อวิ๋นซูกลับมาถึงที่นั่งในงานเลี้ยงแล้ว ฟ้าค่อยๆ มืดลง แสงอาทิตย์อัสดงสาดส่อง ท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยสีสันของ่เวลากลางคืน งานพระราชสมภพของไทเฮายังคงครึกครื้นเป็พิเศษ โคมไฟงดงามส่องสว่างไปยังเสาสีแดงและกระเบื้องสีเขียว กลิ่นเหล้าฟุ้งกระจายไปทั่ว
ความสนใจที่เดิมทีเคยรวมอยู่บนร่างของนางค่อยๆ ย้ายไปอยู่บนร่างของหลิ่วอวิ๋นฮว๋า สตรีตรงข้ามปรายตามองมาอย่างสะใจเป็ระยะ นางเพียงมองดู ในใจอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
สายตากวาดมองสำรวจไปรอบๆ อย่างแเี เห็นเหล่าข้าราชการน้อยใหญ่ประจบประแจงกันไปมา เมื่อมองจากขอบเขตการรวมตัวนั้นแล้ว จะสามารถคาดเดาได้เลยทันทีว่าใครที่เป็สหายกันจริง
ดวงตาแปลกประหลาดคู่หนึ่งดึงดูดความสนใจของอวิ๋นซู นางมองตามไป ยังคงเป็ตำแหน่งที่นั่งนั้น อัครมหาเสนาบดีหนุ่มกำลังมองมาทางนาง เพียงแต่ใบหน้ายังคงไร้อารมณ์ ทว่าสายตากลับเจือความเป็ศัตรูอยู่จางๆ
ศัตรู? ดูเหมือนนางกับคนผู้นี้จะพบหน้ากันเป็ครั้งแรก
ตอนนี้เอง นางข้าหลวงผู้หนึ่งเดินมาข้างกายอวิ๋นซู “คุณหนูหกเ้าคะ องค์หญิงหย่งหนิงให้บ่าวนำสิ่งนี้มาให้คุณหนูเ้าค่ะ”
นางข้าหลวงผู้นั้นส่งกระดาษแผ่นหนึ่งให้ในมือของอวิ๋นซู นางก้มหน้าเปิดอ่าน ตัวอักษรมักจะแสดงถึงนิสัยของคน ตัวอักษรเปี่ยมไปด้วยพลังปรากฏอยู่บนกระดาษ อวิ๋นซูเก็บงำสีหน้า จากนั้นจึงขยำกระดาษแล้วฉีกออกเป็ชิ้นเล็กๆ
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าสั่งให้คนนำปิ่นนกยูงไปซ่อนที่หอเฟ่ยชุ่ยเพื่ออะไรกัน? ตอนนี้องค์หญิงหย่งหนิงและเฟิ่งหลิงกำลังสังเกตการณ์อยู่นอกหอเฟ่ยชุ่ย อวิ๋นซูรู้สึกว่าแม่นางน้อยทั้งสองคนนี้ช่างน่ารักเหลือเกิน พวกนางชอบตนเองจากใจจริง ทำให้ใจของนางรู้สึกอบอุ่นไม่น้อย
จากนั้นไม่นาน องครักษ์นายหนึ่งของจวนชางหรงโหวโผล่มาข้างกายอวิ๋นซู “คุณหนูหกขอรับ นี่เป็สิ่งที่คุณชายใหญ่ให้ข้าน้อยนำมาให้คุณหนูขอรับ”
คุณชายใหญ่? อวิ๋นซูมองไปยังกระดาษแผ่นนั้น ‘มีเื่สำคัญจะหารือ พบกันที่หอเฟ่ยชุ่ย’
เป็หอเฟ่ยชุ่ยอีกแล้ว? หอวิ๋นซูเบนสายตาขึ้นมองหาเงาร่างของหลิ่วอวิ๋นเฟิงท่ามกลางผู้คน ทว่ากลับไม่พบร่องรอยของบุรุษผู้นั้น นี่เกี่ยวข้องกับหลิ่วอวิ๋นฮว๋าหรือไม่? ในใจของนางพลันคาดเดาได้หลายส่วน
“คุณหนูหก ที่นี่ก็คือหอเฟ่ยชุ่ยเ้าค่ะ”
นางข้าหลวงผู้หนึ่งพาหลิ่วอวิ๋นซูมาที่ตำหนักห่างไกลไร้ผู้คน ประตูไม้สีแดงหนาเปิดออกเล็กน้อย นางผลักประตูเดินเข้าไป “พี่ใหญ่?”
เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบเช่นนี้ เสียงของนางจึงดังกังวานอยู่มาก เสียงที่ตอบกลับมากลับเป็เสียงกรอบแกรบของใบไม้
องค์หญิงหย่งหนิงเขียนไว้ในกระดาษแล้วว่า หากหลิ่วอวิ๋นฮว๋ามีการเคลื่อนไหวใดก็ให้นางร่วมมือไปก่อน ไม่ต้องคิดก็รู้ได้ ดรุณีน้อยผู้นั้นคงคิดที่จะหาวิธีสั่งสอนหลิ่วอวิ๋นฮว๋า ดังนั้นอวิ๋นซูจึงมาตามคำเชิญ
เมื่อครู่ที่ประตู นางเห็นเงาร่างในชุดสีม่วงสองร่างอยู่ในมุมสายตา อวิ๋นซูเดินไปบนระเบียงอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นนางเห็นประตูห้องหนึ่งถูกเปิดอยู่จึงเดินเข้าไป
ต่อให้เป็ตำหนักห่างไกล โต๊ะและเก้าอี้ทุกตัวของที่นี่ยังคงได้รับการทำความสะอาดอย่างหมดจด อวิ๋นซูทราบว่านานทีที่นี่จะมีคนมาพัก หอเฟ่ยชุ่ยเป็ตำหนักที่แคว้นเฉินใช้ต้อนรับราชทูต แต่เนื่องด้วยอยู่ห่างไกล ราชทูตที่มาเยี่ยมเยือนล้วนถูกจัดให้พักอยู่ตำหนักทางด้านหน้าหลายตำหนักก่อนหน้านี้
“พี่ซูคงไม่มีอันตรายอะไรหรอกนะ?” เฟิ่งหลิงรู้สึกกังวล พวกนางเฝ้าอยู่ตรงประตู ทว่ากลับไม่เห็นผู้ใดเข้ามา
“เป็ไปไม่ได้หรอก หากหลิ่วอวิ๋นฮว๋าเล่นลูกไม้อะไรจริงๆ จะต้องพาคนมาปรากฏตัวเร็วๆ นี้แน่ ไม่เช่นนั้นหากพี่ซูไปแล้ว แผนของนางมิใช่ว่าต้องยกเลิกหรอกหรือ?” หย่งหนิงมั่นใจ เนื่องจากนี่เป็ลูกไม้ที่นางชอบใช้ในยามปกติเพื่อกลั่นแกล้งเหล่านางข้าหลวงเล็กๆ ด้วยเหตุนี้จึงเข้าใจเื่การรอคอยโอกาสเป็อย่างดี
“ดูสิ!”
จริงดังคาด บริเวณไม่ไกลปรากฏกลุ่มคนเดินมาอย่างรีบเร่ง
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าพาองครักษ์และบ่าวหลายคนมาด้วย หนึ่งในนั้นมีสาวใช้ที่เป็คนเอาปิ่นนกยูงมาซ่อนไว้
อวิ๋นซูได้ยินความเคลื่อนไหวนี้ มุมปากพลันยกยิ้ม ในที่สุดก็มาแล้ว มือของนางปัดลงบนเก้าอี้ไม้สลักเบาๆ แล้วหันไปมอง เห็นหลิ่วอวิ๋นฮว๋าที่มีท่าทางดุดัน
“น้องหก เ้าถึงกับกล้าขโมยปิ่นนกยูงที่ไทเฮาทรงพระราชทานให้ข้าเชียวหรือ!”
เมื่อนางเข้ามาก็ชี้ไปที่อวิ๋นซู แต่ละคำที่เปล่งออกมามีพลังยิ่งนัก
ที่แท้ปิ่นนกยูงก็มีประโยชน์เช่นนี้นี่เอง พริบตานั้น ในใจของอวิ๋นซูเข้าใจหมดทุกอย่าง ทว่าใบหน้ากลับไม่เปลี่ยนแปลง “ข้าไม่ทราบว่าท่านพี่หมายความว่าอย่างไร ปิ่นนกยูงอะไรหรือเ้าคะ?”
“ฮึ เ้ายังกล้ามาเล่นลิ้นอีก ปิ่นนกยูงที่ไทเฮาทรงพระราชทานเป็รางวัลให้ข้า ที่ข้าให้เ้าดูก่อนหน้านี้ด้วยความหวังดี แต่เ้ากลับอิจฉาริษยาจึงถือโอกาสขโมยไปตอนที่ข้าไม่สนใจ ใช่หรือไม่!” ที่นี่ล้วนเป็คนของนาง ขอเพียงหาปิ่นนกยูงที่ซ่อนเอาไว้ออกมาได้ก็นับว่าจับโจรพร้อมของกลาง ต่อให้นังสารเลวนี่มีปากติดอยู่ทั้งตัวก็แก้ต่างไม่ได้!
อย่างไรก็ตาม ดวงตาของอวิ๋นซูกลับปรากฏแววสงสัย “เหตุใดท่านพี่จึงไม่ระวังเช่นนี้เ้าคะ ถึงกับทำรางวัลที่ไทเฮาพระราชทานให้หายไปเชียว?”
“...เ้า! เด็กๆ ค้นหาปิ่นมาให้ข้า! นางจะต้องซ่อนไว้ที่นี่แน่!” สรุปแล้วคนที่ทำของหายผิดมากกว่า หรือคนที่ขโมยของผิดมากกว่า ผ่านไปอีกครู่นังสารเลวนี่จะได้รู้!
องครักษ์และบ่าวหญิงค้นหาอย่างละเอียด สุดท้ายก็พบกล่องไหมในตู้ หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเปิดออกดู พลันนั้นจึงหัวเราะเสียงเย็นออกมา “น้องหก จับคนพร้อมของกลาง เ้ายังมีอะไรจะพูดอีก!”
“ท่านพี่มั่นใจขนาดนั้นเชียวหรือว่าปิ่นนกยูงในกล่องไหมนั้นเป็ของท่าน?”
“เ้าพูดอะไร ยังจะมาเล่นลิ้นอีก คุมตัวเ้าไปหาไทเฮาก็รู้ความจริงแล้ว!” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าออกคำสั่ง เหล่าองครักษ์ทำท่าจะเข้าไป ไม่คิดว่าด้านนอกกลับมีเสียงสดใสเสียงหนึ่งดังขึ้น
“พี่ซู หาของล้ำค่าเจอหรือไม่?”
เงาร่างในชุดสีม่วงวิ่งเข้ามาอย่างมีความสุข เมื่อเห็นว่าในห้องมีคนมากมายถึงเพียงนี้ บรรยากาศตึงเครียดพลันทำให้นางมีสีหน้าเ็า “พวกเ้ากำลังทำอะไร?”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าคิดไม่ถึงว่าองค์หญิงหย่งหนิงจะมาที่นี่ จึงขมวดคิ้วโดยพลัน “ถวายพระพรองค์หญิงเพคะ”
“เอ๋ เ้าทำอะไรกับของรักของข้า?” เบื้องหน้าปรากฏรองเท้าปักของชาววังอันงดงามประณีตขึ้นคู่หนึ่ง กล่องไหมในมือถูกแย่งไป หลิ่วอวิ๋นฮว๋าใ เบนสายตาขึ้นมอง “องค์หญิงเพคะ นี่เป็ปิ่นของหม่อมฉัน...”
“ไร้สาระ นี่เป็ของขององค์หญิงอย่างข้า!” องค์หญิงหย่งหนิงเบิกตากว้าง ส่วนอวิ๋นซูเดินมาข้างกายของนาง “ทำให้องค์หญิงทรงผิดหวังแล้ว อวิ่นซูหาของล้ำค่าที่องค์หญิงหย่งหนิงซ่อนไว้ไม่เจอเพคะ”
เมื่อกล่าวคำนี้ออกมา ใจของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าพลันสั่นสะท้าน ความรู้สึกแปลกๆ แล่นพล่านไปยังขั้วหัวใจ
องค์หญิงหย่งหนิงเปิดกล่องออกท่ามกลางสายตาของทุกคน “อืม ของล้ำค่ายังอยู่ หากไม่ใช่เพราะคนว่างงานพวกนี้ เชื่อว่าพี่ซูจะต้องหาเจอแน่นอน!”
น้ำเสียงของนางแฝงไว้ด้วยความรังเกียจอย่างเข้มข้น ตอนนี้หลิ่วอวิ๋นฮว๋าร้อนรนเข้าแล้ว “องค์หญิงเพคะ นั่น นั่นเป็ปิ่นนกยูงที่ไทเฮาทรงพระราชทานให้หม่อมฉันเป็รางวัลเพคะ!” หากไม่คัดค้าน เกรงว่าปิ่นนกยูงจะต้องถูกองค์หญิงเอาไปแน่ นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
“อะไร? เ้าดูให้ดี นี่เป็ปิ่นของข้า!”
ในหัวราวกับมีเสียงอะไรบางอย่างะเิออก หลิ่วอวิ๋นฮว๋าพลันนึกพระราชดำรัสของไทเฮาขึ้นมาได้ ปิ่นนกยูงนี้ในแคว้นเฉินมีเพียงสองอัน คงไม่ใช่ว่าอีกอันหนึ่งอยู่ในมือขององค์หญิงหย่งหนิงหรอกกระมัง? ...คำพูดนั้นไม่ชัดเจนเลย!
“ตะ แต่ว่า...”
“แต่ว่าอะไร สามหาว เ้าคิดจะขโมยปิ่นของเปิ่นกงหรือ?!”
“มะ ไม่ใช่เพคะ...” ใบหน้าของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าซีดขาว อวิ๋นซูมองไปยังองค์หญิงหย่งหนิงอย่างชื่นชม องค์หญิงน้อยผู้นี้ฉลาดไม่น้อย ในมือของนางมีปิ่นนกยูงอีกเล่มหนึ่ง ผู้ใดจะทราบว่าในกล่องเป็ของใครกันแน่
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าคงกล่าวไม่ได้ว่า ปิ่นนกยูงเล่มนี้เป็ของที่นางให้สาวใช้เอามาแอบไว้ที่นี่หรอกกระมัง?
“พวกเ้า รีบหาเร็วเข้า มีปิ่นอีกเล่มหนึ่งหรือไม่” หากกล่าวว่าปิ่นเล่มนี้เป็ขององค์หญิงหย่งหนิงจริง เช่นนั้นของตนจะต้องอยู่ที่อื่นภายในห้องนี้แน่ๆ หากมิเป็เช่นนั้น ก็เป็องค์หญิงหย่งหนิงจำผิดไปแล้ว!
ไม่รอให้เหล่าองครักษ์ลงมือ องค์หญิงหย่งหนิงค้อมกายลงปรากฏแววตาอันตราย “เอ๋? จะบอกว่าคุณหนูหลิ่วทำรางวัลที่เสด็จย่าพระราชทานให้หายไปหรือ?”
“...” พริบตานั้น ใจของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าเต้นแรง นางยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “มะ ไม่เพคะ นี่เป็เพียงความเข้าใจผิด...”
นางก้มหน้าท่าทางอึกอัก ท่าทางอัปลักษณ์เช่นนี้ องค์หญิงหย่งหนิงมองจนรู้สึกว่าได้ระบายความแค้นในใจ ตอนนี้เอง ด้านนอกมีเสียงเฟิ่งหลิงดังขึ้น
“องค์หญิงหย่งหนิง ท่านดูสิว่าข้าเจออะไร!” ดรุณีน้อยผู้นั้นพุ่งเข้ามา ในมือถือปิ่นนกยูงเปียกชื้นที่เหมือนกับในกล่องทุกระเบียบนิ้ว!
“นี่...” ทุกคนตกตะลึง มิอาจเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“หลิงเอ๋อร์เจอที่พุ่มไม้ข้างทะเลสาบด้านนอก เปียกหมดแล้ว ดูสิ เหมือนกับขององค์หญิงหรือไม่!”
ปิ่นนกยูงสองเล่ม ตกลงเป็ของผู้ใดกันแน่! หลิ่วอวิ๋นฮว๋ารู้สึกว่าสมองพร่าเลือน ทว่าท่าทางขององค์หญิงหย่งหนิงแข็งกร้าวยิ่งนัก “ดี! เ้าถึงกับกล้าทำรางวัลที่เสด็จย่าพระราชทานให้ตกทะเลสาบ! ไป! ไปรับโทษกับเสด็จย่า!”
กล่าวจบก็ยื่นมือออกไปจับแขนของหลิ่วอวิ๋นฮว๋า สตรีน้อยนางนี้ตัวเล็ก ไม่คิดว่าจะมีแรงเยอะ หลิ่วอวิ๋นฮว๋าไม่ทันระวังตัวจึงถูกสะบัดจนทรุดลงกับพื้น หนังบนฝ่ามือของนางถลอก
“โอ๊ย...องค์หญิง นี่เป็เื่เข้าใจผิดเพคะ นี่เป็เื่เข้าใจผิด...”
“ข้าไม่ฟังคำอธิบายของเ้า ของล้ำค่าขนาดนี้เ้ากลับทำหาย ต่อให้ตัดหัวเ้าก็ไม่นับว่าทำเกินไป!”
อะไรนะ? ตัดหัว?! หลิ่วอวิ๋นฮว๋าอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง พลันรู้สึกว่าคอของตนเย็นวาบ
“ไม่ มะ...ไม่เกี่ยวกับข้า...ไม่...”
องครักษ์และสาวใช้รอบๆ จะกล้าขวางองค์หญิงที่ไหนกัน หลิ่วอวิ๋นฮว๋าดิ้นรน พลันลุกขึ้นยืนสะบัดมือขององค์หญิงหย่งหนิง ทว่าความร้อนรนกลับทำให้นางเหยียบชายกระโปรงของตน ร่างกายชนเข้ากับเก้าอี้ไม้ข้างๆ
เสียงกรีดร้องดังขึ้น เชิงเทียนตกลงพื้นลวกโดนมือของหลิ่วอวิ๋นฮว๋า เก้าอี้ที่ถูกชนล้มติดไฟจนเกิดควันออกมา
“ไฟไหม้แล้ว! เร็ว รีบดับไฟ!”
“กรี๊ด! มือ มือข้า...” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเจ็บจนร้องไห้ออกมาราวกับทำนบแตก แขนของนางสั่นสะริก ผิวขาวผ่องเกิดรอยช้ำสีม่วงอย่างน่ากลัว ความเ็ปที่ถูกไหม้ทำให้นางหมดสติไป
ความเคลื่อนไหวด้านนี้ทำให้องครักษ์ที่ลาดตระเวนผ่านมาใ ทุกคนรีบเข้าไปดู สถานการณ์ค่อนข้างโกลาหล
ไม่นาน ไทเฮาและจักรพรรดิเฉินที่อยู่ในงานเลี้ยงก็ได้รับข่าวนี้
ภายในตำหนักของไทเฮา
องค์หญิงหย่งหนิงยืนเงียบๆ อยู่ด้านหนึ่ง พระพักตร์ของไทเฮามืดครึ้มยิ่งนัก
ท่าทางของดรุณีน้อยผู้นั้นไม่มีความเสียใจเลยแม้แต่น้อย ทว่าในใจนางกลับหวาดกลัวอยู่บ้าง เสด็จย่าทรงมีโทสะจริงๆ แล้ว
“ทูลไทเฮา แผลของคุณหนูหลิ่วไม่ร้ายแรง กระหม่อมพันแผลให้คุณหนูแล้ว ขอเพียงไม่ถูกน้ำและดูแลให้ดีก็จะไม่ทิ้งรอยแผลเป็พ่ะย่ะค่ะ” หมอหลวงรายงาน ไทเฮาทรงสูดพระอัสสาสะลึก มองไปยังพระราชนัดดาที่มักจะก่อเื่อยู่บ่อยครั้ง
“เกิดเื่อะไรขึ้น?”
องค์หญิงหย่งหนิงได้โอกาสพูดจึงรีบก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว “เสด็จย่า นี่ไม่อาจตำหนิหย่งหนิงได้เพคะ นางทำปิ่นนกยูงที่เสด็จย่าพระราชทานเป็รางวัลหายไป!”
