หลิ่วเฉิงซีขมวดคิ้ว ฟังเฟิ่งหลิงหัวเราะอย่างเงียบๆ ััได้ถึงกลิ่นอายแห่งความโกรธเคืองที่ค่อยๆ แผ่ออกมาจากร่างของเขา
อวิ๋นซูได้สติกลับมาจากความประหลาดใจ ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด นางกลับรู้สึกมีชีวิตชีวาแปลกๆ สถานการณ์ในตอนนี้คล้ายทำให้ทั้งเรือนไผ่เต็มไปด้วยพลังชีวิต นางเคยจินตนาการว่า หากคุณหนูคุณชายที่มีนิสัยเกือบจะเหมือนกันนี้ได้พบหน้ากัน จะมีภาพอย่างไร คิดไม่ถึงว่าจะมีสีสันยิ่งกว่าที่นางคาดเดาเสียอีก
“ฮ่าๆๆ...” เฟิ่งหลิงกุมท้องของตัวเอง ราวกับไม่รู้ว่าจะหยุดอย่างไร
สายตาของหลิ่วเฉิงซีค่อยๆ มืดครึ้มลง “ฮึ หัวเราะพอแล้วหรือไม่?”
“ฮ่าๆ ...ไม่...ไม่”
เฟิ่งหลิงหัวเราะพลางเดินเข้ามาใกล้ “ฮ่าๆ คงมิใช่ว่า คนที่กิน ซะ ซาลาเปาในเกี้ยวก็คือเ้า เป็เ้าใช่หรือไม่? ฮ่าๆๆ ...”
ทุกคนได้ฟังจึงเข้าใจขึ้นมาโดยพลัน เมื่อครู่นี้คุณหนูเจ็ดเฟิ่งกล่าวว่า คนที่ขวางทางนางก็คือขบวนเดินทางของคุณชายซี ที่แท้เมื่อครู่พวกนางอยู่ข้างนอกก็ได้พบกันแล้ว เป็โชคชะตาจริงๆ
หลิ่วเฉิงซีขยับเข้าไปใกล้อวิ๋นซู สายตาที่มองไปทางเฟิ่งหลิงเต็มไปด้วยความรังเกียจ “พี่ซูขอรับ คนผู้นี้คือใคร เสียงดังน่ารำคาญเสียจริง ปากกว้างมากด้วย”
“...” อวี้เอ๋อร์และเซี่ยเหอที่อยู่ข้างๆ สบตากันอย่างหวาดผวา ดูจากสถานการณ์แล้ว ทั้งสองคนดูเหมือนจะสามารถทะเลาะกันได้ตลอดเวลา
จริงดังคาด เฟิ่งหลิงเงียบลงโดยพลัน “เ้ากล่าวว่าใครปากกว้าง?!” มีผู้ใดไม่ทราบบ้างว่าคุณหนูเจ็ดสกุลเฟิ่งอย่างนางมีปากเล็กดุจผลอิงเถา ถึงกับถูกคนผู้นี้บอกว่าปากกว้าง จะเสียมารยาทเกินไปแล้ว! พริบตานั้นนางเดินเข้ามา ดึงผ้าแพรบนใบหน้าของหลิ่วเฉิงซีออก “ข้าอยากจะเห็นจริงๆ ว่าปากของเ้าเล็กเพียงใด!”
หลิ่วเฉิงซีคิดไม่ถึงว่านางจะเข้ามาอย่างกะทันหัน ผ้าแพรบนใบหน้าถูกนางดึงออกโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้าเลยแม้แต่น้อย พริบตานั้นรอยแผลจากไฟไหม้หลายแผลที่ยังไม่หายพลันปรากฏออกมา
“ฮ่าๆ ที่แท้ก็เป็ลูกแมวลายตัวหนึ่ง ไม่ต้องให้ข้าวาดแล้ว!”
ลูกแมวลาย?! สายตาของหลิ่วเฉิงซีเย็นวาบ ทุกคนสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด อวี้เอ๋อร์และเซี่ยเหอจึงไม่มีความกล้าที่จะอยู่ที่นี่ต่อไป พวกนางรู้สึกราวกับว่าเรือนไผ่สามารถถูกปีศาจน้อยทั้งสองพลิกคว่ำได้ตลอดเวลา
“เอาคืนมา!”
“ไม่คืน! เ้าลูกแมวลาย!”
“คืนข้ามาเสีย มิฉะนั้นเ้าจะได้เห็นดี!”
“เอ๋? ข้าจะรอ มาเอาไปสิ! มาเอาไป!”
หลิ่วเฉิงซีไล่ตามไปจริงๆ เฟิ่งหลิงยั่วโมโหเขาไปพลางวิ่งรอบอวิ๋นซูไปพลาง ทุกคนที่เห็นภาพตรงหน้าพลันรู้สึกอับจนคำพูด อยากหัวเราะก็หัวเราะไม่ออก
“ตอนนี้...” ภายในเรือนไผ่ปรากฏเงาร่างของแม่นมชราขึ้น นางคิดไม่ถึงเลยว่ายามเช้าเรือนไผ่จะคึกคักถึงเพียงนี้ อวิ๋นซูเห็นดังนั้นจึงค่อยๆ ยืนขึ้น แม่นมผู้นั้นแย้มยิ้ม “เสี้ยนจู่ ฮูหยินผู้เฒ่าเรียกเ้าค่ะ”
ตอนนี้อวิ๋นซูได้รับการแต่งตั้งให้เป็หย่งจี๋เสี้ยนจู่ คนในจวนพบนางล้วนต้องคารวะ
อวิ๋นซูพยักหน้าเบาๆ กำชับกับชุนเซียงที่อยู่ข้างๆ “อยู่กับคุณหนูเจ็ดเฟิ่งและคุณชายซี อย่าให้พวกเขาทำร้ายกันเอง”
“เ้าค่ะ”
ทว่าเพียงพริบตาเดียว เงาร่างทั้งสองนั้นก็ไม่ทราบว่าไปไหนเสียแล้ว เสียงหัวเราะของเฟิ่งหลิงและเสียงะโอย่างโกรธเคืองของเฉิงซีก็ค่อยๆ ไกลออกไป
“เอาผ้าแพรคืนข้ามาเสีย เ้าปากกว้าง!”
“ไม่ให้ ไม่ให้ เ้าลูกแมวลาย มีความสามารถก็มาเอาด้วยตัวเองสิ!”
เงาร่างสองร่าง เ้าหนีข้าตาม ด้านหลังมีสาวใช้และข้ารับใช้กลุ่มใหญ่ตามมา พวกเขาไม่กล้าเกียจคร้านเลยแม้แต่น้อย กลัวว่าเ้านายของตนจะล้มจะชนโดยไม่ระวัง เช่นนั้นความผิดของพวกเขาก็ใหญ่หลวงแล้ว
เฟิ่งหลิงโบกสะบัดผ้าแพรในมือ นาง้าแก้แค้นที่เมื่อครู่นี้เขาขวางทางนาง!
ข้ารับใช้ที่กำลังขนของจากรถม้าเข้ามาในจวนเดินมาจากระเบียงอีกด้านหนึ่ง เมื่อเห็นว่าด้านหน้ามีสตรีวิ่งมา ก็รีบส่งเสียงเรียกนาง “คุณหนู! ระวังขอรับ ภาพนี้...”
เฟิ่งหลิงได้ยินก็รีบหยุดฝีเท้าลง หลิ่วเฉิงซีมองไปยังของในมือข้ารับใช้หลายคนนั้นของจวนชางติ้งโหวอย่างสงสัย เป็ของที่สูงเท่ากับหนึ่งตัวคนแล้วยังใช้ผ้าคลุมเอาไว้ด้วย
“เร็วเข้า ส่งไปที่เรือนไผ่ให้พี่ซูดู!”
พริบตานั้นนางลืมหลิ่วเฉิงซีที่อยู่ด้านหลัง คุณชายน้อยถือโอกาสนี้เดินเข้าไป แย่งผ้าแพรในมือของนางขึ้นมาสวม “นั่นคือของอะไรหรือ? เ้าอย่าได้นำเข้าไปทำให้พี่ซูใเชียว”
เฟิ่งหลิงเลิกคิ้วน้อยๆ ใคร่ครวญครู่หนึ่ง “เอาเถิด ให้ลูกแมวลายอย่างเ้าเปิดหูเปิดตาเสียหน่อย!”
นางส่งสายตาบอกใบ้ ข้ารับใช้ด้านข้างจึงเดินเข้ามาเปิดผ้าคลุมนั้นออกอย่างระมัดระวัง
ที่แท้ก็เป็ภาพทิวทัศน์รูปหนึ่งที่สูงเท่ากับตัวคน เพียงแต่ลักษณะของภาพดูบริสุทธิ์งดงาม การใช้สีโดดเด่น ที่ทำให้หลิ่วเฉิงซีประหลาดใจก็คือบนภาพมีสีสันหลากหลาย แตกต่างจากภาพวาดธรรมดาทั่วไป สีในทุกชุ่น1 ล้วนหนาอย่างเห็นได้ชัด ราวกับเพียงยื่นมือออกไปแตะก็จะหล่นลงมาได้
คิดแล้วเขาจึงยื่นมือออกไป แต่กลับถูกเฟิ่งหลิงหยุดเอาไว้ “อย่าแตะ เ้าจะทำมันสกปรก! นี่เป็ของขวัญที่ข้ามอบให้พี่ซู วัสดุสีที่ใช้นี้ ในแคว้นเฉินไม่มีอีกแล้ว! เป็สีที่พี่สามให้คนส่งมาให้จากแคว้นทางตะวันตกอย่างยากลำบากเชียวนะ!”
“ฮึ พูดเสียน่าอัศจรรย์ขนาดนี้ ก็แค่ภาพวาดภาพหนึ่งมิใช่หรือ? ดูเถิดว่าภาพนี้คืออะไร ดวงอาทิตย์?” หลิ่วเฉิงซีไม่พอใจท่าทางของเฟิ่งหลิงที่ทำเหมือนเขาไม่เคยเห็นโลกภายนอก จึงเริ่มวิพากษ์วิจารณ์รูปภาพ
“เ้าคนไร้ประสบการณ์! นั่นคือดวงจันทร์ชัดๆ!” ภาพนี้เป็ทิวทัศน์ยามค่ำคืนบนหอที่สูงที่สุดของจวนชางหรงโหว เฟิ่งหลิงชอบทิวทัศน์ตรงหน้านี้มาก ทุกครั้งที่อารมณ์ไม่ดีก็มักจะมานั่งรับลมเย็นอยู่บนหอนี้คนเดียว อารมณ์ก็จะค่อยๆ สงบลง
“ดวงจันทร์? ข้าไม่เคยเห็นดวงจันทร์ที่สว่างถึงเพียงนั้นมาก่อน วาดได้ไม่เหมือนเลย...ของสิ่งนี้ พี่ซูไม่มีทางชอบหรอก!” ความจริงแล้วส่วนลึกในใจของหลิ่วเฉิงซีรู้สึกว่าภาพนี้ไม่เลว แต่ปากกลับพูดจาไม่ไว้ไมตรี ผู้ใดให้นางหัวเราะใบหน้าของตนกันเล่า
“อะไรนะ? เ้า...”
เฟิ่งหลิงกระทืบเท้าทันที ข้ารับใช้ข้างๆ ทราบว่าจบสิ้นแล้ว คุณหนูเจ็ดเฟิ่งโกรธแล้ว! ภาพนี้นางรักยิ่ง หลังจากวาดเสร็จก็ให้พวกเขาถือเดินไปทั่วทั้งจวน พบใครก็เรียกให้ผู้นั้นชมเสียหลายประโยคถึงจะพึงพอใจ วันนี้ถูกคุณชายจวนชางหรงโหวดูถูกเสียหลายประโยค จะต้องรับไม่ไหวเป็แน่
ดรุณีน้อยกำลังจะมีโทสะ หลิ่วเฉิงซีก็วิ่งไปไกลแล้ว ทั้งยังทำหน้าทะเล้นมาทางนี้อีกด้วย
“เ้ารอก่อน!” ทันใดนั้นนางหยิบสีจากในมือข้ารับใช้ผู้หนึ่ง วิ่งตามหลิ่วเฉิงซีไป
...
“วันนี้คุณหนูงดงามเหลือเกินเ้าค่ะ”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าสวมชุดกระโปรงยาวลายเมฆทั้งร่าง เมื่อลมพัดเข้ามาชุดก็จะปลิวไสว ให้ความรู้สึกดุจอาภรณ์ของนางฟ้านาง์ คนก็เปลี่ยนไปเป็งดงามผ่อนคลาย
“ผ้านี้เป็รางวัลพระราชทานจากไทเฮา มีเพียงองค์หญิงในวังเท่านั้นจึงจะมี” มุมปากของนางปิดซ่อนรอยยิ้มไว้ไม่มิด เมื่อสวมกระโปรงชุดนี้แล้วเข้าไปอยู่เป็เพื่อนไทเฮาในวัง เชื่อว่าไทเฮาจะทรงดีพระทัยมาก
“เ้าอย่าวิ่ง หยุดให้ข้าเดี๋ยวนี้!”
“ฮ่าๆๆ ...ก็ต้องดูความสามารถของเ้า!”
ด้านหน้าเสียงเอะอะโวยวายทำให้หลิ่วอวิ๋นฮว๋าที่ไม่ทราบสาเหตุขมวดคิ้วขึ้นมา ใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างงดงามไม่พอใจเป็อย่างมาก “เป็ผู้ใด ส่งเสียงเอะอะโวยวายั้แ่เช้าขนาดนี้?”
“บ่าวไม่ทราบเ้าค่ะ”
บริเวณทางเลี้ยวกลับมีเงาร่างเงาหนึ่งพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว หลิ่วเฉิงซีคิดไม่ถึงว่าจะชนคนเข้า ได้ยินเสียงกรีดร้องดังขึ้น กลุ่มของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าถูกคุณชายน้อยที่พุ่งออกมาชนจนล้มระเนระนาด ส่วนเขากลับพลิกตัวบนพื้นอย่างปราดเปรียวแล้วยืนขึ้นอย่างไร้ซึ่งาแ เมื่อหันกลับไปมองก็พบกับสตรีที่มีใบหน้าเ็ปผู้หนึ่ง
หวา! เป็พี่รอง!
เหล่าสาวใช้ที่ตามมาติดๆ ใจนหยุดอยู่กับที่ นี่จะเป็เื่ดีไปได้อย่างไร คุณชายซีชนคุณหนูรองล้มแล้ว!
อย่างไรก็ตามความผิดมิใช่แค่ทางเดียว เฟิ่งหลิงที่โผล่ออกมาจากทางเลี้ยวเมื่อมองมาก็เห็นทุกคนบนพื้น จะใก็ไม่ทันเสียแล้ว นางล้มลงบนร่างของหลิ่วอวิ๋นฮว๋า กดสตรีที่แต่งตัวงดงามมีชีวิตชีวาอยู่ใต้ร่าง สีที่นางถือไว้ในมือก็หกใส่หลิ่วอวิ๋นฮว๋า พริบตานั้นบรรยากาศเย็นะเื ััถึงบางสิ่งที่เหนียวข้นและกลิ่นฉุนเข้าจมูก
“อา...นี่ นี่คืออะไร?!” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าลืมตาขึ้น พบว่าบริเวณหน้าอกของตนถูกสีฟ้าหกเปื้อน สีอันแปลกประหลาดนั้นไหลลงมาตามร่างกายของนาง กระโปรงอันงดงามของนางเปื้อนหมดแล้ว!
“กระ กระโปรงของข้า!”
เฟิ่งหลิงลุกขึ้นมาจากด้านข้าง นางก้มลงมองสีบนร่างของตัวเอง แล้วจึงมองไปยังท่าทางราวกับใกล้จะจบสิ้นของหลิ่วอวิ๋นฮว๋า กล่าวออกมาอย่างไม่ใส่ใจ “ยังดี กระโปรงที่สวมในวันนี้ข้าไม่ได้ชอบเท่าไรนัก”
“...อา!” หลิ่วอวิ๋นฮว๋ารู้สึกว่าตนเองใกล้จะบ้าเต็มที นางระบายออกมาด้วยการเตะขาไปทั่ว เงยหน้าขึ้นมองเฟิ่งหลิงอย่างดุดัน ดรุณีน้อยผู้นั้นมีท่าทางไม่สะทกสะท้าน “ผู้ใดให้เ้าไม่หลบทางเล่า” บนหน้าราวกับมีตัวอักษรเขียนไว้ว่า จะโทษผู้ใดได้?
“เ้า เ้า...”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าไม่ทราบจริงๆ ว่าตนเองจะโชคร้ายอะไรหนักหนา ั้แ่เช้าก็เจอกับเื่เช่นนี้ จึงหันไปมองหลิ่วเฉิงซีที่ชนนางจนล้มลงกับพื้นเมื่อครู่นี้ “นี่เป็กระโปรงที่ไทเฮาทรงพระราชทานให้!”
ท่าทางเช่นนั้นราวกับกำลังพูดว่า ้าให้พวกเขาชดใช้กระโปรงของนาง
หลิ่วเฉิงซีและเฟิ่งหลิงสบตากัน จากนั้นจึงยืนขึ้น แล้วพูดพร้อมกันว่า “เอ๋...ท่านทำกระโปรงพระราชทานจากไทเฮาสกปรกแล้ว!”
อะไรนะ?! กระโปรงนี้เห็นได้ชัดว่าเป็พวกเขาที่ทำเปื้อน ตอนนี้ถึงกับพูดจาใส่ร้ายผู้อื่น! หลิ่วอวิ๋นฮว๋าโกรธจนแทบจะกระอักเื ชุนเซียงที่อยู่ไม่ไกลได้ยินเสียงเอะอะจึงตามมาเห็นภาพเหตุการณ์นี้พอดี นางพยายามอดกลั้นรอยยิ้มบนใบหน้า ฮ่า วันนี้จวนโหวคึกคักอย่างไม่ธรรมดาจริงๆ ดูนั่น คุณหนูรองทุกข์ทรมานจนกลายเป็อะไรไปแล้ว อย่างไรก็ตาม นี่ทำให้ผู้อื่นมีความสุขจริงๆ
สีที่อยู่บนลำคอหลิ่วอวิ๋นฮว๋าทำให้นางเริ่มคันผิว นางขมวดคิ้ว ยื่นมือออกไปเกาลงบนผิวที่ถูกสีย้อมจนเปื้อนบริเวณหน้าอก เมื่อลมพัดมา สีย้อมนี้ก็ราวกับจะแห้งลง ความรู้สึกที่ยากจะทำให้ผู้คนทานทนก็ยิ่งชัดเจนขึ้น
เฟิ่งหลิงที่อยู่ด้านข้างกล่าวเตือนอย่างใจดี “นี่ไม่ใช่สีทั่วไป ถ้าไม่รีบล้างออกให้สะอาด อาจจะล้างไม่ออกไปตลอดชีวิต!”
ล้างไม่ออก? หลิ่วอวิ๋นฮว๋าได้ยินก็หน้าซีด ล้างไม่ออกจะทำอย่างไร คงไม่ใช่ว่านางจะมีคอสีฟ้าไปตลอดชีวิตหรอกหรือ?
“เร็ว รีบประคองข้ากลับไปล้างที่เรือน!”
“จะ เ้าค่ะ คุณหนู!”
สาวใช้ประคองนางขึ้นมาจากพื้นอย่างวุ่นวาย ได้ยินเสียงกรอบแกรบอยู่สองครั้ง หลิ่วอวิ๋นฮว๋ารู้สึกราวกับว่ากระดูกเอวของตนบิด ความเ็ปนี้แล่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “อย่าขยับ เอวข้า...”
“เอ๋? คุณหนูเ้าคะ ท่านเป็อะไร...”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าโกรธจนเกือบจะร้องไห้ออกมา ทางด้านหนึ่งก็กังวลว่าสีบนร่างของนางจะล้างไม่ออก อีกด้านหนึ่งก็ปวดจนเดินไม่ออกแม้แต่ครึ่งก้าว
“ยังมัวตะลึงอะไรกันอยู่ รีบแบกข้ากลับไปเสีย!”
สาวใช้คนนั้นจึงได้สติกลับมา “บ่าวสมควรตาย! บ่าวสมควรตาย!” นางทำท่าย่อเอวลง มีหลายคนประคองหลิ่วอวิ๋นฮว๋าขึ้นหลังสาวใช้ผู้นั้น ความวุ่นวายสับสนเคลื่อนไกลออกไป
หลิ่วเฉิงซีและเฟิ่งหลิงที่อดกลั้นมาตลอดหัวเราะเสียงดังขึ้นพร้อมกัน “ฮ่าๆๆ สมควรแล้ว สมน้ำหน้า!”
*************************
1 ชุ่น หน่วยวัดของจีน ประมาณหนึ่งนิ้ว
