“ก็ถือว่าไม่ได้โง่เกินไปนะ” เหยียนจิ่งจื้อเครียดเพราะพนักงานที่าเ็พวกนั้น ตอนนี้ถึงค่อยผ่อนคลายลง “เธอเกลียดข่าวพวกนั้นของฉันไม่ใช่หรือ ก็ถือโอกาสนี้เคลียร์มันไปก็ได้แล้ว”
“แต่ฉันยังไม่ได้คิดดีๆ เื่จะเป็ผู้หญิงของคนดังเลยนะ” เนี่ยเซิงเสี่ยวกำลังลังเล ถึงตอนที่ทิ้งเหยียนจิ่งจื้อไปเมื่อเจ็ดปีก่อน ตอนนั้นเขายังไม่ถือว่าเป็คนดัง ยังไม่ได้ทำให้บริษัทเฉินตงยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ในตอนนั้นยังเป็แค่บริษัทเล็กๆ ในประเทศเท่านั้น ชื่อเสียงก็ยังอยู่แค่ในเมือง
แต่ในตอนนี้ไม่เหมือนกัน เขากลายเป็คนที่โด่งดังไปแล้ว จะก้าวไปที่ไหนก็ทำให้ทั้งเมือง H สั่นะเืได้ เป็คนที่เหล่าสาวสวยต่างพากันชื่นชม จนกระทั่งมีคนสร้างกลุ่มแฟนคลับในเวยป๋อ จำนวนแฟนคลับก็เพิ่มขึ้นเป็พัน
ในใจของเนี่ยเซิงเสี่ยวยังสงสัยอยู่นิดหน่อยว่าความนิยมของเขาจะลดลงเพราะเปิดเผยความสัมพันธ์ของพวกเราหรือเปล่า? แบบนั้นก็น่าปวดใจอยู่นะ
“เสี่ยวเสี่ยว เธอดูถูกตัวเองแล้ว” เหยียนจิ่งจื้อหัวเราะเสียงต่ำ
“นาย!” เนี่ยเซิงเสี่ยวขมวดคิ้ว ถึงแม้นิสัยเธอจะนุ่มนิ่มแต่ว่าข้างในก็ยังซ่อนความดื้อด้านเอาไว้ ใครก็ดูถูกเธอไม่ได้ ใครก็ไม่สามารถดูถูกคนข้างกายของเธอด้วย ก็เหมือนกับเมื่อตอนนั้นมีคนบอกว่าเธอไม่เหมาะสมกับเหยียนจิ่งจื้อ เมื่อพูดมากขึ้นเธอก็โกรธแล้วยกน้ำเย็นสาดไปที่คนคนนั้นจนเปียกไปั้แ่หัวจรดเท้า ในวันที่อากาศหนาวคนคนนั้นยืนตะลึงอยู่ตรงหน้าเนี่ยเซิงเสี่ยวลิ้มรสความเย็นไปถึงหัวใจเป็ครั้งแรก
ต่อมาเนี่ยเซิงเสี่ยวก็ไม่กล้าพูดกับเหยียนจิ่งจื้อไปหลายวัน จนกระทั่งทนไม่ไหวเลยไปถามเขาว่าตัวเองนิสัยแย่มากใช่ไหม เหยียนจิ่งจื้อถึงกับหัวเราะเ้าเล่ห์แล้วพูดกับเธออย่างใจดำว่า “ฉันไม่ชอบขี้หน้าคนคนนั้นมานานมากแล้ว เสี่ยวเสี่ยวฉันเป็แฟนคลับที่คลั่งไคล้เธอจนไร้สมองนะ”
สำหรับนิสัยของเนี่ยเซิงเสี่ยว เหยียนจิ่งจื้อรู้ดีที่สุดแล้ว ดังนั้นตอนนี้เขาถึงได้พูดยั่วโมโหเธอ และเป็อย่างที่คิด เนี่ยเซิงเสี่ยววางสายเสร็จก็เริ่มแต่งหน้าเลือกเสื้อผ้า พลางดูโจ๊กข้าวเหนียวในหม้อไปก็คิดว่าใส่เสื้อตัวไหนถึงจะเข้าชุดกับเหยียนจิ่งจื้อไป
สุดท้ายพอเห็นรถที่เหยียนจิ่งจื้อส่งมารับเธอก็หัวเราะออกมา พวกเขาจะใส่ชุดอะไรก็เข้ากันมาก เื่นี้มันชัดเจนมากอยู่แล้วไม่ใช่หรือ? ใบหน้าขาวแต้มสีแดงระเรื่อเพราะความตื่นเต้น ผมยาวสวยที่ถูกเซ็ตให้ดูเด็กทำให้ตัวเธอนั้นมีเสน่ห์และน่ารักมาก
เนี่ยเซิงเสี่ยวมองตัวเองในกระจกด้วยความพอใจ ตอนที่ลงจากตึกมาก็ส่งข้อความไปหาเหยียนจิ่งจื้อว่า ที่รัก ฉันมาถึงแล้ว
มองตัวหนังสือไม่กี่ตัวก็สามารถเห็นได้ถึงความตื่นเต้นในใจของเธอได้ เหยียนจิ่งจื้ออดที่จะยกยิ้มมุมปากไม่ได้ มือกำหมัดแน่น ความรู้สึกที่จับความสุขเอาไว้ได้นี้เขาไม่ได้ััมันมานานมากแล้ว จนกระทั่งรู้สึกเสียใจทีหลังว่า ถ้าหากตอนนั้นเขาพูดยั่วโมโหเนี่ยเซิงเสี่ยวแบบนี้ เธอก็คงไม่ทิ้งเขาไปอย่างไร้เยื้อใยแล้วใช่ไหม?
จินเป้ยน่ามองสีหน้าเศร้าสร้อยของบอสตัวเองด้วยความแปลกใจ เดี๋ยวยิ้ม เดี๋ยวจมกับความคิด จากนั้นก็ผ่อนคลาย ความจริงแล้วก่อนที่จะได้เจอกับเนี่ยเซิงเสี่ยว เธอเคยสงสัยว่าบอสเหยียนของเธอจะเป็โรคหน้าตาย ตอนนี้เธอไม่สามารถสงสัยมันได้ต่อไปแล้ว
แค่กๆๆๆ…จินเป้ยน่าไม่อยากจะรบกวนผู้ชายที่จมอยู่ในห้วงแห่งความสุขสักเท่าไร แต่นักข่าวด้านนอกรอจนร้อนใจแล้ว เธอจึงอดที่จะพูดเตือนเหยียนจิ่งจื้อไม่ได้ “ท่านประธานคะ จะเริ่มงานแถลงข่าวเลยไหมคะ?”
เหยียนจิ่งจื้อถึงได้กลับสู่ท่าทางเ็าแบบปกติ มองไปยังเธอก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่งานแถลงข่าว เดินไปได้สองก้าวก็หันกลับมากำชับ “อีกเดี๋ยวเซิงเสี่ยวจะมา เธอก็ให้คนมาส่งเซิงเสี่ยวที่นี่”
จินเป้ยน่าพยักหน้า “ได้ค่ะ ถ้าหากคุณนายมาถึงแล้วจะแจ้งให้ทราบค่ะ”
เหยียนจิ่งจื้อที่เตรียมตัวจะเปิดประตูหลังเวที พอได้ยินคำว่า “คุณนาย” การกระทำของเขาก็หยุดลงกะทันหัน ชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด
คิดไปแล้วการแต่งงานของพวกเขาก็เป็แบบหลบๆ ซ่อนๆ ในตอนนั้นเขากำลังคิดจะจัดงานแต่งงานที่ทำให้เธอลืมไม่ลง แต่เธอกลับฉีกทะเบียนสมรสทิ้งแล้วหนีไป จนกระทั่งตอนนี้จึงมีแค่ไม่กี่คนที่รู้ว่าเขาแต่งงานไปแล้ว “คุณนายเหยียน” คำเรียกนี้เขาก็ยังไม่เคยได้ยินจากใคร จู่ๆ มาได้ยินตอนนี้ก็รู้สึกว่าคำเรียกนี้น่าฟังยิ่งกว่าคำไหนๆ เขากำลังคิดว่าต่อไป ก็ให้เรียกแบบนี้ไปเลยแล้วกัน
“ท่านประธานคะ?” เมื่อเห็นว่าจู่ๆ เขาก็หยุดฝีเท้าลง จินเป้ยน่าก็ร้องเรียก
“ไม่มีอะไร เหมือนจะไม่ได้เพิ่มเงินเดือนให้เธอมานานแล้ว” เหยียนจิ่งจื้อพูดจบก็เปิดประตูเดินเข้าไปในงานที่มีนักข่าวรออยู่เต็มไปหมด
จินเป้ยน่าเมื่อได้สติกลับมาก็มองไปยังนักข่าวตัววุ่นด้านนอกแล้วก็รู้สึกว่าชีวิตเธอเปลี่ยนมาน่ารักขึ้นบ้างแล้ว เฮ้อ เพื่อเทพเ้าแห่งเงินทองอย่างเนี่ยเซิงเสี่ยวแล้ว เธอเองก็จะต้องตั้งใจทำงาน พลางคิดว่าตอนที่ไปรับเธอ ควรจะซื้อดอกไม้สักช่อไปเอาใจดีไหมนะ?
“ประธานเหยียน คุณสามารถอธิบายรายละเอียดการะเิเมื่อคืนที่ทำให้เกิดการาเ็ของผู้คนได้ไหมครับ” ยังไม่ทันได้เริ่มงานอย่างเป็ทางการ ก็มีนักข่าวเริ่มถามแล้ว โอกาสที่เหยียนจิ่งจื้อมาเผชิญหน้ากับสื่อมวลชนแบบวันนี้เป็อะไรที่หาได้ยากมาก ใครๆ ก็อยากจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ข่าวเป็คนแรก การได้ฟังเป็คนแรกก็ถือว่านั่นเป็ความสำเร็จที่มากแล้วเหมือนกัน
กระดุมเสื้อเชิ้ตของเหยียนจิ่งจื้อถูกปลดไปสองเม็ดเผยให้เห็นผิวที่ดูเรียบ ขาวสะอาด เขาดึงแขนเสื้อขึ้นเบาๆ พกสายตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจก่อนจะนั่งลง นักข่าวหญิงที่อยู่ด้านล่างเวทีในตอนนั้นต่างพากันกรีดร้องอยากได้เขาในใจ
ไม่เคยเจอเ้านายที่ยังมีออร่ายิ่งใหญ่ทั้งๆ ที่เกิดเื่ไม่ดีแบบนี้ขึ้นมาก่อน
กลับเหมือนดาราในวงการบันเทิงที่เข้ามาเจอแฟนคลับของตัวเองในงานแฟนมีตติ้ง
หลังจากเหยียนจิ่งจื้อนั่ง สองตาก็มองไปยังวิศวกรที่อยู่ด้านซ้ายของตัวเอง วิศวกรกระแอมออกมาเบาๆ ก่อนจะเปิดปากอธิบายผลสรุปการตรวจสอบเหตุการณ์ะเิ ว่ามันไม่ได้เกิดจากการเติมสารลงผลิตภัณฑ์ แต่เป็วัตถุดิบล็อตใหม่ที่เพิ่งจะเอาเข้าโรงงานมา
จากนั้นวิศวกรก็เปิดภาพจากกล้องโทรศัพท์ แม้แต่กล้องจุลทรรศน์ก็เอาออกมา ด้านข้างก็ไม่รู้ว่าเหยียนจิ่งจื้อไปเชิญดอกเตอร์ผู้เชี่ยวชาญมาั้แ่เมื่อไร แถมยังเป็นักชีววิทยาที่เพิ่งจะได้รางวัลการวิจัยมาหมาดๆ และได้ทำการเคลียร์ประเด็นต่างๆ จนครบ สิ่งไหนที่้าหลักฐานก็มีหลักฐานให้ อันไหน้าเหตุผลก็มีให้ ขนาดเื่ผู้มีอำนาจอะไรก็มีหมด
เหยียนจิ่งจื้อทำแค่นั่งเฉยๆ ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ โรงงานะเิที่เต็มไปด้วยอันตรายในตอนนี้ได้เปลี่ยนมาเป็ดอกบัวที่ได้รับาเ็ สื่อต่างแสดงความสงสารและเห็นใจต่อบริษัทเฉินตง
สุดท้ายเหยียนจิ่งจื้อก็รับไมโครโฟนมา “รบกวนช่วยเงียบหน่อยครับ”
เสียงทุ้มนุ่มแต่กลับดุดันมาก แฝงไปด้วยพลังพิเศษบางอย่าง ทำให้เสียงที่แอบพูดคุยกับเงียบลง โดยเฉพาะผู้หญิงทุกคนที่นี่ที่พากันหน้าแดง เพราะั้แ่ต้นจนถึงตอนนี้พวกเธอไม่ได้ยินเสียงเขาพูดออกมาสักคำ ตอนนี้ที่เขาเปิดปาก นั่นทำให้พวกเธออยากจะเอามือปิดปากคนข้างๆ จริงๆ
เหยียนจิ่งจื้อหัวเราะออกมา ในตอนที่จะเอ่ยปากพูด จินเป้ยน่าก็ยื่นหน้าเข้ามาพูดข้างหูเขา พูดอะไรก็ไม่รู้ทุกคนฟังไม่ค่อยชัด แต่หลังจากที่เหยียนจิ่งจื้อได้ยินทุกคนก็เห็นเขายิ้ม อ่อนโยนมากราวกับแสงอาทิตย์ ทำให้ทุกคนอดที่จะตะลึงค้างไปไม่ได้
“สำหรับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ผมที่เป็ตัวแทนของบริษัทเฉินตงขอแสดงความเสียกับทุกคนที่ทำให้คนได้รับาเ็ถึงสามสิบคน ค่ารักษาพยาบาลผมจะเป็คนรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว รวมถึงพวกเขาสามารถทำงานที่นี่ต่อได้ตามปกติ นอกจากนี้หลังจากเื่ในวันนี้ผ่านไปผมก็ขอให้ทุกคนมองบริษัทเฉินตงในด้านที่ถูกต้อง ส่วนในเื่คู่แข่งทางธุรกิจ มันก็เป็อะไรที่หลีกเลี่ยงยากนะครับ ซึ่งผลการตัดสินใจสุดท้ายจะเป็อย่างไรนั้นทุกคนคงจะมีคำตอบอยู่ในใจแล้ว”
เหยียนจิ่งจื้อพูดแค่ประโยคสั้นๆ ก็เปลี่ยนเฉินตงให้เป็ฝ่ายผู้ได้รับความเสียหาย แต่คู่แข่งได้กลายเป็สิ่งที่ทุกคนต่างเอาไปขบคิดแทน
ใช่สิ จู่ๆ จะมีคนเอาวัตถุดิบคุณภาพต่ำกับเอายาไปส่งที่โรงงานสำคัญของเฉินตงได้อย่างไร สื่อจึงเบนเข็มไปที่คู่แข่งทันที
เหยียนจิ่งจื้อใช้สายตาเฉียบแหลมของนักธุรกิจมองไปรอบๆ จากนั้นก็พูดออกมา “และก็ขอให้ครอบครัวของผู้ที่ได้รับาเ็วางใจ ใครที่ร่างกายได้รับพิษผมจะเชิญผู้เชี่ยวชาญมา จะไม่ให้คนในครอบครัวของพวกคุณได้รับาเ็หนักครับ”
เมื่อพูดแบบนี้ออกมา นักข่าวที่อยู่ในเหตุการณ์ก็นึกถึงตอนที่พวกเขาสัมภาษณ์ไปเมื่อเช้าว่า เขาเคยยอมรับว่าตัวเองก็มีคนที่รัก
จึงมีนักข่าวรีบถามขึ้นมาทันที “ประธานเหยียนมีแฟนแล้วหรือยังครับ? ”
เหยียนจิ่งจื้อก้มหน้ามองนิ้วมือตัวเอง มันขาดอะไรไปจริงๆ จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาเผยรอยยิ้มให้กล้อง “ผมไม่มีแฟนครับ”
นักข่าวเห็นท่าทางของเขา ยังคิดว่าเขาจะเผยข้อมูลอะไรออกมาแบบเมื่อเช้า คิดไม่ถึงว่าจะเป็คำตอบที่ไม่น่าสนใจแบบนี้ แววตาจึงหม่นลงไม่น้อย “เมื่อเช้าประธานเหยียนยอมรับว่า…”
ยังพูดไม่ทันจบเหยียนจิ่งจื้อก็ลุกขึ้นแล้วจัดแขนเสื้อตัวเอง “ผมมีครอบครัวแล้วครับ”
พูดจบก็เดินออกไป
