ณ บริษัทเจาซี
เย่ฝานเอนตัวอยู่บนโซฟา เขาพูดด้วยความกลัดกลุ้มว่า “นายคิดว่าฉันจะหาคนทรงคนนั้นเจอได้ยังไง? สองผัวเมียนั่นช่างโง่เขลานัก ถูกใช้เป็เครื่องมือทำลายคนแท้ๆ ข้อมูลก็มีน้อยเหลือเกิน ถ้ารู้ั้แ่แรกว่าเื่มันจะยุ่งยากขนาดนี้ ฉันคงไม่อยากได้ไอ้เงินหนึ่งร้อยล้านหยวนนี่หรอก”
“นายเป็คนปราดเปรื่องกว่าใครไม่ใช่เหรอ? ทำไมพอเกิดปัญหาจึงไม่หาวิธีแก้ไขปัญหา กลับคิดแต่จะเปลี่ยนลูกค้าเงินเยอะๆ ที่หลอกง่ายกว่า นายหาเงินเยอะขนาดนั้นด้วยวิธีนี้น่ะเหรอ!” ไป๋อวิ๋นซีกล่าว
เย่ฝานหัวเราะด้วยความประหม่าแล้วตอบว่า “แน่นอนว่าฉันหลักแหลม แต่ฉันไม่ถนัดเื่ตามหาคนน่ะสิ? นายก็รู้ว่าฉันจำหน้าคนไม่เก่ง นอกจากฉันจะรู้สึกว่านายดูดีมากเป็พิเศษแล้ว คนอื่นๆ ก็หน้าตาคล้ายกันหมด ตอนนี้ยิ่งยุ่งยากเข้าไปอีก เพราะฉันไม่รู้เลยว่าคนทรงนั่นหน้าตาเป็ยังไง”
ไป๋อวิ๋นซีถาม “ทำไมนายถึงรู้สึกว่าฉันดูดีมากเป็พิเศษ?”
เย่ฝานตอบอย่างไม่ต้องใช้ความคิด “ก็นายดูดีมาั้แ่ไหนแต่ไรแล้ว! ทำไมต้องหาเหตุผลด้วย?”
ไป๋อวิ๋นซีหัวเราะเสียงทุ้มก่อยกล่าวว่า “จำเป็ต้องหาคนทรงคนนั้นให้เจอไหม? หาคนทรงคนอื่นมาทำแทนไม่ได้เหรอ?”
เย่ฝานกลอกตาก่อนกล่าว “จริงด้วย นั่นก็ได้เหมือนกัน! ฉันไปหาคนทรงอีกคน ให้เขาจัดการเื่ของเกาหมั่นจินและผีตนนั้นให้เรียบร้อย”
ขอเพียงจัดการเื่ของเกาหมั่นจินและผีตนนั้นสำเร็จ ใบทะเบียนสมรสเดิมก็ไม่มีความหมาย ส่วนคนที่ปองร้ายถังอวี่เซวียน ก็ให้เขาไปคิดบัญชีเอาเอง
ไป๋อวิ๋นซีหัวเราะแล้วพูดว่า “ความจริงนายไม่จำเป็ต้องแบกปัญหาทุกอย่างไว้คนเดียวก็ได้นี่” หลายปีที่ผ่านถังอวี่เซวียนเดินบนเส้นทางวงการบันเทิงอย่างราบรื่น เป็ไปไม่ได้ที่จะไม่มีคนคอยช่วยเหลืออยู่เื้ั
“ถ้าอย่างนั้น ฉันแค่สืบหาตัวตนของผีตนนั้นว่าเขาเป็ใครก็ได้แล้ว อย่างนี้ก็ง่ายขึ้นเยอะเลย” เย่ฝานพูดด้วยความฮึกเหิม
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝานแล้วถามว่า “ตัวตนของผีตนนั้นน่าจะไม่ได้หาง่ายๆ นะ?”
เย่ฝานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “เื่นี้นายคิดผิดแล้ว พวกภูตผีวันๆ ไม่ทำอะไร! พอมีข่าวลือเกิดขึ้นก็จะแพร่กระจายไปเร็วมาก ยิ่งเป็เื่ที่ผีตนนั้นจะแต่งงานด้วยแล้ว คงจะมีภูตผีให้ความสนใจไม่น้อย ฉันจะส่งผีรับใช้ไปสืบสักหน่อย น่าจะได้ข้อมูลกลับมาในไม่ช้า”
“ผีรับใช้ นายมีผีรับใช้ด้วยเหรอ? เอามาจากไหนกัน?” ไป๋อวิ๋นซีถามด้วยความประหลาดใจ
“บ้านของฉันมีผีสิงไม่ใช่เหรอ? มันมักจะมีผีที่ไม่ยอมจำนนชอบแกว่งเท้าหาเสี้ยน ฉันก็เลยจัดการเก็บพวกมันมาจนหมด ผีรับใช้พวกนี้มันดีมากเลยนะ! ไม่ต้องจ่ายเงินเดือน งานที่ฉันให้พวกมันไปทำล้วนไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน! ฉันเป็คนชอบของฟรีอยู่แล้วด้วย” เย่ฝานพูดด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ
ไป๋อวิ๋นซี “...” เย่ฝานเ้าหมอนี่ ชอบเอาเปรียบคนอื่นจริงๆ
.....................................................................................
ผ่านไปไม่นาน เย่ฝานก็สามารถสืบค้นตัวตนของผีตนนั้นได้สำเร็จ
“เป็คนตระกูลซ่งงั้นเหรอ?” ไป๋อวิ๋นซีถามด้วยความรู้สึกคาดไม่ถึง
เย่ฝานพยักหน้าตอบ “ใช่ ผีตนนั้นเป็คนบ้านตระกูลซ่ง บ้านตระกูลซ่งมีบุคคลสำคัญคนหนึ่งชื่อซ่งเจิ้งไท่ เ้าหมอนั่นพลั้งมือฆ่าคนตาย คนที่ตายเหมือนจะเป็คนที่มีตำแหน่งใหญ่โต จากนั้นญาติของผู้ตายก็บังคับให้คนบ้านตระกูลซ่งรับผิดชอบเื่นี้ บ้านตระกูลซ่งจึงส่งซ่งหยวนซึ่งเป็ลูกนอกสมรสและมีรูปร่างหน้าตาคล้ายซ่งเจิ้งไท่ไปรับผิดแทน”
“ซ่งหยวนติดคุกแทนซ่งเจิ้งไท่อยู่นานหลายปี ผ่านไปไม่นาน เขาก็ถูกคนทำร้ายจนตายในคุก หลังจากที่ซ่งหยวนตาย ิญญาซ่งหยวนก็กลับไปอาละวาดที่บ้านตระกูลซ่ง คนบ้านตระกูลซ่งจึงต้องบูชาและเลี้ยงผีซ่งหยวน”
ไป๋อวิ๋นซีกล่าวด้วยความสงสัย “บูชาและเลี้ยงผีซ่งหยวน จากลักษณะนิสัยของคนบ้านตระกูลซ่ง กลับไม่ได้หาหมอผีมาทำลายิญญาของซ่งหยวนงั้นเหรอ”
“พวกเขาทำดีเพื่อหวังผลต่างหากล่ะ ที่พวกเขาบูชาและเลี้ยงิญญาของซ่งหยวน เผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้เขามากมายในแต่ละปี เป็เพราะพวกนั้น้าให้ผีซ่งหยวนคุ้มครองให้อยู่รอดปลอดภัยยังไงล่ะ”
ไป๋อวิ๋นซียิ้มเยาะแล้วเอ่ยว่า “แบบนี้ถึงจะใกล้เคียงกับลักษณะนิสัยของคนบ้านตระกูลซ่ง! ”
“ซ่งหยวนเป็พันธมิตรกับบ้านตระกูลซ่งหลายสิบปี ระยะนี้คงจะว้าเหว่ ก็เลยเรียกร้องจะแต่งงาน” เย่ฝานพูด
ไป๋อวิ๋นซีหัวเราะแล้วพูดว่า “ที่แท้ก็เป็อย่างนี้นี่เอง นายรู้ไหมว่าซ่งเจิ้งไท่คือใคร?”
เย่ฝานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ฉันไม่รู้หรอก”
“เขาเป็น้องชายแท้ๆ ของเ้าของบ้านตระกูลซ่ง เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน” ไป๋อวิ๋นซีคิดในใจว่าระยะนี้วาสนาของบ้านตระกูลซ่งไม่สู้ดีนัก พอเจอกับวิกฤตและภาวะคับขันเข้า จึงหาวิธีแก้ไขที่ไม่เข้าท่าต่างๆ นานา รวมถึงการจัดวิวาห์ยมโลกนี้ด้วย
“ความจริงแล้ว ตอนแรกบ้านตระกูลซ่งคิดไว้ว่าจะหาคนที่ตายไปแล้วมาแต่งงานกับซ่งหยวน แต่เื่นี้กลับรู้ไปถึงหูของซ่งหลินฟงได้ยังไงก็ไม่รู้”
“ซ่งหลินฟงเป็คนแนะนำถังอวี่เซวียนให้กับซ่งหยวนงั้นเหรอ?”
เย่ฝานพยักหน้าพลางกล่าวชื่นชม “อวิ๋นซี นายฉลาดมาก ทายถูกในครั้งเดียว ซ่งหลินฟงเ้าหมอนี่ช่างไร้คุณธรรมสิ้นดี จะต้องให้คนตายไปหาคนเป็ให้ได้สินะ”
ไป๋อวิ๋นซีส่ายหน้าแล้วนึกในใจ บรรยากาศของบ้านตระกูลซ่งตอนนี้เลวร้ายเข้าขั้นวิกฤติ สถานการณ์ในบ้านวุ่นวายขนาดนี้ ซ่งหลินฟงยังมีกะจิตกะใจใช้วิธีสกปรกลอบทำร้ายคู่ต่อสู้ของตนได้
.............................................................................
เย่ฝานอยู่ที่บริษัทของไป๋อวิ๋นซีสักพักแล้วจึงไปสตูดิโอ
“ผมมาสายหรือเปล่า!” เย่ฝานถามพลางเขยิบเข้าใกล้ลู่อิ๋ง
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ ยังไม่ถึงคิวถ่ายของคุณเลย” ลู่อิ๋งพูดปลอบใจ
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “งั้นก็ดีครับ”
“ทำไมวันนี้ผู้กำกับอารมณ์ดีจังครับ! เขาถูกลอตเตอรี่เหรอ?” เย่ฝานถามขณะนั่งอยู่บนเก้าอี้
“าาแห่งวงการภาพยนตร์ถังอวี่เซวียนตอบรับเป็นักแสดงรับเชิญในละครของเขา ก็คงเหมือนกับถูกหวยล่ะมั้ง” ลู่อิ๋งเอ่ย
เย่ฝานกะพริบตาพลางคิดในใจ ที่ถังอวี่เซวียนเข้ามาที่นี่คงไม่ใช่เพราะรอข่าวจากเขาไม่ไหว จึงเข้ามาถามไถ่?
“ละครเื่นี้ของพวกเราต้องดังแน่ๆ” ลู่อิ๋งกล่าว
เย่ฝานหัวเราะแล้วเอ่ยว่า “อ่อ ถ้าเป็อย่างนั้นก็ดีสิ”
เย่ฝานมาถึงไม่นาน ถังอวี่เซวียนก็เข้ามาหาเขา
“คุณชายเย่” พอถังอวี่เซวียนเข้ามาหา เย่ฝานก็ตามเขาเข้าไปในห้องแต่งตัว
“บัตรเชิญงานแต่งงานทำเสร็จแล้ว ส่วนดวงชะตาของผีตนนั้นกับพี่ชายของคุณก็เตรียมไว้เรียบร้อย ตอนนี้เหลือแค่ขั้นตอนสุดท้ายคือการหยดเื” เย่ฝานกล่าว
“้าเืของเกาหมั่นจินหรือครับ?”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูด “ใช่ครับ”
“งั้นผมไปจัดการเื่นี้เอง” ถังอวี่เซวียนเอ่ย
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ก็ดีครับ” เื่การฝืนชะตาฟ้าลิขิตของผู้ฝึกตน ตามสถานการณ์ทั่วไปแล้ว หากคนธรรมดาไม่ได้ทำผิดต่อผู้ฝึกตน พวกเขาก็ไม่สามารถลงมือตามอำเภอใจได้ ในเมื่อถังอวี่เซวียน้าทำเื่นี้ด้วยตนเอง เย่ฝานก็จะได้ไม่ต้องลงมือเอง
..............................................................................
ณ โรงแรมขนาดเล็กในเมืองหลวง
โจวเจวียนขมวดคิ้วเป็ปมขณะเดินวนอยู่ในห้อง “หมั่นจินออกไปตั้งนานแล้ว ทำไมถึงยังไม่กลับมาอีก! นี่พวกเรารออยู่นานแล้วนะ”
“ลูกน่าจะไปหาแฟนสาวของเขาน่ะ” เกาผิงกล่าว
เกาหมั่นจินอายุใกล้จะสามสิบปีแล้ว ในหมู่บ้านคนที่อายุขนาดเขาล้วนแต่งงานมีลูกกันไปหมดแล้ว แต่เพราะเกาหมั่นจินเป็คนใฝ่สูง! ตัวเองไม่มีวัฒนธรรม แต่กลับอยากได้แฟนที่มีความรู้ ฐานะการเงินของบ้านตระกูลเกาอยู่ในระดับปานกลาง ผู้หญิงที่มีความรู้ย่อมไม่ชายตามองคนว่างงานอย่างเกาหมั่นจิน
โจวเจวียนพูดเซ็งๆ ว่า “ลูกเอาแต่ไปหาแฟนตลอด มีคำกล่าวว่าพอแต่งเมียแล้วลืมแม่ แต่นี่ยังไม่ทันได้แต่งงานก็เอาแต่สนใจแฟนไม่เห็นหัวพ่อแม่บ้างเลย”
“เอาล่ะๆ เลิกบ่นได้แล้ว ลูกชายของเราอายุปูนนี้แล้ว จะหาเมียสักคนมันก็ไม่ง่ายเลยนะ กว่าจะหาแฟนคนนี้ได้ เธอก็ตามใจลูกหน่อยเถอะ” เกาผิงกล่าว
โจวเจวียนถอนหายใจแล้วพูดว่า “ฉันรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาเหมือนกันนะ! ยังไม่ทันแต่งเข้ามาก็จะเอาบ้านเอารถ แล้วยังจะให้เพิ่มชื่อหล่อนในทะเบียนบ้านอีก”
เกาผิงพ่นควันบุหรี่ออกจากปาก แล้วกล่าวอย่างจนปัญญา “ในเมื่อลูกของเราชอบหล่อน แล้วจะทำยังไงได้ อีกอย่างผู้หญิงสมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อนย่อมต้องเรียกร้องมากขึ้นเป็ธรรมดา”
เกาหมั่นจินเดินเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าเคร่งเครียด โจวเจวียนเห็นาแบนหน้าผากของเกาหมั่นจินก็ใในทันที “เกิดอะไรขึ้น”
“ซวยจริงๆ เลย ผมกำลังออกไปหาแฟน ปรากฏว่าไปเจอกับอันธพาลคนหนึ่ง กล่าวหาว่าผมแย่งแฟนของมันไป ก็เลยยกพวกมารุมตีผม สุดท้ายกลับบอกว่าเข้าใจผิด มันจำผิดคน” เกาหมั่นจินเล่าด้วยน้ำเสียงเดือดดาล
โจวเจวียนพูดด้วยความโกรธแค้น “ทำไมคนพวกนั้นถึงได้ทำร้ายคนอื่นมั่วซั่วแบบนี้ ลูกน่าจะไปแจ้งความนะ!”
“แจ้งตำรวจไปก็ไม่มีประโยชน์ พวกมันเป็พวกนักเลงหัวไม้ ตำรวจมาถึงก็คงทำได้แค่ช่วยไกล่เกลี่ยแบบขอไปที!” เกาหมั่นจินพูดอย่างเซ็งๆ
เกาผิงมองดูเกาหมั่นจิน รู้สึกเ็ปใจอย่างที่สุด “คราวหลังเวลาลูกไปข้างนอกก็ต้องระมัดระวังมากกว่านี้นะ”
เกาหมั่นจินพยักหน้า แล้วพูดด้วยความรำคาญว่า “รู้แล้ว รู้แล้วน่า”
เกาผิงเห็นสีหน้าเบื่อหน่ายของเกาหมั่นจิน คำพูดที่กำลังจะออกจากปากจึงต้องเก็บไว้ก่อน
เกาหมั่นจินเอามือกุมหน้าผาก แล้วเดินเข้าไปนอนในห้อง
โจวเจวียนมองเกาหมั่นจินเดินเข้าห้องไปแล้ว หล่อนจึงพูดเสียงเบาด้วยความกังวลว่า “ตาแก่ คุณว่าจะใช่เ้าสารเลวอายุสั้นคนนั้นหรือเปล่า มันอาจจะรู้ว่าเราคิดร้ายกับมัน ก็เลยเลือกลงมือกับหมั่นจิน!”
เกาผิงทำหน้ามุ่ย ในใจรู้สึกหวาดหวั่นไม่น้อย ถึงปากของเขาจะบอกว่าไม่เชื่อเื่วิวาห์ยมโลก แต่ลึกๆ เขากลับหวาดกลัวเื่ภูตผีปีศาจเหมือนกัน
“ไม่น่าเป็ไปได้นะ” เกาผิงกล่าว
........................................................................
เย่ฝานกำลังอ่านหนังสือพิมพ์ เขาพูดด้วยความกลุ้มใจว่า “ทำไมถึงเขียนข่าวให้ฉันคู่กับถังอวี่เซวียนอีกแล้วนะ!”
หน้าหนังสือพิมพ์บันเทิงพาดหัวข่าวเื่ของถังอวี่เซวียนและเย่ฝานอีกครั้งอย่างชัดเจนว่า “ถังอวี่เซวียนยอมเป็นักแสดงรับเชิญเพื่อความรัก! เบื้องล่างข้อความข่าวยังปรากฏรูปถังอวี่เซวียนและเย่ฝานถ่ายคู่กันอีกด้วย”
“มันก็เป็เื่ปกตินะ ที่คนเราพอดังแล้วจะมีข่าวน่ะ! ” ไป๋อวิ๋นซีกล่าว
“นายกำลังจะบอกว่าฉันดังแล้วเหรอ!” เย่ฝานถามพลางเขยิบเข้าไปใกล้ไป๋อวิ๋นซี
ไป๋อวิ๋นซีเหลือบตามองบนแล้วตอบ “นายคิดมากเกินไปแล้ว ฉันหมายถึงถังอวี่เซวียนต่างหาก ส่วนนายก็แค่เกาะกระแสข่าวเขาจนมีคนรู้จักอยู่บ้าง”
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก เมื่อสองวันก่อนฉันเห็นรายงานข่าวอยู่เื่หนึ่ง ข่าวบอกว่านายเห็นทั้งฉันหล่อเหลาและสง่างาม ก็เลยให้ฉันเอาตัวแลกกับเงินทอง นับว่านักข่าวพวกนั้นตาแหลมไม่เบา!”
เย่ฝานหยุดพูดอยู่ครู่หนึ่งและกล่าวต่อ “น่าเสียดาย นักข่าวที่มีสายตาเฉียบแหลมมีน้อยเกินไป ส่วนมากมีแต่พวกปัญญาอ่อนทั้งนั้น เอาแต่เขียนข่าวจับคู่ดารากันมั่วซั่ว อวิ๋นซีนายรู้ไหม มีนักข่าวบางกลุ่มเขียนข่าวว่าฉันคบหากับพี่ใหญ่ของนาย บอกว่าพี่ใหญ่ของนายมอบรถหรูให้ฉัน แปลกจริงๆ รถคันนั้นฉันแลกมาแท้ๆ”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
เย่ฝานเข้าไปใกล้ไป๋อวิ๋นซี “อวิ๋นซี นายชอบเอาตัวเข้าแลกไหม!”
“นายคิดว่าคนที่มีคุณสมบัติอย่างฉัน จำเป็ต้องเอาตัวเข้าแลกไหม?”
เย่ฝานกะพริบตาแล้วตอบว่า “รูปร่างหน้าตาแบบนายคงไม่จำเป็ต้องใช้ตัวเข้าแลก แต่คงจะโดนบังคับให้เอาตัวเข้าแลกมากกว่า”
ไป๋อวิ๋นซี “…” คนปัญญาอ่อนอย่างนายต่างหากล่ะ ที่จะโดนบังคับให้เอาตัวเข้าแลก
“อวิ๋นซี นายอยากเอาตัวเข้าแลกกับฉันไหม!” เย่ฝานนอนกางแขนขาบนโซฟา พูดอย่างไม่คิดพร้อมปลดเสื้อผ้าไปด้วย
ไปอวิ๋นซี “…”
“เื่ของถังอวี่เซวียน จัดการเรียบร้อยหรือยัง!” ไป๋อวิ๋นซีถาม
“จัดการเรียบร้อยเป็ส่วนใหญ่แล้ว ยังเหลืองานส่วนสุดท้ายอีกเล็กน้อย” แต่ว่าใบทะเบียนสมรสเดิมเป็สิ่งอันตรายที่ต้องหาวิธีชิงกลับมาให้จงได้
ไป๋อวิ๋นซีพยักหน้าแล้วพูดว่า “งั้นก็ดี”
