“สีหน้าท่านโหวดูไม่ดีเลย คงไม่ใช่ว่าคุณหนูทำอะไร...”
“เป็ไปไม่ได้ คุณหนูมีนิสัยระวังรอบคอบ คงไม่มีเื่อะไรหรอก เ้าอย่ากังวลไปเลย!”
สาวใช้ทั้งสามพูดคุยกันเสียงเบา อีกด้านหนึ่งในห้อง อวิ๋นซูคารวะชางหรงโหวครั้งหนึ่ง “ท่านพ่อ”
ไม่คิดว่าบุรุษเคร่งขรึมจริงจังตรงหน้าจะผลักเก้าอี้ยาวตัวหนึ่งไปยังฝั่งตรงข้ามด้วยตนเอง “นั่งลงเถิด”
อวิ๋นซูประหลาดใจ ชางหรงโหวในวันนี้ดูผิดปกติ “ไม่ทราบว่าท่านพ่อมีอะไรจะสั่งอวิ๋นซูหรือเ้าคะ?”
ชางหรงโหวสูดลมหายใจลึก แสงเทียนภายในห้องสว่างไสว เขามองใบหน้าคุ้นเคยทว่าแปลกหน้าของอวิ๋นซู กี่ครั้งแล้วที่เขานึกสงสัยว่าสตรีตรงหน้าคือบุตรสาวของเขาจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตามเขาก็ได้ทราบแล้วเพราะหมอชาวบ้านเคยมาเจอนางที่จวน นางคือคุณหนูหกที่ถูกส่งออกไปจากจวนโหวเมื่อปีนั้นจริงๆ จุดนี้ไม่มีอะไรต้องสงสัยอีก
เพียงแต่คิดไม่ถึงว่านางจะมีการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ บางทีนี่อาจจะเป็บุญจากชาติก่อน
“เ้ารู้หรือไม่ แม่ทัพเวยหย่วนเสนอให้เ้าเดินทางไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ที่ต่างแคว้น?”
ริมฝีปากบางของอวิ๋นซูค่อยๆ ขยับ “ลูกทราบเ้าค่ะ” คุณชายสามเฟิ่งกล่าวเื่นี้แล้ว จนถึงวันนี้อวิ๋นซูเพียงรู้สึกว่าเป็เื่ไร้สาระ วันนี้ชางหรงโหวเรียกตนเองมาพูดคุยเื่นี้อย่างเคร่งเครียดจริงจัง คงมิใช่ว่าจักรพรรดิเฉินทรงคิดเช่นนี้จริงๆ หรอกกระมัง? เพราะเหตุใดกัน
“พันธมิตรสองแคว้น วิธีที่ดีที่สุดคือแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ แม้ว่าองค์หญิงในวังที่ถึงวัยแต่งงานจะมีไม่น้อย แต่ทุกพระองค์เป็เืเนื้อเชื้อไขของฝ่าา เพื่อความสัมพันธ์ทางการทูต บางครั้งคนเป็จักรพรรดิก็ไม่อาจไม่ตัดใจ อย่างไรก็ตาม่นี้กลับมีคนนำดวงชะตาของเ้าถวายขึ้นไป ทั้งยังกล่าวว่าเ้าเป็ตัวโชคร้ายของแคว้น กระทั่งนำเื่โรคระบาดของเจียงหนานมากล่าวโทษเ้า”
อวิ๋นซูเงยหน้าขึ้นมองตาของชางหรงโหว มุมปากยกยิ้มบางๆ “เมื่อลงมือย่อมมีเบาะแส หาก้าหาผู้กระทำ มิต้องกังวลว่าจะหาไม่เจอ”
พูดหลีกเลี่ยงประเด็นสำคัญเช่นนี้ ทำให้ชางหรงโหวหัวเราะเบาๆ เขาคาดเดาได้ว่านางจะมีปฏิกิริยาเช่นนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นล้วนไม่สามารถทำให้นางแสดงท่าทางหวาดกลัวบนใบหน้าได้ หากเปลี่ยนเป็ผู้อื่น เกรงว่าจะต้องน้อยเนื้อต่ำใจที่ตนไม่ได้รับความเป็ธรรมไปแล้ว
“พ่อย่อมไม่้าให้เ้าไปไกลถึงแคว้นอี้ หากจักรพรรดิเซียวทรงทราบถึงเื่นี้ เ้าจะเจอเื่ร้ายมากกว่าดีแน่นอน”
ไม่ต้องให้ชางหรงโหวเตือนอวิ๋นซูก็ทราบ บุคคลที่ช่างระแวงอย่างจักรพรรดิเซียว ต่อให้แคว้นเฉินส่งองค์หญิงไปจริง เขาก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ข้อมูลจากนาง แน่นอนว่าเขาจะไม่เชื่อทั้งหมด แต่จะรอจนกระทั่งเวลาสุกงอม องค์หญิงที่แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ก็จะกลายเป็เบี้ยของเขาที่กลับมาคุกคามแคว้นเฉิน
หากจะให้นางไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ จะต้องทำให้นางเป็องค์หญิงอย่างไม่ต้องสงสัย หากโชคไม่ดีถูกแต่งออกไป ถึงตอนที่สองแคว้นสู้รบกัน เป็ไปได้มากว่าแคว้นเฉินจะเปิดเผยฐานะของนางว่าเป็เพียงบุตรีอนุภรรยาของท่านโหวก็เท่านั้น จะมีประโยชน์อะไรกับเซียวอี้เชิน
อวิ๋นซูรู้ดีว่าเส้นทางนี้นางมิอาจเลือกเดินได้เด็ดขาด! นางวางแผนไว้นานแล้ว ต้องได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากรัชทายาท ช่วยเขากำจัดผู้อื่น เพิ่มพูนความแข็งแกร่งของแคว้นเฉิน รอจนกระทั่งเซียวอี้เชินยกทัพมาแล้วค่อยโจมตีเขาจนพ่ายแพ้! แน่นอนว่านี่เป็เส้นทางที่ยาวนานนัก
เห็นท่าทางของอวิ๋นซู ชางหรงโหวคาดเดาว่าบางทีนางคงจะเข้าใจแผนการแล้วก็เป็ได้
“อีกไม่นานพ่อต้องออกจากมืองหลวงไปแก้ปัญหาโรคระบาดที่เจียงหนาน ซูเอ๋อร์ เ้ามีความคิดอะไรหรือไม่?”
อวิ๋นซูนั่งตัวตรง สายตาจับไปยังเปลวเทียนที่ลุกไหม้ ทำให้นางคิดโยงไปถึงภาพแมลงเม่าบินเข้ากองเพลิง “มีคนคิดใช้ประโยชน์จากดวงชะตาของลูก หากฝ่าาเชื่อและหวาดกลัว เช่นนั้นลูกก็จะพิสูจน์ว่าลูกไม่ใช่ตัวโชคร้ายที่บ่อนทำลายแคว้น”
“หือ? เ้าคิดจะทำอย่างไร?”
“ในเมื่อพวกนางกล่าวว่าเกิดโรคระบาดที่เจียงหนานเพราะสตรีอ่อนแอเช่นลูกทำ มิสู้ให้ลูกตามท่านพ่อไปด้วยเพื่อพิสูจน์วิชาแพทย์ของลูก รอให้โรคระบาดผ่านไปได้อย่างสงบเรียบร้อย ลูกก็จะไม่ใช่ตัวโชคร้ายอะไรอีก” ดวงหน้าของนางเจือไปด้วยรอยยิ้มมั่นใจ ราวกับกำลังกล่าวว่าจะไปเล่นที่ไหนสักแห่งก็มิปาน
เขตโรคระบาดของเจียงหนานล้วนทำให้ผู้ที่ได้ฟังต่างรู้สึกกลัว หากเป็ไปได้ไม่ว่าใครก็ไม่อยากไปสถานที่เช่นนั้นที่อาจจะติดโรคได้ทุกเมื่อ ทว่าจนใจที่ความมั่งคั่งและเกียรติยศมักมาพร้อมอันตราย หากวิชาแพทย์ของอวิ๋นซูสามารถทำประโยชน์ให้แก่แคว้นเฉินได้ เช่นนั้นยังจะมีผู้ใดกล้ากล่าวว่านางนำเื่ร้ายมาสู่แคว้นเฉินอีกหรือ?
“ดี! ไม่เสียทีที่เป็บุตรสาวของพ่อ มีความกล้าดี! พ่อก็มีความคิดเช่นนี้ เพียงแต่กังวลว่าเ้าจะไม่ได้ตัดสินใจเช่นนั้น” ชางหรงโหวคิดเช่นเดียวกับอวิ๋นซู เขาเคยเห็นวิชาแพทย์ของนางมาก่อน เชื่อว่าไม่ด้อยไปกว่าเหล่าหมอหลวงที่ตนพาไปด้วยเลย ไม่แน่ว่าบุตรีของตนอาจจะทำให้ผู้คนตกตะลึงอีกครั้งก็เป็ได้ เมื่อถึงเวลานั้นค่อยใช้ความดีชดเชยความผิด คำว่าตัวโชคร้ายไม่ต้องทำสิ่งใดก็ย่อมหายไปเอง!
“เพียงแต่ ลูกกังวลเื่อนุห้า...”
“วางใจเถิด ย่าของเ้าคิดจะรับอนุห้าไปอยู่ที่เรือนของนาง มีแม่นมดูแล ต่อให้มารดาของเ้ากลับมาก็ทำอะไรนางไม่ได้”
เหลยซื่อจะกลับมา? แม้นี่จะเป็สิ่งที่อยู่ในการคาดเดา แต่ก็คิดไม่ถึงว่าจะกลับมาเร็วเช่นนี้ ่เวลาที่ตนไม่ได้อยู่ในจวนโหวจะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่? ในเมื่อชางหรงโหวกล่าวเช่นนี้แสดงว่าฮูหยินผู้เฒ่าให้ความสำคัญกับเด็กคนนี้มาก จะต้องพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อคุ้มครองเขาอย่างแน่นอน
“พาสาวใช้ที่มีความสามารถไปสักสองคน จะได้ดูแลเ้าตลอดทาง” ชางหรงโหวยืนขึ้น อวิ๋นซูรีบตามหลังเขาไป
“พรุ่งนี้พ่อจะเข้าวังไปกราบทูลฝ่าาเื่นี้ เ้ารีบเก็บสัมภาระเสีย เื่ในจวนไม่ต้องกังวล” ชางหรงโหวทิ้งประโยคนี้ไว้แล้วพาร่างของตนหายไปในความมืด
...
“เ้าเข้าวังมาดึกๆ ดื่นๆ มีเื่อะไรหรือ?” ภายในห้องทรงพระอักษร จักรพรรดิเฉินทรงทอดพระเนตรชางหรงโหวที่มีท่าทางเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางอย่างแปลกใจ
“ทูลฝ่าา กระหม่อมมีเื่จะกราบทูลพ่ะย่ะค่ะ”
“อนุญาตให้พูดได้”
“กระหม่อม้าพาคนผู้หนึ่งไปยังเขตโรคระบาดด้วย ขอฝ่าาทรงอนุญาตด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
จักรพรรดิเฉินทรงใคร่ครวญ ้าพาใครไปนั้น ชางหรงโหวสามารถตัดสินใจเองได้ทั้งหมด เข้ามาทูลพระองค์ด้วยตัวเองเช่นนี้ หรือว่าคนผู้นี้จะมีอะไรพิเศษ?
“เ้าคิดจะพาใครไป?”
“ลูกหกของกระหม่อมมีวิชาแพทย์ไม่ธรรมดา นางอาสาด้วยตนเองว่า้าทำประโยชน์ให้แคว้นเฉิน หลังจากกระหม่อมไตร่ตรองดีแล้วรู้สึกว่าเื่นี้ควรจะกราบทูลฝ่าา ขอฝ่าาทรงอนุญาตพ่ะย่ะค่ะ” อีกฝ่ายเป็บุตรีของชางหรงโหว หากพาไปสถานที่ที่อันตรายเช่นนั้น เกรงว่าจะมีข่าวลือแพร่ออกไปมากมาย หากฝ่าาทรงเห็นด้วย เช่นนั้นก็จะแตกต่างกันแล้ว
“หือ? คุณหนูหกรู้วิชาแพทย์ด้วยหรือ?” จักรพรรดิเฉินทรงไม่ทราบว่าอวิ๋นซูเคยรักษารัชทายาทมาก่อน ตอนนี้ได้ยินก็รู้สึกแปลกใจ เพียงแค่พาสตรีอ่อนแอผู้หนึ่งร่วมทางไปด้วย จะไม่เป็การถ่วงมือถ่วงเท้าการเดินทางของพวกเขาหรือ? จักรพรรดิเฉินลังเลอย่างเห็นได้ชัด
“ทูลฝ่าา รัชทายาทขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”
หือ? วันนี้มันเกิดอะไรขึ้น ดึกดื่นขนาดนี้รัชทายาทยังมาห้องทรงพระอักษรอีก? “ให้เข้ามา”
บุรุษหนุ่มรูปงามสะบัดชายเสื้อเดินเข้ามา “เสด็จพ่อ วิชาแพทย์ของคุณหนูหกยอดเยี่ยมจริงพ่ะย่ะค่ะ การเดินทางของชางหรงโหวครั้งนี้หากพานางไปด้วย จะต้องทำประโยชน์ได้แน่นอน”
“รัชทายาทรู้ได้อย่างไร?” จักรพรรดิเฉินตรัสถามสิ่งที่ตนสงสัยออกไป
อย่างไรก็ตาม ตงฟางซวี่ได้คิดคำพูดไว้ก่อนแล้ว “ก่อนที่ลูกจะกลับเมืองหลวงได้พักอาศัยอยู่ที่วัดเทียนฝูหลายวัน เ้าอาวาสวัดเทียนฝูกล่าวชมฝีมือการรักษาของคุณหนูหกไม่ขาดปาก อีกทั้งยังกล่าวว่าวิชาฝังเข็มของนางมีเอกลักษณ์ ลูกกลับวังมาได้เคยเชิญหมอหลวงมาหลายคน พวกเขาล้วนไม่เคยได้ยินวิชาการฝังเข็มเช่นนี้มาก่อน หากคุณหนูหกยอมเสี่ยงอันตรายไปเจียงหนาน จะต้องช่วยเหลือหมอหลวงได้แน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น สตรีที่ไร้ความสำคัญคนหนึ่งกลับมีความกล้าหาญเช่นนี้ เสด็จพ่อมิควรส่งเสริมหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
ตงฟางซวี่กล่าวอย่างมีเหตุผล จักรพรรดิเฉินพยักพระพักตร์เบาๆ ความจริงแล้ว สตรีอ่อนแอผู้หนึ่งมีความกล้าหาญเช่นนี้ เชื่อว่าจะต้องเป็แบบอย่างที่ดีให้แก่ทุกคนในแคว้นเฉิน อีกทั้งคำพูดของเ้าอาวาสวัดเทียนฝูจะต้องไม่ใช่เื่โกหกแน่นอน พริบตานั้น จักรพรรดิเฉินทรงคาดหวังต่อวิชาแพทย์ของอวิ๋นซูอยู่หลายส่วน
“การสร้างคุณประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองไม่แบ่งแยกชายหญิง หาได้ยากที่คุณหนูหกมีใจช่วยเหลือ เจิ้นอนุญาต! ขุนนางที่รัก หากเ้ามีความ้าอะไรก็รีบเอ่ยปากมาได้ หวังว่าครั้งนี้พวกเ้าจะสามารถช่วยเหลือราษฎรเจียงหนานให้หลุดพ้นจากทะเลแห่งความระทมทุกข์ไปได้”
“กระหม่อมจะพยายามสุดความสามารถแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ!”
ชางหรงโหวและตงฟางซวี่สบตากันแวบหนึ่ง ไม่กล่าวสิ่งใดอีก
...
ณ จวนชางติ้งโหว
กลางดึก ร่างเล็กๆ ร่างหนึ่งแอบปีนหน้าต่างออกไป ทว่ากลับพบเงาร่างที่คุ้นเคยตรงระเบียง
ดวงตาของคุณชายเฟิ่งหลิงสั่นไหว สังเกตเห็นว่าข้างหลังมีคนแอบตามมา พลันควบคุมลมหายใจ
คุณหนูเจ็ดเฟิ่งหลิงหมอบคลานไปตามกำแพงด้วยกลัวว่าจะถูกคนข้างหน้าพบ ดึกดื่นขนาดนี้พี่สามจะไปไหนกันแน่? ไม่กลัวว่าอาการป่วยจะทรุดหนักหรือ ฮึ จะต้องมีเื่น่าสนุกอะไรที่ไม่ได้บอกตนเป็แน่!
หลังจากกลับมาจากวัง ท่านพ่อก็ขังนางไว้ในห้อง บอกว่านางพาองค์หญิงหย่งหนิงไปก่อเื่ จะต้องพิจารณาตัวเองให้มากๆ
คนที่ควรจะพิจารณาตัวเองควรจะเป็หลิ่วอวิ๋นฮว๋าถึงจะถูก ทั้งยังเกี่ยวพันมาถึงตนและองค์หญิงอีก! ในใจของเฟิ่งหลิงไม่พอใจ ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห นอนบนเตียงพลิกตัวไปมา ข่มตาเท่าไรก็หลับไม่ลง จึงแอบออกมาเพื่อจะสูดอากาศบริสุทธิ์
ทันใดนั้น มือคู่หนึ่งตบลงบนไหล่นาง เฟิ่งหลิงร้องออกมาอย่างใพลางหันไปมอง จึงสบเข้ากับสายตาหยอกล้อของคุณชายเฟิ่งหลิง
“อา พี่สาม!”
เขาผลักประตูห้องข้างๆ ห้องหนึ่งให้เปิดออก จูงดรุณีน้อยผู้นี้ให้เข้าไปหลบ “เ้าเด็กดื้อ โดนท่านพ่อกักบริเวณเ้ายังกล้าแอบออกมาอีก!”
นางกะพริบตาปริบๆ อาศัยแสงจันทร์ที่สาดส่องมองไปยังใบหน้าจนใจของบุรุษตรงหน้า พลันนั้นจึงมุ่ยปากอย่างไม่พอใจ “หลิงเอ๋อร์ไม่ผิด! ท่านพ่อทำโทษข้าโดยไม่แยกแยะถูกผิด ทำให้ข้านอนไม่หลับทั้งคืนเลย! พี่สามเถิด ไม่ใช่ว่าท่านย่าบอกว่าร่างกายท่านไม่ดี อย่าให้หลิงเอ๋อร์ไปรบกวนพี่สามพักผ่อนหรอกหรือ!”
ดรุณีน้อยกวาดตาขึ้นลงมองสำรวจบุรุษตรงหน้า ฟังจากเสียงของพี่สามแล้ว มีท่าทางไม่สบายตรงไหนกัน
ทันใดนั้นนางพลันคิดอะไรขึ้นมาได้ รีบบ่นออกมา “พี่สาม ท่านไม่รู้ หลิ๋วอวิ๋นฮว๋านั่นน่ารังเกียจจริงๆ นางสั่งให้คนนำรางวัลที่ไทเฮาพระราชทานให้ไปซ่อน แล้วยังพาคนกลุ่มใหญ่มากล่าวหาว่าพี่ซูขโมยของไป หากไม่ใช่เพราะข้าและองค์หญิงหย่งหนิงไปเห็นเข้า แล้วถูกนางกลั่นแกล้งขึ้นมาจริงๆ ไทเฮาจะต้องลงโทษพี่ซูแน่ คนผู้นี้ชั่วร้ายนัก!”
คุณชายสามขมวดคิ้ว เกิดเื่เช่นนี้ด้วยหรือ? “เช่นนั้นคุณหนูหกมีอันตรายอะไรหรือไม่?”
“แน่นอนว่าไม่ กลับเป็หลิ่วอวิ๋นฮว๋าผู้นั้นที่ไปทำเชิงเทียนพลิกคว่ำจนไหม้ตัวเอง สมน้ำหน้า! แต่องค์หญิงหย่งหนิงก็น่าสงสาร ถูกไทเฮาทำโทษ” เมื่อคิดถึงองค์หญิงหย่งหนิงที่มีหัวอกเดียวกัน เฟิ่งหลิงก็ทอดถอนใจออกมา
“เอ๋ เหตุใดข้าจึงได้ยินเสียงคนพูด?” ด้านนอกมีเสียงองครักษ์ที่มาลาดตระเวนดังขึ้น คุณชายสามรีบปิดปากเฟิ่งหลิงพลางแนบตัวไปด้านหลัง ทว่าอีกมือหนึ่งกลับไปกระทบถูกโต๊ะหนังสืออย่างไม่ได้ตั้งใจจนเกิดเสียงดังก๊อกแก๊ก ััอันแปลกประหลาดนั้นทำให้เขาใจสั่น
“มีใครที่ไหนกัน ดึกขนาดนี้แล้ว อาจจะเป็หมาป่าที่ไหนวิ่งมาก็ได้!” เสียงนั้นค่อยๆ ห่างออกไป หลังจากผ่านไปเนิ่นนานคุณชายเฟิ่งหลิงจึงปล่อยดรุณีน้อย
นางสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ “ยังดีที่ไม่ถูกพบ ใช่แล้วพี่สาม วันไหนสักวันพวกเรานัดพี่ซูมาเล่นในจวนกันเถิด!”
ทว่าบุรุษตรงหน้ากลับไม่ตอบสนอง
“พี่สาม? พี่สาม?”
“...อืม ดี ดึกมากแล้ว เ้ารีบกลับไปพักผ่อนเถิด อย่าให้องครักษ์เจอตัวเล่า” เขากำชับอย่างเป็กังวล เฟิ่งหลิงรู้สึกว่าเมื่อครู่เหมือนจะเห็นพี่สามเหม่อลอย “เช่นนั้นก็ดี พี่สาม ท่านก็ไปพักผ่อนเร็วๆ หน่อย อย่าถูกอากาศเย็นให้มากนะเ้าคะ”
ดรุณีน้อยเดินไปพลางหันกลับมามอง สุดท้ายจึงเดินออกไปเงียบๆ
คุณชายเฟิ่งหลิงปรับอารมณ์ของตน ดวงตาทั้งสองปรับเข้ากับความืดมิดจนคุ้นชิน ที่นี่เป็ห้องหนังสือของท่านพ่อ เมื่อครู่มือของเขาไปโดนโต๊ะหนังสือ ตอนนี้เมื่อหันกลับไปกดเบาๆ อีกครั้ง ปรากฏว่ามีเสียงผิดปกติออกมาจริงดังคาด
เมื่อหมุนโต๊ะให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง กำแพงหินที่มีรูปภาพแขวนเอาไว้ขยับเปิดออกช้าๆ ที่นี่มีห้องลับ!
ชายหนุ่มลังเลครู่หนึ่ง จากนั้นจึงสะบัดชายเสื้อเดินเข้าไป
