“ภรรยาของฉันก็ตายไปตั้งสิบปีแล้ว เธอตายไปด้วยน้ำมือของศัตรูที่ฉันสร้างขึ้นมาเอง..... หลังจากนั้นฉันก็ใช้วิธีที่โเี้ที่สุดกำจัดศัตรูพวกนั้น...... แต่ไม่ว่าจะทำยังไงภรรยาของฉันก็ไม่มีทางกลับมาตลอดกาล ส่วนลูกสาวของเรา ภรรยาของฉันก็ใช้ร่างบังะุให้เธอ ใช้ชีวิตของเธอแลกกับชีวิตของลูกสาวของเรา ดังนั้นเธอจึงเป็ครอบครัวคนสุดท้ายที่ฉันเหลืออยู่ เธอเป็ชีวิตของฉันและเป็สิ่งล้ำค่าที่สุดของฉันด้วย ตลอดมาฉันได้แต่คอยเติมเต็มความ้าทั้งหมดของเธอ เพื่อให้เธอมีความสุขในทุกๆวัน........ แต่คิดไม่ถึงเลยว่า.......ฉันคิดผิดมาโดยตลอด”
เขาเงยหน้าขึ้น แล้วถอนหายใจออกมาอย่างเ็ป ชายผู้ซึ่งมีอำนาจและมีชื่อเสียงระดับโลกในเวลานี้กำลังเผยอีกด้านของเขาออกมา และบางทีอาจจะมีเพียงแค่เย่เทียนเซี่ยเท่านั้นที่เคยเห็นมัน เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับเย่เทียนเซี่ย “ถ้ามันเป็ทางเลือกที่เฟยเฟย้าจริงๆ ฉันก็จะไม่ขัดขวางเธอ....... ฉันได้แต่หวังว่า เธอจะอยู่ที่นี่อย่างสงบสุข ถ้าการอยู่ที่นี่จะทำให้เธอมีความสุขทุกวัน ฉันก็จะขอบคุณนายมาก”
“ถ้าคำขอบคุณของคุณสามารถเปลี่ยนเป็เงินจำนวนมากได้ล่ะก็ ผมก็จะรับไว้ด้วยความยินดี” เย่เทียนเซี่ยยกยิ้ม เป็รอยยิ้มซึ่งแฝงความนัยเอาไว้ ซูลั่วโยงไปพูดถึงเื่อื่นอยู่พักใหญ่แต่ก็ไม่ได้พูดถึง “ค่าคุ้มครอง” ซึ่งเป็ปัญหาใหญ่ที่เย่เทียนเซี่ยกังวลที่สุดเลย ดังนั้นเขาเลยต้องเตือนความจำซูลั่วสักหน่อย
“หนึ่งล้าน! ถ้านายปกป้องลูกสาวฉันให้อยู่อย่างสงบสุขได้ ฉันจะให้นายหนึ่งล้านทุกปี!” ซูลั่วพูดขึ้นอย่างใจป้ำ เขาไม่มีความรู้สึกไม่พอใจต่อความตรงไปตรงมาของเย่เทียนเซี่ยเลยแม้แต่น้อย เงินเป็เหตุผลที่ทำให้เย่เทียนเซี่ยยอมรับซูเฟยเฟย แต่สิ่งที่ทำให้เขารับไม่ได้มากที่สุดก็คือความไม่มีเหตุผล เพราะอย่างนั้นความไม่แน่นอนแต่ละอย่างจึงขยายออกหลายเท่าตัว
หนึ่งล้าน....... มันเป็จำนวนเงินมหาศาลที่ชั่วชีวิตของคนธรรมดาไม่มีวันได้ัั เขาได้แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญของชายที่ร่ำรวยเป็อันดับหนึ่งของเอเชียแล้ว
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้ซูลั่วคาดไม่ถึงก็คือเย่เทียนเซี่ยไม่เพียงไม่ยอมรับไปโดยไม่ลังเล แต่เขากลับขมวดคิ้วตอบกลับมาด้วย รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาค่อยๆหายไป ดวงตาของเย่เทียนเซี่ยหรี่เล็กลงก่อนจะพูดออกมาเสียงเบา “ความปลอดภัยของลูกสาวคุณมีค่าแค่หนึ่งล้าน? เธอเป็สมบัติล้ำค่าที่สุดของคุณไม่ใช่เหรอ นี่มันยังไม่ถึงหนึ่งในหมื่นของทรัพย์สินทั้งหมดที่คุณมีเลยด้วยซ้ำ!?”
คิ้วของซูลั่วขมวดเข้าหากันแล้วเขาจึงพูดออกไป “นี่มันไม่เกี่ยวกับว่าเฟยเฟยมีความสำคัญต่อฉันมาแค่ไหน หนึ่งล้าน ความสามารถของนายก็เหมาะสมกับราคาสูงเสียดฟ้านี้แล้ว และฉันเชื่อว่า..... สำหรับการดูแลคนเพียงคนเดียว นี่ถือเป็การเสนอราคาที่สูงที่สุดแล้วในตอนนี้!”
นอกจาก “เสือดำ” และ “หมาป่าแดง” ที่อยู่ข้างกายเขามาโดยตลอดแล้ว ทุกคนก็ได้รับเงินปีละไม่เกินสองแสนเท่านั้น แล้วสิ่งที่พวกเขาทำก็ไม่ใช่เพียงการคุ้มกันอย่างเดียวด้วย
“การเสนอราคาที่สูงที่สุด?” มุมปากของเย่เทียนเซี่ยกระตุกเล็กน้อย เย่เทียนเซี่ยใช้สายตาแปลกประหลาดที่ซูลั่วไม่เข้าใจจ้องมองมาทางเขา ก่อนจะพูดออกไปอย่างสบายๆ “เคยมีคนเสนอเงินให้ผมปีละสองร้อยล้านให้ผมเป็บอดี้การ์ดส่วนตัวของเขา......คุณเชื่อไหมล่ะ?”
ปีละ........สองร้อยล้าน!?
สีหน้าของซูลั่วบิดเบี้ยวอย่างรุนแรงแล้วตามมาด้วยการส่ายหน้าช้าๆ “เป็ไปไม่ได้! บนโลกใบนี้ไม่มีคนที่บ้าถึงขนาดนั้นหรอก และถ้ามันเป็เื่จริง....... นายจะขัดสนเื่เงินได้ยังไง”
“เหอะ ผมก็แค่ปฏิเสธคนๆนั้นไปเท่านั้นเอง เพราะถ้าเป็บอดี้การ์ดส่วนตัวของเขา มันก็จะทำให้ผมขาดอิสระ แล้วลูกสาวของคุณ...... การคุ้มกันเธอจะทำให้ผมไม่มีอิสระ มีแต่ความยุ่งยาก แต่ลูกสาวของคุณก็ถือว่าสวยอยู่หรอกนะ มองๆไปก็เจริญหูเจริญตาดี สบายกว่าต้องไปคุ้มกันผู้ชายตั้งเยอะ แต่ประเด็กสำคัญก็คือ...... ผมเชื่อว่าคุณจะเสนอราคาให้ได้สูงกว่าสองร้อยล้าน...... คุณเชื่อไหมล่ะ?” เย่เทียนเซี่ยยกยิ้มมุมปาก มันเป็รอยยิ้มที่แฝงไว้ด้วยความลึกลับบางอย่าง
บอดี้การ์ดที่มี “ค่าจ้าง” ในราคาที่มากกว่าสองร้อยล้าน แม้ว่าจะเป็ซูลั่วที่มีทรัพย์สินมหาศาลมากกว่าคนธรรมดาและร่ำรวยเป็อันดับหนึ่งของเอเชียก็ยังรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังฟังนิยายแฟนตาซีอยู่ คนแบบไหนกันที่จะคู่ควรกับราคามหาศาลแบบนั้น แล้วใครมันมีความกล้ามากขนาดที่เสนอราคาบ้าบออย่างนั้นได้ ราคาแบบนั้นแม้แต่เขาเองก็ยังรับไม่ได้เลย
“คนๆนั้นมันเป็ใคร!” ซูลั่วขมวดคิ้วถามออกไป คำพูดที่เหมือนกับเื่ตลกนี้เขาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด แต่เมื่อเผชิญกับสีหน้าจริงจังของเย่เทียนเซี่ยเขาก็เริ่มคิดว่ามันคงจะเป็เื่จริงอย่างช่วยไม่ได้...... จริงๆแล้วใครมันเป็คนที่มีทรัพยากรทางการเงินมากขนาดนั้น และคนที่สามารถทำให้คนอื่นมอบเงินมากมายมหาศาลถึงสองร้อยล้านให้ได้ ภายใต้สีหน้าที่แสดงออกมาของชายหนุ่มตรงหน้ายังปิดบังอะไรไว้อีกนะ.........
“คนๆนั้นคุณก็น่าจะรู้จัก” เย่เทียนเซี่ยพูดออกมา หลังจากนั้นก็พูดชื่อของคนๆหนึ่งออกมาช้าๆ “ชื่อของเขาก็คือจั่ว....เจิ้น....หัว!”
คำสามคำ เป็เหมือนสายฟ้าฟาดลงมากลางหัวของซูลั่วถึงสามครั้ง หัวใจและร่างกายของเขาสั่นสะท้าน ดวงตาของเขาหดเล็กลงเป็ขีดเล็กๆ ร่างกายสั่นเทาท่ามกลางความตื่นตะลึงแล้วสายตาที่เขามองไปยังเย่เทียนเซี่ยก็เปลี่ยนเป็สั่นไหวอย่างรุนแรง
จั่วเจิ้นหัว........ เป็ชื่อของคนที่กุมอำนาจสูงสุดของประเทศหัวเซี่ยเอาไว้ และยังเป็ชื่อของคนที่เป็ผู้นำสูงสุดที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศหัวเซี่ยอีกด้วย
เพียงแค่คนๆนี้กระทืบเท้าทั่วทั้งหัวเซี่ยก็จะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และผู้คนจำนวนมากทั่วโลกก็จะต้องสั่นไหวไปตามๆกัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนที่จะคอยปกป้องคุ้มครองอยู่ข้างกายคนแบบนี้จะต้องเป็ทหารที่แข็งแกร่งที่สุดในหัวเซี่ยหรือไม่ก็เป็มนุษย์ต่างดาวที่มีความสามารถเกินกว่าคนธรรมดาเป็แน่ สามารถพูดได้ว่าเย่เทียนเซี่ยคือคนที่มีความเป็ไปได้มากที่สุดในหัวเซี่ยและมีพลังในการคุ้มกันที่แข็งแกร่งที่สุดด้วย....... คนแบบนั้นกลับไม่ลังเลที่จะเสนอราคาสูงลิ่วถึงสองร้อยล้านเพื่อให้ชายหนุ่มที่อายุไม่น่าจะเกินยี่สิบปีคนนี้ไปเป็บอดี้การ์ดให้เขา
หรือว่าความสามารถของเย่เทียนเซี่ยนั้นจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าทหารที่แข็งแกร่งที่สุดที่อยู่ข้างกายของคนๆนั้น แข็งแกร่งยิ่งกว่ามนุษย์ต่างดาวอีกอย่างนั้นเหรอ?
“คุณเชื่อไหมล่ะ?” เมื่อมองไปยังสายตาตกตะลึงของซูลั่ว เย่เทียนเซี่ยก็พูดออกมาช้าๆ
ซูลั่วมองเห็นความสงบนิ่งและความเปิดเผยจากั์ตาทั้งคู่ของเย่เทียนเซี่ย ไม่มีร่อยรอยความว้าวุ่นหรือพิรุธใดๆ ด้วยประสบการณ์มากมายยิ่งกว่าคนธรรมดาของซูลั่วและด้วยคำพูดที่เย่เทียนเซี่ยพูดออกมา........ นั่นไม่น่าจะเป็เื่โกหก
เขาเข้าใจได้ในทันทีว่าทำไมเขาถึงหาสิ่งที่ตัวเองอยากจะรู้นักหนาไม่เจอ และเข้าใจถึงที่มาของความรู้สึกอันตรายด้วยเช่นกัน ทุกอย่างของเย่เทียนเซี่ยเป็ความลับราวกับม่านหมอก และสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ม่านหมอกนั้นก็เกินกว่าระดับที่คนธรรมดาจะเข้าใจได้........
คนๆนี้แท้จริงแล้วเป็คนอย่างไรกันแน่
และเขายังเป็คนที่สามารถทำให้ผู้นำสูงสุดจ่ายเงินสองร้อยล้านออกไปได้อย่างไม่ลังเล รวมทั้งยังเป็คนที่กล้าปฏิเสธท่านผู้นำสูงสุดอีกด้วย คนที่แม้แต่เงินมหาศาลของท่านผู้นำสูงสุดยังไม่สามารถซื้อได้กำลังจะมาปกป้องลูกสาวของตนเอง แบบนี้ศัตรูของเขาคงไม่มีใครทำร้ายเธอได้อีก
“สามร้อยล้าน....... ขอแค่นายปกป้องลูกสาวของฉันให้ดี ฉันจะให้นายปีละสามร้อยล้าน รวมทั้งครึ่งปีต่อจากนี้ฉันยังจะจ่ายให้นายสามร้อยล้านเท่ากับราคาทั้งปีด้วย” ซูลั่งพูดออกมา เมื่อตัวเขาเอ่ยปากออกไปถึงจำนวนเงินมหาศาลที่เหลือเชื่อนั่นแล้วเขาก็พบว่าหัวใจของเขาที่แข็งค้างราวกับหินค่อยๆผ่อนคลายลงและยังเต็มไปด้วยความพึงพอใจอีกด้วย ลูกสาวของเขาคือสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต ตอนนี้ภรรยาก็จากเขาไปแล้ว ถ้าลูกสาวของเขาต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้เงาแห่งความกลัว และต้องจากเขาไปในสักวันหนึ่ง ต่อให้เขามีเงินและทรัพย์สมบัติมากกว่านี้อีกกี่เท่าก็ไม่มีประโยชน์
สามร้อยล้าน....... เป็ราคาสูงเสียดฟ้าที่มากกว่าจั่วเจิ้นหัวซึ่งเป็ผู้นำสูงสุดของประเทศเสนอมา....... เพราะความปลอดภัยของลูกสาวของเขาสำคัญยิ่งกว่าจั่วเจิ้นหัวและอะไรทั้งหมด สำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดบนโลกใบนี้
“ดีมาก ราคานี้ผมยอมรับได้ ด้วยทรัพย์สมบัติของคุณซูลั่ว ปีละสามร้อยล้านไม่ทำให้ขนหน้าแข้งของคุณร่วงหรอก.....” รอยยิ้มของเย่เทียนเซี่ยเปล่งประกายความสดใสออกมาถึงขีดสุด “แต่ว่าคุณไม่กลัวว่าผมจะคุยโม้ไปงั้นๆเหรอ หรือไม่ก็อาจจะโกหกคุณก็ได้? ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่แนวของคุณที่ได้ชื่อว่าเป็นักธุรกิจที่ฉลาดที่สุดในเอเชียเลยนะ”
