่ะ!” ถังซู่อวิ๋นย่อตัวแสดงความเคารพพอเป็พิธีและรินน้ำชาให้กู้โยวหนิงด้วยท่าทีสุภาพอ่อนน้อม
กู้โยวหนิงรับจอกน้ำชามาถือไว้ในมือสายตาจ้องมองถังซู่อวิ๋นอย่างจับผิดทั้งรอยยิ้มเขามองออกว่าชายารองผู้นี้ภายนอกแม้จะแสดงท่าทางนอบน้อมอ่อนหวานแต่ภายในกลับไม่พอใจตนเป็อย่างมากกู้โยวหนิงที่มีนิสัยเ้าชู้ประตูดินมาั้แ่เกิด เมื่อเห็นสตรีงามอยู่เต็มห้องอาการโมโหจากการถูกฉู่อวี้กลั่นแกล้งเมื่อเช้าถึงกับสลายไปอย่างรวดเร็วเขาวางจอกน้ำชาลง ยื่นมือไปเชยคางและมองถังซู่อวิ๋นด้วยสายตาหยอกล้อเอ่ยอย่างเชื่องช้าว่า “ลุกขึ้นเถิด”
ถังซู่อวิ๋นค่อยๆ ลุกขึ้นนิ้วจิกทึ้งลงบนผ้าเช็ดหน้าในมือจนแทบขาดเพราะกู้โยวหนิงไม่เรียกให้นางลุกขึ้นทันทีนางจึงคิดไปว่าเขา้ากลั่นแกล้งให้นางต้องทนไม่ได้
กู้โยวหนิงส่งยิ้มอ่อนโยนจากนั้นสั่งให้เจียนอวี่นำของกำนัลออกมามอบให้ ถังซู่อวิ๋นรับมาแล้วย่อกายถอนสายบัว“ขอบพระทัยพระชายาเ้าค่ะ!”
“ไม่ต้องขอบใจๆ” กู้โยวหนิงส่ายหน้าหรี่สายตาแล้วเอ่ยสิ่งที่อยู่ในใจ “อายุเท่าไรหรือ? เข้าจวนอ๋องมาั้แ่เมื่อใดกัน?”
จบประโยคเจียนอวี่รีบกระทุ้งกู้โยวหนิงไปทีสองทีเดิมทีการที่พระชายาจะถามไถ่อนุชายาแสดงความเป็ห่วงเป็ใยไม่ถือเป็การผิดแต่อย่างใดยังแสดงให้เห็นว่าพระชายามีท่าทีสนิทสนมใกล้ชิดกับผู้อื่น ทว่าหากพระชายาคือบุรุษจำเป็จะต้องระมัดระวังเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการใช้สายตาเช่นนี้มองผู้อื่น
ไฉ้เซวียนคือหญิงรับใช้ในจวนอ๋องที่ติดตามรับใช้ฉู่อวี้มาหลายปีนางรีบก้าวออกมาแล้วเอ่ยว่า “เรียนพระชายาฮูหยินหวินอยู่ในจวนอ๋องมาสองปีแล้วเ้าค่ะหากกล่าวถึงอายุคงมากกว่าพระชายาไม่กี่ปีเ้าค่ะ”
“อ๋อ~” กู้โยวหนิงทำทีพยักหน้าเข้าใจและเผยรอยยิ้มออกมา“ไม่เลว~ ไม่เลวจริงๆ~”
เจียนอวี่กลอกตา รู้สึกคลายกำลังจะลมจับไฉ้เซวียนเองก็ยิ้มออกมาอย่างทำตัวไม่ถูก มีเพียงถังซู่อวิ๋นที่ปิดเปลือกตาลงเพื่อเก็บซ่อนแววตาตนเอาไว้
ไฉ้เซวียนกระแอมเล็กน้อยรีบแนะนำสตรีนางอื่นๆ ทันที “พระชายา นี่คืออนุชายาทั้งสามนาง”
“หม่อมฉันป๋ายเยี่ยน คำนับพระชายาพระชายาโปรดดื่มชาเ้าค่ะ”
“หม่อมฉันหลานเซียง คำนับพระชายาพระชายาโปรดดื่มชาเ้าค่ะ”
ป๋ายเยี่ยนและหลานเซียงก้มหัวคำนับตามลำดับ นำจอกน้ำชายกขึ้นเหนือศีรษะกู้โยวหนิงรับมาและให้ของกำนัลตอบแทนพวกนางสายตายังคงจับจ้องเหล่าอนุชายาพร้อมทั้งนึกในใจว่า เหวินอ๋องนี่โชคดีจริงๆถึงจะมีอนุชายาไม่มากแต่ละคนดันสวยขนาดนี้ ไหนจะแววตาแต่ละนางไม่เหมือนกับสตรีทั่วไปยุคนี้ที่ดูอ่อนแอและบอบบางดูจะเ้าแผนการไม่แพ้กันสักคน วันข้างหน้าคงมีอะไรสนุกๆ เขาให้ดูเสียแล้ว
ลั่วสยาเคยเจอกู้โยวหนิงมากก่อนจากเดิมที่คิดว่าคนผู้นี้งามล้ำล่มเมืองเมื่อได้พบอีกครั้งพลันรู้สึกว่าคือเขาหนุ่มน้อยหน้าตางดงามทั้งคล้ายกับว่ารอบกายมีรัศมีของอำนาจสาดส่องออกมา
“หม่อมฉันลั่วสยา คำนับพระชายาพระชายาโปรดดื่มชาเ้าค่ะ”
ลั่วสยาก้มหัวคำนับกู้โยวหนิงทว่ากู้โยวหนิงยังไม่ทันได้รับน้ำชาที่นางส่งให้ กลับลุกพรวดพราดจากเก้าอี้เพื่อประคองให้นางลุกขึ้นจ้องนางแล้วยิ้มออกมาด้วยความดีใจ“ผู้นี้ไม่ใช่แม่นางลั่วสยาแห่งโรงละครเทียนตูหรอกหรือ?”
ลั่วสยาตกตะลึงนึกไม่ถึงว่ากู้โยวหนิงจะยังจำนางได้ ทว่าในที่นี้มีผู้คนอยู่มากมีหรือจะกล้าเอ่ยคล้อยตามพระชายา นางรับคุกเข่าลงทันที“ลั่วสยายกน้ำชาแสดงความเคารพพระชายาเ้าค่ะ!”
กู้โยวหนิงรับน้ำชามาอย่างขอไปทีแล้วประคองนางลุกขึ้นมาอีกครั้ง กล่าวพลางถอนหายใจว่า“เดิมทีกว่าจะพบแม่นางในโรงละครช่างยากเย็นเหลือเกินโยวหนิงโชคดีที่มีโอกาสได้ละครอยู่ไม่กี่หน ช่างยอดเยี่ยมเป็ที่ตรึงใจผู้คนยิ่งนักทว่าหลังจากแม่นางถูกคนซื้อตัวไป โยวหนิงคิดว่าคงไร้โอกาสพบแม่นางอีกแล้วนึกไม่ถึงว่าจะอยู่ในจวนอ๋องเช่นนี้”
ทันใดนั้นประตูตำหนักเปิดออกอย่างรวดเร็วปรากฏร่างสูงใหญ่ที่กำลังแผ่กลิ่นอายดุดัน
ฉู่อวี้ถูกพระชายาของตนปิดประตูไม่ให้เข้าในตำหนักเขาถึงไปที่ห้องหนังสือเพื่อสะสางงานบางส่วนได้ยินว่าเหล่าอนุชายากำลังยกน้ำชาทำความเคารพพระชายา ฉู่อวี้เกรงว่ากู้โยวหนิงอายุยังน้อยไม่รู้เื่รู้ราวใดๆจะถูกรังแกเอาได้ ผู้อื่นอาจไม่รู้ แต่เขารู้ว่าอนุชายาแต่ละนางไม่ธรรมดาสักนิดกล้ารวบรวมหลักฐานหาความผิดเขาขนาดนี้ จะยังมีสิ่งใดที่ไม่กล้าทำอีกเมื่อคิดเช่นนั้นเขาถึงได้รีบตามมาที่นี่ทันที
แต่กลับต้องมาเห็นเ้าตัวดีกำลังจับมือผู้อื่นเช่นนี้ ใบหน้าของฉู่อวี้แสดงถึงเ็ปอย่างปิดไม่มิดทั้งยังเสียใจที่เขาไม่เข้ามาให้เร็วกว่านี้ ฉู่อวี้กรุ่นโกรธขึ้นมาทันใด
ทุกคนในต่างมองไปยังเหวินอ๋องที่กำลังเดินเข้ามาด้วยสีหน้าขุ่นเคือง ถังซู่อวิ๋นยกยิ้มมุมปากเป็พระชายาบุรุษกลับไม่รู้จักระมัดระวังกิริยาและคำพูดดูแล้วการจะกำจัดเขาคงจะไม่ใช่เื่ยากอะไรท่านอ๋องจะโปรดปรานมากแค่ไหนก็คงไม่อาจทนเห็นพระชายามีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับอนุชายาได้แน่นอน
นอกจากนางและหลานเซียงผู้คนในที่นี้ต่างหน้าถอดสีไม่ต่างกัน โดยเฉพาะเจียนอวี่ที่แทบจะหยุดหายใจไปแล้วทว่าเมื่อท่านอ๋องเดินเข้ามากลับคว้ามือกู้โยวหนิงและปัดมือลั่วสยาออกทันทีลั่วสยาที่เป็เพียงสตรีบอบบางหากไม่ได้ป๋ายเยี่ยนประคองไว้คงต้องถูกเขาผลักจนล้มลงไปเสียแล้ว
กู้โยวหนิงมองฉู่อวี้อย่างโมโหคิดในใจว่า ‘ช่างไม่รู้จักทะนุถนอมเลยสักนิด’
ตลอดสองปีที่ถังซู่อวิ๋นเข้ามาอยู่ในจวนอ๋องนางคอยทำตัวเป็สตรีที่อ่อนโยนรู้จักแยกแยะมาโดยตลอด เหลือบมองฉู่อวี้เพียงชั่วครู่จึงรู้ได้ทันทีว่าเขากำลังเกิดโทสะนางรีบก้าวออกมาและเอ่ยด้วยท่าทางอ่อนโยน “ท่านอ๋องพระชายาและน้องลั่วสยารู้จักกันมาก่อน วันนี้กลับมาพบกันจึงแสดงความใกล้ชิดสนิทสนมกันเป็ธรรมดาไม่มีสิ่งใดเกินกว่านี้เ้าค่ะ”
กู้โยวหนิงแค่นเสียงหัวเราะเย็นครู่หนึ่งนางช่างไม่ต่างกับฮูหยินแซ่หลี่ในจวนอัครเสนาบดีเลยสักนิดนิสัยราวกับพิมพ์เดียวกันไม่มีผิด พูดจาอ้อมค้อมทั้งยังไร้ความจริงอย่างหน้าซื่อตาใสเมื่อนางกล่าวเช่นนี้จากเดิมที่มีอะไรกลับเหมือนพวกเขาถูกจับได้คาหนังคาเขาอยู่บนเตียงเสียอย่างนั้น
ฉู่อวี้จ้องถังซู่อวิ๋นด้วยสายตาเ็าและดุดันพานให้นางหวาดกลัวจนตัวสั่นและเหงื่อกาฬไหลฉับพลัน
จากนั้นกวาดสายตามองอนุชายาทั้งสามนางเมื่อเห็นพวกนางค่อยๆ พากันก้มหน้าลง จึงหันกลับมาทางกู้โยวหนิง
กู้โยวหนิงมองตอบเขาอย่างเปิดเผยท่าทางราวกับกำลังถามฉู่อวี้ว่าจะทำอะไรตนได้ ฉู่อวี้ปวดขมับโดยพลันเขาส่งหลินเหลียนกลับไปคิดว่าจะไม่มีเื่อะไรแล้วนึกไม่ถึงว่าเ้าตัวดีช่างถนัดทำให้ผู้อื่นเหนื่อยใจเหลือเกิน เขาถอนหายใจออกมาเอ่ยอย่างจนปัญญาว่า “เมื่อเช้าเข้าวังยังไม่ได้กินอะไร เ้าไปหาอะไรกินก่อนเถอะ”
กล่าวเสร็จยังกำชับให้เจียนอวี่และไฉ้เซวียนตามไปดูแลพระชายาที่ห้องอาหาร
ทุกคนต่างตกตะลึงพวกเขารู้ว่าพระชายาเป็ที่โปรดปรานอย่างมาก แต่กลับคิดไม่ถึงว่าจะมากถึงขั้นนี้แม้แต่คำตำหนิสักคำท่านอ๋องยังตัดใจเอ่ยไม่ได้ ถังซู่อวิ๋นก้มหน้าพลางกำผ้าเช็ดหน้าในมือด้วยความไม่พอใจแต่ถึงอย่างนั้นนางกลับทำได้เพียงแสดงความเคารพอย่างนอบน้อมเพื่อพาอนุชายาทั้งสามเดินออกไป
ครั้นหันหลังกำลังจะเดินออกไป กลับถูกฉู่อวี้บอกให้หยุดอยู่กับที่“หยุดอยู่ตรงนั้น!”
พวกนางถูกน้ำเสียงดุดันของฉู่อวี้ทำให้หวาดกลัวจนแข็งเกร็งไปทั้งร่างจากนั้นพากันค่อยๆ หันกลับมา
ฉู่อวี้จ้องมองพวกนางด้วยสายตาเยือกเย็นเอ่ยออกมาว่า “พระชายาคือบุรุษ อายุยังน้อยไม่รู้เื่รู้ราวใดๆพวกเ้าจงอยู่กันอย่างสงบ หากเปิ่นหวางรู้ว่าผู้ใดสร้างเื่ใส่ร้ายป้ายสีพระชายาผู้ที่ต้องตายคือพวกเ้า!”
