หลิวอินไม่สนใจ นางเดินไปที่ห้องอาบน้ำก่อนจะเดินโซซัดโซเซกลับมาพร้อมกับกะละมังน้ำใบใหญ่ ฮูหยินเห็นดังนั้นจึงถามออกไป“อินเอ๋อร์ เ้าคิดจะทำอะไร?” เพิ่งพูดจบ หลิวอินก็เทน้ำในกะละมังลงบนหัวของหลิวอวิ๋นชูเสียแล้ว
สายน้ำเย็นเฉียบที่สาดลงมาทำให้หลิวอวิ๋นชูตื่นจากความฝันเขาร้องอุทานเสียงดังพลางลุกขึ้นนั่งอย่างกะทันหันหลิวอินมองพี่ชายที่มีใบหน้างุนงงกับมารดาที่มีสีหน้าโกรธเกรี้ยวแวบหนึ่งก่อนจะพูดด้วยท่าทีได้ใจ “ดูสิ พี่ชายสร่างเมาแล้ว”
หลิวอวิ๋นชูฟังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากคนรับใช้ของจวนอัครมหาเสนาบดีอีกครั้งเมื่อฟังจบก็ลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและเตรียมจะไปดูอาการของเจี่ยนซืออินเสียหน่อยทางด้านของฮูหยินท่านโหว เมื่อลูกชายยืนยันว่าจะไป นางก็ไม่ได้รั้งอะไรต่อ เพียงรู้สึกสงสารลูกชายจับใจ“ชูเอ๋อร์ อย่าลำบากตัวเองมากนัก”
หากเขารู้สึกสบายใจ ทำไมต้องดื่มจนเมามายด้วย แต่ถ้ารู้สึกไม่ดีทำไมถึงออกไปแบกรับเื่ทั้งหมดนี้เอาไว้?
หลิวอวิ๋นชูหันกลับมามอง “ท่านแม่ วางใจเถอะ ข้าไปดูอาการนางครู่เดียวเท่านั้นเดี๋ยวก็กลับมาแล้ว” จากนั้นก็ก้มหน้าลงไปมองเขม่นหลิวอินต่อ“ถ้าแน่จริงก็รออยู่ตรงนี้ เมื่อกลับมาถึง ข้าจะบีบหน้าเ้าให้เละไปเลยเ้าเด็กแสบ!”
หลิวอินวิ่งไปหลบอยู่หลังมารดาพลางพูดน้ำตาคลอเบ้า “ท่านแม่ข้ายังเด็กขนาดนี้ พี่ชายก็ดุข้าเสียแล้ว...”
ฮูหยินท่านโหวพูดด้วยความโกรธ “เ้ารนหาที่เองนี่เ้ากับพี่ชายนี่มันเหมือนกันไม่มีผิด ทั้งดื้อทั้งแสบ ชวนให้กลุ้มใจั้แ่เล็ก!”
หลิวอวิ๋นชูเปลี่ยนไปสวมเสื้อผ้าสะอาด จากนั้นจึงออกจากจวนด้วยรถม้าของจวนอัครมหาเสนาบดีต้องยอมรับเลยว่าน้ำของหลิวอินทำให้ความเมามายของเขาลดลงมากกว่าครึ่งเลยทีเดียว
เพียงไม่นานก็มาถึงจุดหมายหลิวอวิ๋นชูมุ่งตรงไปที่ห้องของเจี่ยนซืออินทันที แม้จะดึกมากแล้วแต่ห้องของเจี่ยนซืออินก็ยังมีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นไม่หยุดหลิวอวิ๋นชูเพิ่งจะก้าวเข้าไปในสวนหน้าห้องของเจี่ยนซืออิน ก็มีแก้วผลึกใสใบหนึ่งลอยตรงเข้ามาโชคยังดีที่เขาหลบเร็ว ไม่เช่นนั้นต้องหัวร้างข้างแตกเป็แน่
ทันทีที่เงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าห้องเบื้องหน้ายุ่งเหยิงจนแทบจะดูไม่ได้เลยทีเดียวยาน้ำสาดกระจายอยู่เต็มพื้น ของที่เจี่ยนซืออินพังทำลายก็กองเกลื่อนไปหมดจากที่คนรับใช้บอก นี่เป็ยาถ้วยที่สามแล้วที่หมอสั่งให้ไปต้มมาใหม่แต่เจี่ยนซืออินก็ยังไม่ยอมกินตามเคย เพื่อกันไม่ให้นางฆ่าตัวตายคนทั้งจวนจึงเก็บผ้า และของมีคมต่างๆ ออกไปจากห้องจนหมดแล้ว และไม่ยอมปล่อยให้เจี่ยนซืออินได้ัักับของเ่าั้แม้แต่ชิ้นเดียว
เจี่ยนซืออินเห็นว่าหลิวอวิ๋นชูมาหาจึงมุดกลับเข้ามุมเตียงและไม่ยอมออกมาเจอหน้าเขานางฟุบหน้าลงกับหัวเข่าแล้วร้องไห้ราวกับจะขาดใจ หลิวอวิ๋นชูเตรียมจะเข้าไปปลอบโยนแต่นางกลับพูดห้าม “อย่าเข้ามา! ถ้าเข้ามาอีก...ข้าจะตายให้ดู!”
เพราะเห็นว่าอารมณ์ของนางยังไม่สงบ หลิวอวิ๋นชูจึงไม่กล้าทำอะไรวู่วามเขานั่งลงข้างเตียงอย่างช้าๆ ก่อนจะถามขึ้น “ซืออิน เป็อะไรไปหรือ? สองวันก่อนยังดีๆ อยู่เลย ทำไมตอนนี้ถึงไม่ยอมดื่มยาเสียแล้วล่ะ?”
เจี่ยนซืออินร้องไห้อยู่พักหนึ่งจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมานางมองหลิวอวิ๋นชูโดยมีน้ำตานองหน้า ทั้งสองถูกกั้นด้วยม่านบางๆ ผืนหนึ่งเจี่ยนซืออินพูดทั้งน้ำตา “พี่อวิ๋นชู ข้ารู้ว่าท่านดีกับข้า แต่ปล่อยให้ข้าตายไปเสียยังจะดีกว่า...ข้าไม่อยากเป็ตัวถ่วงของท่านและไม่อยากให้ท่านต้องมารับผิดชอบข้าไปทั้งชีวิตเพียงเพราะความสงสาร...”
หัวใจของหลิวอวิ๋นชูเ็ปทรมานทุกวินาทีที่หายใจแต่ก็ยังแสร้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาบอก “ข้าพูดไปแล้ว จะให้คืนคำได้อย่างไรอะไรที่ข้ารับปากเ้าเอาไว้ ข้าก็ไม่มีวันกลับคำเช่นกัน ไยต้องกลัวเช่นนี้?”
“แต่ว่า... แต่ข้าคิดไม่ถึงจริงๆ ว่า... ว่าข้าจะตั้งท้องมีเืชั่วของพวกมันอยู่ในท้อง...”หลิวอวิ๋นชูรู้สึกเหมือนมีบางอย่างะเิขึ้นในสมอง สมองเขาขาวโพลนไปหมดจึงหยุดนิ่งลงชั่วขณะ เจี่ยนซืออินที่นั่งอยู่มุมเตียงเห็นดังนั้นก็กระหน่ำหมัดไปที่ท้องของตนเองอย่างบ้าคลั่งคล้ายได้รับแรงกระตุ้นบางอย่างจนกลับมาคลั่งอีกครั้งเช่นนั้น “เืชั่ว! เืสารเลว! ข้าไม่มีวันคลอดมันออกมาแน่! ต่อให้ต้องตายข้าก็ไม่ยอมคลอดมันออกมาเด็ดขาด!” เจี่ยนซืออินพูดด้วยเสียงอ้อนวอน “หลิวอวิ๋นชูไม่ต้องสนใจข้า ปล่อยให้ข้าเป็ไปตามเวรตามกรรมเถอะ ปล่อยให้ข้าไปตายเถอะ!”
ที่แท้ ที่นางไม่ยอมดื่มยา แถมยังอาละวาด ขว้างปาข้าวของทั้งหมดนั้นก็เพราะนางตั้งครรภ์นั่นเอง ก่อนหน้านี้นางยังดีๆ อยู่แต่ไม่กี่วันที่ผ่านมา จู่ๆ นางก็ทั้งอาเจียนและท้องเสียไม่หยุดเมื่อเรียกหมอเข้ามาตรวจดูจึงพบว่านางตั้งครรภ์
แต่คนในจวนอัครมหาเสนาบดีกลับไม่ยินดีกับข่าวที่เพิ่งรู้เลยสักนิด
เจี่ยนซืออินมีอารมณ์รุนแรงเป็อย่างมากไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมดื่มยาบำรุงครรภ์เสียที
คนในเมืองหลวงส่วนใหญ่ต่างก็คิดว่าหลิวอวิ๋นชูเป็อันธพาลประจำซอยเป็คุณชายเสเพลที่ไม่มีวิชาความรู้ ไร้ความสามารถ ที่ได้อยู่อย่างสุขสบายก็เพราะอำนาจของบิดาล้วนๆมีเพียงคนที่สนิทชิดเชื้อกับเขา ยกตัวอย่างเช่น เฟิ่งสือจิ่นเจี่ยนซืออินที่แอบชอบเขามาั้แ่เด็ก และบิดามารดาของเขา ท่านโหวอันกั๋วกับภรรยาเท่านั้นที่รู้ว่าแท้จริงแล้วเขาเป็คนที่ใสซื่อบริสุทธิ์ มีจิตใจงดงาม และมีน้ำใจมากคนหนึ่ง
เมื่อหลุดออกจากภวังค์หลิวอวิ๋นชูพบว่าตนกำลังกอดเจี่ยนซืออินที่ทั้งดิ้นทั้งอาละวาดขว้างปาข้าวของไม่หยุดเอาไว้แล้วเขาไม่รู้อะไรเลย เขาก็รู้สึกหวาดกลัวและสับสนไม่ต่างไปจากเจี่ยนซืออินแต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่มีทางทนเห็นเจี่ยนซืออินหวาดกลัวเช่นนี้เพียงลำพังแน่
เขากอดเจี่ยนซืออินเอาไว้พลางลูบหลังของนางอย่างปลอบประโลม “อย่าร้องไห้อย่าร้องไปเลย ข้าจะจัดการเอง ไม่ต้องกลัว มีข้าอยู่ทั้งคน”
ในตอนที่ยาบำรุงครรภ์ถ้วยที่สี่ถูกส่งเข้ามาอยู่ในมือของหลิวอวิ๋นชูเขาก้มมองยาในถ้วย แม้หัวใจจะเ็ปและกลัดกลุ้มเพียงใดเขาก็ยังแสร้งทำเป็ใจเย็น “ซืออิน เด็กดี ดื่มยาก่อนเถอะ”
เจี่ยนซืออินส่ายหน้า “ข้าไม่ดื่มยาบำรุงครรภ์ ข้าจะดื่มยาขับเื...ข้าไม่มีวันปล่อยให้เด็กที่มีเืชั่วแบบนั้นออกมาลืมตาดูโลกอย่างแน่นอน! พี่อวิ๋นชู ข้าขอร้อง... ได้โปรด เอายาขับเืมาให้ข้าให้ข้าฆ่าเด็กคนนี้เสีย!”
เจี่ยนซืออินดึงและเขย่าชายเสื้อของหลิวอวิ๋นชูแรงๆแรงจากชายเสื้อทำให้ถ้วยยาในมือสั่นคลอนจนยากระฉอกออกมาด้านนอก ยาร้อนๆ หยดลงบนมือของหลิวอวิ๋นชูแต่ใบหน้าของเขาก็ยังไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ “ได้” จู่ๆเขาก็ตอบออกไปด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำ ไร้ชีวิตชีวา
เจี่ยนซืออินหยุดชะงักลงอย่างกะทันหันนางแหงนหน้ามองหลิวอวิ๋นชูตาไม่กะพริบ น้ำตารื้นขึ้นมาที่ขอบตาเจี่ยนซืออินถามด้วยเสียงแ่เบา “ท่านพูดว่าอะไรนะ?”
หลิวอวิ๋นชูวางยาลงอีกด้าน “ไม่ต้องดื่มยาถ้วยนี้แล้ว ถ้าเ้า้าจริงๆคืนนี้ จงนอนพักผ่อนให้เต็มอิ่ม วันพรุ่งนี้ ข้าจะสั่งให้หมอต้มยาขับเืให้”
เจี่ยนซืออินกะพริบตาหลายครั้ง พลันน้ำตาเม็ดใหญ่ก็ร่วงแหมะลงมาไม่หยุดคล้ายเ้าตัวกำลังใกลัวบางอย่าง เจี่ยนซืออินทรุดนั่งบนเตียงหลิวอวิ๋นชูเห็นดังนั้นจึงลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปจากห้อง
เมื่อออกไปถึงด้านนอก ฮูหยินแห่งอัครมหาเสนาบดีเองก็ร้อนใจไม่ต่างกันนางเข้ามาดึงมือของหลิวอวิ๋นชูเอาไว้พลันดวงตาที่ทั้งแดงทั้งบวมก็เริ่มมีน้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้ง “อวิ๋นชูซืออินของข้าเอาแต่ใจจนเป็นิสัย ลำบากเ้าแล้ว”
หลิวอวิ๋นชูส่ายหน้า “การดูแลนาง เป็สิ่งที่ข้าควรทำอยู่แล้ว”
“แต่ว่า...” ฮูหยินใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตาพลางพูดขึ้น “ไม่ว่าซืออินจะเป็อย่างไรนางก็เป็ลูกสาวที่เป็แก้วตาดวงใจของข้าเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหนข้าก็ไม่ยอมให้นางทำร้ายร่างกายของตัวเองเด็ดขาด ท่านหมอบอกว่าซืออินร่างกายอ่อนแอแถมยังมีอารมณ์แปรปรวน จำเป็ต้องพักรักษาตัวการทำแท้งส่งผลเสียต่อร่างกายของนางอย่างมหาศาลมันอาจทำให้นางเอาชีวิตไม่รอดด้วยซ้ำ...”
หลิวอวิ๋นชูเห็นฮูหยินร้องไห้เจียนจะขาดใจ เขาจึงพูดขึ้น “ท่านป้าวางใจเถอะ ข้าแค่พูดแบบนั้นให้ซืออินวางใจเท่านั้น ไม่ได้คิดจะกำจัดเด็กคนนั้นจริงๆพรุ่งนี้ค่อยส่งยาบำรุงครรภ์มาใหม่เถอะ แค่บอกนางว่านั่นเป็ยาขับเืก็พอ”
