จางชุ่ยถอนเงินเก็บในธนาคารออกห้าพันหยวน ทนต่อความเสียดายมอบให้เซี่ยจื่ออวี้
เซี่ยจื่ออวี้เห็นมารดาของเธออาลัยอาวรณ์ ก็อดหัวเราะไม่ได้
“แม่กลัวอะไร ฉันมีวิธีทำให้แม่หาเงินได้หลายพันหยวนอีกหน่อยย่อมมีวิธีทำเงินได้มากขึ้นกว่าเดิม”
จางชุ่ยกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย หันกลับมาก็พูดถึงการค้าขายภายในร้านอีกครั้ง
“วันนี้นักเรียนกับครูพวกนั้นไม่มากินข้าวกันเลยสักคน จื่ออวี้ ถ้ายังเป็แบบนี้ต่อไป...”
เหล่าคนงานที่รับประทานอาหารมีจำนวนน้อยยิ่งนักหากนักเรียนมัธยมปลายปีสามไม่มาอีกธุรกิจร้านจางจี้อาหารว่างคงเงียบเหงาอ้างว้างแน่ และราวกับ้าทำให้คนตระกูลเซี่ยโมโหคนพวกนั้นพากันเข้าร้านน้าหวงจานด่วนฝั่งตรงข้ามกันหมด พอเปรียบเทียบทั้งสองฝั่งแล้วแม้มีลูกค้าผ่านมาเป็ครั้งคราว แต่เมื่อเห็นฝั่งหนึ่งร้านโล่งมีคนประปรายอีกฝั่งหนึ่งคือร้านเล็กๆ ที่ผู้คนอัดแน่น ย่อมคิดว่ารสชาติของน้าหวงจานด่วนดีกว่า
ยอมเข้าแถวสักนิด รอคอยสักหน่อย แต่ต้องลิ้มลองน้าหวงจานด่วนเลิศรส
เพิ่งวันเดียวเท่านั้น สภาพจิตใจของทุกๆคนในจางจี้อาหารว่างล้วนได้รับผลกระทบ
เซี่ยจื่ออวี้รับเงินแล้วก็ต้องปฏิบัติงานให้เป็ชิ้นเป็อันเสียหน่อยจึงบอกว่าตนเองจะไปเยี่ยมอาจารย์ใหญ่ซุนที่บ้าน ผลลัพธ์กลับเลวร้ายภรรยาอาจารย์ใหญ่ซุนแจ้งทันทีว่าอาจารย์ใหญ่ซุนไม่อยู่บ้าน เซี่ยจื่ออวี้ไม่ได้พบกระทั่งเ้าตัว
ไม่อยู่บ้านจริงหรือ?
เซี่ยจื่ออวี้หลบอยู่ที่หัวมุมด้านล่างอาคารได้ไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็เห็นอาจารย์ใหญ่ซุนเดินส่งแขกลงจากอาคาร
นี่คือการไม่เปิดโอกาสให้เธออธิบายด้วยซ้ำ
เซี่ยจื่ออวี้ไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง ผลแตงที่ฝืนเด็ดย่อมไม่หวานหอม [1] ตอนนี้อาจารย์ใหญ่ซุนยังโกรธเคืองอยู่เธอกำลังครุ่นคิดว่าจะอาศัยวิธีเขียนจดหมายฟื้นฟูความสัมพันธ์กับอาจารย์ใหญ่ซุนดีหรือไม่บางครั้งพลังกระตุ้นความรู้สึกจากตัวอักษรก็เหนือกว่าวาจาเมื่ออาจารย์ใหญ่ซุนไม่ยินดีพบเธอ เธอคารมสำบัดสำนวนเท่าไรก็ไม่มีโอกาสเปลี่ยนแปลงความคิดของอาจารย์ใหญ่ซุนทว่าอาจารย์ใหญ่ซุนคงไม่ถึงขั้นไม่ยอมอ่านแม้แต่จดหมายที่เธอเขียนหรอกกระมัง
อ่านหนึ่งฉบับ ย่อมต้องมีฉบับที่สอง ค่อยเป็ค่อยไป เธอก็จะสามารถทำให้อาจารย์ใหญ่ซุนมีท่าทีอ่อนลง
อาจารย์ใหญ่ประจำโรงเรียนมัธยมของเขต อันที่จริงสำหรับเซี่ยจื่ออวี้ถือว่าไม่ได้สุดยอดอะไรอีกแล้วเธอสอบติดวิทยาลัยฝึกหัดครูปักกิ่ง จบการศึกษาก็ต้องประกอบอาชีพครูความเป็ไปได้ที่จะถูกส่งกลับเซี่ยนอีจงนั้นมีน้อยมากอาจไม่ถูกส่งไปถึงระดับโรงเรียนประจำเมืองซางตูอย่างน้อยก็เป็หน่วยงานระดับหนึ่งของเมืองเฟิ่งเสียน แต่ด้วยความคิดของเซี่ยจื่ออวี้เธอจะต้องอยู่ในปักกิ่งเท่านั้น
เพราะว่าหวังเจี้ยนหัวต้องอยู่ในปักกิ่งแน่นอน!
อาจารย์ใหญ่ซุนไม่สามารถตัดสินชะตาของเซี่ยจื่ออวี้ทว่าสามารถตัดสินชะตาของร้านจางจี้อาหารว่างได้ร้านอาหารว่างที่หนึ่งเดือนทำเงินได้หลายร้อยหยวน ไม่เพียงแต่เลี้ยงชีพเซี่ยจื่ออวี้และบิดามารดารวมถึงอากับอาสะใภ้แต่ยังสามารถจัดหาเงินทุนหมุนเวียนให้เซี่ยจื่ออวี้ด้วย มิเช่นนั้นอาศัยเพียงทำเกษตรกรรมในชนบทจางชุ่ยจะหาเงิน 5000 หยวนให้เธอได้จากที่ไหน?
เซี่ยจื่ออวี้รู้ดี ถ้าไม่มอบอาชีพที่สามารถเลี้ยงปากท้องอันมั่นคงสักอย่างแก่บิดามารดาทั้งสองคนต่างก็คิดจะพึ่งพาเธอ นอกจากเลี้ยงดูพ่อแม่ ยังมีน้องชายเซี่ยจวิ้นเป่าภาระครอบครัวอันหนักหน่วงเช่นนี้จะถ่วงรั้งเซี่ยจื่ออวี้จนตายทั้งเป็
พออาจารย์ใหญ่ซุนขึ้นอาคาร เซี่ยจื่ออวี้หันกายเตรียมจากไปกลับพบคนสองคนเดินมา
คนหนึ่งคือซุนเถียน อีกคนหนึ่งคือจ้าวกัง
เซี่ยจื่ออวี้ไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับซุนเถียนอาจารย์ใหม่คนนี้แต่เมื่อวานที่ซุนเถียนก้าวออกมารับหน้าแทนเซี่ยเสี่ยวหลาน ทำให้เซี่ยจื่ออวี้รู้สึกเดือดดาลเหลือแสน
ส่วนจ้าวกังน่ะหรือ เซี่ยจื่ออวี้มิใช่จดจำได้แม่นยำแบบธรรมดาเสียด้วยเธอเกิดความคิดบางอย่างขึ้น จึงหลบซ่อนตัวอีกด้านต่อไป
จ้าวกังขยับเข้าข้างกายซุนเถียน “ฉันกับเธอไปกินข้าวที่บ้านอาจารย์ใหญ่ด้วยกันไม่ดีหรอกหรือ?”
ซุนเถียนส่ายศีรษะเบาๆ “ฉันไม่ได้บอกอาและอาสะใภ้ล่วงหน้าไม่เหมาะนัก”
จ้าวกังรู้สึกขัดใจ
ทั้งที่เหล่าเพื่อนร่วมงานล้วนรู้ว่าเขาและซุนเถียนคือคู่รัก แต่ซุนเถียนกลับไม่ยอมรับให้เป็เื่เป็ราวจ้าวกังอยากไปบ้านอาจารย์ใหญ่ด้วยสถานะคนรักของซุนเถียน ซุนเถียนก็ไม่ยอมเหมือนกัน
เขาวอแวอีกสักพัก ซุนเถียนมีนิสัยขี้อาย ทว่ายืนหยัดในเส้นแบ่งนี้
แม้เธอถูกกดดันให้ยอมรับการเอาใจใส่ของจ้าวกังแต่ยังคงมีความลังเลต่อการคบหากับจ้าวกังอยู่ทั้งสองคนเป็อาจารย์ในเซี่ยนอีจงอีกด้วยหากเลิกรากันขึ้นมาอนาคตพบหน้ากันจะอึดอัดมากขนาดไหน? ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการพาไปยังบ้านอาจารย์ใหญ่ซุนผู้เป็อาของเธอแรกเริ่มซุนเถียนไม่ได้บอกว่าตนเองคือหลานสาวอาจารย์ใหญ่ด้วยซ้ำจะเอ่ยปากขอให้อาจารย์ใหญ่ซุนเลื่อนตำแหน่งจ้าวกังได้อย่างไรเล่า
เมื่อซุนเถียนขึ้นอาคารไปคนเดียวแล้วจ้าวกังเก็บสีหน้าเอาใจใส่พลางเตะรั้วล้อมต้นไม้หนึ่งที
“ครูจ้าว ไม่เจอกันนานนะคะ”
เซี่ยจื่ออวี้ปรากฏตัวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม จ้าวกังดวงตาเป็ประกาย
จ้าวกังสันดานมักมากในกาม เพศตรงข้ามรอบตัวทุกคนที่มีความสวยสักหน่อยเขาก็ต้องหาโอกาส ‘รุกราน’ เื่อย่างตามเกี้ยวพานักเรียนหญิงนี่ก็มิใช่ว่าจ้างกังจะทำไม่ได้แต่เซี่ยจื่ออวี้มีเป้าหมายที่ชัดเจนจะเลือกอาจารย์มัธยมปลายที่ใช้ชีวิตล่องลอยคนหนึ่งเป็คู่หมายได้อย่างไร? เมื่อก่อนจ้าวกังเคยเผยความปรารถนาเช่นนั้นต่อเซี่ยจื่ออวี้ ทว่ากลับโดนเซี่ยจื่ออวี้สั่งสอนอย่างหนัก
าแที่หายดีได้หลงลืมความเ็ปไปแต่ไหนแต่ไรจ้าวกังก็หนังหน้าหนาแบบนี้ พอเห็นเซี่ยจื่ออวี้ทักทายเขาก่อนเขาก็เขยิบเข้าไปสนทนาด้วยเช่นกัน
เซี่ยจื่ออวี้ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ ความงามอยู่ในระดับเดียวกับซุนเถียน
จ้าวกังสนใจไม่น้อย ทว่าหากเทียบกับเซี่ยเสี่ยวหลานความงามของเซี่ยจื่ออวี้นี้ก็ไม่พอที่จะดึงดูดแล้ว
“จื่ออวี้ สอบติดมหาวิทยาลัยก็เหินห่างกับครูแล้วคำพูดของน้องสาวเธอเมื่อวาน คงไม่ใช่ความจริงสินะ?”
เซี่ยจื่ออวี้แย่งชิงกระทั่งคนรักของน้องสาว แต่กลับแสร้งทำเฉยเมยต่อหน้าเขาทำให้เขาไม่กล้ามือไวใจเร็ว
สายตาที่จ้าวกังมองเซี่ยจื่ออวี้เจือแววแทะโลม
เซี่ยจื่ออวี้กลั้นความโกรธในใจไว้ “น้องสาวฉันก็ไม่ใช่คนดีอะไรนักตอนนี้คิดจะเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์เป็นักเรียนดีเด่น ครูดูสิว่าทุกคนในบ้านล้วนรังเกียจเธอไม่ว่าใครก็สามารถลงมือกับเธอได้โดยง่ายดาย... ช่างเถอะฉันพูดเื่ไร้ประโยชน์พวกนี้กับครูไปทำไม ครูจ้าว นี่ครูมีเป้าหมายใหม่ให้ติดตามแล้วหรือ?”
เซี่ยจื่ออวี้เปลี่ยนเื่พูดทันที จ้าวกังผิดหวังยิ่งนัก
เขายังอยากฟังเื่เกี่ยวกับเซี่ยเสี่ยวหลานมากกว่านี้ใครก็ลงมือกับเธอได้โดยง่ายดาย?
อันที่จริงจ้าวกังเชื่อสักเจ็ดแปดส่วนทีเดียวใครใช้ให้เซี่ยเสี่ยวหลานหน้าตายั่วยวนเล่า
ทว่าจ้าวกังไม่ได้โง่เขลา เซี่ยจื่ออวี้พูดเื่พวกนี้ต่อหน้าเขามิใช่้าให้เขาไปก้อร่อก้อติกกับเซี่ยเสี่ยวหลานหรือ? เมื่อวานสองพี่น้องได้หักหาญน้ำใจกันอย่างเปิดเผยเซี่ยจื่ออวี้ต้องมีจุดประสงค์ร้ายแน่นอน จ้าวกังระมัดระวังไม่แพ้กัน เพราะเขาเคยเสียเปรียบอยู่ในกำมือของเซี่ยจื่ออวี้!
“จื่ออวี้ ไม่เจอครึ่งปี เธอยังคงทำทุกสิ่งด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนเสมอเธอไม่้าให้น้องสาวเธอสอบติดมหาวิทยาลัยสินะ กลัวเขาแย่งคนรักเธอไปใช่หรือไม่แค่จือชิงลงชนบทคนหนึ่งไม่ใช่หรือ มีอะไรดีให้แย่งชิงกันเธอเองก็เป็ผู้พบโลกกว้างในปักกิ่งแล้ว จือชิงชายคนหนึ่งทำให้เธอใฝ่หาไม่ปล่อย ลักษณะไม่ค่อยเหมือนการปฏิบัติตัวของเธอนะ”
เมื่อวานจ้าวกังเห็นหวังเจี้ยนหัวแล้ว สูงใหญ่และหล่อเหลากว่าเขาเล็กน้อย แค่สอบติดมหาวิทยาลัยเดียวกับเซี่ยจื่ออวี้ก็ควรค่าที่เซี่ยจื่ออวี้ต้องตระหนกขนาดนี้หรือ?
คู่หมายแบบนี้หายากในเขตอันชิ่ง ไปถึงปักกิ่งมิใช่คว้าทีได้เป็กำหรือ!
เซี่ยจื่ออวี้ยิ้มเยือกเย็น “ครูจ้าว คุณสนใจเื่ของตัวเองให้ดีก่อนเถอะค่ะฉันว่าหลานสาวครูใหญ่ซุนจีบยากไม่เบา! ถ้ารับรู้ว่าคุณยังเคยตอแยนักเรียนหญิงเซี่ยนอีจงบ่อยๆด้วย คุณอยากเป็หลานเขยของอาจารย์ใหญ่ก็คงยากกว่าเดิมแล้ว...คุณว่าฉันไปช่วยคุณพูดต่อหน้าครูใหญ่ซุนดีหรือไม่?”
จ้าวกังสีหน้าดูไม่ได้
ขณะนี้อาจารย์ใหญ่ซุนไม่มีความโปรดปรานต่อเซี่ยจื่ออวี้นักเธอวิ่งไปชื่นชมต่อหน้า ไม่ใช่การยิ่งช่วยยิ่งพินาศหรือ?
“เซี่ยจื่ออวี้ ฉันไม่มากความกับเธอแล้ว เธอบอกมาดีกว่าว่าอยากให้ฉันทำอะไร!”
รอบริมฝีปากเซี่ยจื่ออวี้มีรอยยิ้มบาง
“ฉันไม่้าให้เซี่ยเสี่ยวหลานเข้าร่วมการสอบเกาเข่าในปีนี้ แน่นอนถ้าเกาเข่าในอนาคตเธอเข้าร่วมไม่ได้ทั้งหมด นั่นก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่”
เชิงอรรถ
[1]强扭的瓜不甜 ผลแตงที่ฝืนเด็ดย่อมไม่หวานหอม ปกติบริเวณก้านของผลแตงที่สุกพร้อมจะค่อยๆแห้งและหลุดออก หากเก็บตอนยังไม่สุกดีต้องเด็ด นั่นแปลว่าแตงจะไม่หวานพอ หมายถึงการทำสิ่งใดในสภาวะที่ยังไม่พร้อมจะทำให้เกิดผลลัพธ์อันไม่น่าพึงพอใจ
