“เย่ฝาน การ์ตูนเทพเซียนที่นายชอบกำลังจะฉายแล้วนะ จะขึ้นไปดูไหม?” ไป๋อวิ๋นซีนั่งกอดอกอยู่บนโซฟาพลางถามอย่างสบายอารมณ์
ไช่เจิ้นจวิ้น “…” คุณชายไป๋ ในภาวะคับขันอย่างนี้ยังจะพูดเื่การ์ตูนเทพเซียนอีกเหรอ?
แววตาของเย่ฝานพลันเป็ประกายขึ้นมา เขาลุกขึ้นด้วยความรวดเร็ว “อ้า! เกือบลืมไปเลย งั้นฉันไปดูทีวีก่อนนะ เื่นี้เอาไว้ค่อยคุยกัน ถ้าพลาดดูวันนี้ ต้องรอถึงพรุ่งนี้ถึงจะดูย้อนหลังได้”
เย่ฝานแปลกใจ เพราะอวิ๋นซีไม่ชอบที่เขาดูการ์ตูนมาโดยตลอด แต่ครั้งนี้กลับเป็ฝ่ายบอกให้เขาไปดูการ์ตูนเอง พอนึกขึ้นได้ว่า เมื่อมีโอกาสก็ไม่ควรปล่อยให้หลุดมือ หากพลาดไปก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะมีโอกาสแบบนี้อีก เย่ฝานจึงทิ้งความสงสัยทุกอย่างไว้เื้ั ทึกทักว่าเป็เพราะไป๋อวิ๋นซีอยากเอาใจใส่เขาให้มากขึ้น
ไช่เจิ้นจวิ้นดูเย่ฝานลุกขึ้นแล้วเดินจากไปอย่างว่องไวขนาดนั้น เขากระตุกมุมปาก แล้วเห็นใจโชคชะตาของโหวอันอยู่ลึกๆ
ไป๋อวิ๋นซีเหลือบตามองบน แล้วคิดในใจว่า “เย่ฝานเ้าทึ่มนี่ โตขนาดนี้ยังจะชอบดูการ์ตูนอีก”
“คุณชายไป๋...” ไช่เจิ้นจวิ้นเรียกด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
พอเย่ฝานเดินจากไป ในห้องโถงก็เหลือเพียงไป๋อวิ๋นซี ไช่เจิ้นจวิ้น และโหวอันสามคน
เมื่อไช่เจิ้นจวิ้นเผชิญกับสายตาเ็าของไป๋อวิ๋นซีก็หวาดเกรงขึ้นในจิตใจ ตอนที่เย่ฝานอยู่ด้วย ไช่เจิ้นจวิ้นมักจะคิดว่าคำพูดของเย่ฝานทำให้รู้สึกเอือมระอา แต่พอเย่ฝานไม่อยู่ เขากลับคิดถึงข้อดีของเย่ฝานขึ้นมาทันที ไช่เจิ้นจวิ้นะโในใจว่า คุณชายเย่… นายรีบกลับมาเถอะ! ฉันจะเลิกแขวะความประหลาดของนายไปเลย
“ในแวดวงของผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณ มีข้อปฏิบัติอยู่ข้อหนึ่ง ไม่รู้ว่าพวกคุณเคยได้ยินไหม หากผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณลงมือกับใคร ผู้ฝึกตนอื่นๆ ที่เข้าไปช่วยเหลือจะถูกมองว่าท้าทายผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณคนนั้น ไม่นานมานี้เย่ฝานเพิ่งจะไปล่วงเกินหยางเชียนซันซึ่งเป็ยอดฝีมือคนในตระกูลหยาง ซึ่งเป็หนึ่งในสี่ตระกูลวิทยายุทธ์โบราณที่ยิ่งใหญ่ พูดตามความจริง ในระยะนี้ฉันไม่อยากให้เขาเพิ่มศัตรูให้มากขึ้น” ไป๋อวิ๋นซีเอามือลูบคางแล้วพูดด้วยความเฉยชา
ไช่เจิ้นจวิ้นกะพริบตาแล้วคิดในใจว่า “…” ตามปกติแล้วเงินหนึ่งร้อยล้านหยวนก็เพียงพอสำหรับจ้างให้เย่ฝานรักษาอาการป่วยได้ แต่ครั้งนี้หากจะให้เย่ฝานช่วยเหลือโหวอัน แล้วต้องเสี่ยงอันตรายที่จะได้รับจากผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณ เงินหนึ่งร้อยล้านก้อนนี้ดูเหมือนจะไม่พอ
โหวอันหน้าแดงก่ำ “คุณชายไป๋ คุณให้คุณชายเย่หาวิธีช่วยผมเถอะนะ แล้วผมจะไม่ลืมพระคุณอันใหญ่หลวงในครั้งนี้เลย”
ไช่เจิ้นจวิ้นมองไป๋อวิ๋นซี แล้วพูดว่า “คุณชายไป๋ คุณจะนิ่งดูดายไม่ช่วยเหลือกันจริงๆ เหรอครับ! ”
ไช่เจิ้นจวิ้นนึกในใจว่า หากเย่ฝานอยู่ก็ดีสิ แค่เพิ่มเงิน ปัญหาก็คลี่คลายแล้ว
“เื่นี้ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้ไขเหลืออยู่ เพียงแต่คุณชายโหวสามารถบอกฉันว่า ตกลงคนที่คุณเผลอไปล่วงเกินคือใครกันแน่ แบบนี้ฉันถึงจะตัดสินใจได้ว่า จะให้เย่ฝานยื่นมือเข้าช่วยหรือไม่” ไป๋อวิ๋นซีกล่าว
ไป๋อวิ๋นซีคิดในใจว่า หากคนที่โหวอันล่วงเกินเป็ผู้มีอิทธิพลจริงๆ เขาก็คงต้องชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสียให้ดีๆ เย่ฝานเก่งกาจก็จริง แต่ว่าสองมือของเขาจะต่อกรกับคนมากมายได้อย่างไร! ในประเทศนี้ ผืนแผ่นดินกว้างใหญ่ไพศาล พรั่งพร้อมด้วยทรัพยากรฉันใด ย่อมมียอดฝีมือผู้เร้นกายอีกจำนวนไม่น้อยฉันนั้น
โหวอันได้ยินเช่นนั้น จึงเล่าด้วยความลำบากใจ “ผมก็ไม่รู้ที่ไปที่มาของหล่อนเหมือนกัน เพียงแต่เห็นว่าหล่อนหน้าตาสะสวย จึงเข้าไปชวนหล่อนกินข้าว ปรากฏว่าหล่อนไม่พูดพร่ำทำเพลงก็ซัดฝ่ามือใส่ผมอย่างจัง”
ตอนที่โหวอันโดนซัดไปหนึ่งฝ่ามือ เขาเองไม่ได้ใส่ใจเื่นี้ เพียงแต่คิดว่าผู้หญิงคนนั้นอาจจะเรียนเทควันโดมา ทำให้มีพละกำลังมาก
แต่วันรุ่งขึ้นโหวอันกลับพบว่าร่างกายของเขาแย่แล้ว ตอนนั้นเขายังไม่คิดว่าเป็เพราะผู้หญิงคนนั้น แต่หลังจากนั้นอาการเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ เขาจึงคิดได้ในภายหลังว่าสาเหตุอาจเกิดจากหล่อน เื่ที่เขาโดนผู้หญิงทำร้ายจนนกเขาไม่ขัน ทำให้เขาอับอาย โหวอันจึงไม่กล้าเล่าเื่นี้ให้ใครฟัง
หลังจากนั้นไม่กี่วัน อาการาเ็ของโหวอันก็ยิ่งทวีความรุนแรง เขาเคยจ้างนักสืบให้ตามสืบเื่ของผู้หญิงคนนั้น แต่ก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม
ไป๋อวิ๋นซีมองโหวอันอย่างหมดคำจะบรรยาย “คุณชายโหว ปกติคุณเป็ข่าวกับพวกดาราสาวก็ยังไม่เท่าไรนะ แต่นี่แม้แต่ผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณก็ยังกล้าจีบ คุณนี่ช่างกล้าหาญเสียจริง...”
โหวอันรีบพูดว่า “ผมแค่อยากจะชวนหล่อนกินข้าวด้วยกันเท่านั้น”
เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าผู้หญิงคนนั้นเป็ผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณ ถ้าเขารู้ละก็ ต่อให้เขากล้าหาญแค่ไหน ก็คงไม่กล้าชวนหล่อนกินข้าวแน่นอน!
ไป๋อวิ๋นซี “…” สำหรับนิสัยของโหวอันนั้น เขาพอจะรู้อยู่บ้าง เ้าหมอนี่แม้จะชอบหยอดคำหวานกับสาวๆ ไปทั่ว แต่ก็ไม่เคยหักหาญน้ำใจใคร แม้ว่าเขาจะเปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าอยู่บ่อยๆ แต่เขาก็จ่ายเงินค่าเลิกทางไม่อั้นเหมือนกัน ตามหลักแล้ว ทุกครั้งที่เขาเลิกกับผู้หญิง น่าจะเป็ความยินยอมพร้อมใจของทั้งสองฝ่ายเสียมากกว่า
ไป๋อวิ๋นซี “…”
เย่ฝานโผล่หัวออกมาจากชั้นบน แล้วพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “อวิ๋นซี สถานีโทรทัศน์เลื่อนวันออกอากาศออกไปอีก วันนี้ก็เลยไม่ฉาย”
ไป๋อวิ๋นซี “...”
ไช่เจิ้นจวิ้นรีบเอ่ย “ในเมื่อไม่มีการ์ตูนให้ดูแล้ว คุณชายเย่ก็รีบลงมาเถอะ!” ขืนนายยังไม่ลงมาละก็ คุณชายไป๋คงทำให้พวกเขาแข็งตายแน่ๆ
เดิมทีไช่เจิ้นจวิ้นรู้สึกว่าเย่ฝานเป็คนไม่น่าอยู่ด้วย แต่ว่าหากเปรียบกับคุณชายไป๋แล้ว เย่ฝานดูเป็คนน่าอยู่ด้วยขึ้นมาทันที
เย่ฝานได้ยินเช่นนั้นจึงเดินลงมาอย่างเสียอารมณ์ “ขาดการอัปเดตอีกแล้ว หากพวกเขายังปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไปละก็ ฉันจะจับคนเขียนบทและโปรดิวเซอร์ไปขังไว้ในห้องมืดด้วยกัน พอเขียนเสร็จหนึ่งตอนค่อยให้กินข้าวหนึ่งมื้อ”
ไช่เจิ้นจวิ้น “…” มีแฟนการ์ตูนแบบเย่ฝาน ช่างน่ากลัวเสียจริง!
มีไป๋อวิ๋นซีอยู่ด้วย โหวอันไม่กล้าพูดกับเย่ฝาน เพื่อขอให้เขาช่วยรักษา จึงได้แต่กังวลอยู่ในใจ
ไป๋อวิ๋นซีพูดคุยกับคนทั้งสองอีกไม่กี่ประโยค ก็เอ่ยปากเชิญแขกกลับเสียแล้ว
ไช่เจิ้นจวิ้นและโหวอันจึงจำเป็ต้องกลับก่อน
……...............................................................................................
“อาจวิ้น ตอนนี้ฉันจะทำยังไงดี! คุณชายเย่บอกว่าฉันจะมีชีวิตอยู่อีกแค่ห้าหกปีเท่านั้น! ” โหวอันร้องไห้ฟูมฟายพลางพูดด้วยความเสียใจ
ไช่เจิ้นจวิ้นมองโหวอันแวบหนึ่ง เขาทอดถอนใจทันที “โบราณกล่าวไว้ว่าอันความอ่อนหวานของนารีเพศ นั่นคือสุสานของมหาบุรุษ มันเป็จริงอย่างที่ว่า!”
โหวอันได้ยินคำพูดของไช่เจิ้นจวิ้น ก็แทบอยากกระอักเืขึ้นมาทันใด ถูกคำพูดของเย่ฝานและไป๋อวิ๋นซีบั่นทอนจิตใจมามากแล้ว ตอนนี้ไช่เจิ้นจวิ้นยังพูดอย่างนี้อีก! “ฉันขอเถอะอาจวิ้น! นายอย่าพูดเล่นแบบนี้ได้ไหม อีกอย่างผู้หญิงคนนั้นดุจะตาย หล่อนไม่อ่อนหวานเลยสักนิด”
ไช่เจิ้นจวิ้น “…”
“อาจวิ้น นายว่าฉันควรทำยังไงต่อไปดี! ” โหวอันถาม
“วิธียังพอมีอยู่บ้าง แต่อยู่ที่นายจะยอมสละไหม” ไช่เจิ้นจวิ้นกล่าว
โหวอันหันมามองไช่เจิ้นจวิ้น แล้วถามว่า “สละอะไร?”
“ก็สละเงินไงล่ะ ขอเพียงนายยอมทุ่มเงิน ถึงแม้คุณชายไป๋จะไม่ไหวหวั่น แต่เย่ฝานต้องหวั่นไหวแน่นอน” ไช่เจิ้นจวิ้นพูด
“งั้นต้องทุ่มเงินเท่าไร?” โหวอันถาม
ไช่เจิ้นจวิ้นยักไหล่ตอบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน! ครั้งก่อนพี่ชายของฉันจ่ายให้เขาไปสามร้อยล้านหยวน แล้วยังมอบของประหลาดให้กับเขาอีก แต่ตอนนี้เย่ฝานหมั้นกับคุณชายไป๋แล้ว ค่าตัวของเขาน่าจะสูงขึ้นแล้วล่ะ”
โหวอัน “…”
................................................................................................
“อวิ๋นซี นายไม่อยากให้ฉันรับงานนี้เหรอ?” เย่ฝานถามด้วยความสงสัย
ไป๋อวิ๋นซีส่ายหน้าแล้วอธิบาย “ไม่ใช่อย่างนั้น เพียงแต่ฉัน้ารู้ว่าคนที่ลงมือเป็ใคร แล้วค่อยพิจารณาว่าเขาต้องจ่ายเงินค่าจ้างเท่าไร ยังไงคุณชายคนนั้นก็ไม่ตายในระยะเวลาอันสั้นนี้ ยืดเวลาไปสักหน่อยก็คงไม่เป็ปัญหาอะไร หากนายรีบร้อนรักษาให้เขา ก็ไม่แน่ว่าเขาจะจดจำบุญคุณนายได้” คนบนโลกใบนี้มักไม่มีความละอายใจ หากได้ของสิ่งใดมาง่ายๆ ก็จะไม่รู้จักทะนุถนอมของสิ่งนั้นให้ดี
“ปัญหาของเขา นายแก้ได้ไหม?” ไป๋อวิ๋นซีถาม
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ได้สิ! ใช้วิธีขับปราณดั้งเดิมของเขาออกมา แล้วประสานเส้นลมปราณให้สมานกันเหมือนเดิม ความจริงอาการของเขาคล้ายคลึงกับมู่เหลียนผิง เพียงแต่เบากว่าอยู่บ้าง เพราะเขาไม่ใช่ผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณ ดังนั้นสภาพร่างกายจึงดูหนักหนากว่า ตอนนี้ฉันไม่มียาประสานเส้นลมปราณในมือ หากจะช่วยเขาจริงๆ ฉันก็ต้องปรุงยาขึ้นมาใหม่ เื่นี้จะยุ่งยากหน่อย”
ไป๋อวิ๋นซีพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “เป็แบบนี้นี่เอง!”
สมุนไพรที่ใช้ปรุงยายาประสานเส้นลมปราณใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ! บ้านตระกูลโหวมีเงินก็จริง แต่จะหาวัตถุดิบให้ครบทั้งหมดคงเป็เื่ยาก เพราะอย่างไรสมุนไพรบางตัวต่อให้มีเงินมากแค่ไหนก็หาซื้อไม่ได้
“พวกเรายังไม่ต้องสนใจพวกเขา รอจนฉันสืบหาที่ไปที่มาของผู้หญิงคนนั้นได้ก่อน แล้วค่อยว่ากัน” ไป๋อวิ๋นซีบอก
เย่ฝานพยักหน้ารับคำ “ได้”
“ใช่แล้ว พรุ่งนี้นายว่างไหม?” ไป๋อวิ๋นซีถาม
เย่ฝานพยักหน้าพลางตอบ “ฉันว่าง มีอะไรเหรอ?”
“่นี้มหาวิทยาลัยเหรินชวนกำลังสร้างอาคารเรียนใหม่ เหมือนกับว่าพวกเขาไปขุดเจอของบางอย่างที่ไม่ควรขุด คุณตาของฉันจึงเข้าไปดู เขาเล่าให้ฉันฟังว่าเขาเจอผี ก็เลยอยากให้นายช่วยไปดูสักหน่อย” ไป๋อวิ๋นซีเล่า
มีมหาวิทยาลัยมากมายที่ถูกสร้างทับสุสาน สาเหตุเพราะ ข้อหนึ่งเป็เพราะที่ดินราคาถูกมาก ข้อสอง เป็เพราะจะมีนักศึกษาจำนวนมากเข้ามาเรียนที่นี่ บรรยากาศก็จะเต็มไปความกระตือรือร้นและมีชีวิตชีวา สามารถกดดันธาตุหยินได้ไม่มากก็น้อย แต่ยังไงสุสานก็คือสุสาน หลายๆ มหาวิทยาลัยจึงมีเื่เล่าเื่ภูตผีให้ได้ยินอยู่เสมอ
เย่ฝานถามอย่างไม่เข้าใจ “แล้วคุณตาของนายเข้าไปในที่อย่างนั้นได้ยังไง! ”
“เื่ที่เกิดขึ้นต้องโทษนาย” ไป๋อวิ๋นซีเอ่ย
เย่ฝานกะพริบตาปริบๆ แล้วพูดว่า “โทษฉัน? ทำไมถึงโทษฉันล่ะ?”
“สินสอดที่นายมอบให้มีหยกคุ้มภัยอยู่หลายร้อยชิ้น ของจำนวนมากขนาดนั้น จะให้ขายหมดในเวลาอันสั้นมันก็คงจะยาก ก็เลยแบ่งปันให้คนในตระกูล พอคุณตาของฉันได้หยกคุ้มภัยไว้กับตัว ก็มั่นใจเต็มร้อยว่าไม่มีใครทำร้ายเขาได้ เขาจึงเข้าไปพัวพันกับสถานที่อันตรายแบบนั้น” ไป๋อวิ๋นซีพูด
เย่ฝานพูดอย่างเซ็งๆ “คุณตาของนายก็อายุเยอะแล้ว ยังชอบเื่เสี่ยงอันตรายอีก! เขาเห็นผีหรือยังไง?”
ไป๋อวิ๋นซีส่ายหน้า แล้วพูดว่า “คุณตาไม่ได้เห็นผีหรอก แต่เขาบอกว่าหยกคุ้มภัยเปล่งแสงจ้า เขาจึงคิดว่าตัวเองน่าจะเจอกับของสกปรกบางอย่างเข้าให้แล้ว”
“ว่างก็ว่าง พรุ่งนี้ฉันจะเข้าไปดูนะ” เย่ฝานเอ่ย
"ห้ามก่อความวุ่นวาย ตอนที่เข้าไปสวมหมวกด้วยล่ะ ส่วนรถก็ไม่ต้องขับเบนท์ลี่ย์ไปหรอก ใช้คันที่นายขับออกไปซื้อกับข้าวบ่อยๆ นั่นแหละ"
เย่ฝาน “…”
……..............................................................................................
เย่ฝานสวมแว่นกันแดดแล้วเดินเข้าไปในมหาวิทยาลัย ่พักเที่ยงหน้าประตูมหาวิทยาลัย นักศึกษาเดินขวักไขว่ ทำให้บรรยากาศครึกครื้นเป็พิเศษ
“คุณชายเย่” โหวอันเร่งฝีเท้าให้ตามเย่ฝานทัน
เย่ฝานมองโหวอันแวบหนึ่ง แล้วพูดว่า “นายนี่เอง! มีอะไรเหรอ?”
โหวอันหัวเราะด้วยความประหม่า แล้วพูดว่า “คุณชายเย่ ช่วยผมหน่อยนะครับ ผมจะจดจำบุญคุณอันใหญ่หลวงของคุณไม่มีวันลืมเลย”
“นายจะจดจำบุญคุณอันใหญ่หลวงของฉัน แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร!” เย่ฝานพูดพร้อมส่ายหน้า
โหวอันหยิบบัตรออกมาหนึ่งใบ แล้วกล่าวว่า “คุณชายเย่ ในบัตรนี้มีเงินสามร้อยล้านหยวน ทั้งหมดเป็เงินค่าใช้จ่ายที่ผมเก็บไว้ใช้ระหว่างห้าสิบปีต่อจากนี้ ผมให้คุณหมดเลย”
“หากนายอยู่ไม่ถึงอีกห้าสิบปีข้างหน้า นายก็ไม่ได้ใช้เงินนี้อยู่ดี” เย่ฝานเอ่ย
โหวอันพูดอย่างเอาใจ “คุณชายเย่ คุณพูดถูก พูดถูกทั้งหมดเลยครับ ขอร้องล่ะ คุณช่วยผมหน่อยเถอะครับ...”
เย่ฝานมองโหวอัน แล้วพูดว่า “อวิ๋นซีห้ามฉันไม่ให้ทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า ฉันต้องทำตามที่เขาสั่ง! ”
โหวอัน “…” เย่ฝานเ้าคนกลัวเมีย ไม่จำเป็ต้องเชื่อฟังเมียขนาดนั้นก็ได้มั้ง!
เย่ฝานไปที่ห้องทำงานของเซี่ยวฉือ แต่ไม่พบเขา กลับพบเพียงศาสตราจารย์สื่อเว่ย
เมื่อศาสตราจารย์สื่อเห็นเย่ฝานมา เขาก็ดีใจมาก
“เย่ฝาน! ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” สื่อเว่ยทักทายเย่ฝานด้วยความเป็กันเอง
“ศาสตราจารย์ คุณเห็นคุณตาไหมครับ?”
สื่อเว่ยพยักหน้า แล้วบอกว่า “เขาอยู่ที่ห้องสมุด”
เย่ฝานเห็นหยกคุ้มภัยที่อยู่บนตัวของสื่อเว่ยก็รู้สึกคาดไม่ถึง “ศาสตราจารย์สื่อ คุณก็มีหยกคุ้มภัยเหรอครับ!"
“ตาเฒ่าเซี่ยวมีตั้งหนึ่งร้อยชิ้น ฉันใช้ไม้อ่อนพูดหว่านล้อมเขา จนเขายอมแบ่งให้ฉันหนึ่งชิ้น” สื่อเว่ยกล่าว
“อ่อ” เย่ฝานพยักหน้าเข้าใจ
