อู่หาวเฉียงตามไป๋อวิ๋นซีขึ้นไปบนหอะโสูงด้วยความดีใจ
อู่หาวเฉียงผูกเชือกเสร็จก็ะโลงจากหอ ทันใดนั้นเชือกที่ผูกไว้กับหอะโสูงก็ขาดสะบั้น ร่างของอู่หาวเฉียงดิ่งลงจากระดับความสูงหลายสิบเมตร เวลานั้นในสวนสนุกมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ผู้คนไม่น้อยเห็นเหตุการณ์ระทึกนี้ ต่างอุทานด้วยความใ
นักท่องเที่ยวบางคนปิดตาทั้งสองข้าง เนื่องจากไม่อยากเห็นโศกนาฏกรรมเืครั้งนี้
อู่หาวเฉียงดวงตาเบิกกว้าง อ้าปากร้องเสียงหลง
ถึงแม้เขาจะรู้ว่ามีเย่ฝานอยู่ แต่พอรู้ว่าร่างของตนกำลังดิ่งพสุธา อู่หาวเฉียงก็หวาดกลัวไม่น้อย
เย่ฝานเหาะขึ้นไปกลางอากาศ เขารับร่างของอู่หาวเฉียงที่ร่วงสู่เบื้องล่างไว้กับอกอย่างมั่งคง
“แชะ แชะ...” เสียงถ่ายรูปดังไม่ขาดสาย คนในประเทศจีนชอบถ่ายรูปที่สุด ไม่ว่าจะกินข้าว ปีนเขา หรือไปท่องทะเลสาบก็ต้องถ่ายรูป ดังนั้นภาพเหตุการณ์น่าหวาดเสียวแบบนี้ แน่นอนว่าย่อมต้องบันทึกไว้เป็ธรรมดา
“หลานรัก นายควรลดความอ้วนได้แล้วนะ นายนี่หนักชะมัด!” เย่ฝานพูดบ่น
อู่หาวเฉียงตอบกลับด้วยความไม่พอใจ “คุณอานี่จริงๆ เลยนะครับ ผมไม่ได้อ้วนสักหน่อย อย่างนี้เรียกว่าหุ่นมาตรฐานต่างหากเล่า”
เย่ฝานพูดว่า “เนื้อแน่นขนาดนี้ ยังกล้าเรียกว่าหุ่นมาตรฐาน...”
อู่หาวเฉียง “…”
อู่หาวเฉียงตบมือ แล้วพูดว่า “คุณอาครับ นี่มันน่าตื่นเต้นสุดๆ! พวกเราเล่นกันอีกครั้งดีไหม”
หลินเสี่ยวที่จับตามองเหตุการณ์นี้ท่ามกลางฝูงชนก็ตกตะลึงจนเบิกตากว้าง แล้วรีบพุ่งตัวไปข้างกายอู่หาวเฉียงและเย่ฝาน
“สหายน้อย นายจำฉันได้ไหม?”
อู่หาวเฉียงมองหลินเสี่ยว แล้วกะพริบตาปริบๆ “ผมจำคุณได้ คุณคือนักต้มตุ๋นคนนั้น! ”
หลินเสี่ยว “…”
หลินเสี่ยวหัวเราะเจื่อนๆ แล้วพูดว่า “ตอนแรกฉันคิดว่านายมาหลอกคุณน้าของฉัน จึงอายัดเงินในบัตรใบนั้นไว้ แต่ต่อมาฉันรู้ความจริงแล้วว่าสิ่งที่นายพูดเป็เื่จริง ฉันก็เลยยกเลิกการอายัดบัตร!"
อู่หาวเฉียงทำหน้ามุ่ยจนคิ้วและจมูกแทบจะผูกเป็ปมพลางพูด “ผมทิ้งบัตรใบนั้นไปแล้ว นึกไม่ถึงเลยว่าคุณจะไม่เชื่อผม ผมเป็นักเรียนที่มีความดีสามประการทั้งคุณธรรม สติปัญญา และร่างกายแข็งแรงเชียวนะ”
หลินเสี่ยว “…”
ไป๋อวิ๋นซีเดินลงมาจากหอะโสูง เมื่อเห็นฝูงชนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงะโเรียก “เย่ฝาน ไปกันเถอะ”
ระหว่างที่เย่ฝานและหลินเสี่ยวกำลังพูดคุยกัน นักท่องเที่ยวต่างกรูมาโอบล้อมเย่ฝานและอู่หาวเฉียงเอาไว้
เย่ฝานได้ยินเสียงเรียกของไป๋อวิ๋นซี จึงจูงมืออู่หาวเฉียงฝ่าฝูงชนที่เบียดเสียดกันด้วยความรวดเร็วดั่งปลาว่ายน้ำ
หลินเสี่ยวยังอยากพูดกับเย่ฝานต่อ แต่เขากลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“เมื่อกี้เธอคุยกับใครเหรอ?” ไป๋อวิ๋นซีถาม
อู่หาวเฉียงพูดด้วยสีหน้าไม่พอใจ “นักต้มตุ๋นคนนั้นไงครับ!"
ไป๋อวิ๋นซีถามด้วยความประหลาดใจ “คนที่หลอกเอายันต์ของเธอไป แล้วไม่ได้จ่ายเงินน่ะเหรอ?”
อู่หาวเฉียงพยักหน้าตอบ “ใช่แล้วครับ หล่อนบอกว่ายกเลิกอายัดบัตรให้ผมแล้ว แต่คุณอาเล็กทิ้งบัตรใบนั้นไปแล้ว ช่างฟุ่มเฟือยและไม่ประหยัดเอาเสียเลย”
หน้าของเย่ฝานแดงขึ้นเล็กน้อย เขาพูดว่า “ฉันไม่ประหยัดตรงไหนกัน เอาล่ะๆ ก็แค่ยันต์ปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บแผ่นเดียว อาวาดให้นายใหม่ก็ได้นี่”
อู่หาวเฉียง “…”
........................................................................................
“คุณน้าคะ หนูเจอเด็กคนนั้นแล้วค่ะ” หลินเสี่ยวโทรศัพท์บอกหลินเจี๋ย
หลินเจี๋ยมาเจอกับหลินเสี่ยวในเวลาอันรวดเร็ว “เธอเจอเขาแล้วเหรอ”
หลินเสี่ยวพยักหน้าแล้วพูดว่า “ใช่ค่ะ หนูรู้แล้วว่าอาเล็กของเขาคือใคร เป็นักแสดงหน้าใหม่ที่กำลังมีชื่อเสียงใน่นี้”
ที่หลินเสี่ยวรู้จักเย่ฝาน เป็เพราะข่าวของเขาและถังอวี่เซวียนที่โด่งดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง
“เย่ฝานคนนี้น่าจะไม่ธรรมดา แฟนคลับของถังอวี่เซวียนเคยไปหาเื่เขา พวกนั้นยังโดนขังอยู่ในลานจอดรถใต้ดินตั้งหลายชั่วโมง”
เื่ที่กลุ่มแฟนคลับของถังอวี่เซวียนถูกผีพรางตา เป็ข่าวดังไปทั่ว ตอนแรกหลินเสี่ยวคิดว่าเป็แค่ข่าวลือ แต่พอได้มาเห็นกับตา ดูท่าข่าวนั้นน่าจะเป็ความจริง
หลังจากที่อินเทอร์เน็ตเป็ที่แพร่หลาย เื่ราวต่างๆ ล้วนไม่เป็ความลับอีกต่อไป เช่นเดียวกับเื่ที่เย่ฝานเหาะขึ้นไปกลางอากาศเพื่อช่วยชีวิตอู่หาวเฉียง ก็ถูกเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว
“ในวินาทีแห่งความเป็ความตาย เชือกบันจี้จัมป์ขาดดาราโนเนมช่วยชีวิตเด็กดิ่งพสุธากลางอากาศ”
เย่ฝานนั่งอยู่ในร้านอาหารของสวนสนุก เขาสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ
“มีข่าวเกี่ยวฉันออกมาแล้ว ดาราโนเนม อวิ๋นซีใครเป็คนเขียนข่าวนี้กัน กล้าบอกว่าฉันเป็ดาราโนเนม ถึงจะไม่ใช่ดาราเบอร์หนึ่งเหมือนถังอวี่เซวียน แต่ยังไงฉันก็ไม่ถึงกับโนเนมนี่นา! ไม่ถึงกับเป็เบอร์สอง แต่อย่างน้อยก็น่าจะอยู่ประมาณเบอร์สาม หรือเบอร์สี่นะ”
ไป๋อวิ๋นซีเหลือบตามองบน “เอาน่า ดาราเบอร์สาม เบอร์สี่มีตั้งเยอะแยะ คงไม่มีที่ยืนให้นายแล้วล่ะ!”
เย่ฝาน “…”
“คุณอาเล็กดังออกอย่างนี้ เบอร์ห้าน่าจะได้อยู่นะครับ” อู่หาวเฉียงกล่าว
เย่ฝานพูด “...เหมือนมีคนกำลังมองฉันอยู่!”
ในร้านอาหารมีคนมองเย่ฝานอยู่ไม่น้อย พอเย่ฝานหันไปดู คนเ่าั้ก็รีบหันกลับไป
“เอาล่ะ พวกเราไปกันเถอะ” ไป๋อวิ๋นซีเอ่ยปากชวน
อู่หาวเฉียงพยักหน้า แล้วพูดด้วยความเสียดาย “ก็ได้ครับ แต่มีเครื่องเล่นอีกหลายรายการเลยที่พวกเรายังไม่ได้ไปเล่น”
..............................................................................
ไป๋อวิ๋นเฟยโยนแท็บเล็ตด้วยความโมโห “พวกมันเป็ใครกันนะ! ทำไมถึงเขียนข่าวแบบนี้! ”
จูเสวี่ยเป่ากำลังยกน้ำชาและเดินออกมา “อวิ๋นเฟยเป็อะไรไป! ทำไมถึงโมโหขนาดนี้!”
“นักข่าวปากเสียพวกนี้บ้าไปแล้วแน่ๆ”
จูเสวี่ยเป่าหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาดู ในนั้นมีข่าวหนึ่งโผล่ขึ้นมา คู่รักร่วมเพศพาลูกบุญธรรมไปเที่ยว! ภาพข่าวปรากฏรูปไป๋อวิ๋นซีและเย่ฝานกำลังพาอู่หาวเฉียงไปเที่ยว
“เย่ฝาน เ้าหมอนี่ยังกล้าไปเที่ยวสวนสนุกอยู่อีก เขาไม่กลัวโดนคนปาไข่เน่าใส่หรือยังไง” ไป๋อวิ๋นเฟยพูดพลางเท้าเอว
“เื่นี้พี่ว่าเย่ฝานเขาคงไม่กลัวคนปาไข่เน่าใส่หรอก” คราวก่อนมีแฟนคลับหลายคนเข้าไปหาเื่เขา ยังทำไม่สำเร็จเลย!
ไป๋อวิ๋นเฟย “…”
“เด็กผู้ชายคนนั้นเป็ใครกัน! หน้าตาน่ารักดีนะ” จูเสวี่ยเป่าถาม
“เขาเป็หลานชายของเย่ฝานค่ะ” ไป๋อวิ๋นเฟยตอบ
จูเสวี่ยเป่ามองไป๋อวิ๋นเฟยแวบหนึ่งพลางคิดในใจ อวิ๋นเฟยรู้ข้อมูลของเย่ฝานละเอียดขนาดนี้ หรือว่าหล่อนคอยติดตามข่าวคราวของเย่ฝานมาตลอด
“อวิ๋นเฟยจ๊ะ! พี่เห็นว่าตอนนี้เย่ฝานคอยดูแลอวิ๋นซีอยู่ ทำให้สภาพร่างกายของเขาดีขึ้นมากทีเดียว เธอก็ควรวางใจได้บ้างแล้ว พี่ว่าถึงเวลาที่เธอจะคิดเื่แต่งงานมีครอบครัวได้แล้วนะ!”
ไป๋อวิ๋นเฟยสูดหายใจเข้าปอด ไม่นึกว่าคำพูดของพี่สะใภ้จะเหมือนกับที่เย่ฝานพูดไม่มีผิด หรือว่าเื่การแต่งงานของหล่อนจะเป็เื่ที่ถูกคนเป็ห่วงมากที่สุด
.........................................................................
หลินเสี่ยวสืบค้นที่อยู่ของเย่ฝานในอินเทอร์เน็ต และแล้วหล่อนก็หาที่พักของเย่ฝานจนเจอ
ปากทางเข้าหมู่บ้านคฤหาสน์ของเย่ฝาน มีเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนเข้าแถวหน้ากระดานจำนวนหนึ่ง
“ฉันมาพบเย่ฝาน ให้ฉันเข้าไปข้างในได้ไหม” หลินเสี่ยวยัดซองแดงให้เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชี้หญิงสาวกลุ่มหนึ่งที่กางป้ายผ้าเอาไว้ “น้องสาว คนกลุ่มนั้นก็มารอคุณชายเย่เหมือนกัน เธอไปเข้าแถวตรงนั้นเถอะ”
หลินเสี่ยวขมวดคิ้วมองแฟนคลับจำนวนหนึ่งที่ถือโปสเตอร์รูปเย่ฝาน
หลายคนถือป้ายผ้า บนนั้นเขียนว่า “คุณชายเย่สุดหล่อ”
“คุณชายผู้เป็หนึ่งในใต้หล้า”
“คุณชายเย่ ฉันรักคุณ”
...........................................................................................
หลินเจี๋ยขมวดคิ้วพร้อมพูดพึมพำ “เย่ฝานโด่งดังขนาดนี้เลยเหรอ!”
ในทันใดนั้น ความสนใจของหลินเสี่ยวก็ถูกดึงดูดด้วยบทสนทนาของกลุ่มแฟนคลับ
“หัวหน้าทีมเซวียนเซวียน วันนั้นเธอถูกผีพรางตาจริงๆ เหรอ!”
“จริงแท้แน่นอน ทุกคนล้วนเป็พยานได้ เย่ฝานคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ!” หัวหน้ากลุ่มแฟนคลับเซวียนเซวียนพูดด้วยความตื่นเต้น
วันนั้นที่พวกหล่อนถูกขังอยู่ในลานจอดรถใต้ดินถึงสามชั่วโมง หญิงสาวหลายคนในนั้นขวัญหนีดีฝ่อไม่น้อย แต่หลังจากออกมาได้ พวกหล่อนกลับรู้สึกว่าเหตุการณ์นี้น่าสนใจมาก หลังจากเกิดเื่วันนั้น พวกหล่อนก็เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับเื่เหนือธรรมชาติ รวมทั้งให้ความสนใจและศึกษาเื่แนวนี้มากขึ้น
“พวกเธอรู้เื่คฤหาสน์ที่คุณชายเย่ซื้อไหม? นั่นเป็บ้านผีสิง เขาเสียเงินซื้อแค่สามล้านหยวนเท่านั้น ได้ยินว่าหลังจากที่คุณชายเย่ซื้อคฤหาสน์หลังนั้นแล้ว ภูตผีก็ไม่กล้าอาละวาดอีกเลย”
“ฉันได้ยินนักท่องเที่ยวในสวนสนุกเล่าว่า เมื่อวานตอนที่คุณชายเย่ะโขึ้นไปกลางอากาศเพื่อช่วยชีวิตเด็กชายคนนั้น มันเหมือนกับเขาเหาะขึ้นไปอย่างนั้นแหละ”
“พวกเธอรู้เื่โครงการคฤหาสน์ที่ติ่งฟงกรุ๊ปกำลังสร้างใหม่ไหม? เล่ากันว่า คุณชายเย่เคยะโจากตึกสูงสิบกว่าชั้น จากนั้นก็ขึ้นไปแล้วะโลงมาอีก เหมือนกับกำลังฝึกวิทยายุทธ์บางอย่าง”
“ทีมงานของกองถ่ายละครเขาเล่ากันนะ! ว่าคุณชายเย่สามารถเหาะเหินเดินอากาศโดยไม่ต้องใช้สลิง”
พลังแฟนคลับเป็พลังที่ไร้ขีดจำกัด จากที่พวกหล่อนศึกษาและติดตาม หัวหน้าแฟนคลับเซวียนเซวียนพบว่าเย่ฝานเป็ยอดคนไร้เทียมทานโดยแท้จริง! ทำให้หล่อนซาบซึ้งในตัวเย่ฝาน จึงชักชวนเหล่าแฟนคลับคนอื่นๆ ให้หันมาสนับสนุนเย่ฝานด้วย
.........................................................................
มีรถยนต์ธรรมดาคันหนึ่งขับมาถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน
ไช่เจิ้นจวิ้นเป็ผู้ขับรถคันนั้นเข้ามา โดยมีอู่หาวเฉียงนั่งกินขนมอยู่ข้างคนขับ
่นี้เย่ฝานยุ่งมาก ทำให้ไม่มีเวลาดูแลหลานชาย เขาจึงฝากอู่หาวเฉียงไว้กับคนว่างงานอย่างไช่เจิ้นจวิ้น ไช่เจิ้นจวิ้นเองก็รับภารกิจนี้ไว้ด้วยความเต็มใจ
ไช่เจิ้นจวิ้นและอู่หาวเฉียงเข้ากันได้ดีมาก เขาพาอู่หาวเฉียงไปร้องเพลงคาราโอเกะ อบซาวน่า และเที่ยวโอเชียนปาร์ค ทั้งสองสนุกสนานกับกิจกรรมต่างๆ มาก
ทำไมเ้าหน้าที่ถึงไม่เปิดประตูนะ เป็เพราะรถของคุณมันกระจอกเกินไปหรือเปล่า! พวกเขาจึงคิดว่าคุณคงไม่มีปัญญาอาศัยอยู่ที่นี่!
ไช่เจิ้นจวิ้นกระตุกมุมปาก “รถฉันก็ไม่ได้ดูกระจอกขนาดนั้นนี่นา ก็ใช้ได้อยู่นะ”
ไช่เจิ้นจวิ้นนึกในใจ ถ้าไม่ใช่เพราะอาเล็กของอู่หาวเฉียงหน้าเืขนาดนั้น เขาคงไม่ถึงขนาดขายทั้งบ้านและรถหรอก! เงินหนึ่งร้อยล้านนั่น พี่ชายของเขาก็อยากจะโอนคืนให้เขา แต่ไช่ไซว้เองก็จ่ายไปตั้งสองร้อยล้าน ่นี้จึงยังไม่มีเงินในมือมากขนาดนั้น จึงจำเป็ต้องติดไว้ก่อน
“ดูซิครับ พวกนั้นคือแฟนคลับของคุณอาเล็ก คุณอาเล็กของผมดังจริงๆ เลย”
ไช่เจิ้นจวิ้น “…”
“เอ๋ นักต้มตุ๋นคนนั้นก็อยู่ตรงโน้นด้วย!” อู่หาวเฉียงพูดพลางแนบหน้ากับกระจกรถ
ไช่เจิ้นจวิ้น “…”
ไช่เจิ้นจวิ้นเอากระจกรถลง แล้วพูดกับเ้าหน้าที่ “นี่ ฉันเองคุณชายไช่! รีบเปิดประตูให้ฉันเร็ว”
อู่หาวเฉียงเปิดกระจกรถลง แล้วพูดอย่างวางมาด “คุณชายไช่ผู้อ่อนหัดมาถึงแล้ว พวกนายยังไม่รีบเปิดประตูอีก”
ไช่เจิ้นจวิ้น “…” เ้าเด็กอู่หาวเฉียง สมแล้วที่เป็หลานของคุณชายเย่
หลินเสี่ยวรีบเดินเข้าไปขวางรถของอู่หาวเฉียงไว้ แล้วถามว่า “หนูน้อย จำฉันได้ไหม? ”
“จำได้สิ! คุณคือนักต้มตุ๋นไง! หลอกลวงได้แม้กระทั่งเด็กน้อยไร้เดียงสา” อู่หาวเฉียงพูดพลางชี้แก้มตัวเอง
หลินเสี่ยวใบหน้าเต็มไปด้วยความประหม่า “เื่คราวก่อนเป็เพราะน้าไม่ดีเอง น้าขอโทษเธอนะ! ยันต์นั่น เธอขายให้น้าอีกหลายๆ ใบได้ไหม!”
อู่หาวเฉียงทำแก้มป่อง เปล่งเสียงฮึเบาๆ “ไม่ได้ คุณอาเล็กบอกว่า พวกคนรวยสมองทึ่มมีอยู่เยอะแยะ ผมไม่อยากทำธุรกิจกับคนไม่ซื่อสัตย์อย่างคุณหรอก ฮึ! คิดจะหลอกเด็กงั้นเหรอ นึกว่าผมหลอกง่ายหรือไง! หลอกผมไปหนึ่งครั้งแล้ว ยังคิดจะหลอกกันอีกครั้ง ผมไม่ได้โง่ขนาดนั้นนะ! ผมเป็เด็กอัจฉริยะ อีกไม่นานก็จะไปแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกแล้วด้วย”
ไช่เจิ้นจวิ้น “…”
พอไช่เจิ้นจวิ้นเห็นประตูเปิดก็รีบขับรถเข้าไป
หลินเสี่ยวคิดจะตามเข้าไปด้วย แต่ก็โดนเ้าหน้าที่ขวางไว้
ไช่เจิ้นจวิ้นมองอู่หาวเฉียงแล้วถามว่า “ผู้หญิงคนนั้นคือใครกัน!”
“ผมเจอหล่อนบนเครื่องบิน หล่อนหลอกลวงผมแถมยังบอกว่าคุณอาเป็ร่างทรงแล้วไม่รุ่ง ก็เลยหันมาเอาดีในวงการบันเทิง ยอมเป็นักแสดงโนเนม”
ไช่เจิ้นจวิ้นกระตุกมุมปาก แล้วพูดว่า “ผู้หญิงคนนั้นมองคนไม่เป็เอาเสียเลย!”
“ก็ใช่น่ะสิครับ! ยิ่งกว่านั้นคือ เขาตกลงซื้อยันต์ของผมหนึ่งแผ่นในราคาหนึ่งล้านหนึ่งแสนหยวน หล่อนให้บัตรเอทีเอ็มผมมา แต่กลับอายัดเงินในบัตรภายหลัง นี่มันสิบแปดมงกุฎชัดๆ! ”
ไช่เจิ้นจวิ้นพูดด้วยความโมโห “ทำเกินไปจริงๆ! เงินหนึ่งล้านหนึ่งแสนหยวน มันจะเท่าไรกันเชียว!”
“เ้าพวกคนปัญญาอ่อน ราคาที่เธอตั้งยังถือว่าเป็มิตรกว่าราคาที่เย่ฝานตั้งไว้มากทีเดียว! พวกเขากล้าล่วงเกินหาวเฉียงอย่างนี้ แล้วอยากจะให้เย่ฝานช่วยเหลือ ก็คงยากแล้วล่ะ”
อู่หาวเฉียงพยักหน้าพร้อมพูดว่า “ก็ใช่น่ะสิ!”
ไช่เจิ้นจวิ้นคิดด้วยความกระหยิ่มใจ ถึงอย่างไรตนก็เป็คนสายตาแหลมคม! ถึงมองออกว่าเย่ฝานเป็ยอดคนที่มีความสามารถ
