ฟันคนาเ็?
เซี่ยจื่ออวี้และหวังเจี้ยนหัว ‘หลีกเลี่ยงจากความสงสัย’ ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
เซี่ยจื่ออวี้เห็นมารดาคว้าเงินจำนวนหนึ่งในลิ้นชัก จึงรีบเร่งให้ไปช่วยเหลือพร้อมกับหวังเจี้ยนหัวเซี่ยต้าจวินมีร่างกายสูงใหญ่กำยำ เซี่ยฉางเจิงคนเดียวแบกได้ยากบนมือของจางหม่ายฝูยังเลอะแป้งอยู่ หวังเจี้ยนหัวจึงจำเป็ต้องเสนอตัวให้ความช่วยเหลือ
“คุณอา ผมไปด้วยดีกว่า”
หวังเจี้ยนหัวไม่รังเกียจที่ทั้งร่างของเซี่ยต้าจวินจะเต็มไปด้วยเืร่วมแรงกับเซี่ยฉางเจิงกดปากแผลของเซี่ยต้าจวินไว้และส่งเขาไปโรงพยาบาล ระหว่างทางเซี่ยต้าจวินถึงยอมเล่าว่าตนเองโดนหลิวเฟินฟันจนาเ็แต่ทำไมหลิวเฟินต้องฟันเขานั้น เซี่ยต้าจวินไม่ได้เล่า
“จื่ออวี้ เธอไม่มีทางแต่งงานกับอาอีกครั้งหรอก”
มีดทำครัวที่พุ่งมาอย่างรุนแรงนั้น้าจะคร่าชีวิตเขาชัดๆ
ตอนนี้ต่อให้หลิวเฟินยินยอมแต่งงานอีกครั้ง เซี่ยต้าจวินก็ไม่กล้าสามีภรรยาเป็ความสัมพันธ์ที่ต้องนอนร่วมเตียงหากดึกดื่นคืนไหนหลิวเฟินคว้ามีดฟันเขาอีก นอนหลับสนิทแล้วเขาจะรู้หลบหลีกได้อีกหรือ?
เซี่ยจื่ออวี้ถามด้วยความลังเล “อารองอาจะไปแจ้งความหรือไม่?”
เซี่ยจื่ออวี้คิดไปในทิศทางเดียวกับมารดา
แม้เซี่ยเสี่ยวหลานจะไม่ได้เป็คนลงมือ แต่ตระกูลเซี่ยก็สามารถใช้การแจ้งความมาข่มขู่ได้หลิวเฟินฟันเซี่ยต้าจวินจนได้รับาเ็ ถ้าสืบสวนกันอย่างจริงจัง ไม่รอดจากการถูกจำคุกหลายปีแน่หลิวเฟินเข้าคุกหรือไม่ เซี่ยจื่ออวี้ไม่ใส่ใจสักนิด เธอแค่เห็นช่องว่างในการเล่นตุกติกจากเื่นี้เซี่ยเสี่ยวหลานไม่ยอมจำนนได้ ไม่กลับตระกูลเซี่ยได้ แต่หากมารดาของเธอเข้าคุกอย่างไรก็คงต้องกระทบต่อเซี่ยเสี่ยวหลานบ้างสินะ?
ผ่านการสืบสวนประวัติทางการเมือง [1] ไปได้ก็ส่งผลกระทบต่อสภาวะการเรียนของเซี่ยเสี่ยวหลานอยู่ดี
สอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็เื่ง่ายดายขนาดนั้นเสียที่ไหน เซี่ยจื่ออวี้เองก็ได้ทุ่มเทเรี่ยวแรงมากมายเมื่อจิตใจวอกแวกจากการเรียน อยากหาสภาวะเดิมกลับมาก็ยากเย็นนัก
อนาคตยังไม่สามารถบอกได้ แต่การสอบเกาเขาปีนี้เหลือเวลาแค่ 5 เดือน เซี่ยเสี่ยวหลานต้องได้รับภาระหนักแน่นอน
เซี่ยจื่ออวี้เสแสร้งถามเซี่ยต้าจวินอันที่จริงเธอคิดว่าจำเป็ต้องแจ้งความ เซี่ยต้าจวินคือเหยื่อถ้าเขาออกตัวแจ้งความ กัดข้อกล่าวหาของหลิวเฟินไม่ยอมปล่อยความเป็ไปได้ที่หลิวเฟินจะโดนตัดสินจำคุกนั้นมีความเป็ไปได้สูงมาก
ตอนแรกเซี่ยต้าจวินไม่ยอมตอบ เมื่อมาถึงโรงพยาบาลแพทย์ก็ถอดเสื้ออ่าวของเขาออกและตรวจาแให้
ฤดูหนาวสวมใส่เสื้อผ้าหนา เสื้ออ่าวกันหนาวป้องกันการได้รับาเ็อย่างรุนแรงไว้ ใบมีดนั้นแค่กรีดหัวไหล่เขาให้เกิดเป็รอยแผลใหญ่ เนื้อด้านนอกของาแเปิดออกเห็นแล้วช่างน่าสยองขวัญคุณหมอเย็บให้ 15 เข็ม
เซี่ยต้าจวินเสียเืค่อนข้างมาก คูณหมอจึงบอกให้เขารับน้ำเกลือสักขวด
เซี่ยฉางเจิงจ่ายค่ารักษาพยาบาล จัดแจงเตียงให้เซี่ยต้าจวิน ให้น้ำเกลือเสร็จถึงกลับได้
เซี่ยต้าจวินคอตกอย่างรู้สึกผิด หลานสาวกำชับว่าเขาต้อง ‘อดทนต่อความอัปยศแบกรับภารกิจหนัก’ แต่พอคิดว่าหลิวเฟินคลุกคลีกับผู้ชายคนอื่นเซี่ยต้าจวินก็ทนไม่ไหว และเมื่อเขาหุนหันพลันแล่นออกไปก็ทำให้เื่ราวล้มเหลวเสียแล้ว
“อาบอกว่าคืนเสี่ยวหลานให้แก่บ้านเซี่ยไม่เช่นนั้นอาจะไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ พาตำรวจจับหลิวเฟินไปเข้าคุก...หลังจากนั้น หลังจากนั้นเสี่ยวหลานก็มา เธอเช็ดลายนิ้วมืออะไรออก อีกทั้งยังบอกว่าไม่มีใครเห็นว่าหลิวเฟินฟันอาาเ็ด้วยอาอยากแจ้งความก็ไปเถอะ”
เซี่ยจื่ออวี้ข่มกลั้นความหงุดหงิดในใจเอาไว้
พยายามฝืนทนอธิบายแก่เซี่ยต้าจวิน
“เสี่ยวหลานพูดว่าไม่มีคนเห็นได้อย่างไร หลักฐานไม่มีแล้ว ไม่ได้ยังมีพยานอยู่หรือ?”
เซี่ยเสี่ยวหลานเ้าเล่ห์พอตัว รู้จักเช็ดลายนิ้วมือบนมีดออกเสียด้วย
อย่างไรเสียเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นในบ้านของอาจารย์ใหญ่ซุนอาจารย์ใหญ่ซุนและภรรยาของเขาต้องเห็นอย่างแน่นอน มิใช่ว่าเซี่ยเสี่ยวหลานเอ่ยวาจาฉะฉานแล้วจะสามารถขู่เข็ญคนได้สักหน่อย
เซี่ยต้าจวินส่ายศีรษะ “ครูใหญ่ซุนและภรรยาเขาฟังเสี่ยวหลานทั้งคู่ครูใหญ่ซุนพูดว่าถ้าตำรวจไปถาม เขาก็จะบอกว่าไม่เห็นเหตุการณ์อะไรทั้งนั้น”
เซี่ยจื่ออวี้รู้สึกใกลัวขึ้นมาทันที
“ทำไมครูใหญ่ซุน...”
อาจารย์ใหญ่ซุนจะช่วยเซี่ยเสี่ยวหลานเป็พยานเท็จได้อย่างไร?
เซี่ยจื่ออวี้คิดว่าเซี่ยต้าจวินไม่ได้เล่าเหตุการณ์ตรงกลางจนชัดเจนแจ่มแจ้งแก่เธอ เมื่อเห็นว่าหวังเจี้ยนหัวกลับมาจากไปล้างมือ ‘หลานสาวแสนดี’ ผู้เข้าอกเข้าใจคนอื่นเช่นเธอก็ไม่อาจชี้นำเซี่ยต้าจวินไปแจ้งความต่อหน้าเขาได้
เซี่ยต้าจวินก้มหน้าก้มตา ทำไมอาจารย์ใหญ่ซุนช่วยเสี่ยวหลานกล่าวคำโกหกงั้นหรือเขาคิดว่าเกี่ยวข้องกับที่เซี่ยเสี่ยวหลานเล่าถึงคนตระกูลเซี่ยว่าร้ายกาจต่อสองแม่ลูกขนาดไหนใครๆ ล้วนเชื่อว่าความในอย่านำออก แต่เซี่ยเสี่ยวหลานกลับไม่มีความกังวลเช่นนี้แม้แต่น้อยเล่าเื่ราวอะไรต่อมิอะไรอยู่เบื้องหน้าอาจารย์ใหญ่ซุนตามตรงทั้งหมด...หลังจากอาจารย์ใหญ่ซุนฟังจบก็เหมือนจะไม่สบอารมณ์เอามากๆ
เซี่ยต้าจวินคิดว่าอาจารย์ใหญ่ซุนคงสงสารเธอ
เขายังไม่เข้าใจ อาจารย์ใหญ่ขุ่นเคืองที่รู้สึกว่าตนเองโดนหลอกลวงและหลอกใช้มากกว่าต่างหากเล่า
แขนเสื้อของหวังเจี้ยนหัวเปียกชื้นเป็วงกว้าง บนกางเกงเปรอะเปื้อนรอยเืเช่นกันเช็ดอยู่ที่อ่างล้างมือตั้งนานก็ยังไม่สะอาด
เซี่ยฉางเจิงและจางชุ่ยชำระเงินที่จุดชำระเงินเสร็จก็กลับมายังห้องผู้ป่วยเซี่ยฉางเจิงคิดว่าเื่นี้จะปล่อยไปไม่ได้ จางชุ่ยรู้สึกกังวลเื่งานในร้าน ทว่าเซี่ยจื่ออวี้ยัง้ากล่อมให้เซี่ยต้าจวินแจ้งความจึงบอกว่าตนเองจะอยู่ดูแลอารอง
“ให้ฉันอยู่เถอะ หากอารองอยากลงจากเตียงเธอก็คงไม่มีแรงพยุงหรอก”
แค่ลงจากเตียงเซี่ยต้าจวินย่อมมีกำลังแน่นอน แต่คนที่ได้รับน้ำเกลือมีอัตราการเข้าห้องน้ำสูงเซี่ยต้าจวินต้องใช้แขน มือข้างหนึ่งขยับไม่ได้ มืออีกหนึ่งข้างถือขวดน้ำเกลือจะเข้าห้องน้ำอย่างไร? เซี่ยจื่ออวี้ไม่เหมาะอย่างเห็นได้ชัด หวังเจี้ยนหัวจึงเสนอตัวอยู่เอง
กลับไปไม่แน่ว่าต้องพบหน้าเซี่ยเสี่ยวหลาน เขาอยู่โรงพยาบาลจิตใจจะสงบกว่า
สีหน้าของเซี่ยจื่ออวี้สับสนไม่น้อย
เธอรู้ดีว่าหวังเจี้ยนหัวเป็บุรุษผู้กตัญญูและมีความรับผิดชอบคนหนึ่งแต่ความกตัญญูของเขาใช้กับเซี่ยต้าจวิน... คนที่เป็บิดาแท้ๆ ของเซี่ยเสี่ยวหลานก่อนความรู้สึกของเซี่ยจื่ออวี้จะไม่สับสนได้หรือ?
จางชุ่ยไม่ได้คิดอะไรมากมายขนาดนั้น ที่หวังเจี้ยนหัวดูแลเซี่ยต้าจวินนั่นก็เพราะเห็นแก่เซี่ยจื่ออวี้ไม่ใช่หรือ
จางชุ่ยอยากรีบกลับไปปรึกษากับเซี่ยจื่ออวี้สักหน่อยว่าจะสามารถคว้าโอกาสนี้ได้อย่างไรมีหวังเจี้ยนหัวอยู่ด้วยเช่นนี้แม่ลูกไม่สามารถพูดเื่บางอย่างได้จางชุ่ยชมเชยอย่างเต็มใจ “เจี้ยนหัวอารองต้องรบกวนเธอแล้ว ดูสิในร้านยังมีงานอีกเป็กอง แม่เสี่ยวหลานฟันคนเจ็บเช่นนี้ต้องมีคำอธิบายแน่พวกเรากลับไปหารือก่อนนะว่าจะทำอย่างไร!”
เซี่ยจื่ออวี้โดนดึงตัวจากไป
หวังเจี้ยนหัวและเซี่ยต้าจวินไร้ซึ่งทัศนคติเดียวกันโดยสิ้นเชิงในห้องผู้ป่วยไม่มีคนนอกอยู่แล้ว จู่ๆเซี่ยต้าจวินก็ถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“เธอและเสี่ยวหลานเคยคบหากัน ทำไมถึงมาคบกับเซี่ยจื่ออวี้ได้เล่า?”
หวังเจี้ยนหัวใบหน้าแดงก่ำ
เซี่ยต้าจวินถามถึงความลับสุดยอด หวังเจี้ยนหัวสาบานว่าเขาไม่อยากเป็ชายที่ทรยศต่อคนรักก่อนหน้านี้เขาชอบเซี่ยเสี่ยวหลานด้วยใจจริงเซี่ยเสี่ยวหลานผู้สวยใสอ่อนเยาว์ราวกับแสงสว่างที่สาดส่องมายังชีวิตชนบทอันสับสนงุนงงของเขาคนตั้งเท่าไรชอบเซี่ยเสี่ยวหลาน แต่เธอกลับถูกใจหวังเจี้ยนหัวมอบความมั่นใจให้หวังเจี้ยนหัวเป็อย่างยิ่ง
แต่ชีวิตเต็มไปด้วยอุปสรรคมากมายเหลือเกิน เขากับเซี่ยจื่ออวี้ดำเนินไปถึงจุดที่ถอยหลังไม่ได้แล้วเขายังมีตัวเลือกอื่นอีกหรือ?
“...นี่เป็ผมที่ทำเสี่ยวหลานผิดหวัง”
หวังเจี้ยนหัวก้มหน้า เอ่ยปากออกมาอย่างยากลำบาก
เซี่ยต้าจวินรู้สึกว่าไม่ได้เ็ปเพียงไหล่เท่านั้นศีรษะก็กำลังปวดเหมือนกัน
หวังเจี้ยนหัวยอมรับแล้ว!
เซี่ยเสี่ยวหลานไม่ได้โกหก อย่างน้อยก็ในเื่นี้ แล้วเื่อื่นเล่า? อีกอย่างไม่ว่าหวังเจี้ยนหัวและจื่ออวี้จะกลายเป็คู่รักกันได้อย่างไรถ้ายึดตามลำดับ ก็เป็จื่ออวี้ที่ชิงคนรักของเสี่ยวหลานไปนี่! ทว่าคำพูดของคนในครอบครัวล้วนเป็เอกฉันท์ยิ่งนักมารดาเขาด่าเสี่ยวหลานว่ายั่วยวนว่าที่พี่เขย แต่กลับไม่มีคนเสนอข้อโต้แย้งที่ยุติธรรมสักประโยค
พี่สะใภ้ใหญ่จางชุ่ยเคยไกล่เกลี่ยก็จริงคำพูดพวกนั้นเซี่ยต้าจวินยังจดจำได้ บอกว่าจื่ออวี้ไม่ถือโทษเสี่ยวหลานเลยสักนิดเดียว...จื่ออวี้แย่งชิงคนรักของเสี่ยวหลาน คนที่ควรโวยวาย เดิมทีก็ควรเป็เสี่ยวหลานไม่ใช่หรือ?!
เซี่ยต้าจวินไม่รู้เลยว่าเวลานี้ควรกล่าวอะไร
ศีรษะของเขาปวดเหลือเกิน
เขาไม่เข้าใจเื่ราวในครอบครัว และเขาไม่รู้ว่าควรโทษใคร
ถ้ามิใช่เพราะเชื่อมั่นคนในครอบครัวตอนนั้นไม่บอกให้เสี่ยวหลานขอโทษจื่ออวี้ เธอก็คงไม่นำกรรไกรจรดที่คอและติดตามหลิวหย่งจากไปเซี่ยต้าจวินโดนฟันหนึ่งหน ความเ็ปกลับทำให้สมองของเขาตื่นรู้ในแบบที่ไม่เคยเป็มาก่อนเขาตระหนักได้เมื่อสายไปแล้วเซี่ยเสี่ยวหลานและหลิวเฟินไม่มีทางกลับตระกูลเซี่ยอีกต่อไป
ต่อให้เขาเรียกตำรวจทั้งสถานีมาจับหลิวเฟินเข้าคุกเซี่ยเสี่ยวหลานก็ไม่ยินดีที่จะเป็ลูกสาวของเขา เป็ลูกสาวเขามีอะไรดีทำได้แค่อัดอั้นตันใจ เซี่ยต้าจวินรู้สึกว่าศีรษะของตนเองปวดหนักมากกว่าเดิมคนทั้งครอบครัวต่างราวกับบอกว่าตนเองอัดอั้นตันใจ ส่วนเขาไม่มีปัญญาแก้ไข!
หวังเจี้ยนหัวไม่กล้าสนทนาหัวข้อนี้กับเซี่ยต้าจวินอีกต่อไป ทนทรมานอยู่กับความเงียบงันจวบจนกระทั่งเวลาบ่ายสองโมงเซี่ยต้าจวินที่รับน้ำเกลืออยู่ก็มีท่าทางง่วงงุนแล้ว หวังเจี้ยนหัวจึงออกไปซื้อของกินสักหน่อยพอเขาหิ้วปิ่งสองอันกลับมายังห้องพักผู้ป่วย เตียงของเซี่ยต้าจวินกลับว่างเปล่า เขาเข้าห้องน้ำไปแล้วหรือ?
ขวดน้ำเกลือยังแขวนอยู่ เข็มให้น้ำเกลือยังมีเืติดอยู่ก็แกว่งไปแกว่งมาตรงนั้น
หวังเจี้ยนหัวตกตะลึง—เซี่ยต้าจวินดึงเข็มออก แอบหนีไปจากโรงพยาบาลเองเสียแล้ว?
เชิงอรรถ
[1]政审 การสืบสวนประวัติทางการเมือง คือการสืบภูมิหลังการแสดงออกทางการเมืองของบุคคลหนึ่งรวมไปถึงการสืบประวัติคดีอาญาและคดีแพ่งในการสอบเข้าหรือการรับเข้าทำงานของบางหน่วยงาน จะทำการสืบประวัติทางการเมืองก่อนหากญาติสายตรงของผู้สมัครภายในสามชั่วอายุคนมีประวัติผิดกฎหมายหรือพฤติกรรมมิชอบและหน่วยงานที่รับสมัครเห็นว่าเป็ภัยต่อหน่วยงานผู้เข้าสมัครจะถูกยกเลิกคุณสมบัติในการเรียกตัว
