จ้าวอี้คิดว่าตนไม่ใช่คนที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็ไม่เคยคิดให้เพื่อนต้องเสียสละ เพื่อสร้างทางออกให้ตนเอง ดังนั้น จึงปฏิเสธอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ในทางกลับกันชาร์ลีค่อนข้างใจสั่น
“สามเณร น้อยมากที่ฉันจะยกย่องผู้อื่น แต่นายเป็คนที่ฉันยกย่องจากใจคนหนึ่ง การเสียสละเช่นนี้สมควรแก่การยกย่อง! นายบอกว่านายยังมีความปรารถนาที่ยังไม่สำเร็จไหม ถ้ามีให้บอกฉัน ฉันจะช่วยนายทำให้สำเร็จ!”
ชาร์ลีชูนิ้วโป้งให้ และพูดอย่างจริงใจ
“ไม่ได้!”
จ้าวอี้ส่ายหน้าอย่างแน่วแน่ การปฏิเสธของเขาอีกครั้ง ทำให้สีหน้าของชาร์ลีหม่นหมองลง
“นี่เป็ความคิดของเขาเอง พวกเราไม่ได้บังคับเขา นี่ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดเหรอ?” ชาร์ลีมองจ้าวอี้ด้วยสีหน้าหม่นหมอง
“พวกนายอย่าเพิ่งทะเลาะกัน พวกเราคิดดูดีๆ ต้องมีวิธีอื่นแน่”
เจี่ยงจาวตี้ส่งเสียง้าที่จะผ่อนคลายความสัมพันธ์ของสองฝ่ายสักหน่อย ไทสันก็ชักจูงเช่นกัน
สองฝ่ายพยายามสงบลง
“ฉันคิดว่า พวกเราลืมไปจุดหนึ่ง ที่จริงไม่ต้องใช้คนของเราเองเสียสละ...” ไทสันพูดด้วยเสียงทุ้มใหญ่
“นายหมายถึงคนชุดดำคนนั้น จัดการเขา? ไม่ได้ ที่นี่มืดเกินไป เขาติดกับดักของเรา ถ้า้าหลบซ่อน พวกเราก็ยากที่จะตามหาเขาเจอ และเราไม่อาจอยู่ที่นี่ต่อไปด้วยนี่?”
ชาร์ลีคิด แล้วปฏิเสธความเห็นนี้ของเขา ตอนแรกเสียงโอดครวญนั้น ไม่เพียงแต่จ้าวอี้ที่ได้ยิน เช่นเดียวกัน เขาต้องได้ยินแน่
“ไม่ใช่ ตอนที่พวกเราตกลงมา ไม่ได้มีเพียงแค่คนสองคน...”
คำพูดของไทสัน ยังไม่ทันพูดจบ จ้าวอี้ก็เข้าใจ
ใช้ศพพวกนั้น
จ้าวอี้คิด ในที่สุดก็ไม่ได้ปฏิเสธ
ลบหลู่ศพ วิธีนี้ไม่ดีมาก แต่ถ้าให้เลือกระหว่างคนของตนเอง จ้าวอี้ย่อมมีความเอนเอียง
“งั้นพวกเราต้องเร่งมือแล้ว ถ้าคนคนนั้นตามเรามาตลอด ไม่แน่ถ้านำศพของอาหัวไปเก็บ นั่นก็ยุ่งยากแล้ว” ชาร์ลีรีบลุกขึ้น แผลของเขาเป็เพียงแค่พื้นผิด ภายนอกดูน่าอนาถ แต่ที่จริง กลับไม่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหว
คนกลุ่มนี้มาถึงปากถ้ำ แล้วเริ่มแยกชิ้นส่วนกับดักที่ปากถ้ำ
มีชาร์ลีอยู่ด้านหนึ่ง นี่กลับไม่ใช่เื่เปลืองเวลาขนาดนั้น
“ใต้ดินนี้มีรอยเื น่าเสียดาย ที่ปริมาณน้อยเกิน ไม่งั้นเขาต้องตายแน่นอน นายว่าเขาจะวางกับดักไว้เหมือนกันไหม?” ชาร์ลีพูดอย่างค่อนข้างเสียดาย ทันใดนั้นจึงถามเช่นนี้
“น่าจะไม่ได้ เขาคงไม่คิดจะตอบโต้เราทันทีหรอก พวกเราพยายามเบาที่สุด”
จ้าวอี้พูดทันที
นี่เป็สถานการณ์ที่ปกติที่สุด
คนหลายคนทำการกระทำอย่างระมัดระวัง เดินอยู่ไม่นาน ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงกัดกรอบแกรบที่ด้านหน้า
ทุกคนจึงกลั้นหายใจในทันที
“น่าตาย คิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะดุร้ายขนาดนี้ ยังวางกับดักไว้ที่ทางออกอีก พวกเราควรทำยังไง?” เสียงพูดค่อนข้างแก่
“พวกเรารอก่อน เนื้อที่นี่เพียงพอให้อดทนไปได้หลายวัน กับดักเ่าั้หาหินก้อนใหญ่กลิ้งลงไปก็สามารถทำลายได้ เสียงคุ้นหูหนึ่งลอดผ่านมา”
คำพูดนี้ทำให้ทุกคนชะงัก พวกเขาคิดว่าคนชุดดำเป็คนลุยเดี่ยว แต่คิดไม่ถึง ว่าเขาจะยังมีเพื่อนร่วมทีม
จ้าวอี้รีบนึกย้อนอย่างรวดเร็ว แต่ก็คิดไม่ออกว่าคนคนนั้นคือใครกันแน่
ฟังเสียง ต้องเป็คนรู้จักแน่!
แต่ว่า ตอนแรกคนที่ตกลงมา นอกจากพวกเขา ก็ไม่มีคนอื่นแล้ว!
นี่ทำให้จ้าวอี้รู้สึกค่อนข้างคิดไม่ถึง
หรือว่า หลังพวกเขาตกลงมา ก็มีคนเข้ามาในสุสานอีก?
คนคนนี้คือใคร?
ไม่รอให้เขาคิดคำตอบออก ชาร์ลีก็ปฏิบัติการแล้ว
เท้าของเขาไม่มีเสียง ทั้งตัวเหมือนกับแมวเสือดาว เข้าใกล้ที่มาของเสียงอย่างรวดเร็ว จ้าวอี้ก็ปฏิบัติการช้าไปก้าวหนึ่ง ค่อยๆล่าช้าอยู่ด้านหลัง
จุดที่ยื่นมือไปก็มองไปเห็นนิ้ว ทันใดนั้นก็ปรากฏแสงสว่าง ทำให้ทั้งสองต้องชะงัก
จ้าวอี้ได้แต่รู้สึกถึงเปลวไฟที่เลียหน้าผาก ยิ่งรู้สึกอยากจะอาเจียนออกมา!
เพราะว่า สองคนนี้อยู่บนกองศพ กำลังเคี้ยวเต็มปาก ในมือ ในปากของพวกเขา ยังหยิบเนื้อที่ไม่อาจกินได้!
คนชุดดำยังคงห่อตัวอย่างแ่า เผยให้เห็นเพียงปาก มุมปากยังมีเืไหลออกมาไม่หยุด คนอีกคนก็ห่อตัวอย่างแ่าเช่นกัน แต่เสื้อผ้าของเขากลับเผยให้เห็นตัวเขา!
ที่แท้คือน้องชายเหยียน ชื่อจริงฮารื่อปารื่อ คนทรยศในผู้พิทักษ์สุสาน!
เป็ไปได้ยังไง เขาตายแล้วไม่ใช่เหรอ?
ไม่ทันได้พิจารณา ชาร์ลีก็ลงมือแล้ว!
“น่าขยะแขยงจริง! พวกแกสองคนตายซะเถอะ!”
ชาร์ลีก่นด่าอย่างเกลียดชัง แล้วมีดสั้นในมือก็แทงเข้าไปที่คนชุดดำที่ใกล้ที่สุด
ที่ไม่ใช้ปืน หนึ่งคือเพราะชาร์ลี้าพยานที่รอดชีวิต! เหตุผลที่สองคือสองฝ่ายใกล้กันมาก อีกทั้ง ถ้าเกิดการแฉลบ จะเกิดการาเ็ได้ง่าย ดังนั้นในสถานการณ์ระยะใกล้ มืดสั้นจึงเป็ทางเลือกที่ดีที่สุด ยังสามารถยืนยันได้ว่าโจมตีอีกฝ่ายได้ร้อยเปอร์เซ็น
การตอบสนองของคนชุดดำรวดเร็วมาก เขาฉวยโอกาส ไปที่ด้านหลังน้องชายเหยียน จากนั้นก้ใช้แรงผลักน้องชายเหยียนไปด้านหน้า!
น้องชายเหยียนเลี่ยงไม่ได้ที่จะล้มไปทางพวกจ้าวอี้
เดิมทีโพรงนี้ก็สามารถผ่านได้แค่คนเดียว ถ้าเป็เช่นนี้ ก็จะเปิดโอกาสหลบหนีให้คนชุดดำ เขาะโอยู่ในนั้นเหมือนกระต่ายบ้าคลั่ง หลังจากสองคนข้ามผ่านน้องชายเหยียนได้ คนชุดดำนั้นก็หายไปแล้ว
น้องชายเหยียนไม่มีความคิดจะต่อต้าน ปล่อยให้จ้าวอี้และชาร์ลีมัดสองมือของเขา แล้วดึงเขาเดินไปทางแม่น้ำใต้ดิน
ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่จะมาถาม
ขาข้างหนึ่งของเขาเหมือนกับหมดแรง เดินช้ามาก จ้าวอี้จับเขา แต่ชาร์ลี ได้แบกศพที่มองไม่ออกว่าหน้าตาเป็ยังไง
คนอื่นเห็นน้องชายเหยียนก็ประหลาดใจเช่นกัน!
“เขาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? ไม่ใช่เขาตายไปแล้วเหรอ?”
เจี่ยงจาวตี้ถามเสียงทุ้มต่ำ
“จุดนี้ต้องถามเขาแล้ว ฮารื่อปารื่อ พูดมา!”
สีหน้าของจ้าวอี้มองเขาอย่างไม่ประสงค์ดี เมื่อครู่การกระทำของน้องชายเหยียนได้พังขีดจำกัดของเขา
ในมือของชาร์ลีกำลังเล่นมีดสั้น พูดพร้อมยิ้มน่าขนลุก “เชื่อฉัน มีอะไรนายก็พูดออกมา ไม่งั้นฉันอาจทำให้นายเสียใจที่ยังมีชีวิตอยู่”
น้องชายเหยียนหัวเราะขื่น “ตกลงมาอยู่ในเงื้อมือพวกนายเป็ชะตา มีอะไรอยากรู้ พวกนายก็ถามมาเถอะ”
เหมือนกับว่า เขาได้ยอมรับชะตากรรมทั้งหมด
“คนชุดดำนั่นคือใคร?”
จ้าวอี้ชิงถามก่อน คนคนนี้เหมือนก้างปลาติดคอ จ้าวอี้ยังคงไม่รู้สถานะของเขา จุดนี้ทำให้จ้าวอี้ไม่สงบอย่างที่สุด
“เขาเป็ใคร ฉันก็ไม่รู้...”
“ดูแล้วนายจะไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา!”
แค่ฟังคำตอบเช่นนี้ ชาร์ลีก็ไม่พอใจแล้ว เดินเข้าหาน้องชายเหยียน มีการคุกคามอย่างเห็นได้ชัด
จ้าวอี้ไม่ได้แสดงอาการอะไร
“พวกนายฟังฉันพูด”
เห็นได้ชัด ว่าน้องชายเหยียนไม่อยากรับความลำบาก จึงรีบพูดต่อ “ฉันไม่เคยเห็นใบหน้าจริงของเขา เพียงรู้ว่าเขาเป็หัวหน้าสูงสุดของยมบาลแห่งนรกฉินกว่างหวาง เขาเป็คนลึกลับที่สุดมาตลอด”
คำตอบนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ทำให้คนในเหตุการณ์พอใจ กลับไม่ต้องพูดมาก จ้าวอี้ก็รู้ ว่าแม้น้องชายเหยียนไม่รู้ว่าคนคนนั้นเป็ใคร ก็ต้องมีวิธียืนยันตัวตนของเขา ไม่อย่างนั้นใครก็สามารถแสร้งเป็ได้?
เพียงแต่ ตอนนี้จ้าวอี้ไม่มีคำถาม
“นายคืนชีพได้ยังไง?”
ชาร์ลีสนใจคำถามนี้มาก
“ที่จริงฉันตกลงมาก็ไม่ได้าเ็อะไรมากมาย ฉันแค่ใช้กระดูกวางไว้บนอก สร้างภาพลวงตาว่าตาย อาหัวเป็คนของฉัน ได้รับคำสั่งจากฉันให้แฝงตัวเข้าไปในกลุ่มพวกนาย ก่อนที่พวกเราจะเข้ามา ก็ได้ปรึกษากันแล้ว ถ้าเกิดเื่ไม่คาดคิด ต้องตกลงในหลุมบูชายัญแน่ แล้วฉันจะคิดวิธีแยกออกจากลุ่ม แล้วร่วมมือกับฉินกว่างหวาง เพราะฉินกว่างหวางรู้ ว่าทางออกอยู่ในหลุมบูชายัญ ไม่ได้อยู่ที่อื่น สถานที่นี้หาได้ยาก บรรพบุรุษของเขาเพียงทิ้งคำพูดไว้ แต่ไม่ได้ทิ้งตำแหน่งเฉพาะ”
“งั้นอาหัวก็แกล้งตาย?”
ตอนนั้นจ้าวอี้มั่นใจมาก ว่าศีรษะของอาหัวแตกกระจาย น่าจะยืนยันได้ว่าเสียชีวิต
“ไม่ เขาน่าจะเป็อุบัติเหตุ”
“งั้นทำไมตาแก่นั่นไม่บอกทางออกพวกเรา? ใช่แล้ว ฉันโง่เอง เขาต้องอยากให้พวกเราตายหมด เช่นนี้ สมบัติทั้งหมดก็ต้องเป็ของเขา”
น้องชายเหยียนไม่ตอบ เป็การยอมรับโดยปริยาย
เวลานี้จ้าวอี้และชาร์ลีเหมือนกับรู้แจ้ง รู้ถึงต้นสายปลายเหตุของเื่ทั้งหมด
พวกจ้าวอี้ใช้กำลังขุดโพรงไปมาก และเป็ทางตัน เพียงเพื่อจับตามองพวกเขา จึงส่งให้อาหัวตามรอย อาหัวคิดว่าทุกคนต้องตายแน่ คิดจะไปรวมกับพวกเขา แต่ผลคือโชคไม่ดี จึงพลาดเกิดอุบัติเหตุ
หลุมบูชายัญนี้มีข้อดีของความใหญ่โต พวกเขาสองคนค้นหาอยู่หลายวัน ก็ยังหาทางออกไม่เจอ แต่เมื่อยืนอยู่บนที่สูงถึงจะมองเห็น
“ศพคนอื่นล่ะ?” สิ่งที่ชาร์ลีกังวลคือเขาจะสามารถออกไปได้อย่างปลอดภัยไหม
“ถูกพวกเรากินหมด...”
“พวกแกกินลงจริงๆ...” ชาร์ลีได้แต่รู้สึกไม่ค่อยสบายในกระเพาะ จึงเสียดสีไปคำหนึ่ง
“คนคนนี้ไม่มีค่าแล้ว เป็เพียงคนก้าวร้าว กำจัดเขายังดีกว่า เช่นนี้แม้ศพนี้ก็ยังสามารถยื้อเวลาให้เรา ต้องเพียงพอให้เราว่ายไปฝั่งตรงข้าม ถือว่าใช้ประโยชน์จากของเหลือ” ชาร์ลีกำมีดสั้น มองน้องชายเหยียนด้วยท่าทางโหดร้าย
น้องชายเหยียนกลัวตายจริงๆ เขารู้ว่าชาร์ลีไม่ได้พูดเล่น จึงรีบร้อนขึ้น “ไม่ๆ พวกนายไม่สามารถฆ่าฉัน ฉันยังมีประโยชน์ ฉันสามารถช่วยพวกนายชี้ตัวคนอื่นของกลุ่มขุมนรกได้”
ในสายตาของเขาเผยความวิงวอน แล้วมองจ้าวอี้
“ไม่ได้! แม้คนคนนี้จะมีความชั่วมหันต์ แต่ตอนนี้หน้าที่ฉันคือรับรองให้เขาได้รับการตัดสินที่ยุติธรรม” จ้าวอี้ยืนอยู่ตรงหน้าเขา แล้วพูดกับชาร์ลี
สีหน้าของชาร์ลีเคร่งขรึม “นายคิดให้ดี จะเป็ศัตรูกับฉันเพื่อคนคนนี้จริงเหรอ? พวกเราไม่แน่ชัดว่าศพเดียวจะสามารถยื้อเวลาให้เราได้นานแค่ไหน ถ้าเวลาไม่พอ เหตุการณ์เดียวของเราก็คือตายเป็อาหารปลา”
จ้าวอี้ส่ายหน้า มองชาร์ลีอย่างเงียบเชียบ
ทั้งสองเผชิญหน้ากัน ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นทันที รอบด้านก็เงียบเชียบลง
“ก็ได้ ในเมื่อนายต้องปกป้องคนคนนี้ งั้นในฐานะการแลกเปลี่ยน คนของพวกนายต้องเป็กลุ่มแรกที่ลงน้ำ” ในที่สุดชาร์ลีจึงลงมืออย่างเลือกไม่ได้
จ้าวอี้คิด แล้วตกลง
ความคิดของชาร์ลีเขามองครั้งเดียวก็เข้าใจหมด หลังโยนศพลงไป ต้องมีปลาปิรัญญ่าจำนวนมาก แต่คนที่ลงน้ำทันทีก็มีช่องโหว่เช่นกัน เป็ไปได้มากว่าจะเกิดอันตราย ดังนั้น ชาร์ลีถึงเสนอการแลกเปลี่ยนนี้
เพียงแต่จ้าวอี้รู้สึกว่าสามารถรับความเสี่ยงเช่นนี้ได้ ดังนั้นจึงเลือกตกลง
ทุกคนได้เตรียมตัวครั้งสุดท้าย คนที่าเ็ พยายามพันาแไว้ให้ดี เพราะว่า ปลาปิรัญญ่าอ่อนไหวต่อกลิ่นคาวเืเป็ที่สุด
จากจุดนี้ ไทสันและชาร์ลีเสี่ยงมากกว่า
สำหรับน้องชายเหยียน จ้าวอี้นำเชือกมัดเงื่อนตายไว้ที่เอวของเขา ถ้าเขาไม่อยากตาย ก็ไม่กล้าเล่นตุกติกอะไรในน้ำ เช่นนี้ น้องชายเหยียนก็ไม่มีความเห็นใด ทั้งยังไม่กล้า
“ทุกคนพร้อมรึยัง?”
