ทุกคนตรวจสอบอีกฝ่ายให้กัน สวมผ้าคลุมหัว บนหน้ามีหน้ากาก แว่นตากันฝุ่น บนมือสวมถุงมือยาง พยายามไม่ให้ิัทุกตารางนิ้วััอากาศ
เหตุผลง่ายมาก เพราะใครก็ไม่รู้ว่าในอากาศที่ฝังอยู่ใต้ดินมาพันปี จะมีเชื้อโรคที่อันตรายต่อร่างกายไหม จึงทำได้เพียงป้องกันให้สุดความสามารถ
ตอนนี้ความก้าวหน้าของการแพทย์ วิทยาศาสตร์ได้อธิบายว่าทำไมโจรขโมยสุสานบางคนจากไปจากสุสานแล้ว ผลลัพธ์กลัตายไปอย่างไม่ชัดเจน นี่เป็เพราะการคุกคามจากเชื้อโรค
อายุของผู้เฒ่าสวี่ไม่น้อยแล้ว นอกจากจะเคารพประเพณี แต่ก็ก้าวไปกับกาลเวลาเช่นกัน
จ้าวอี้ขยับร่างกายเล็กน้อย พอได้ น้ำหนักเช่นนี้ไม่ส่งผลอะไรกับฝีมือของเขา
ผู้เฒ่าสวี่เดินน้ำหน้าสุด และจ้าวอี้ตามที่ด้านหลังเขาติดๆ เจี่ยงจาวตี้รับผิดชอบการปิดท้าย เช่นนี้ เพื่อปกป้องทุกคนให้มากที่สุด
ที่ที่พวกเขาอยู่ น่าจะเป็ห้องห้องหนึ่ง พื้นที่ห้องไม่น้อย การตกแต่งด้านในไม่มาก มีชั้นวางอาวุธ ้าอาวุธเต็มไปด้วยฝุ่น
“ของเล่นพวกนี้หยิบออกไปน่าจะได้เงินไม่น้อยเลย?” เฉินตงเดินไปอย่างสงสัย คิดจะหยิบปืนยาวออกมาดู
“อย่าขยับ!”
ผู้เฒ่าสวี่หูตาไว ดึงเฉินตงไว้ “นายอยากได้เหรอ? ถ้านายหยิบของอะไรตามใจที่นี่อีก นายก็กลับไปซะ! ไม่งั้นถ้านายทิ้งชีวิตที่นี่ ก็สมควรแล้ว!”
ผู้เฒ่าสวี่ค่อนข้างโมโห สายตาพกพาความดุร้ายหลายส่วน สีหน้าของซันตันก็มองเฉินตงอย่างไม่พอใจเช่นกัน ในสายตาของเขา สิ่งเหล่านี้เป็ของเจงกิสข่าน ใครก็ตามที่หยิบแม้แต่เศษอิฐข้างใน ต่างเป็การดูิ่ข่านผู้ยิ่งใหญ่
“ผู้เฒ่าสวี่อย่าโมโห ฉันแค่สงสัย” เฉินตงพูดอย่างงุ่มง่าม โบกไม้โบกมือ แสดงว่าตนเองไม่ได้ตั้งใจ แค่สงสัยด้วยความบริสุทธิ์
น่าจะรู้สึกว่าผู้เฒ่าสวี่ดุเกินไป จึงพึมพำเบาๆ “ฉันแค่ลองดู ไม่ได้จะหยิบไป”
“ลองดู? เกรงว่าลองดูอาจเอาชีวิตนายไป ทำไม? ไม่เชื่อ? พวกนายถอยออกจากที่ตรงหน้า”
ผู้เฒ่าสวี่ยิ้มเย็น เดินไปที่ด้านหลังชั้นวางอาวุธ ใช้คีมหนีบไปที่ปืนยาว ค่อยๆใช้แรง ปืนยาวก็ถูกดึงออกมา ในพริบตา ที่เดิมที่เฉินตงเคยยืนอยู่ ก็เกิดการพลิก ด้านในเป็หลุมลึกมืดสนิทอย่างไม่อาจคาดเดา
“ในหลุมลึกต้องมีเหล็กแหลมด้านในแน่ ถ้านายไม่เชื่อ ก็ลงไปดูได้” ผู้เฒ่าสวี่ถอนใจ และมองเฉินตงอย่างเ็า
เฉินตงกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ฝีมือของเขาไม่เลว แต่นั่นเป็ในสถานการณ์ที่สร้างจากการเตรียมตัว เหมือนใต้เท้าที่จู่ๆก็ว่างเปล่าเช่นนี้ เกรงว่าคงยากที่จะตอบสนองได้ทัน
ประมาณยี่สิบกว่าวินาที พื้นที่พลิกก็ปิดลงอีกครั้ง ดูจากภายนอก โดยพื้นฐานย่อมมองร่องรอยไม่ออก
จ้าวอี้มองฉากนี้อย่างใช้ความคิด เห็นได้ชัด ว่าที่นี่อันตรายกว่าที่จินตนาการ!
ถ้าไม่ใช่ประสบการณ์ที่ยาวนานของผู้เฒ่าสวี่ เกรงว่าแค่พวกเขาเพิ่งลงมา ก็อาจสูญเสียไปคนหนึ่งแล้ว
“อย่าเคลื่อนไหววัตถุสังเวยรอบๆ สิ่งของใดๆก็ด้วย เพราะพวกนายไม่รู้ว่าของเหล่านี้มีกลไกกับดักหรือไม่”
ผู้เฒ่าสวี่เตือนอีกครั้งอย่างจริงจัง คราวนี้ทุกคนต่างไม่กล้าจะมองข้ามคำพูดของเขาแล้ว
เดินไปที่ประตูหิน ผู้เฒ่าสวี่ก็เริ่มค้นหาที่เปิดปิดของประตูหิน
“ผู้เฒ่า ต้องให้พวกเราช่วยค้นหาไหม?”
จ้าวอี้ถามไปประโยคหนึ่ง เขาไม่อาจมองผู้เฒ่าสวี่วุ่นวายอยู่คนเดียวได้
“ช่วยฉันวิเคราะห์ก็พอ สุสานของราชวงศ์อื่น โดยพื้นฐานแล้วที่เปิดปิดจะอยู่บนประตู แต่เมื่อครู่ฉันได้ตรวจสอบแล้ว ประตูหินนี้น่าจะไม่มีที่เปิดปิดซ่อนอยู่ พวกนายดูหน่อย ว่ารอบด้านมีสิ่งของอะไรที่ดึงดูดสายตาไหม”
“ดึงดูดตา? เชิงเทียนที่หน้าประตูหินนับไหม”
เจี่ยงจาวตี้พูดเร็วที่สุด ผู้เฒ่าสวี่ชะงัก แล้วจึงพยักหน้า “น่าจะเป็มัน อายุมากแล้ว การตอบสนองย่อมลดลง ฉันลองดู”
เชิงเทียนนี้สูงประมาณความสูงคน บนนั้นยังมีเทียนอยู่ครึ่งหนึ่ง
ผู้เฒ่าสวี่หยิบแปรงเล็กๆออกมา ปัดฝุ่น้าอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงมองอย่างละเอียด
เขาหยิบคบเพลิงออกมา นำเทียนนี้จุด จากนั้นใช้แรงหมุนเชิงเทียน ประตูหินจึงเปิดออก
ครืน...
ราวกับมีพลังแห่งกาลเวลา หลังประตูหินนี้ถูกปิดเป็เวลาหลายปี ก็ได้เปิดอีกครั้ง
“ถ้าหมุนเชิงเทียนอย่างเดียว อาจััถูกกลไก หลักการในนี้ฉันไม่ค่อยเข้าใจ นี่เป็วิธีเปิดที่สืบทอดในชนเผ่าของเรา และตามคาดว่าไม่ผิด”
ประตูหินเปิดออก ลมเย็นก็พัดมา ทำให้เทียนดับ
เพิ่งเห็นแสงไฟ ก็หายไปอีกครั้ง
“พวกเรารีบไป! ประตูนี้เปิดเป็เวลาไม่นานก็จะคืนสภาพเดิม!” ผู้เฒ่าสวี่แค่เห็น จึงรีบพูดขึ้น แล้วเดินไปที่หลังประตูก่อน
ทุกคนทยอยตามไปติดๆ
“หัวหน้า...หัวหน้า...ได้ยินโปรดตอบด้วย...”
เสียงพูดติดๆขัดๆของหวงอิงลอดออกมา ทุกคนจึงหยุดฝีเท้าลง
เครื่องมือสื่อสารของทุกคนเป็ปกติ ต่างได้ยินหวงอิงพูด
“บนนั้นเกิดอะไร?”
“สัญญาณอ่อนมา สัญญาณการระบุตำแหน่งของกระจกทองแดงอ่อนลงเรื่อยๆ สัญญาณระหว่างเราก็อ่อนลง อาจตัดการติดต่อเมื่อใดก็ได้”
จ้าวอี้เข้าใจคำพูดของหวงอิงแล้ว น่าจะเป็เพราะการรบกวนของสนามแม่เหล็กบางอย่าง ดังนั้นจึงทำให้การติดต่อไม่ราบรื่น อุปกรณ์ของพวกเขาดีมาก คิดดูแล้วพวกแอนดริวน่าจะเป็เช่นกัน
จ้าวอี้พิจารณาอยู่สักครู่ จึงตัดสินใจเดินหน้าต่อ
“พวกเธอข้างบนระวังความปลอดภัย การติดต่อหายไปก็ไม่ต้องวิตก พวกเราจะกลับไปอย่างปลอดภัย”
ผู้เฒ่าสวี่กำลังสังเกตบริเวณรอบๆ นี่น่าจะเป็ถนนในพระราชวังใต้ดิน ไปได้ทุกทิศทาง มีสี่แยกมากมาย
“ถ้าฉันเดาไม่ผิด ที่นี่น่าจะเป็ลักษณะการจำลองเมือง และตำแหน่งที่พวกเราอยู่ น่าจะเป็บางแห่งในเมือง พวกเราไปหาถนนหลักก่อน”
ผู้เฒ่าสวี่พิจารณาเล็กน้อย แล้วให้ข้อสรุป เขามองรอบด้าน แล้วเลือกถนนเส้นหนึ่ง
ที่นี่เป็ซอยหนึ่ง สี่ทิศสี่ทาง สองด้านแบ่งเป็ถนนที่เชื่อมต่อกัน ทางด้านหนึ่งกว้างขวาง อีกทางดูยิ่งแคบเรื่อยๆ
จ้าวอี้มองเครื่องระบุตำแหน่งเครื่องเล็กนั่นบนตัวอยู่ตลอด เดิมที่บนหน้าจอควรแสดงระยะทางของพวกเขากับกระจกทองแดง แต่ตอนนี้บางครั้งก็เห็นบางครั้งก็ไม่เห้น
“ผู้เฒ่า พวกเราควรไปทางนี้”
จ้าวอี้พูดคำหนึ่ง แล้วชี้ไปทิศทางที่ตรงข้ามกับผู้เฒ่าสวี่อย่างสิ้นเชิง
“ไม่เหมาะสม พวกเราควรหาถนนหลัก ความปลอดภัยของถนนหลักสูงสุด เพราะเมื่อตอนสร้างสุสาน วัสดุจำนวนมากจำเป็ต้องส่งผ่านถนนหลัก ดังนั้น กลไกของมันจึงน้อยที่สุด นายว่าตำแหน่งนั้น พวกเราหาถนนหลักก่อนค่อยคิดหาวิธีไป”
ผู้เฒ่าสวี่ยืนหยัดในความเห็นของตน จ้าวอี้คิดดู จึงเห็นด้วยกับความเห็นของเขา เมื่อผู้เฒ่าสวี่มีอำนาจ เวลานี้ฟังเขายังดีกว่า
เพิ่งออกจากซอย ผู้เฒ่าสวี่ก็ชะงัก บนถนนเส้นนี้กลับมีคน ยิ่งกว่านั้นไม่ได้มีเพียงคนเดียว ไฟฉายส่องไปที่หน้าเขา อีกฝ่ายไม่ขยับแม้แต่น้อย ทำให้ทุกคนสะดุ้งโหยง!
คนคนนี้คือใคร?
มองอย่างละเอียด เดิมทีคนคนนี้เป็รูปปั้นดินเผาขนาดเท่าคนจริง เหมือนจริงอย่างมาก ดังนั้นทุกคนจึงจ้องเขม็ง เพราะเข้าใจผิดว่าเป็คนจริงๆ
ถนนเส้นนี้ เมื่อโบราณน่าจะเป็ถนนที่ค่อนข้างสมบูรณ์ พวกเขาเห็นอะไรที่เรียกว่าคน ต่างเป็รูปปั้นดินเผา มีพ่อค้าขายของ มีคนเดินเท้า มีหญิงสาวงดงามหรูหรา มีหญิงแก่เดินตุปัดตุเป๋ ท่าทางของรูปปั้นดินเผาทุกตัวต่างวาดออกมาใกล้เคียงกับคนจริงๆ
ผู้เฒ่าสวี่เดินไปที่ด้านหน้ารูปปั้นตัวหนึ่ง มองอย่างละเอียด เฉินตงชื่นชมประโยคหนึ่ง “เป็ฝีมือขั้นเทพจริงๆ ฉันเคยเห็นทหารม้าของจิ๋นซีฮ่องเต้ เกรงว่าข้ารับใช้เหล่านี้คุณภาพคงไม่ต่ำกว่าพวกนั้นแน่”
“ฮาๆ นายคิดว่านี่เป็รูปปั้นเหรอ? เผาจากดิน? ฉันจะบอกนาย นี่เป็ข้ารับใช้ที่มีชีวิต นำคนที่มีชีวิตเผาให้กลายเป็ข้ารับใช้ ดังนั้นข้ารับใช้ทุกคนจึงมีท่าทางแตกต่างกัน” ผู้เฒ่าสวี่หัวเราะเ็าอย่างต่อเนื่อง คำพูดที่เขาพูด ทำให้ทุกคนขนหัวลุก
เดิมทีเหล่านี้เป็คนมีชีวิต?
คนบนถนนไม่มาก มีเพียงสิบกว่าคน แต่ว่า เมื่อผ่านถนนที่ไปได้ทุกเส้นทาง ไม่รู้ว่าข้ารับใช้มีชีวิตทั้งหมดในพระราชวังใต้ดินมีทั้งหมดแค่ไหน ถ้างั้นตอนแรกต้องฆ่าคนไปกี่คน? ถึงพันหรือเหยียบหมื่น จำนวนนี้คิดดูแล้วทำให้คนรู้สึกหนังหัวตึงชา
“ผู้เฒ่า คุณดูไม่ผิดใช่ไหม? เมื่อก่อนคนเหล่านี้มีชีวิต?” เซี่ยตันเดินขึ้นหน้าหนึ่งก้าวอย่างอดไม่ได้ คิดจะมองข้อบกพร่องบางอย่าง มาใช้ปฏิเสธคำพูดของผู้เฒ่าสวี่ ไม่อย่างนั้น เธอรู้สึกว่าน่ากลัวเกินไป
“ถ้าพวกเธอไม่เชื่อ ก็สามารถทุบข้ารับใช้สักคน น่าจะไม่มีอันตราย การปกครองของชาวมองโกลนั้นป่าเถื่อนอย่างที่สุด นอกจากชนเผ่าของพวกเขาเอง ย่อมไม่มองคนของชนเผ่าอื่นเหมือนกับตน ชนชั้นสูงคนหนึ่ง ถ้าเห็นคนหนึ่งแล้วไม่พอใจ ก็สามารถฆ่าได้ การชดใช้ก็แค่แกะสองตัว การกระทำทุกอย่างของพวกเขาและยุคอู่หูล่วนหัว ไม่แตกต่างกันแม้แต่น้อย”
ผู้เฒ่าสวี่พูดอย่างไร้ความรู้สึกถึงความจริงที่โหดร้ายที่สุด
เหมือนกับผู้เชี่ยวชาญด้านโจรขโมยสุสานเช่นพวกเขา ที่จริงต่างมีความรอบรู้ในประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้ง ต่างกับนักประวัติศาสตร์ พวกเขาเพียงให้ความสนใจในด้านสุสานเท่านั้น
ท้ายที่สุดเซี่ยตันยังไม่เชื่อ จึงหยิบกริชออกมา กรีดลงไปที่แขนของข้ารับใช้คนหนึ่ง แขนถูกตัดขาดอย่างง่ายดาย เผยให้เห็นกระดูกด้านใน ทุกคนจึงไม่สงสัยอะไรอีก
อารมณ์ของทุกคนค่อนข้างหม่นหมอง เมื่อเห็นข้ารับใช้มีชีวิตเหล่านี้ ราวกับได้เห็นยุคสมัยหนึ่งพันปีก่อน
จัดระเบียบอารมณ์เล็กน้อย ทุกคนจึงเดินไปตามถนนค้นหาถนนหลัก
จ้าวอี้ดูเครื่องระบุตำแหน่ง สัญญาณได้หายไปโดยสมบูรณ์แล้ว นี่ทำให้เขาค่อนข้างประสาทเสีย
ตอนนี้ดูแล้ว พื้นที่ของพระราชวังใต้ดินนั้นน่าพิศวงจริงๆ เรียกได้ว่าเป็เมืองขนาดย่อ ถ้าอาศัยการสำรวจของพวกเขาอย่างเดียว เกรงว่าจะลำบากเป็ที่สุด
นำความยากลำบากนี้พูดกับผู้เฒ่าสวี่ ผู้เฒ่าสวี่กลับไม่ได้ได้สนใจ
“ฉันพิจารณาจุดนี้นิดหนึ่ง สมบัติที่สำคัญที่สุดในของสุสานจักรพรรดิจะไว้ที่ไหน? เกินกว่าที่จะเดาได้ น่าจะเป็สุสานหลัก ตามแผนผังของพระราชวังใต้ดินนี้ น่าจะเป็ในพระราชวังใจกลางเมือง พวกเราเพียงต้องหาถนนหลัก เดินไปตามทาง น่าจะสามารถหาพระราชวังได้ ก็จะพบเป้าหมายของพวกเขาแล้ว”
แอนดริวคิดจะทำอะไรกันแน่?
เพื่อสมบัตินับไม่ถ้วน?
ใช้เวลามากมายเพื่อสังหารผู้คน เื่โหดร้ายเช่นนี้ต่างทำมาแล้ว จ้าวอี้รู้สึกว่าเป็ไปได้ถึงแปดเก้าส่วน
ไม่ว่ายังไง ตอนนี้จ้าวอี้อยากนำคนพวกนี้มาดำเนินคดีไปจนถึงฆ่าพวกเขา คราวนี้ เขาไม่อาจเมตตาอีกต่อไปแล้ว
พวกเขาฆาตกรรมมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า บาปหนาจนเกินจะบรรยาย
มองทุกอย่างในพระราชวังใต้ดินอีกครั้ง ใจของทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะรู้สึกหนักอึ้ง
“พวกนายว่า พระราชวังใต้ดินนี้สร้างมาได้ยังไง? ก้อนหินใหญ่บนหัวพวกเรา ตามความเข้าใจของฉัน แรงกดจากดิน้า น่าจะหล่นลงมานานแล้ว นอกจากมองไม่เห็นท้องฟ้า ยังเหมือนกับเป็เมืองเล็กๆเมืองหนึ่ง” เพื่อทำบรรยากาศให้ผ่อนคลาย เฉินตงจึงฉีกยิ้มน่าเกลียดออกมา แล้วพูดเบาๆ
“นี่เป็ความฉลาดของคนโบราณ แม้ว่าสำหรับเทคโนโลยีตอนนี้ ผู้เชี่ยวชาญเ่าั้ก็ยังยากที่จะกู้คืน ใกล้ถึงพระราชวังแล้ว” ผู้เฒ่าสวี่ยกย่องหนึ่งคำ ทันใดนั้นจึงพูด
ประตูเมืองสูงตระหง่านก็ปรากฏอยู่ภายใต้แสงจากไฟฉาย
[1] เหตุการณ์ที่ชนเผ่านอกด่านทั้ง 5 อพยพลงใต้เข้ามาในดินแดนจงหยวนสมัยปลายราชวงศ์จิ้นตะวันตก
