เมื่อได้รับโทรศัพท์จากไป๋อวิ๋นซี เย่ฝานก็รีบไปที่โรงแรมทันที
“ฉันไม่ได้มาสายใช่ไหม” เย่ฝานเดินเข้าไปในห้องอาหารอย่างเร่งรีบ
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝานแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยว่า “ไม่สายหรอก อาหารเพิ่งมาเสิร์ฟเอง มาถึงก่อนก็ไม่เท่ามาได้จังหวะพอดี!”
เย่ฝานกะพริบตาแล้วพูดว่า “ฉันโชคดีจังเลย”
“นายไปทำอะไรมาเหรอ!” ไป๋อวิ๋นซีถามด้วยความสงสัย
“อ่อ ฉันไปทำธุรกิจมา แต่พอฉันไปถึงก็พบว่ามีคนทำอยู่ก่อนแล้ว ฉันก็เลยไม่อยากแย่งลูกค้ากับคนแก่ ถึงเขาจะดูถูกฉันแต่เขาอายุปูนนั้นแล้ว ยังต้องมาหาเช้ากินค่ำแบบนี้! น่าสงสารจริงๆ นายรู้ไหมว่าเถ้าแก่คนนั้นท่าทางเหมือนคนรวยไร้สมองที่ถูกหลอกได้ง่ายๆ” เย่ฝานกล่าว
ไป๋อวิ๋นซี “…” คนรวยไร้สมองที่ถูกหลอกได้ง่าย?
“นายไปทำธุรกิจอะไร?” เซี่ยวฉือเอ่ยถาม
“เป็โครงการก่อสร้างตึกครับ แต่มีผีออกมาอาละวาด ชุมชนที่อยู่รอบๆ ก็โดนผีหลอกไปด้วย!”
“นายดูออกไหมว่าปัญหาเกิดจากอะไร?” ไป๋อวิ๋นซีถาม
“ฉันรู้ว่าเกิดจากอะไร แต่ว่าเถ้าแก่คนนั้นเห็นฉันเป็นักต้มตุ๋น ฉันจะไม่สนใจเขาอีกแล้ว! เว้นแต่ว่าเขาจะเอาเงินเป็กองมาเชิญ ก็ค่อยว่ากันอีกที” เย่ฝานพูด
เซี่ยวฉือมองเย่ฝานพูดอย่างไม่พอใจว่า “เงินไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง นายก็อย่าโลภนักเลย...”
เย่ฝานหันไปมองเซี่ยวฉือ แล้วตอบกลับไป “ผมจะหาเงินไปแต่งเมียนี่ครับ คุณตาอยากให้ผมเป็ผู้ชายที่เกาะเมียกินเหรอ! อย่างนั้นก็ได้นะ!”
เซี่ยวฉือ “…”
เซี่ยวฉือมองหน้าเย่ฝานก็รู้สึกโมโห เขาจึงรินเหล้าให้เย่ฝานเกือบเต็มแก้ว เย่ฝานนี่ก็เป็คนไม่มีสมอง พอหลังจากเซี่ยวฉือยกแก้วเชิญดื่มเหล้า เขาก็เอาแต่ดื่ม ตาเฒ่าเซี่ยวดื่มไปไม่เท่าไร แต่เย่ฝานกลับดื่มอย่างไม่บันยะบันยัง
“คุณตาครับ! หยุดรินเหล้าให้เขาเถอะครับ เขาดื่มจนเมาแล้ว” ไป๋อวิ๋นชีพูด
เซี่ยวฉือมองเย่ฝานอย่างเบื่อหน่าย เหมือนว่าเย่ฝานจะเมาแล้วจริงๆ แก้มแดงระเรื่อ ดวงตาใสแจ๋ว ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มสดใส ดูไปแล้วน่ารักไม่เบา
“เมียจ๋า” เย่ฝานมองไป๋อวิ๋นซี ปรากฏรอยยิ้มสดใสขึ้นบนใบหน้า เผลอแวบเดียวเขาก็กระโจนเข้าหาไป๋อวิ๋นซี
ไป๋อวิ๋นซีถูกเย่ฝานกระโจนใส่จนล้มลงไปกับพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
ตอนแรกไป๋อวิ๋นซีคิดจะหลบ แต่ดูแล้วยังไงก็หลบไม่ทัน เย่ฝานที่ดื่มจนเมามาย มีแรงเพิ่มขึ้นมาก ไม่ว่าอย่างไรไป๋อวิ๋นซีก็สลัดไม่หลุด
“เมียจ๋า ขอหอมหน่อย!” เย่ฝานหอมแก้มของไป๋อวิ๋นซีดังฟอด
เซี่ยวฉือสูดหายใจเข้าลึกๆ ไฟโกรธในใจค่อยๆ ลุกโชน! เย่ฝานไอ้คนเลว! พอเมาแล้วมาข่มเหงคนอื่นแบบนี้ ไอ้สารเลวนี่ แย่มาก
“ไอ้สารเลว ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!” เซี่ยวฉือเข้าไปดึงเย่ฝาน แต่ดึงยังไงก็ดึงไม่ออก
เย่ฝานราวกับเจอของเล่นที่ถูกใจ จึงหอมแก้มของไป๋อวิ๋นซีอีกหลายครั้ง
…
ณ บ้านตระกูลจาง
“กลับมาแล้วเหรอคะ? ปัญหาคลี่คลายหรือยังคะ?” เดิมทีหนิงซวงจะไปพบเย่ฝานพร้อมกับจางซือเลี่ยง แต่ระหว่างทางมีธุระด่วนเข้ามาจึงต้องแยกไปก่อน
จางซือเลี่ยงส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ยังไม่คลี่คลาย เ้าบัดซบหวังจิ่งสือนั่นดันเชิญซินแสมาอีกคน เ้าหมอนั่นตอนแรกทำท่าเหมือนไม่เชื่อคุณชายเย่เท่าไรนัก เื่นี้น่าจะทำให้คุณชายเย่โกรธ”
หนิงซวงส่ายหน้าพลางพูดว่า “หมอนี่ตาไม่มีแววเลยจริงๆ แต่ว่าเื่นี้จะโทษหวังจิ่งสือทั้งหมดก็ไม่ได้” ก็เหมือนที่เย่ฝานเคยพูด คนที่ตามีแววรู้จักของดีในโลกนี้มีน้อยเกินไป
“หลังจากนั้นคุณชายเย่ก็แสดงฝีมือออกมา แต่ว่าพอคุณชายไป๋โทรมาเท่านั้นแหละ เขาก็ขอตัวไปเดตกับคุณชายไป๋ แล้วทิ้งงานตรงหน้าอย่างไม่สนใจไยดีเลย” จางซือเลี่ยงกล่าว
หนิงซวงพยักหน้า แล้วพูดว่า “ในเมื่อประธานหวังเชิญซินแสมาอีกคน อย่างนั้นก็ช่างมันเถอะค่ะ”
“ฉันว่าเื่นี้ช้าเร็วยังไงก็ต้องขอความช่วยเหลือจากเย่ฝานอยู่ดี ซินแสที่หวังจิ่งสือเชิญมา ดูยังไงก็เป็ของปลอม” ความสามารถของเย่ฝานเคยประจักษ์แก่สายตาเขามาแล้ว มันแตกต่างจากพวกซินแสสิบแปดมงกุฎอย่างสิ้นเชิง
“มันเกิดอะไรขึ้นกับรถของคุณคะ?”
“รถของฉันเกิดอะไรขึ้นเหรอ?” จางซือเลี่ยงถามอย่างไม่เข้าใจ
“ฝ่าไฟแดงสามครั้ง ขับรถเร็วเกินกำหนด และยังจอดในที่ห้ามจอด ตอนนี้รถถูกตำรวจยึดไปแล้วนะคะ” หนิงซวงกล่าว
จางซือเลี่ยงเอามือกุมหน้าผากด้วยความปวดหัว ก่อนพูดว่า “ฉันเอารถให้เย่ฝานยืมไปน่ะ”
หนิงซวง “…” ที่แท้ก็เป็เช่นนี้ หล่อนคิดอยู่แล้วว่าจางซือเลี่ยงเป็คนเคารพกฎจราจรมาโดยตลอด เห็นข้อความแจ้งการละเมิดกฎจราจรส่งเข้ามาที่โทรศัพท์มือถือของหล่อนหลายข้อความ ทำให้หล่อนเข้าใจผิดคิดว่าจางซือเลี่ยงโดนของเข้าอีกแล้ว
…
หวังจิ่งสือนั่งอยู่บนรถมองจางซือเลี่ยงด้วยความกังวลใจ เขาเอ่ยถามว่า “ประธานจาง นายคิดว่าคุณชายเย่จะช่วยฉันไหม!”
จางซือเลี่ยงมองหวังจิ่งสือแล้วตอบไปว่า “น่าจะช่วยนะ เื่มันก็มาขนาดนี้แล้ว นายไม่ต้องเสียเวลาสร้างความสัมพันธ์กับคุณชายเย่หรอก ใช้ไม้ตายเลยจะดีกว่า นายเอาเงินจำนวนมากมามอบให้ ยังไงคุณชายเย่ต้องรับปากอยู่แล้ว”
หวังจิ่งสือ “…” ทำแบบนี้จะได้ผลเหรอ?
่นี้จางซือเลี่ยงมีชีวิตที่ดีมาก สลัดหญิงไปหนึ่งคนก็ได้กลับมาอีกหนึ่งคน ได้กลับมาครองคู่กับคนรักเก่า สองสามีภรรยารักใคร่กลมเกลียว กิจการก็เจริญรุ่งเรืองขึ้นทุกวัน
คนวงในบอกว่าก่อนหน้านี้ที่จางซือเลี่ยงโดนของ มีซินแสให้คำชี้แนะแก่เขา จึงสามารถแก้ไขเื่ผิดพลาดในอดีตมาได้ เื่นี้เป็ที่ร่ำลือไปทั่ว แต่ก็มีคนไม่น้อยที่ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
พอหวังจิ่งสือเกิดปัญหาจึงคิดถึงจางซือเลี่ยงขึ้นมา แต่ว่าไก่ไม่สามารถวางไข่ในตะกร้าเดียวกันได้ พอดีมีคนแนะนำซินแสโจวให้กับเขา เขาจึงเชิญซินแสโจวมาด้วยอีกคน
คนที่จางซือเลี่ยงพามาดูท่าทางเหมือนนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ยังเรียนไม่จบ ท่าทางดูไม่เหมือนซินแสเลยสักนิด หวังจิ่งสือย่อมต้องมองข้ามเขาอยู่แล้ว
“คุณชายเย่คงจะไม่คิดเล็กคิดน้อยเื่ที่ฉันเมินเฉยต่อเขาใช่ไหม” หวังจิ่งสือถาม
จางซือเลี่ยงขมวดคิ้วแล้วตอบว่า “ประธานหวัง นายอาจเห็นว่าคุณชายเย่ดูท่าทางเหมือนจะไม่มีฝีมือ แต่เขานี่แหละคือยอดคนที่แท้จริง! ผมว่าคุณนี่ก็ช่างเหลือเกิน”
หวังจิ่งสือหัวเราะด้วยความประหม่า “ฉันไม่ดีจริงๆ มีตาหามีแววไม่!”
หวังจิ่งสือนึกในใจว่าเื่นี้จะโทษเขาฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ ไม่ว่าใครก็ตามที่เห็นเย่ฝานและซินแสโจวย่อมต้องรู้สึกว่าซินแสโจวดูเหมือนซินแสมากกว่า
หวังจิ่งสือขับรถไปถึงเขตที่พักอาศัย
“คุณชายเย่อยู่ที่นี่เหรอ? ที่นี่ทำเลไม่เลวเลยนะ!” หวังจิ่งสือกล่าว
จางซือเลี่ยงพยักหน้าแล้วพูดว่า “คฤหาสน์หลังนี้เดิมทีเป็บ้านผีสิง คุณชายเย่ซื้อมาในราคาสามล้านหยวน”
หวังจิ่งสือ “…” บ้านผีสิง! บ้านที่อาจารย์เย่อยู่ช่างแตกต่างจริงๆ
…
หวังจิ่งสือเคาะประตู ชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบปีคนหนึ่งเดินมาเปิดประตู ดวงตาข้างหนึ่งของชายหนุ่มมีรอยเขียวช้ำเหมือนกับโดนคนชก ดูไปแล้วน่าอนาถอยู่ไม่น้อย
หวังจิ่งสือมองชายหนุ่ม พลางถามด้วยความตื่นเต้นว่า “คุณ… คุณคือซินแสของเขาหลงหู่?”
จางเซวียนมองหวังจิ่งสือแล้วถามกลับ “คุณรู้จักผมด้วยเหรอ?”
หวังจิ่งสือยิ้มแล้วเล่าว่า “ก่อนหน้านี้ผมเห็นคุณที่งานเลี้ยงบ้านตระกูลไป๋” ไป๋ซื่อหยวนจัดงานเลี้ยงวันเกิด คนของเขาหู่หลงก็มาร่วมงานด้วย เพียงแต่หวังจิ่งสือหาโอกาสเข้าไปพูดคุยกับเขาไม่ได้ เขาไม่นึกเลยว่าจะได้พบกับคนของเขาหลงหู่ที่บ้านของเย่ฝาน
“ซินแสจาง หน้าของคุณ?” จางซือเลี่ยงอดถามออกไปไม่ได้
“เย่ฝานเป็คนต่อย หมอนั่นกำลังนอนหลับ แถมยังบอกอีกว่า ใครกล้ามารบกวนการนอนหลับของเขา คนนั้นก็จะต้องโดนตีเหมือนหมู!” จางเซวียนกล่าวด้วยความประหม่า
“ที่แท้ก็เป็อย่างนี้นี่เอง” หวังจิ่งสือรู้สึกตื่นตระหนกไม่เบา จางเซวียนเป็คนของเขาหลงหู่! แต่เย่ฝานก็ยังกล้าทำร้าย ดูจากท่าทางของจางเซวียนแล้ว โดนตีอย่างนี้ก็ไม่รู้จะกู้หน้ากลับมายังไง
“คุณชายเย่ ทำไมหลับถึงป่านนี้ก็ยังไม่ตื่นนะ?” จางซือเลี่ยงถามอย่างสงสัย
จางเซวียนเหลือบตามองบนพร้อมพูดว่า “ใครจะไปรู้ล่ะ บางทีตอนกลางวันเขาอาจมีกิจกรรมต้องทำเยอะแยะ ก็เลยนอนไม่พอไงล่ะ!”
…
ณ บริษัทเจาซี
“วันนี้ท่านประธานไป๋ไม่เข้าบริษัท ได้ยินว่าไม่สบาย”
“นึกไม่ถึงเลยว่าท่านประธานไป๋จะขาดงานได้ เขาเป็คนที่ทุ่มเทสุดชีวิตให้กับการทำงานมาตลอด”
“ถึงท่านประธานไป๋จะเก่งยังไง แต่ก็ล้มป่วยเป็นี่นา คนเราพอไม่สบาย ร่างกายก็จะพลอยอ่อนแอไปด้วย”
“ไม่รู้ว่าท่านประธานไป๋ป่วยเป็อะไรมากหรือเปล่านะ”
…
ณ อะพาร์ตเมนต์ของไป๋อวิ๋นซี
ไป๋อวิ๋นเฟยเคาะประตู “น้องเล็ก พี่โทรไปที่บริษัท คนของบริษัทบอกว่านายไม่สบาย? ร้ายแรงไหม? ทำไมถึงไม่ไปหาหมอ”
ไป๋อวิ๋นซีหลบอยู่หลังประตูและะโออกไปว่า “พี่ ไม่ต้องเป็ห่วงผม ผมป่วยเล็กน้อยเท่านั้น นอนหลับก็หายแล้ว”
ไป๋อวิ๋นเฟยกล่าวต่อด้วยความกังวล “ป่วยเล็กน้อย? จากนิสัยของนายแล้ว ป่วยแค่เล็กน้อยแต่ไม่ไปบริษัท แสดงว่ามันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ นายอย่าแบกรับปัญหาไว้คนเดียวนะ”
ไป๋อวิ๋นซีพูดอย่างติดรำคาญ “พี่อย่ามายุ่งกับผม พี่ไปเถอะ”
น้ำเสียงของไป๋อวิ๋นซีช่างเ็านัก ไป๋อวิ๋นเฟยได้แต่บ่นพึมพำไม่กี่ประโยคก็จากไป
เมื่อรู้สึกว่าไปอวิ๋นเฟยจากไป ไป๋อวิ๋นซีจึงหยิบกระจกมาส่องดู
เมื่อเห็นเงาของตัวเองในกระจก ไป๋อวิ๋นซีก็รีบโยนกระจกทิ้งด้วยความโกรธ กระจกถูกปาจนแตกเป็เสี่ยงๆ
“เย่ฝาน! คนสารเลว!”
เมื่อวานหลังจากเย่ฝานดื่มเหล้าจนเมามาย ก็นอนทับเขาไว้กับพื้นแล้วหอมเขาไม่หยุด หมอนั่นดูตัวไม่ใหญ่นัก แต่ตัวหนักอย่างกับช้าง ผลักยังไงก็ผลักไม่ออก
หมอนี่เห็นเขาเป็ขาหมูหรือยังไง? ทั้งแทะทั้งกัด พอลูบรอยกัดบนหน้าตัวเอง ไป๋อวิ๋นซีรู้สึกโกรธแค้นมาก
เมื่อคืนรอจนกว่าเย่ฝานจะสงบลง ใบหน้าของเขาก็น่าเวทนาจนดูไม่ได้ ตอนที่ออกจากโรงแรม ไม่รู้ว่าจะมีคนเห็นเข้าหรือเปล่า
…
ณ บ้านตระกูลเซี่ยว
เซี่ยวฉือเดินไปเดินมาอยู่ในบ้าน เดี๋ยวก็โมโห เดี๋ยวก็กัดฟัน
“คุณเป็อะไรไปคะ! เมื่อวานคุณเชิญเย่ฝานมากินข้าวด้วยไม่ใช่เหรอ? เ้าหมอนั่นก่อเื่อะไรอีกล่ะ?”
“ไอ้สารเลวนั่น! มันต้องเจตนาแน่ๆ”
คุณนายเซี่ยวถามอย่างไม่เข้าใจ “เจตนา เจตนาเื่อะไรคะ?”
เซี่ยวฉือโบกมือปฏิเสธว่า “ไม่มีอะไร!”
คุณนายเซี่ยวมองเซี่ยวฉืออย่างไม่สบอารมณ์ “คุณมีนิสัยแย่ๆ แบบนี้ั้แ่เมื่อไรกัน! พูดจาอะไรก็ชอบพูดแค่ครึ่งเดียวแล้วก็ไม่พูดต่อ”
“เย่ฝานเ้าคนไร้ประโยชน์!” เซี่ยวฉือพูดพร้อมกำหมัดแน่น
คุณนายเซี่ยวมองเซี่ยวฉือแล้วพูดว่า “ทำไมคุณไม่ลองพูดกับเขาดีๆ ดูล่ะ ถึงแม้หมอนั่นจะชอบก่อความวุ่นวายอยู่บ้าง แต่เวลาปกติก็เชื่อฟังอยู่ไม่น้อย”
เซี่ยวฉือ “…” พูดไม่ผิด เวลาปกติเย่ฝานนับว่าเป็เด็กว่าง่าย แต่ถ้าไม่ปกติขึ้นมาก็กลายเป็อีกคนไปเลย
เ้าเด็กเปรตนั่น กล้าจูบอวิ๋นซีต่อหน้าต่อตาเขา ไอ้คนไร้มโนธรรม
“เมื่อคืนเขาดื่มเหล้าจนเมา” เซี่ยวฉือกล่าว
คุณนายเซี่ยวพูดด้วยความไม่พอใจ “ดีจังเลยนะ คุณดื่มกับเขาเยอะขนาดนั้นทำไมกัน ไม่รู้เหรอว่าดื่มเหล้าจนเมาจะทำให้เกิดเื่วุ่นวายได้”
เซี่ยวฉือ “…” สรุปแล้วมันเป็ความผิดของเขาแท้ๆ!
