ฉู่อวี้ลอบยิ้มมุมปากครู่หนึ่ง ยื่นมือไปประคองกู้โยวหนิงให้ลุกขึ้น ขมวดคิ้วมองใบหน้าดั่งดอกสาลี่ต้องหยาดฝน ดวงตาที่เดิมแลดูอบอุ่นอ่อนโยนถูกความดุดันของเขาบดบังไว้เกือบครึ่ง เมื่อจดจ้องไปยังผู้ใดมักจะให้ความรู้สึกเฉียบขาดและดุดันเสมอ ยามนี้สายตาคู่นั้นกำลังจดจ้องใบหน้างดงามที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา พานให้หวนนึกถึงเื่ราวในชาติก่อนที่คล้ายกับเพิ่งเกิดขึ้น ในตอนนั้น กู้โยวหนิงร้องไห้อยู่เบื้องหน้าตนอย่างนี้เหมือนกัน
เมื่อนึกถึงเื่นี้ มือของฉู่อวี้ที่จับอยู่บนต้นแขนของกู้โยวหนิงก็เพิ่มแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว กู้โยวหนิงเจ็บจนขมวดคิ้วแน่น นึกสงสัยว่าท่านอ๋องผู้นี้กำลังจะมาไม้ไหนกัน
แต่จู่ๆ ได้ยินเสียงแหบแห้งของฉู่อวี้เอ่ยขึ้นว่า “อย่าร้อง...”
เขาไม่้าเห็นคนผู้นี้ร้องไห้หรือเสียน้ำตาอีกต่อไป ฉุ่ยวี้ค่อยๆ ไล่เช็ดน้ำตาบนใบหน้าเล็กอย่างอ่อนโยน แต่เพราะมือหนาหยาบกร้านจากการจับดาบจับกระบี่ เมื่อัักับผิวบอบบางเนียนละเอียดจึงทิ้งรอยปื้นสีแดงไว้แทน
จริงๆ แล้วกู้โยวหนิงแกล้งทำเป็ร้องไห้ น้ำตาเ่าั้ถูกบีบออกมาเพราะอยากให้การแสดงดูน่าสงสารและสมจริง เขารู้ดีว่าในยุคนี้ไม่เหมือนกับยุคปัจจุบันที่ฆ่าคนแล้วต้องชดใช้ด้วยชีวิต คนที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้เป็ถึงท่านอ๋องที่มีฐานะสูงส่ง ถ้าอยู่ดีๆ คิดจะจัดการเขาขึ้นมาคาดว่าคงไม่ได้รับโทษอะไรด้วยซ้ำ เพราะอย่างนั้น บางครั้งบางคราว การแกล้งทำตัวอ่อนแอให้ดูน่าสงสารก็ถือเป็เื่จำเป็เหมือนกัน
แต่ตอนนี้เขารู้สึกได้ถึงฝ่ามือใหญ่ที่แสนอบอุ่นของเหวินอ๋องกำลังกอบกุมใบหน้าอันเย็นชืดของตนเอาไว้ เขาได้แต่เงยหน้ามองฉู่อวี้ด้วยความสับสนมึนงงระคนแปลกใจเป็อย่างมาก
สายตาหยาดเยิ้มและแวววาวคู่นั้นเต็มไปด้วยความใสซื่อไร้เดียงสา ดวงหน้านวลผ่องราวกับดวงจันทร์วันเพ็ญช่างงามล้ำ ทำให้ผู้คนต้องพากันหลงใหล ในท้ายที่สุด ฉู่อวี้เผลอจดจ้องเขาจนตกอยู่ในภวังค์เสียแล้ว
เขาจำได้แค่ก่อนสิ้นใจในชาติที่แล้ว กู้โยวหนิงสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ นั่งคุกเข่าอยู่ท่ามกลางลานเื ผมสีดำขลับสยายและพลิ้วไหวตามสายลม ดวงหน้างามล้ำตรึงใจ เขาไม่เคยคิดว่าคนผู้นี้จะยังมียามที่งามวิจิตรตระการตาได้ถึงเพียงนี้
เพียงมองเท่านั้น ความปรารถนาที่จะพลันถือกำเนิดขึ้น
ฉู่อวี้เกิดความละอายใจ ชาติที่แล้วเขาปฏิบัติไม่ดีต่อกู้โยวหนิงเพราะคิดว่าการอภิเษกพระชายาบุรุษเป็เื่อัปยศ ปล่อยปละละเลยกู้โยวหนิงให้อยู่ในจวนโดยไม่เคยถามไถ่สักคำ ยามนี้เขาเพิ่งจะเข้าใจว่าเขาคิดไปเองว่าการแต่งภรรยาบุรุษเป็เื่อัปยศ กู้โยวหนิงเป็ถึงบุตรชายอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย ทั้งยังรูปงามราวกับเทพจากสรวง์ ต้องมาออกเรือนกับบุรุษเช่นนี้เขาจะไม่รู้สึกอัปยศได้อย่างไรเล่า
ฉู่อวี้จดจ้องกู้โยวหนิงคล้ายมีคำพูดมากมายอยากจะเอ่ย แต่กลับไม่รู้จะเอ่ยสิ่งใดออกไป เมื่อมองโดยรอบถึงนึกได้ว่าที่นี่คือหน้าประตูจวนอัครเสนาบดี และดูจะไม่เหมาะสมเท่าใด “ที่นี่ไม่ใช่ที่จะพูดคุยกันได้ เ้าตามข้ามาเถิด”
ดวงตาคู่งามของกู้โยวหนิงสอดส่องไปมา การจะใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในยุคสมัยนี้นี่ช่างยากเสียจริง ตอนนี้เขาอาศัยอยู่ในจวนอัครเสนาบดี ต่อให้พยายามใช้สมองระดมความคิดจนไม่ต้องแต่งเข้าจวนอ๋อง แค่ตราบใดที่ยังมีนางแม่มดนั่นอยู่ ชีวิตในวันข้างหน้าของเขาก็ไม่มีทางสงบสุขอยู่ดี ครั้นคิดทบทวนเื่นี้อยู่หลายครา จากนั้นก็เงยหน้ามองแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักใคร่ของฉู่อวี้อย่างใช้ความคิด กู้โยวหนิงขมวดคิ้วพร้อมทั้งคิดว่าในเมื่อเป็อย่างนี้ เขาก็ควรฉวยโอกาสตอนนี้เข้าไปเกาะขาขออาศัยบารมีเหวินอ๋อง หากวันหน้าท่านอ๋องผู้นี้ได้สืบราชสมบัติ ก็เท่ากับกลายเป็ฮ่องเต้ ถึงเวลานั้นเื่ราวทุกอย่างคงคลี่คลาย เขาจะได้มีโอกาสกลับมาเจอกับเหล่าหญิงงามในยุคโบราณอีกครั้งสักที
คิดมาถึงตรงนี้ กู้โยวหนิงก็ส่งยิ้มประจบสอพลอให้ฉู่อวี้ในทันที ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันและตอบรับคำเหวินอ๋อง
ชานเมืองฉางอันมีแม่น้ำเล็กๆ ไม่ทราบชื่ออยู่สายหนึ่ง น้ำในแม่น้ำนี้ใสจนสามารถมองเห็นเบื้องล่าง บนฝั่งเต็มไปด้วยบุปผาในฤดูใบไม้ผลิที่กำลังแข่งกันออกดอกผลิบาน มวลบุปผาสะท้อนกับแสงอาทิตย์ยามกำลังจะลับขอบฟ้า เป็ภาพที่งดงามจนผู้พบเห็นอดที่จะอุทานออกมาไม่ได้
ฉู่อวี้ให้เหล่าองครักษ์คอยตามอยู่ห่างๆ ตนและกู้โยวหนิงจูงม้าเดินเล่นตามริมแม่น้ำอยู่เบื้องหน้า จิตใจที่เดิมกระวนกระวายถึงคราวสงบลงเสียที
เเต่หัวใจของกู้โยวหนิงราวกับว่ามีคนกำลังตีกลองอยู่ เหวินอ๋องหมายความว่าอย่างไรกันแน่ เดินมาตั้งนานแต่ดันไม่พูดอะไรสักคำ ไม่ใช่เพราะว่าเมื่อครู่อยู่หน้าประตูจวนจึงลงมือไม่สะดวกถึงพาเขามาที่ป่ารกร้างอย่างนี้ แล้วจัดการกำจัดปัญหาอย่างเขาด้วยการฟันฉับในดาบเดียวสินะ
……
กู้โยวหนิงยิ่งคิดยิ่งกลัว เมื่อครู่เขาต้องไม่มีสมองแล้วแน่ๆ ถึงคิดจะไปอาศัยบารมีเหวินอ๋อง ตอนนี้ท่านอ๋องต้องเกลียดเขาจนจะตายอยู่แล้วแน่ๆ
ฉู่อวี้สังเกตเห็นถึงความร้อนรนใจของกู้โยวหนิง ไหนจะยังหยุดเดินอย่างน่าประหลาดใจ ครั้นกำลังจะเอ่ยปากถามไถ่ด้วยความเป็ห่วง กู้โยวหนิงกลับยื่นมือมากุมมือเขาเสียก่อน กล่าววาจาระรัวออกมาหมื่นพันคำ แต่สรุปใจความได้เพียงแค่ประโยคเดียวว่า...
