“มาอยู่ตรงนี้ทำไมกัน? กลับไปทำงาน! เฉินตง...”
เซี่ยตันจ้องทุกคนในเหตุการณ์ แล้วเรียกชื่อของเฉินตงมาโดยเฉพาะ
เฉินตงพูดอย่างโมโห “หัวหน้า แม้ว่าผิดพลาดเล็กน้อย เบื้องบนก็ไม่อาจเหมารวมเช่นนี้? ไม่สามารถปล่อยไว้ได้ หัวหน้า พวกเราจะไปทวงความยุติธรรมให้เธอ นี่มันอะไร? ฆ่าลาเมื่อเสร็จงานโม่แป้ง1เหรอ?”
“นายสิถึงจะเป็ลา...เอาล่ะ ไม่มีอะไร ไม่นานฉันก็กลับมาแล้ว ไม่กี่ปีนี้ฉันไม่ได้พักผ่อน เบื้องบนเอาใจใส่ฉัน ให้ฉันได้พักผ่อน งานก็ส่งให้พวกเธอแล้ว ก่อนที่ฉันจะกลับมาไม่อนุญาตให้เกิดความผิดพลาดอะไร ทำได้ไหม?”
เซี่ยตันพูดออกมา เบ้าตาของเธอมีน้ำตารื้นขึ้นเล็กน้อย ค่อนข้างะเืใจ แต่กลับไม่อยากแสดงออกมาให้ทุกคนตรงหน้าเห็น
ได้ยินเซี่ยตันพูดเช่นนี้ กลุ่มคนที่ล้อมอยู่จึงค่อยๆแยกออกไป
จ้าวอี้ไม่ได้คิดว่ายศศักดิ์ของเซี่ยตันสูงเกิน และไม่ดีต่อเขาที่จะดำเนินงาน ในทางกลับกันกลับดีใจที่ได้เห็นฉากตรงหน้า ในกองทัพก็เป็เช่นนี้ ถ้าคนของตนได้รับการข่มเหง ก็จัดการก่อนแล้วกลับมาค่อยว่ากัน สำหรับการได้รับการลงโทษเป็เื่ภายหลัง ในทางกลับกันถ้ากลัวหัวหด ต้องถูกเพื่อนดูถูกแน่
อะไรคือเพื่อนร่วมรบ นั่นก็คือพี่น้องที่สามารถป้องกันะุให้กันบนสนามรบได้! คนที่แม้แต่ตอนตีันยังไม่กล้าโผล่หัว ใครจะสามารถวางใจให้คนแบบนี้ระวังหลังให้?
จ้าวอี้กลับไปที่ออฟฟิศของเซี่ยตัน แล้วเริ่มทำงาน
ที่เรียกว่าทำงาน ตอนนี้ก็ไม่มีเื่อะไรที่สำคัญ เซี่ยตันได้จัดการอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย จ้าวอี้เพียงต้องสืบทอดนโยบายก็พอแล้ว
ปึงๆๆ!
เฉินตงเคาะประตูแล้วเดินเข้ามา เห็นจ้าวอี้นั่งอยู่ที่ที่ปกติเซี่ยตันทำงาน ใบหน้าจึงขึงขัง
“หัวหน้าแทน ฉันอยากลาหยุด ลากี่วัน ยังไม่รู้ นายแค่ออกใบลาหยุดเปล่าๆให้ฉันใบหนึ่งก็พอ” เฉินตงนำคำว่า “แทน” เน้นอย่างชัดเจน จากนั้นก็พูดอย่างไม่อดทน แล้วเคาะโต๊ะ
จ้าวอี้ถอนใจ “เฉินตง ฉันไม่ได้บีบให้เซี่ยตันไป หรือให้เธอหยุดงานชั่วคราว ที่จริงก็เพื่อปกป้องเธอ ทำไมนายถึงคิดไม่ออก?”
เฉินตงชะงัก แล้วพูดอย่างแข็งเกร็ง “่นี้ฉันเหนื่อยมาก อยากจะพักผ่อน เมื่อก่อนหัวหน้าเคยพูดว่าอยากไปดูเมืองโบราณลี่เจียง ฉันสามารถไปเที่ยวกับเธอได้พอดี ฉันไม่มีความเห็นกับนาน นายออกใบลาหยุดให้ฉันเถอะ...”
น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนขึ้น
จ้าวอี้ออกใบลาหยุดแผ่นหนึ่งให้เขาอย่างไม่ใส่ใจ เขาไม่มีข้อข้องใจกับตนก็พอแล้ว
เขียนใบลาหยุดเสร็จ ให้เฉินตงเซ็นชื่อ จ้าวอี้ปั๊มตราประทับ ใบลาหยุดก็ได้เป็ผล เมื่อส่งให้เฉินตง จ้าวอี้หยุดในทันที แล้วมองขึ้นๆลงๆที่เฉินตง
เฉินตงถูกสายตาของจ้าวอี้มองจึงรู้สึกค่อนข้างขนหัวลุก “ทำไมต้องใช้สายตาแบบนี้มองฉัน? มีอะไรผิดปกติรึเปล่า?”
พูดไป เขาก็เช็ดมุมปากเล็กน้อย หรือว่ามีเมล็ดข้าวมื้อกลางวันติดอยู่บนหน้า?
“นายสนใจอะไรเซี่ยตันรึเปล่า? ไม่งั้นนายคงไม่ใส่ใจเธอขนาดนี้?”
จ้าวอี้ส่งใบลาหยุดให้เขาพลางหัวเราะร่า
“ฮาๆ พี่จ้าวนายล้อเล่นแล้ว นายไม่ใช่ไม่รู้จักเธอ ผู้หญิงคนนั้นน่ะ เป็ผู้หญิงห้าวชัดๆ ในสำนักงานพวกเรามีแค่เธอที่ดุกับฉัน...เอาล่ะ ฉันยอมรับ งั้นจะทำไม? พี่จ้าว นายคงไม่ได้สนใจเธอเหมือนกัน? นั่นก็ผิดปกติสำหรับนายแล้ว...”
ในตอนแรกเฉินตงยังไม่ยอมรับ แต่ภายใต้สายตาของจ้าวอี้ที่จ้องเขาทำให้ยิ่งรู้สึกยิ่งพูดต่อไปไม่ได้ จึงยอมรับตรงๆ จากนั้นจึงใช้สายตาสงสัยมองที่จ้าวอี้
“ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น รับรองว่าจะไม่แย่งนาย! ขอให้สำเร็จ! สู้เข้า เซี่ยตันเป็ผู้หญิงที่ดี...” จ้าวอี้ย่อมไม่มีความคิดกับเซี่ยตันเช่นนี้ แล้วให้กำลังใจเฉินตงไปประโยคหนึ่ง
เฉินตงจากไปอย่างชื่นมื่น จ้าวอี้ส่ายหน้า ไม่ใช่เื่ง่ายที่จะเขาจีบเซี่ยตัน เพราะจ้าวอี้ที่อยู่ข้างๆเข้าใจดี ยิ่งกว่านั้น เซี่ยตันมองเฉินตงเป็น้องชายคนหนึ่ง ระยะห่างทางสถานะเช่นนี้ เป็ช่องว่างที่ยากจะก้าวข้าม
แอนดริวที่ได้รับกระจกทองแดงไม่นานก็กลับประเทศ การพลิกไปมาของโครงการในที่สุดก็ได้เซ็นสัญญา เพียงแต่อีกฝ่ายยังทิ้งพนักงานไว้ แล้วเริ่มการเลือกสถานที่เพื่อสร้างโรงงาน ทำงานการเตรียมการใน่ต้น ทั้งหมดได้เข้าสู่ความปกติ เรียกได้ว่าดีอกดีใจกันทุกคน
เครื่องระบุตำแหน่งส่งสัญญาณหนึ่งครั้งต่อวัน แสดงให้เห็น ถึงทุกมุมในประเทศอังกฤษ ตามแผนที่สามารถยืนยันได้ ว่าน่าจะเป็ปราสาทของมาร์ควิซแอนดริวคนนี้
เวลาเกือบหนึ่งเดือน สถานที่ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป นี่ทำให้จ้าวอี้และคนอื่นรู้สึกว่าค่อนข้างประหลาดใจ หรือว่า พวกเขาเดาผิดจริง?
แอนดริวชื่นชอบในวัตถุโบราณอย่างบริสุทธิ์จริง?
จุดนี้ไม่ต้องให้จ้าวอี้พูดว่าไม่เชื่อ เซี่ยตันก็ไม่เชื่อเช่นกัน
เซี่ยตันได้กลับมาทำงานแล้ว
หัวหน้าแทนของจ้าวอี้ได้ถูกตัดคำว่าแทนออก เบื้องบนได้ตัดสินใจสนับสนุนจ้าวอี้ และเซี่ยตันไม่ได้เป็รองหัวหน้าหน่วยที่เป็แค่รองหัวหน้าหน่วย แต่ให้การสนับสนุนจ้าวอี้ด้วยกำลังที่มี เรียกได้ว่าทั้งสองคนไม่ได้มีความคิดจะแก่งแย่งอำนาจ แต่กลับมีความคิดที่ปกติมาก
“จ้าวอี้ มีเอกสารของนาย”
เซี่ยตันนำเอกสารฉบับหนึ่งส่งให้จ้าวอี้ เป็หนังสือแจ้งจากศาลของ HK
เปิดออกดู จ้าวอี้ก็เข้าใจ เขาเป็พยานในการเข้าร่วมการเปิดศาลในภายหลังหนึ่งเดือน ในที่สุดก็ใกล้เวลาที่จะเข้าใจการถูกฆาตกรรมของหลี่ต้าเฮิงแล้ว
เพราะฐานะทางสังคมของหลี่ต้าเฮิง ดังนั้นทางด้าน HK จึงรอบคอบ หลังจากที่จ้าวอี้ได้จากไป และได้ทำงานจำนวนมาก จนถึงตอนนี้ถึงยืนยันวันที่จะพิจารณาคดี
นำเื่ทั้งหมดพูดอย่างคร่าวๆรอบหนึ่ง จ้าวอี้จึงพูดต่อ “ไม่รู้ว่าทาง HK จะตัดสินยังไง ผอ. โจวก็น่าจะได้รับการแจ้งแล้ว?”
“ไม่แน่ใจ แม้จะมี ก็น่าจะส่งไปที่บ้านของเขา ได้ยินนายพูดคดีนี้ ข้อสรุปท้ายสุดอาจเกินความคาดหมาย” ฟังคร่าวๆรอบหนึ่ง การหยั่งรู้ของเซี่ยตันบอกเธอ ว่าคดีนี้ไม่ง่ายขนาดนั้น
สองคนได้ปรึกษากัน ทันใดนั้น โทรศัพท์บนโต๊ะทำงานก็ได้ดังขึ้นทันที!
โทรศัพท์เครื่องนี้มีเพียงตอนเกินคดีสำคัญถึงจะดังขึ้น จ้าวอี้รับสายในทันที
“...อะไรนะ...ฉันรู้แล้ว ฉันจะแจ้งลงไป ให้พวกเขาระวัง” จ้าวอี้วางสาย สีหน้าเปลี่ยนเป็แย่อย่างผิดปกติ
“เกิดเื่อะไรขึ้น? ต้องออกทำภารกิจรึเปล่า?”
“แจ้งลงไป ให้รีบเปิดประชุม! พวกน้องชายเหยียนแหกคุกสำเร็จ”
เซี่ยตันฟังแล้วสะดุ้งในทันที รู้ว่าทำไมสีหน้าของจ้าวอี้ถึงแย่ขนาดนี้
นึกถึงตอนแรก เพื่อให้น้องชายเหยียนสารภาพ พวกเขาจึงให้ทั้งสองคนนั้นได้ชิมความลำบาก ใครจะคิดว่าสองคนนี้จะแหกคุกที่มีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดสำเร็จ ถ้าอีกฝ่าย้าแก้แค้น ต้องโหดร้ายมากแน่!
ไม่นานห้องประชุมก็เต็มไปด้วยคน จ้าวอี้นำสถานการณ์พูดไปหนึ่งรอบ
“่นี้ทุกคนต้องระวัง อาชญากรคนนี้โเี้อย่างที่สุด ทุกคนที่เคยเจอหน้าเขา ทางที่ดีที่สุดคือ่นี้อย่าออกจากสำนักงานคนเดียว เมื่อออกข้างนอก ให้พกปืนติดตัว ต้องระวัง...” จ้าวอี้เตือนซ้ำเป็พันรอบ คนอื่นๆก็พยักหน้าอย่างระวัง
“คนอื่นแยกย้ายได้ เซี่ยตัน เฉินตง ผู้เฒ่าสวี่ พวกเราสี่คนไปที่เรือนจำสักรอบ ดูว่าพวกเขาใช้วิธีอะไรหนีออกไป”
จ้าวอี้คิด ถ้าไม่ทำให้ชัดเจนว่าวิธีที่พวกเขาหนีคืออะไร แม้จะจับพวกเขาได้อีกครั้งก็ไม่มีประโยชน์ แม้บอกว่านี่เป็ความรับผิดชอบของเรือนจำ แต่จ้าวอี้คิดว่าพวกเขาทำเพื่อความปลอดภัยของตนเอง ก็ควรจะทำอะไรสักหน่อย
มาถึงเรือนจำ เดิมทีเวลานี้ควรเป็เวลาพัก แต่ตอนนี้ นักโทษทุกคนต่างอยู่ในห้องของตน ยามถือกระบองไฟฟ้าจำนวนมากมองพวกเขาอย่างดุดัน ที่ชั้นบน ยามติดอาวุธแต่ละคนจับตามองเหตุการณ์เล็กๆน้อยๆรอบด้าน
“น่าอายจริงๆ พวกคุณส่งนักโทษสำคัญส่งให้พวกเรา แต่ด้วยความประมาทของเรา ทำให้นักโทษหนีไปได้” พัศดีออกนั่งบัญชาการด้วยตนเอง เห็นพวกจ้าวอี้เข้ามา จึงจับมือกับจ้าวอี้แน่น
สองคนจับมือกันแล้วปล่อย จ้าวอี้จึงพูด "ตอนนี้ไม่ใช่เวลาพูดเื่นี้ พวกเขาใช้วิธีอะไรในการหลบหนีกันแน่?"
จ้าวอี้ไม่ได้ถามว่าทำไมถึงเกิดความประมาท คิดดูแล้ว ครั้งนี้ถูกนักโทษแหกคุกสำเร็จ ทั้งเรือนจำต่างต้องพลิกแผ่นดิน
“เป็เช่นนี้ พวกเขาสร้างอุโมงค์ออกไปด้านนอก เชิญมาทางนี้”
พัศดีพูดไปด้วย และนำพวกจ้าวอี้ไปที่ห้องพักคู่ไปด้วย นี่เป็ห้องหกคนที่ได้มาตรฐาน นอกจากโต๊ะหนึ่งตัว ก็ไม่มีอุปกรณ์ในการใช้ชีวิตอย่างอื่น
ที่ด้านล่างของเตียง อุโมงค์ที่สามารถให้หนึ่งคนลอดผ่านปรากฏอยู่ที่นั่น เดิมที้าที่ควรเป็เตียงสองชั้นก็ถูกย้ายออก
“พวกเขาขุดอุโมงค์ออกไปด้านนอกตรงนี้ พวกเราคาดว่า เวลาในการขุดอุโมงค์คงไม่นาน แต่คาดไม่ถึง ว่าพวกเขาจะทำสำเร็จ!” พัศดีพูดอย่างโมโห นักโทษหลบหนี ไม่ว่าจะจับกลับมาอีกได้หรือไม่ นี่ก็เป็ความด่างพร้อยของเขาที่ล้างไม่ออก
“ที่นี่ไม่ใช่พื้นซีเมนต์เหรอ? พวกเขาใช้อุปกรณ์จากไหน?” จ้าวอี้ย่อเข่าลง ไตร่ตรองพลางขมวดคิ้ว คิดจะทำอุโมงค์เช่นนี้สำเร็จ ไม่ใช่เื่ง่ายๆ อุปกรณ์เอามาจากไหน? นี่เป็เื่แรก เื่ที่สองจัดการกับดินที่ขุดยังไง นี่เป็ปัญหาสองข้อที่จำเป็ต้องแก้ไข
ทันใดนั้น พัศดีก็คลี่คลายคำตอบ
“พวกเรารวบรวมสถานการณ์ของเรือนจำ่นี้ เรือนจำได้ให้การคาดเดาเช่นนี้ อุปกรณ์น่าจะเป็ตอนที่ทำงาน พวกเขาจงใจทำพัง แล้วนำอุปกรณ์ที่พังซ่อนไว้ในตัว ทุกครั้งจะนำชิ้นส่วนที่ไม่ดึงดูดสายตามา พวกเขามีความตั้งใจ จุดนี้จึงสามารถทำได้ ตามบันทึกการทำงาน อัตราการเสียหายของอุปกรณ์ของพวกเขากลุ่มนี้ สูงกว่ากลุ่มอื่นไปมาก ตอนแรกพวกเรายังคิดว่าสองคนนี้เพิ่งเข้ามา จึงใช้อุปกรณ์ระบายอารมณ์ สอนพวกเขาไปหลายครั้ง อัตราการเสียหายก็ลดลง ตอนนี้คิดดูแล้ว น่าจะเป็อุปกรณ์ที่ได้รวบรวม...”
พัศดีพูดไป ในน้ำเสียงมีความยกย่อง พูดแล้วเหมือนง่าย แต่ความเป็จริงนั้นยากมาก
จ้าวอี้พยักหน้า ส่งสัญญาณว่าให้เขาพูดต่อ
“สำหรับดินที่ขุดออกมา พวกเขาน่าจะพกไว้ติดตัว ฉวยโอกาสตอนอาบน้ำในตอนเช้า นำดินไว้ในหลุมนี้ แม้จะยุ่งยาก แต่ก็ปลอดภัย ในห้องมีหกคน ต่างก่อคดีหนัก ตอนนี้คิดดูแล้ว ถ้าพวกเขาเข้าร่วมด้วย พวกเราย่อมไม่สังเกตการกระทำของพวกเขาแน่”
พัศดีแสดงความหงุดหงิด อุโมงค์นี้ไม่ใช่จะขุดได้วันสองวัน และผู้คุมก็ไม่เคยค้นพบ เป็การละเลยหน้าที่อย่างแท้จริง
“ถ้าตอนแรกไม่ให้พวกเขาพักอยู่ชั้นหนึ่ง คิดแล้วเขาก็คงยากที่จะมีทางขุดอุโมงค์”
จ้าวอี้ยืดตัวขึ้น ตอนนี้ช่วยอะไรไม่ได้แล้ว
“คุณพูดเช่นนี้ ผมคิดออกแล้ว เดิมทีพวกเขาถูกจัดให้พักในห้องชั้นสาม แต่มีเพื่อนของเขาเพิ่งเข้ามาก็ข้อเท้าพลิก ผู้คุมจึงเปลี่ยนให้อยู่ชั้นหนึ่ง เช่นนี้ พวกเขาเพิ่งเข้ามาก็วางแผนว่าจะหนีออกไปยังไงแล้ว”
แผนการแหกคุกครั้งนี้ของน้องชายเหยียนเรียกได้ว่าวางแผนได้อย่างถี่ถ้วน สามารถทำสำเร็จได้ เมื่อคิดอย่างละเอียดแล้วที่จริงก็ไม่น่าประหลาดใจ
“ทางออกของอุโมงค์อยู่ที่ไหน? จัดคนให้สำรวจรึยัง? มีเบาะแสของพวกเขาไหม?”
[1] หมายถึงพอเสร็จสิ้นภารกิจก็กำจัดคนสำคัญ
