ยามค่ำคืนมาเยือน
ทั้งในและนอกห้องของหลิ่วเฉิงซีล้วนมีคนคุ้มกัน อวิ๋นซูเก็บเข็มเงินเรียบร้อยแล้วจึงมองไปยังคุณชายอายุน้อยบนเตียง ผลที่เกิดจากแผลไฟไหม้ทำให้ิัของเขาปรากฏรอยสีชมพูแดงที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัว ตลอดค่ำคืนนี้ฮูหยินรองคล้ายจะแก่ลงไปมาก กุมมือเล็กๆ ของเขา นั่งอยู่ข้างๆ อย่างเงียบงัน
“น้าสะใภ้รองเ้าคะ เฉิงซีเป็เด็กแน่วแน่ จะต้องผ่านคืนนี้ไปได้อย่างแน่นอนเ้าค่ะ”
ฮูหยินรองเงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาของนางแดงก่ำจากการร้องไห้ “ซูเอ๋อร์ ขอเพียงผ่านคืนนี้ไปได้ เฉิงซีก็จะไม่เป็ไรแล้วใช่หรือไม่?”
อวิ๋นซูพยักหน้าเบาๆ ฮูหยินรองยังคงกังวลใจเป็อย่างยิ่ง “เช่นนั้น หลังจากผ่านคืนนี้ไป เขาจะฟื้นขึ้นมาหรือไม่?”
“ฮูหยิน...” นายท่านรองโอบไหล่ทั้งสองของนาง มองสีหน้าอันเหนื่อยล้าของอวิ๋นซู เสี้ยนจู่ต้องเหน็ดเหนื่อยเพื่อเฉิงซีมามากพอแล้ว ในเมื่อนางพยายามอย่างเต็มที่ พวกเขาก็ทำได้เพียงเชื่อใจนางให้มากขึ้นเท่านั้น
ฮูหยินรองเข้าใจความหมายของนายท่านรองจึงฉีกยิ้มขออภัยไปให้อวิ๋นซู ใช่แล้ว นางต้องเชื่อมั่นในซูเอ๋อร์
เมื่อออกมาจากในห้อง อวิ๋นซูเงยหน้าขึ้นมองไปยังท้องฟ้ามืดมิดอันเงียบสงัด จากนั้นจึงเก็บสีหน้าเดินไปยังทิศทางของเรือนแห่งหนึ่ง ตลอดทางใบหน้าของทุกคนล้วนเคร่งขรึม แม้ว่าหลิ่วเฉิงซีจะก่อความผิดในจวนบ่อยครั้ง แต่บ่าวไพร่ล้วนรักคุณชายเพียงคนเดียวผู้นี้จากใจ เกรงว่าคืนนี้จะเป็คืนที่ไม่อาจข่มตานอนได้
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ประตูค่อยๆ เปิดออก อนุสี่รู้สึกประหลาดใจที่ได้พบอวิ๋นซูในเวลาเช่นนี้
“เสี้ยนจู่ไม่เฝ้าอยู่ข้างกายคุณชายซีหรือ มาหาข้าทำไมเ้าคะ?”
“สุขภาพของอนุสี่เองก็สำคัญ หากไม่ดูแลเด็กในครรภ์ให้ดี อวิ๋นซูคงรู้สึกผิดต่อเจตนาดีของน้าสะใภ้รอง” อวิ๋นซูหมายถึงเื่ที่ฮูหยินรองคิดว่าอนุสี่อยู่ท่ามกลางทะเลเพลิง จึงพุ่งเข้าไปช่วยเหลือโดยไม่สนใจร่างกายของตน
อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาของอนุสี่กลับเ็าเป็อย่างยิ่ง “ดูแล้วเสี้ยนจู่เองก็ไม่ค่อยมีสมาธินัก มิสู้กลับไปพักสักคืนเถิด ข้าอยู่คนเดียวไม่เป็อะไรหรอกเ้าค่ะ”
อวิ๋นซูกวาดตามองสำรวจไปยังน้ำแกงบนโต๊ะ เดินไปหยิบช้อนขึ้นมาดม ไม่ผิด นี่เป็ยาที่สั่งให้ลวี่หลัวต้มให้ “คืนนี้อนุสี่ไม่ดื่มยาหรือ?”
“...ข้าเพียงแต่เป็ห่วงคุณชายซี จึงไม่มีอารมณ์ดื่มเท่านั้น”
“หากคุณชายซีรู้ว่าอนุสี่มีใจเช่นนี้จะต้องตื่นขึ้นมาแน่นอน”
ระหว่างทั้งสองมีบรรยากาศอันแปลกประหลาดฟุ้งกระจาย อนุสี่เงียบไปครู่หนึ่งแล้วจึงหยิบยาขึ้นมาดื่มลงไปต่อหน้าอวิ๋นซู จากนั้นสบตานางอย่างไม่สะทกสะท้าน
อวิ๋นซูหยิบหมอนเล็กๆ ออกมาอีกครั้ง อนุสี่เบ้ปาก ยื่นมือออกไปโดยไม่ได้ต่อต้านใดๆ อวิ๋นซูจึงจับชีพจรให้นาง
“คิดไม่ถึงเลยว่าร่างกายของอนุสี่จะย่ำแย่ถึงเพียงนี้” กินยาไปมากแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น
“หากเสี้ยนจู่ไร้ความสามารถ ข้าก็ไม่ตำหนิท่าน” นางแย้มยิ้มบางๆ ถากถางวิชาแพทย์ของอวิ๋นซู
“อวิ๋นซูเพียงแต่เป็ห่วงเท่านั้น ร่างกายเช่นนี้ของอนุสี่จะเผชิญหน้ากับการคลอดบุตรอันยากลำบากได้อย่างไร?”
“ไม่ใช่ว่าเสี้ยนจู่กล่าวว่าคนดี์คุ้มครองหรอกหรือเ้าคะ?”
สตรีผู้นี้ดูผิวเผินรู้สึกว่าอ่อนแอ แต่อวิ๋นซูมองเห็นกิ่งหนามอันแหลมคมบนร่างของนางได้อย่างชัดเจน เกรงว่าใจของนางจะไม่อ่อนแอดั่งเช่นที่นางแสดงออก
“เวลาไม่เช้าแล้ว ไม่รบกวนการพักผ่อนของอนุสี่แล้วเ้าค่ะ” ในขณะที่อวิ๋นซูหันกายไป ได้มองไปยังสตรีผู้นั้นอย่างลึกล้ำครั้งหนึ่ง
ปิดประตูอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย สตรีสุขุมเยือกเย็นเดินไปยังมุมหนึ่งอย่างไร้สุ้มไร้เสียง ยกมือซ้ายของตนขึ้นมา ปลายนิ้วหลงเหลือกลิ่นยาไว้จริงดังคาด
เมื่อครู่นางจงใจเปลี่ยนไปใช้มือซ้ายจับชีพจรให้อนุสี่โดยเฉพาะ เพื่อสืบหาให้แน่ชัดว่ากลิ่นยานี้มาจากไหนกันแน่
นางพยายามย้อนนึกไปถึงภาพเหตุการณ์เมื่อตอนนั้น มือของตนวางอยู่บนบ่าของหลิ่วเฉิงซีจึงมีกลิ่นยานี้ติดเข้ามา วันนี้ข้อมือของอนุสี่เองก็มี จะเป็เื่บังเอิญหรือ?
“คุณหนู”
ชุนเซียงที่แต่งกายด้วยชุดดำทั้งร่างยืนอยู่ข้างกายอย่างไร้สุ้มไร้เสียง อวิ๋นซูส่งสายตาบอกใบ้ให้นางแล้วจึงหันกายจากไป
ยามค่ำคืนผู้คนเงียบงัน
ชุนเซียงคอยอยู่ในความมืดโดยตลอด เนิ่นนานผ่านไปจึงเห็นอนุสี่โผล่ศีรษะออกมามองรอบๆ ด้วยท่าทางลับๆ ล่อๆ จากนั้นจึงปิดหน้าต่างและดับไฟ
ภายในเรือนแห่งนี้ไม่มีองครักษ์มาเดินตรวจตรา นางทำเช่นนี้ไม่ใช่ว่าทำให้ผู้อื่นสงสัยหรอกหรือ?
ชุนเซียงลงสู่พื้นเบาๆ เข้าไปใกล้หน้าต่างด้วยความระมัดระวัง เจาะรูที่กระดาษบริเวณหน้าต่างแล้วมองเข้าไป
ท่ามกลางแสงจันทร์ ภายในห้องค่อนข้างพร่ามัว แต่ก็เพียงพอให้นางเห็นการกระทำของอนุสี่อย่างชัดเจน นางนั่งอยู่ข้างโต๊ะกำลังดื่มอะไรบางอย่าง สุดท้ายจึงใช้ผ้าเช็ดของในถ้วยจนสะอาด แล้วจึงกลับไปนอนบนเตียงอย่างวางใจ
ชุนเซียงจดจำคำพูดของอวิ๋นซูได้ ที่กล่าวว่าอนุสี่อาจจะรู้จักวิธีการใช้ยา บางทีประสาทการรับกลิ่นอาจจะเฉียบแหลมเป็อย่างมาก ด้วยเหตุนี้นางจึงไม่กล้าใช้ยาสลบตามใจ รอจนอนุสี่หลับสนิทจึงเข้าไปอย่างเงียบเชียบ เก็บผ้านั้นเข้าไปในอก
ยามฟ้าสาง ทว่าดวงตาของฮูหยินรองไม่อาจปิดลงได้เลย
มือของนางไม่ทราบว่าแตะลงบนหน้าผากของหลิ่วเฉิงซีเป็ครั้งที่เท่าไร ทันใดนั้นดวงหน้าปรากฏความยินดีขึ้น “เร็วเข้า! รีบไปเรียกหย่งจี๋เสี้ยนจู่มาเร็ว!”
ลมหายใจของคุณชายน้อยบนเตียงมั่นคง รอยแดงบนผิวก็จางลงแล้ว มีเพียงหน้าผากที่ยังคงมีความร้อนอยู่บ้าง อวิ๋นซูถอนใจเบาๆ ครั้งหนึ่ง “น้าสะใภ้รอง อาการของคุณชายซีมั่นคงแล้วเ้าค่ะ”
“จริงหรือ? เช่นนั้นเขาจะฟื้นขึ้นมาเมื่อใด?”
“น้าสะใภ้รอง มิจำเป็ต้องรีบร้อน เื่นี้ต้องค่อยเป็ค่อยไปเ้าค่ะ”
“ฮูหยิน...” นายท่านรองที่อยู่ข้างๆ มีสีหน้าไม่น่ามองยิ่งนัก จินตนาการได้เลยว่าค่ำคืนที่ผ่านมาฮูหยินผู้นี้ผ่านไปอย่างทุกข์ทรมานเพียงใด
อีกด้านหนึ่ง
อนุรองและอนุสามกำลังนั่งอยู่ในศาลา ใบหน้าของทั้งสองไม่ค่อยดีนัก
“น้องสาว เ้านอนไม่หลับหรือ?”
“ใช่แล้วเ้าค่ะ ไม่รู้ว่าคุณชายซีเป็อย่างไรบ้าง เพียงข้าคิดว่าหากคุณชายเป็อะไรไป นายท่านคงเหลือเพียงเด็กในครรภ์ของอนุสี่...”
“ฮึๆๆ อย่าพูดจาเป็ลางเช่นนี้เลย! กินขนมเสียหน่อยเถิด อีกสักครู่พวกเราก็ไปดูที่ห้องของคุณชายซีเสียหน่อย!”
อนุรองผลักขนมตรงหน้าออกไป อนุสามกัดไปหนึ่งคำเบาๆ ใบหน้าพลันเปลี่ยนไปอย่างไม่คาดคิด วางขนมในมือลงด้วยความไม่พอใจ “เหตุใดจึงไม่กินเล่า?”
“ไม่มีรสชาติเลย!”
“พี่สาวทั้งสองเหตุใดจึงได้ตื่นเช้าเช่นนี้เ้าคะ?” เสียงหัวเราะเบาๆ ดังแว่วขึ้น อนุรองได้ยินจึงหันไปมองและได้พบกับรอยยิ้มจอมปลอมของอนุสี่
เป็นางหรือ? ตื่นเช้าถึงเพียงนี้เชียว หรืออยากจะฟังเื่ของคุณชายซี? ฮ่าๆ น่าสงสาร ดูเหมือนว่าคนทั้งจวนล้วนอยู่ในเรือนของคุณชายซี พวกนางเองก็ไม่ทราบว่าเป็อย่างไรกันแน่
“พี่สาวทั้งสองเหตุใดเห็นข้าแล้วจึงไม่พูดต่อเล่า? เอ๋ ขนมนี่ดูเหมือนจะไม่เลวเลย ข้ากำลังหิวอยู่พอดี...” นางทำท่าทางจะยื่นมือออกมา ไหนเลยจะรู้ว่าอนุสามจะแย่งจานกลับมา แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าไม่้าแบ่งให้อนุสี่
“...พี่สาวคงไม่ตระหนี่ถึงเพียงนี้หรอกกระมัง หรือจะพูดได้ว่า ไม่ใช่ข้าที่อยากกิน แต่เป็เด็กในท้องของข้าที่อยากกิน หากลูกของข้าหิว พวกท่านจะไปบอกนายท่านอย่างไร?”
“เ้า...” อนุสามทนไม่ไหวรู้สึกอยากจะฉีกปากของอนุสี่ อนุรองส่งสายตาบอกใบ้ ่เวลาสำคัญเช่นนี้มิอาจทะเลาะกับอนุสี่ต่อหน้าได้ ไม่เช่นนั้นคนที่จะโชคร้ายก็คือพวกนาง
“เ้าก็กินไปสิ! กินให้มากๆ หน่อย!” อนุรองผลักจานขนมออกไปด้วยท่าทางดุดัน อนุสี่นั่งลงอย่างใจกว้าง “ยังไม่ได้ทานข้าวเช้าเลย หิวมากจริงๆ” กล่าวจบก็กินขนมไปสองชิ้นโดยไม่สนใจสายตาดูถูกเหยียดหยามของสองคนนั้นเลย
จนกระทั่งหลังจากที่อนุสี่จากไป อนุสามจึงแค่นเสียงเย็นออกมาครั้งหนึ่ง “นี่คงไม่ใช่ผีหิวตายกลับชาติมาเกิดใหม่หรอกกระมัง?!”
“ช่างเถิด พวกเรารีบไปดูคุณชายซีกัน”
อย่างไรก็ตาม ภายในเรือนของคุณชายซีกลับไม่เหมือนกับที่อนุรองคิด ที่นี่ไม่มีคนเลยแม้แต่คนเดียว
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” อี๋เหนียงทั้งสองสบตากัน คงไม่ใช่ว่า...
พวกนางรีบยกชายกระโปรงขึ้นกำลังจะวิ่งออกไป แต่กลับชนเข้ากับพ่อบ้านชราที่วิ่งมาอีกด้านหนึ่งพอดี
“โธ่...พ่อบ้าน เหตุใดจึงวิ่งเร็วเช่นนี้เ้าคะ?!”
อย่างไรก็ตาม พ่อบ้านไม่ทันได้อธิบาย ก็พุ่งเข้าไปในห้องอย่างรีบร้อน สายตาของเขามองกลับไปกลับมาระหว่างสามคนข้างเตียง มีท่าทางไม่ทราบว่าควรจะพูดหรือไม่
“เกิดเื่อะไรขึ้นหรือ?” อนุสองถามเสียงอ่อน
“...นายท่าน ฮูหยิน อนุสี่นาง นาง...”
“นางเป็อะไร?” นายท่านรองขมวดคิ้ว เหตุใดจึงไม่สงบเอาเสียเลย!
“นางแท้งแล้วขอรับ!”
อะไรนะ?! ฮูหยินรองยืนขึ้นโดยพลัน อย่างไรก็ตามเป็เพราะนั่งนานเกินไปเืลมจึงพลุ่งพล่านขึ้นสมอง ทำให้ดวงตาทั้งสองมืดไปชั่วขณะ นางวูบจนเกือบจะล้มลงไปที่พื้น
นายท่านรองรีบเข้าไปประคองนาง “เกิดเื่อะไรขึ้น เ้าจงพูดมาให้ชัดเจน!”
“เมื่อครู่บ่าวพบอนุสี่ที่ระเบียง เดิมทีก็ยังดีๆ อยู่ แต่ไม่ทราบว่าเหตุใดพูดคุยได้เพียงสองประโยค จู่ๆ ก็ะโออกมาว่าเจ็บท้อง บ่าวจึงรีบไปตามท่านหมอในจวนมา ท่านหมอกล่าวว่าอี๋เหนียงอาจจะแท้งบุตรขอรับ!”
อี๋เหนียงทั้งสองที่ยืนอยู่บริเวณประตูชะงักอยู่ตรงนั้น แท้งบุตร? เป็ไปไม่ได้ ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่านางยังดีๆ อยู่หรือ?
“ฮูหยิน เ้าอย่าไปเลย” นายท่านรองหยุดฮูหยินรองเอาไว้ สุขภาพของนางอ่อนแอเช่นนี้ เหตุใดต้องเพิ่มความเหนื่อยล้าอีก
อย่างไรก็ตามสตรีในอ้อมกอดกลับส่ายหน้า “นายท่านเร็วเข้า รีบไปดูอนุสี่...”
ท่าทางแน่วแน่ของนางทำให้ในใจของนายท่านรองรู้สึกผสมปนเปกันไปหมด ตอนนี้ลูกของพวกเขาทั้งสองยังนอนอยู่บนเตียง ฮูหยินของตนกลับยังสามารถเป็ห่วงเด็กในท้องของอนุสี่อีก เขาติดค้างนางมากมายเหลือเกิน
ฮูหยินรองกำลังคิดจะสาวเท้าไป ไม่คิดว่าร่างกายพลันเบาโหวง นายท่านรองถึงกับอุ้มนางขึ้นเสมอเอว
“ยังมัวตะลึงอะไรอยู่ ไปเรือนอนุสี่!”
ชุนเซียงเดินมาข้างกายอวิ๋นซูด้วยใบหน้าเคร่งขรึม กล่าวออกมาด้วยความเคารพเลื่อมใส “คุณหนูเ้าคะ ไม่คิดเลยว่านายท่านรองจะมีความเป็สุภาพบุรุษถึงเพียงนี้...”
“...”
ภายในเรือนของอนุสี่ สีหน้าของท่านหมอเคร่งเครียด เขาทราบมาโดยตลอดว่าครรภ์ของอนุสี่ไม่มั่นคง แต่ไม่คิดว่าจะแท้งได้
สตรีผู้นั้นนอนอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าขาวซีด ดวงตาปิดสนิทราวกับถูกปิดกั้นออกจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง
เสียงฝีเท้าร้อนรนดังแว่วมา ท่านหมอรีบหยัดกายยืนขึ้นโดยพลัน เมื่อเห็นผู้มาถึงก็คิดจะคารวะรับความผิด แต่กลับถูกภาพตรงหน้าทำให้ตื่นตะลึง
อนุสี่ขมวดคิ้ว เกิดอะไรขึ้น? นางลืมตามองไป ทันใดนั้นลมหายใจพลันหยุดนิ่ง
นายท่านรองถึงกับอุ้มฮูหยินมา อีกทั้งยังปรนนิบัตินางให้นั่งลงอย่างระมัดระวัง ในสายตาไม่มีที่ให้ตนเองเลยแม้แต่น้อย! จะอย่างไรอนุสี่ก็คิดไม่ถึงว่าหลังจากที่ตนแท้งบุตรจะต้องมาเห็นภาพเช่นนี้
แก้มของฮูหยินรองแดงเรื่อ นางพยายามสงบความกระอักกระอ่วนของตน ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาสนใจสิ่งอื่น “ท่านหมอเ้าคะ อนุสี่เป็อย่างไรบ้าง?”
ท่านหมอจึงเพิ่งได้สติกลับมา กระแอมไอออกมาเบาๆ สองครั้งเพื่อปิดซ่อนอาการเสียมารยาทของตน “ฮูหยินขอรับ ข้าน้อยไร้ความสามารถ อนุสี่แท้งบุตรแล้วขอรับ!”
