“ทุกคนใจเย็นก่อน ช่วยฟังที่ฉันพูดทีฉันรู้สึกซาบซึ้งในการยืนหยัดเพื่อความยุติธรรมของทุกคนเป็อย่างยิ่งเซี่ยนอีจงคือครอบครัวใหญ่อันแสนอบอุ่น อาจารย์เอ็นดูและห่วงใยฉันเพื่อนนักเรียนทุกคนไว้วางใจฉันฉันจะกล้าดีไม่พากเพียรเรียนรู้มากกว่าเดิมเพื่อตอบแทนความรักและความไว้วางใจของทุกคนด้วยคะแนนที่ยอดเยี่ยมได้อย่างไร? ฉันเคยสิ้นเปลืองเวลาไปมากมาย เคยขุ่นข้องหมองใจกับอคติของผู้ใหญ่ที่มีต่อฉันยิ่งกว่านั้นคือเคยสงสัยในความสำคัญของตัวเองที่มีต่อครอบครัวและสังคมเพราะสถานะทางเพศ...แต่วันนี้ ฉันเซี่ยเสี่ยวหลานตัดสินใจจะละทิ้งตัวตนคนเก่า ไม่ใส่ใจสิ่งรบกวนยุ่งเหยิงอื่นมุ่งมั่นต่อสู้ไปพร้อมกับทุกคน จะรับผิดชอบชีวิตของตัวเองเป็ผู้ที่มีประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ!”
“เชิดชูชายละเลยหญิงคือขนบธรรมเนียมคร่ำครึ สตรีสามารถค้ำครึ่งแผ่นฟ้าได้!”
“การเรียนเท่านั้นที่เป็เป้าหมายอันดับหนึ่ง ใครขัดขวางไม่ให้ฉันศึกษาเล่าเรียนคนนั้นก็ไม่คู่ควรเป็ญาติและผู้าุโของฉัน!”
“ฉันแค่้าสลัดความโง่เขลาเบาปัญญาทิ้งไป และทำสิ่งเล็กน้อยเพื่อบ้านเกิดเมืองนอน!”
“ฉันแค่อยากสอบเข้ามหาวิทยาลัย!”
แม้คำพูดเสนาะหูเพียงใด แต่ก็ได้ขีดเส้นแบ่งกับตระกูลเซี่ยอย่างชัดเจนต่อหน้าสาธารณะชน
ทว่าครั้งนี้ไม่มีใครตำหนิเซี่ยเสี่ยวหลานอีกแล้วผู้ชมพากันปรบมือชื่นชมไม่ขาด
“เซี่ยเสี่ยวหลานคือแบบอย่างที่ดี!”
“พวกเราจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยกัน!”
“เพื่อนเซี่ยเสี่ยวหลานทำได้แน่ พวกเราจะสนับสนุนเธอ!”
ไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัวเซี่ยเสี่ยวหลานก็กลายเป็แบบอย่างของหญิงสาวผู้มุ่งมั่นพัฒนาตนเองเธอกล่าวได้ยอดเยี่ยมเหลือเกินนักเรียนห้องสามในเหตุการณ์คนไหนไม่อยากใช้การสอบเกาเข่าเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตบ้าง? ดังนั้นพวกเขาจึงทำแบบทดสอบครั้งแล้วครั้งเล่าเพียงเพื่อเพิ่มพูนไม่กี่คะแนนอันล้ำค่านั่น ดังนั้นพอพวกเขาสอบไม่ติดในหนึ่งปีก็เรียนซ้ำอีกหนึ่งปี สองปี หรือถึงขั้นสามปี สี่ปีดังนั้นขณะที่คนอื่นต่างกำลังมีความสุขกับการปิดภาคเรียนฤดูหนาวพวกเขาก็ต้องกลับโรงเรียนเพื่อเรียนต่อั้แ่วันที่สามของตรุษจีน...กลุ่มคนที่ศึกษาเล่าเรียนในเซี่ยนอีจงจะมีบุตรหลานผู้ทรงอิทธิพลโดยแท้จริงได้อย่างไรอย่าว่าแต่นักเรียนเตรียมสอบจากชนบทเลย กระทั่งเด็กจากครอบครัวเมืองรายรับสองทาง [1] ยังให้ความสำคัญต่อการสอบเกาเข่ายิ่งนัก
เหลือเวลาอีก 5 เดือนก็จะเป็การทดสอบตัดสินชะตาชีวิตในหลายสิบปีข้างหน้ามารบกวนผู้เตรียมสอบในเวลานี้ ถือว่าเป็ศัตรูตัวฉกาจเท่านั้น!
เซี่ยเสี่ยวหลานไม่ยอมรับญาติผู้แฝงเจตนาร้ายพวกนี้คือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดแล้วมนุษย์ควรกตัญญูรู้คุณ แต่เมื่อผู้าุโไร้ความเมตตา หากดันทุรังไม่ต่อต้านนั่นเรียกว่ากตัญญูไม่ลืมหูลืมตา! ตอนนี้มิใช่สังคมเก่าแล้วเกียรติคุณของความกตัญญูไม่อาจกำหนดอนาคตของคนคนหนึ่งได้อีกต่อไปการสอบเข้ามหาวิทยาลัยทดสอบความมุ่งมั่นอันเด็ดเดี่ยวอาจหาญทดสอบความเพียรพยายามไม่ย่อท้อต่างหาก!
ในเวลาเช่นนี้ ถ้าไม่แสดงจุดยืนเพื่อรับกิตติศัพท์ อาจารย์ใหญ่ซุนก็ช่างซื่อบื้อเกินไปแล้ว
พอเสียงปรบมือของทุกคนเงียบลง อาจารย์ใหญ่ซุนก็รับรองอย่างเป็มั่นเหมาะต่อหน้าฝูงชนว่าก่อนการสอบเกาเข่าสิ้นสุดจะไม่อนุญาตให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องรบกวนการเรียนของนักเรียนเซี่ยเสี่ยวหลานเด็ดขาด
แน่นอนว่าอาจารย์ใหญ่ซุนได้รับเสียงปรบมือเกรียวกราวเช่นกัน
ยามเฝ้าประตูเหล่าจ้าวกำกระบองแน่น สายตามองกวาดใบหน้าคนตระกูลเซี่ยไปมาราวกับกำลังจดจำใบหน้าของทุกคนไว้อย่างแม่นยำไม่ปล่อยให้คนพวกนี้ก้าวเข้าประตูใหญ่เซี่ยนอีจงในระยะ 5 เมตรอีก
คนตระกูลเซี่ยสลดเฉาเศร้าหมอง
แม้แต่เซี่ยจื่ออวี้ก็รู้ว่าสูญเสียสถานการณ์ได้เปรียบไปแล้ววันนี้เซี่ยเสี่ยวหลานควบคุมทิศทางความเห็นของคนส่วนใหญ่ไว้แนวโน้มความเห็นเช่นนี้อาจดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ด้วยซ้ำ นอกเสียจากเซี่ยเสี่ยวหลานจะเลือกทางตกต่ำไม่กระทำตามคำพูดของตนเองหลังจากวันนี้คนตระกูลเซี่ยไม่มีข้ออ้างที่จะมาก่อกวนอีก หากยังคงก่อกวนจะถือเป็การรังควานอย่างไร้เหตุผลผู้สถานะได้เปรียบในตอนนี้กลับกลายเป็เซี่ยเสี่ยวหลานแทน
หวังเจี้ยนหัวเมียงมองเซี่ยเสี่ยวหลาน เธองดงามเสียขนาดนั้นอีกทั้งถูกปกคลุมด้วยรัศมีที่พิเศษ
เพราะเหตุการณ์ที่ทำเขาอับอายที่วัดไป๋ซีก่อนหน้านี้หวังเจี้ยนหัวย่อมเกลียดเธอแน่นอน ทว่าชั่วขณะนี้... หัวใจของเขากำลังกระสับกระส่าย
เซี่ยจื่ออวี้กัดฟันพลางพยุงแม่เฒ่าเซี่ยให้ยืนขึ้น
“ขอโทษนะ ระหว่างฉันและเสี่ยวหลานมีความเข้าใจผิดบางอย่าง ฉันจะพยายามสะสางความเข้าใจผิดพวกนี้แน่นอน...”
อาจารย์ฉีถอนหายใจ “นักเรียนเซี่ยจื่ออวี้ทัศนคติของคนแก่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงง่ายดายแบบนั้น เธอก็อย่าสร้างปัญหาเพิ่มเลยเตือนสติและควบคุมคนในครอบครัวไม่ให้มาหาเื่นักเรียนเสี่ยวหลานก่อนเกาเข่าอีกเถอะพวกเธอทะเลาะเบาะแว้งหนึ่งครั้งกระทบต่ออารมณ์ของนักเรียนเสี่ยวหลานมากมายเหลือเกิน มีอะไรเข้าใจผิดหรือไม่นั้นค่อยคุยกันหลังเกาเข่าเถอะ อาจารย์หวังว่าเธอจะสามารถทำสิ่งนี้ได้นะ”
จากความหมายของอาจารย์ฉี สะสางความเข้าใจผิดอะไรกันอีกเล่าดูแลคนตระกูลเซี่ยให้ดีและไม่มาก่อเื่ก่อน ถึงจะถือว่ามีความบริสุทธิ์ใจจริง
ทุกคนล้วนจับจ้องมาที่เซี่ยจื่ออวี้ เธอจะพูดอะไรได้?
บุคคลที่มีภาพลักษณ์อ่อนโยนจิตใจงดงามไม่อยากพังทลายในสายตาของผู้อื่นเซี่ยจื่ออวี้ทำได้แค่ตกปากรับคำอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย
“เสี่ยวหลาน ขอให้เธอสอบติดมหาวิทยาลัยที่ใจหวังนะ!”
เซี่ยจื่ออวี้รู้ดีว่าเื่ราวพลิกกลับไม่ได้ จึงอวยพรด้วยความอารี
“พี่ ฉันจะไม่ทำให้เธอผิดหวังแน่นอน แม้เธอแย่งคนรักของฉันไป แต่ฉันไม่ได้เกลียดเธอแล้ว...เพราะฉันเชื่อว่าจะมีชายที่ดีกว่ารอคอยฉันอยู่ ขอให้พวกเธอมีความสุขนะ พี่ พี่เขย!”
ในเวลานี้เซี่ยจื่ออวี้้าให้หวังเจี้ยนหัวชี้แจงสักสองประโยคด้วยตนเอง
ทว่าหวังเจี้ยนหัวกลับอยู่ในภาวะอารมณ์ที่ซับซ้อนไร้ปฏิกิริยาตอบรับราวกับเสาไม้
เซี่ยจื่ออวี้จึงเร่งรีบออกจากจุดเกิดเหตุพาตระกูลเซี่ยทุกคนถอยกลับไปหลบในบ้านที่ตั้งอยู่หลังร้านจางจี้ด้วยกัน
เซี่ยเสี่ยวหลานขอบคุณทุกคนจบถึงจากไปพร้อมหลิวหย่งและหลี่เฟิ่งเหมย
เหล่าอาจารย์นักเรียนที่ห้อมล้อมค่อยๆ สลายตัว ใบหน้าทุกคนยังเจือไปด้วยความมุ่งมั่นพวกเขาสนับสนุนส่งเสริมเซี่ยเสี่ยวหลานถ้อยคำแถลงการณ์ของเซี่ยเสี่ยวหลานนั้นเหมือนกับพวกเขากู่ร้องออกมาด้วยตนเอง
“คุณครูซุน ครูช่างกล้าหาญจริงๆ”
“ใช่แล้วครูซุน ถ้าคุณครูไม่ก้าวออกมาเป็คนแรก...”
ซุนเถียนกลับไปเป็หญิงสาวอ่อนเยาว์แสนขี้อายคนนั้นอีกครั้ง พอได้รับคำชื่นชมจากทุกคนก็ทำให้เธอรู้สึกขวยเขินยิ่งนัก
มีเพียงคนเดียวที่ชักใบให้เรือเสีย นั่นคืออาจารย์จ้าวผู้ตั้งใจตามจีบซุนเถียนนั่นเอง
“เธอก้าวออกไปแบบนั้นอันตรายเหลือเกินเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อครู่ฉันกังวลมากขนาดไหน เสี่ยวซุนคราวหน้าอย่าบุ่มบ่ามเช่นนี้อีกเลย มีอาจารย์ตั้งหลายคนทำไมต้องปล่อยให้เธอที่มาใหม่ออกไปด้วย? เธอนี่นะควรรอพวกอาจารย์วังเอ่ยปากก่อนสิ พวกเขาเป็อาจารย์ดั้งเดิม มีความาุโมาก...”
สีหน้าอาจารย์จ้าวเต็มไปด้วยความกังวล
ซุนเถียนค่อนข้างกระอักกระอ่วน
ั้แ่เธอถูกส่งมาทำงานที่เซี่ยนอีจง อาจารย์จ้าวก็เอาใจใส่เธออยู่เสมอภายหลังมี่หนึ่งที่หยุดหายไปสักพักพอเื่ที่เธอคือหลานสาวของอาจารย์ใหญ่ซุนถูกเพื่อนร่วมงานเผยแพร่ไป อาจารย์จ้าวยิ่งเอาใจใส่มากกว่าเดิมเวลาว่างแทบทั้งหมดล้วนติดตามอยู่ข้างกายซุนเถียนเหล่าอาจารย์ในโรงเรียนถึงขั้นมองว่าทั้งสองคนคือคู่รักกัน
เป็คู่รักกันหรือ?
ซุนเถียนเคยปฏิเสธ อาจารย์จ้าวกลับติดตามต่อไปโดยไม่สนใจคำปฏิเสธของเธอ
ตอนนี้ซุนเถียนรู้สึกสับสนแล้วเช่นกัน พอโดนเพื่อนร่วมงานยุยงมากเข้าเธอและอาจารย์จ้าวจึงได้คบหากันอย่างงุนงง
แต่ซุนเถียนยังคงรู้สึกไม่คุ้นชินนิสัยของเธอและอาจารย์จ้าวไม่เหมือนกันนัก ตัวอย่างเช่นในขณะนี้ ความตื่นเต้นและความกระตือรือร้นเมื่อสักครู่ถูกอาจารย์จ้าวราดดับด้วยน้ำเย็นหนึ่งอ่างจนหมดสิ้นการยืนหยัดเพื่อความยุติธรรมนี้ยังต้องพูดถึงาุโไม่าุโอีกหรือ?
อาจารย์จ้าวเห็นซุนเถียนเงียบงัน ตนเองจึงรีบหุบปาก
ซุนเถียนหน้าตาชวนมอง แถมเป็หลานสาวของอาจารย์ใหญ่ซุนอาจารย์จ้าวไม่ยอมปล่อยคู่หมายชั้นยอดขนาดนี้ไปแน่นอน... เขาเคยตกตะลึงในความงามของเซี่ยเสี่ยวหลานเหมือนกันทว่าหนึ่งคือเซี่ยเสี่ยวหลานปรากฏตัวที่โรงเรียนไม่บ่อย อาจารย์จ้าวจึงไม่มีโอกาสทำความรู้จักเธอสองคือเซี่ยเสี่ยวหลานมาจากครอบครัวชนบท ช่วยเหลือด้านการงานของเขาไม่ได้เลย หากเกิดข่าวลือระหว่างอาจารย์และนักเรียนขึ้นมาอาจารย์จ้าวก็รับไม่ไหวเสียด้วย
เมื่อทราบว่าซุนเถียนคือหลานสาวของอาจารย์ใหญ่ซุนอาจารย์จ้าวจึงโยนความคิดขี้ประติ๋วนั้นทิ้งและเริ่มตั้งใจตามเกี้ยวพาราสีซุนเถียน
ผลลัพธ์นั้นพอเห็นอยู่บ้างหญิงสาวบริสุทธิ์สูงส่งยังพ่ายแพ้แก่ลูกไม้กระเซ้ากระซี้ของชายหนุ่ม ทุกวันนี้คนในโรงเรียนล้วนคิดว่าเขาและซุนเถียนเป็คู่รักกันซุนเถียนนิสัยเขินอายควบคุมง่ายอาจารย์จ้าวคิดว่าสามารถยกเื่วิวาห์เข้าสู่ตารางงานได้ในเร็ววัน
เพื่อจะได้แต่งงานได้อย่างรวดเร็วที่สุดอาจารย์จ้าวจำยอมข่มความไม่พอใจเล็กน้อยไว้ เขาไม่เห็นด้วยกับวิธีการบางอย่างของซุนเถียนรอแต่งงานแล้วก่อนเถอะ ค่อยๆ ขัดเกลาดีกว่า!
ความคึกคักหน้าประตูโรงเรียนสลายสิ้นไป ทว่าในหลังบ้านจางจี้นั้นแม่เฒ่าเซี่ยกำลังกล่าวโทษทุกคนอยู่
เชิงอรรถ
[1]双职工家庭 ครอบครัวรายรับสองทาง หมายถึงครอบครัวที่บิดาและมารดาประกอบอาชีพมีรายได้ทั้งคู่
