ั้แ่ตอนกินข้าว เซียวปิงพบว่าเย่จื่อมักจะมองมายังเขา แล้วเอาแต่ยิ้มหัวเราะตลอดเลย ทำเอาเขาแอบทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน หรือเป็เพราะฉันหน้าตาหล่อเกินไป? ดึงดูดสายตาเกินไป? แต่ก็เหมือนจะไม่ใช่...เวลายัยเด็กนั่นยิ้มแบบนั้น ยิ่งทำให้คนระแวงๆ อยู่ด้วย รอยยิ้มเหมือนเธอคิดอะไรได้ เหมือนเธอกำลังจะแกล้งอะไรคุณอย่างนั้นแหละ
เซียวปิงกระแอมในลำคอ ก่อนจะวางมีดและส้อมในมือลง แล้วถามอย่างลองเชิง “เธอหัวเราะอะไร?”
“ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง คิดไม่ถึงเลย ว่าพี่จะเป็ไก่ขนสวยแบบนี้”
“แน่นอนสิ” เซียวปิงพูดหลงตัวเอง “ฉันก็ต้องเป็ไก่...หน็อยแหน่นี่เธอหาว่าฉันไม่ใช่คน แต่เป็ไก่งั้นเหรอ”
เย่ปินหัวเราะเสียงใส เมื่อได้เห็นท่าทางของเซียวปิง
ฉันล่ะจนปัญญากับยัยสาวน้อยนี่จริงๆ “รีบกินเถอะ อีกเดี๋ยวยังต้องไปดูหนังต่ออีก” เซียวปิงยิ้มแห้งๆ
“ฉันกินเสร็จแล้ว” เย่จื่อมองมาทางเขาราวกำลังมองเด็กโง่คนหนึ่ง “พี่ไม่รู้เหรอ ว่าฉันนั่งรอพี่มาตลอดอะ?”
เซียวปิงมองดูอาหารตรงหน้าเย่จื่อ เธอกินเสต็กไปแค่ครึ่งเดียว พิซซ่าก็เพิ่งกินไปแค่เศษหนึ่งส่วนสามเท่านั้น “กินน้อยจัง อาหารมีค่านะ กว่าจะได้มาก็ยากลำบาก การทิ้งอาหารไม่ใช่เื่ดีเลย...เธอกินน้อยเกินไปหรือเปล่า”
“ดังนั้นรูปร่างเค้าก็เลยยังดูดีอยู่ไง” เย่จื่อยิ้มหวานกลับมา หวานเสียจนเซียวปิงหมดเรี่ยวแรงที่จะต่อต้านได้อีก
เมื่อเห็นเซียวปิงมองตนชะงัก เย่จื่อก็เริ่มรู้สึกเขินขึ้นมา เธอหยิบกระเป๋าตัวเอง ก่อนจะลุกยืนขึ้น ยิ้มหวานกล่าว “ไปกันเถอะ หนังกำลังจะฉายแล้ว”
“หา? อ่า...อ้อ...” ให้ตายสิ ฉันอับอายจนไม่รู้จะเอาหัวไปมุดไว้ที่ไหนแล้วนะ ทำไมเวลาอยู่ต่อหน้ายัยเด็กนี่ ฉันถึงควบคุมสติตัวเองไม่ได้เลยนะ...เซียวปิงคิดพลางกลืนน้ำลายลงคอหลายอึก ก่อนจะเรียกพนักงานเข้ามาเก็บเงิน แล้วจึงเดินออกไปพร้อมเย่จื่อ
ขณะทั้งสองเดินออกจากร้าน เย่จื่อก็เกาะเข้าที่แขนเขาอย่างเผลอตัว และนั่นทำให้เซียวปิงหัวใจเต้นไม่เป็ส่ำ นี่เป็ครั้งแรกที่เขากับเธอทำอะไรแบบคู่รักกัน หากเป็ผู้หญิงคนอื่นล่ะก็ แม้จะเป็ดาราดังหรือเชื้อพระวงศ์ก็ตาม เซียวปิงก็ไม่เคยกลัวหรือเกรงใจเลยแม้แต่น้อย ทั้งแทะโลมและเตะอั๋งเท่าที่ทำได้สารพัด แต่พอมาเป็เย่จื่อ...เขาได้ัักับความรู้สึกแบบนี้เป็ครั้งแรก ความรู้สึกเขินอายราวกับเด็กวัยแรกรุ่นที่เพิ่งจะรู้จักกับคำว่ารักใหม่ๆ
เซียวปิงทั้งตื่นเต้นและมีความสุขไปในเวลาเดียวกัน เซียวปิงที่รู้สึกเกร็งน้อยๆ แสร้งทำให้ตัวเองดูเป็ธรรมชาติมากที่สุด
เย่จื่อกะพริบตาทะเล้นดวงโตของตัวเอง ก่อนจะเหลียวมองไปยังเซียวปิง เมื่อเห็นว่าเขาเอาแต่มองตรงไปยังเบื้องหน้า แบบไม่กระดิกเลยแม้แต่น้อย คนตัวเล็กก็อิงตัวลงกับท่อนแขนแข็งแรงของเซียวปิง ก่อนจะแอบหัวเราะน้อยๆ ออกมา พลันสมองก็ผุดความคิดที่อยากจะแกล้งเขาขึ้นมา การแหย่พี่ปิงที่แสนใสซื่อ...
เพราะเธอกำลังเกาะอยู่ที่แขนเซียวปิง ขณะทั้งสองเดินไปข้างหน้า หน้าอกนุ่มนิ่มของเธอจึงััเข้ากับท่อนแขนเซียวปิงเบาๆ แล้วถูไปมาที่ท่อนแขนเขา ความจริงแล้ว เย่จื่อไม่ได้จงใจให้โดนแต่อย่างใด อย่างไรเสีย เธอก็เป็กุลสตรีคนหนึ่ง แต่เพราะเย่จื่อไม่เคยได้ใกล้ชิดกับผู้ชายคนไหนมากขนาดนี้ เธอจึงไม่ได้พิจารณาถึงข้อนี้ต่างหาก
ตอนที่เธอเกาะแขนเซียวปิง เธอก็ต้องรวบรวมความกล้าอยู่นานเลยทีเดียว เพียงแต่เมื่อเธอเกาะไปที่แขนเขา เธอกลับพบว่าเซียวปิงตื่นเต้นมากกว่าเธอเสียอีก คราวนี้ ความตื่นเต้นจึงหายไป กลายเป็ความรู้สึกอยากจะแกล้งแทน
ให้ตายสิ พี่ผ่านศึกามามากมายหลายสนามขนาดนี้...ทั้งสาวใหญ่ สาวน้อย สาวเรียบร้อย สาวข้างบ้าน...จะอะไรพี่ก็เคยเจอมาหมด...ทำไมพอมาอยู่ต่อหน้ายัยเด็กนี่ถึงได้หมดสภาพแบบนี้นะ ไม่ได้การละ พี่จะทิ้งความแมนในแบบผู้ชายไปไม่ได้ ต้องใจเย็น ต้องมีสติ ต้องเคร่งขรึมเข้าไว้ แสดงให้เธอเห็นถึงสปิริตสามสาวต่อวัน พี่ยังสบายๆ เดี๋ยวนี้เลย
เซียวปิงคิดในใจอีกแบบ แต่ร่างกายกลับแสดงออกมาอีกแบบ ยิ่งจงใจทำมากเท่าไร ก็ยิ่งดูว่าตื่นเต้นมากเท่านั้น
เย่จื่อหัวเราะคิกคัก “พี่ปิง ทำไมท่าเดินพี่เหมือนตอนทหารเดินสวนสนามแบบนี้ล่ะ?”
“ฮะ? อ้อ...ฉัน...งั้นเหรอ?” เซียวปิงกระแอมแห้งๆ ทำหน้าจริงจัง “เธอไม่คิดว่าการเดทเป็เื่ซีเรียสมากเื่หนึ่งเหรอ? นี่เป็ขั้นตอนแรกในการก้าวสู่ห้วงความรักแบบหญิงชาย เป็ขั้นตอนก่อนการเดินเข้าประตูวิวาห์ และเป็เส้นทางที่ทุกคนต้องเคยผ่านไป ก่อนการมีลูก...”
“พูดอะไรบ้าๆ” เย่จื่อเสียงแข็ง
หลังจาการทะเลาะของคนทั้งสอง เซียวปิงก็ราวจะผ่อนคลายลงไม่น้อย เขาไม่ได้เกร็งเท่าที่เคยเป็ และสีหน้าก็ไม่ได้แสดงออกว่าตื่นเต้นมากเท่าเดิมอีกต่อไปแล้ว เขาพูดขำ “เคยอ่านกระทู้ในอินเทอร์เน็ตไหม? เกี่ยวกับพฤติกรรมการเดทของผู้หญิงแต่ละประเทศ”
เย่จื่อสงสัย “ไม่เคยนะ เขาว่าไง?”
“ถ้าคู่เดทเป็พวกผู้หญิงผิวขาว (ยุโรป) ในการเดทครั้งแรก เธอจะยอม Goodnight kiss กับคุณ ครั้งที่สอง เธอจะยอมให้ร่างกายมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคุณ ครั้งที่สาม ขึ้นเตียงด้วยวิธีที่ง่ายที่สุด”
“ถ้าคู่เดทเป็ผู้หญิง ไอร์แลนด์ ครั้งแรก คุณจะได้ขึ้นเตียงหลังจากดื่มจนเมามายกับเธอ ครั้งที่สอง คุณจะได้ขึ้นเตียงกับเธอหลังจากเมาอีกครั้ง พอแต่งงานกันไปได้ยี่สิบปี...คุณก็ยังจะได้ขึ้นเตียงกับเธอหลังดื่มจนเมาอยู่ดี...”
“ถ้าคู่เดทเป็ผู้หญิงจีน ครั้งแรกคุณกับเขาจะไปกินข้าว ดูหนังโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ครั้งที่สองก็ยังเป็กินข้าวดูหนัง ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกเหมือนเดิม หลังจากนั้นก็จะไม่มีการนัดเดทครั้งที่สามอีกต่อไป...เพราะอีกฝ่ายจะพบว่า จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นตลอดไปแน่”
เย่จื่อกะพริบตาสวยดวงโตของเธอ รอให้เซียวปิงสรุปคำพูดทั้งหมดของเขา ก่อนเซียวปิงจะหัวเราะร่วนออกมา “ดังนั้น เขาก็เลยว่ากันว่า การเดทกับผู้หญิงเมืองไอร์แลนด์ถึงจะเป็์ที่แท้จริง”
“ได้สิ!” เย่จื่อทำหน้ามุ่ย แล้วปล่อยแขนเซียวปิงออก กล่าวอย่างงอนๆ “งั้นพี่ก็ไปเดทกับผู้หญิงเมืองไอร์แลนด์เถอะ”
เซียวปิงชะงักฝีเท้าลง แล้วมองเย่จื่ออย่าสงบ ผิวขาวเนียนของเธอราวขนแกะเนียนนุ่ม ดวงตาดำขลับที่มักจะประกายความเ้าเล่ห์แพรวพราวออกมา จมูกกระดกรับกับริมฝีปากบางสวยที่เผยอขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าที่มักจะประดับประดาด้วยรอยยิ้มสดใสอยู่เสมอ และลักยิ้มเล็กๆ ที่ข้างแก้มนั้น
เย่จื่อสังเกตเห็นสาวตาร้อนแรงจากเซียวปิง ขนตาเป็แพสั่นไหวไปตามแววตาที่หลุบลงต่ำ เธอหลบสายตานั้นในตอนแรก ก่อนจะมองจ้องกลับไปยังดวงตานั้นของเซียวปิง
เซียวปิงเม้มปากหลายครั้ง การเผชิญหน้ากับยัยเด็กสาวปีศาจที่แฝงไปด้วยความทะเล้นแสนกล และความเ้าเล่ห์แพรวพราว ขณะที่ก็ยังคงไว้ซึ่งความน่ารักตรงหน้านี้ ทำให้เซียวปิงรู้สึกตื่นเต้นมากกว่า การถูกล้อมด้วยยอดฝีมือเสียอีก หากจะเปรียบว่าผู้หญิงที่เคยผ่านมาของเขาเป็แค่การเล่นเกมๆ หนึ่ง เซียวปิงก็รู้ทันทีเลยว่า เกมตรงหน้านี้เป็เกมที่เขาจะต้องชนะเท่านั้น
เซียวปิงยกมือขึ้นอย่างบังคับตัวเองไม่ได้ เขาปัดผมที่ปรกหน้าเย่จื่อออก แม้ในห้างขณะนี้จะมีผู้คนเดินขวักไขว่มากมาย แต่สำหรับพวกเขาแล้ว ณ ที่นี้ มีเพียงกันและกันเท่านั้น
เย่จื่อเผยอปากแดงฉ่ำเซ็กซี่ของเธอขึ้นเล็กน้อย ฟันขาวกัดไปที่ริมฝีปากนั้นเบาๆ...เพียงการกระทำง่ายๆ แค่ครั้งเดียว กลับสร้างความปั่นป่วนในจิตใจเซียวปิงได้อย่างมหาศาล
“พี่ปิง?”
“ฮะ?”
ดวงตาที่อ่อนหวานแต่ก็เต็มไปด้วยความกล้าหาญของเย่จื่อ วันนี้กลับแอบแฝงไปด้วยความเขินอาย ทว่า สายตาเขินอายนั้น ก็มิได้หลบหลีกสายตาเขาแต่อย่างใด “ตอนพี่เผชิญหน้ากับศัตรูในสนามรบ พี่ก็เขินแบบนี้เหรอ?” เธอถามกระซิบ
“ตลกละ...พี่ปิงของเธอ...ฉันน่ะ เป็คนแข็งกร้าว หยาบกระด้าง กล้าหาญชาญชัยเป็ผู้ชายกระดูกเหล็กของแท้เลยคำว่าอายนี่มัน...”
“จูบฉันหน่อย...”
“อะไรนะ?” เซียวปิงใจกระตุกวูบ
เย่จื่อคล้ายกำลังหัวเราะ ก็แต่ราวว่าไม่ใช่ กล่าวว่า “พี่ไม่รู้สึกว่าพนักงานขายในร้านเสื้อร้านแรกน่าโมโหมากเหรอ...”
เซียวปิงฉุกคิดขึ้น ในร้านแรกที่พวกเขาไป ขณะพนักงานกำลังไปหยิบเสื้อผ้ามาให้...ในตอนนั้น เซียวปิงห้ามใจไม่ไหว ก้มลงจะจูบเธอ.. แต่เพราะพนักงานเดินกลับมาซะก่อน จูบนั้นจึงยังส่งไปไม่ถึงเธอ พอนึกได้ดังนี้ เขาก็รู้เสียที ว่าเพราะอะไรเย่จื่อถึงลากเขาออกจากร้านด้วยความโมโหแบบนั้น ที่แท้เป็แบบนี้นี่เอง...
เมื่อนึกถึงเื่ในตอนนั้น เซียวปิงไม่เพียงแค่หัวเราะออกมา แต่ความตื่นเต้นที่เคยมีก็ลดลงไปด้วย ยัยเด็กนี่...
เย่จื่อมองทะเล้น ก่อนจะพูดเชิงขู่ “บอกไว้ก่อนนะ ถ้าไม่จูบตอนนี้ ต่อไปก็ไม่มีโอกาสแล้วนะ”
เซียวปิงยิ้มพลางเลื่อนริมฝีปากเข้าใกล้เธอ หัวใจทั้งสองเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง...และวินาทีที่ริมฝีปากใหญ่กำลังจะัักับริมฝีปากแดงฉ่ำของเย่จื่อนั้น จู่ๆ ก็มีชายหลายคนวิ่งตรงเข้ามายังพวกเขา หนึ่งในนั้นถือกุญแจมือเอาไว้ แล้ววิ่งตรงเข้ามาหาพลางปากก็ะโไม่หยุด “เซียวปิง แกโดนจับแล้ว!”
ขณะพูด มันก็พุ่งตรงเข้าหาเซียวปิง พยายามจะจับเขาล็อกกุญแจมือ
เซียวปิงมองเย่จื่อไม่ละสายตา ขณะที่ขาอีกข้างก็ยกขึ้นถีบคนที่เพิ่งวิ่งมา
ตุ้บ ตูม
ชายคนนั้นลอยละลิ่วออกไป เขาตีลังกาหงายหลังไปสองตลบ ก่อนร่างจะตกลงกระทบกับพื้น ที่อยู่ไกลออกไปเจ็ดถึงแปดเมตร
เย่จื่อพูดเขินๆ “นี่เป็ครั้งแรกของฉัน...”
แม้จะเคยจูบกับผู้หญิงมาก่อน ถึงขนาดขึ้นเตียงด้วยก็ยังเคยทำมาแล้ว ทว่า เซียวปิงก็ยังพูดออกมาอย่างหน้าไม่อาย “ฉันก็เหมือนกัน...”
ในที่สุด ริมฝีปากทั้งสองก็ประกบเข้าด้วยกัน แค่จูบเบาๆ จูบเดียว กลับทำให้จิตใจไหวสั่น
จูบ...พันธนาการรักกันและกัน!
“เวร!” คนที่เหลือมองตาค้าง ก่อนพวกมันจะชักปืนออกมา แล้วจ่อกระบอกปืนไปยังเซียวปิงะโ “เวรเอ๊ย...ทำร้ายเ้าหน้าที่ตำรวจ! ยกมือขึ้นเดี๋ยวนี้ คุณมีสิทธิ์ที่จะไม่พูด เพราะทุกคำที่พูดจะถูกนำไปใช้ในชั้นศาล ข้อหาของคุณคือ ทำร้ายร่างกายนักศึกษามหาลัยซือฟ่าน อวี๋เฮ่า ส่งผลให้เขาได้รับาเ็สาหัส แล้วตอนนี้ ความผิดขอคุณก็เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งข้อหา...ทำร้ายร่างกายเ้าพนักงาน คุณโดนจับแล้ว!”
เย่จื่อและเซียวปิงยังคงจูบกันและกันโดยไม่สนใจคนรอบข้าง เพราะั้แ่วินาทีที่ริมฝีปากทั้งสองัักันเป็ต้นมา ในสายตาของทั้งคู่ก็มีเพียงกันและกันเท่านั้น บุคคลรอบข้างก็เป็เพียงอากาศธาตุในสายตาพวกเขา
เย่จื่อครางเบาๆ ในลำคอ เธอค่อยๆ หลับตาลง ปล่อยให้ลิ้นนุ่มของเซียวปิงรุกล้ำเข้ามาในปากได้อย่างตามใจ...
ผู้คนที่เดินผ่านไปมาในห้าง ต่างก็หยุดฝีเท้าลง ยืนมุงดูพวกเขาอย่างสนอกสนใจ จนตอนนี้ รอบๆ เต็มไปด้วยผู้คนที่ยืนล้อมมุงดูคนทั้งสอง บางคน ถึงขั้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายเอาไว้เลยก็ยังมี
ชายที่ถูกเซียวปิงถีบออกไปพยุงตัวเองลุกขึ้น ขณะรู้สึกเ็ปจนสุดทนที่บริเวณท้อง เมื่อเห็นเซียวปิงกำลังจูบดูดดื่มอยู่กับผู้หญิง หลังจากถีบตนออกไปแบบนั้น เขาก็โกรธจนหน้าดำหน้าแดง ชักปืนออกมา พลางะโด่า “เวรเอ๊ยวิสามัญมันเลย!”
เพื่อนร่วมทีมเห็นเขาจะเหนี่ยวไก จึงรีบเข้าห้าม แล้วกดกระบอกปืนลง พลางกล่อม “หัวหน้า อย่าเพิ่งวู่วามไปครับ รอเราจับมันกลับไปได้ก่อน แล้วค่อยจัดการกับมัน!”
ผู้ถูกเรียกว่าหัวหน้าเองก็รู้ดีแก่ใจ ว่าไม่สามารถกระทำดังที่อยากได้ต่อหน้าประชาชนมากมายเช่นนี้ ยิ่งอีกฝ่ายก็มีโทษไม่ถึงตาย อีกอย่าง ตอนนี้ทั้งสองก็กำลังจูบกัน หากตนเหนี่ยวไกออกไปจริงๆ ก็จะเท่ากับการลอบทำร้ายโดยอีกฝ่ายไม่มีโอกาสตั้งรับได้ ดังนั้น จึงได้แต่อดกลั้นกับความแค้นที่มีต่อไป เพราะเมื่อคิดถึงเท้าที่ถีบเข้าตัวเมื่อกี้ เขาเองก็ไม่กล้าเข้าไปใกล้อีก สุดท้าย จึงได้แต่ยืนอยู่ห่างๆ กับที่ รอจนกว่าทั้งคู่จะผละออกจากกัน...ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นนัก!
“เวรเอ๊ย...รอข้าจับเอ็งเข้ากรงได้เมื่อไร ข้าจะทำให้เอ็งตายทั้งเป็เลยคอยดู!” เขาได้แต่พูดปลอบตัวเองในใจต่อไปเท่านั้น
ในที่สุด จูบของทั้งสองก็สิ้นสุดลง ทั้งคู่ผละออกจากกันเบาๆ เซียวปิงมองเย่จื่อด้วยความรักลุ่มลึก เย่จื่อยิ้มหวานตอบ ก่อนจะหันไปมองพวกตำรวจนอกเครื่องแบบที่เพิ่งจะขัดจังหวะการจูบเธอของพี่ปิง...
...สายตาเรียบเฉยเ็าแบบนั้น...ราวไม่เห็นใครอยู่ในสายตา!
