ต้วนชิงิเดินเข้าไปในห้องโถงรับรองจึงได้พบเชวียหย่งเฉียงที่นั่งรอเป็ประธานอยู่ที่นั่น!
เชวียหย่งเฉียงปีนี้อายุราวสามสิบสอง สามสิบสาม เห็นถึงรูปร่างสูงใหญ่ และผิวพรรณขาวหมดจดใบหน้าหล่อเหลามีท่าทางความเป็บัณฑิต มีเพียงดวงตาแสดงออกว่าเป็คนมองการณ์ไกลเป็ขุนนางที่มีความปราดเปรื่องและละเอียดรอบคอบ!
เชวียหย่งเฉียงเป็ลูกชายคนที่สามของคุณปู่เชวียจ้านพี่น้องสองคนแรกเสียชีวิตไปั้แ่อายุยังน้อยคุณปู่จึงตั้งชื่อลูกชายคนที่สามตามหมอดูว่า ‘หย่งเฉียง’เพื่อหวังว่าลูกชายคนนี้จะ ‘กล้าหาญและแข็งแกร่ง’ให้ตระกูลเชวียมีผู้สืบทอดในรุ่นต่อไป!
เมื่อเดินเข้าไปในห้องโถงรับรองในจวนเชวียมีกลิ่นหอมละมุนหนึ่งลอยมาปะทะที่หน้า ชุดเครื่องเรือนทำจากไม้พะยูงชั้นดีเครื่องลายครามลายัถูกประดับประดาตกแต่งไว้อย่างประณีตทำให้ภายในห้องโถงรับรองดูสบายตา ไม่แข็งทื่อทว่าภายในห้องที่กว้างขวางเมื่อมีสิ่งเหล่านี้ประดับอยู่ จึงทำให้รู้สึกถึงความเป็บัณฑิตอบอวลอยู่ภายในห้อง
ตรงกลางห้องโถงรับรองมีป้ายที่ท่านปู่เขียนห้อยระย้าลงมา ‘ไม่หลงใหลในลาภยศ มีจิตใจมุ่งมั่นก้าวไกล’ ซึ่งเป็คำสอนของท่านปู่เพื่อย้ำเตือนจิตใจไม่หลงใหลต่อลาภยศ ชื่อเสียง และเงินทองทั้งหลาย!
เด็กสาวกวาดสายตาไปยังผู้คนโดยรอบเห็นคนในห้องโถงไม่มากไม่น้อย
เชวียหย่งเฉียงนั่งตรงที่นั่งตรงตำแหน่งประธานกลางห้องทางด้านขวามือเป็ฮูหยินเชวียที่หน้าบึ้งตึงด้วยความโกรธทางด้านซ้ายมือมีหญิงสาวยืนถือผ้าเช็ดหน้าพลางก้มหน้าเช็ดน้ำตาอยู่
จากที่ไกลๆมีเสียงออดอ้อนของหญิงที่กำลังเช็ดน้ำตาไปพลาง ร้องไห้ไปพลาง “นายท่านต้องเป็คนตัดสินให้หนิงเชี่ยนปกติแล้วนางเป็คนที่เชื่อฟังมากที่สุดจะผลักลูกสาวภรรยาเอกตกน้ำอย่างไร้สาเหตุได้อย่างไร? เื่นี้ต้องมีเงื่อนงำอะไรบางอย่างเป็แน่เ้าค่ะ...ไม่แน่ว่าคุณหนูรองทำเพื่อหวังใส่ร้ายหนิงเชี่ยนจึงเลือกใช้วิธีทรมานตัวเอง โดยการผลักคุณหนูใหญ่ตกน้ำ!”
ได้ฟังน้ำเสียงของสตรีนางนั้นที่้าจะปกป้องคุ้มครองนางจึงกล้าฟันธงว่าสตรีนางนี้ต้องเป็ซานอี๋เหนียงแห่งจวนเชวียเป็แน่ซึ่งก็คือมารดาของเชวียหนิงเชี่ยน!
ต้วนชิงิชะงักนิ่งมองซานอี๋เหนียงแห่งจวนเชวียด้วยสายตาที่ไร้ความรู้สึกจากนั้นดึงสายตากลับมา นางมองได้แวบเดียวก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขึ้น!
ซานอี๋เหนียงในปีนี้อายุราวยี่สิบห้ายี่สิบหกปี บัดนี้ดวงตารื้นน้ำตาแฝงแววชอกช้ำทอประกายความหวังช่างน่าสงสารเหลือเกิน!
เมื่อพิจารณารูปร่างหน้าตาของนางก็มีท่าทางอรชรเป็อย่างมากเส้นผมที่รวบรัดเกล้ายกสูง้าปักด้วยปิ่นรูปหงส์สีเขียวหยกเผยให้เห็นดวงตาที่สดใสเปล่งประกายละม้ายเพิ่งเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแห่งการเริ่มต้นผิวพรรณละเอียดละมุนราวกับหยกขาวที่ส่องแสงออกมาริมฝีปากได้รูปเป็กระจับสีแดงธรรมชาติราวกับลูกท้อ บนเรือนร่างของนาง่บนใส่ชุดแขนยาวรัดรูปสีชมพูเหมยกุยฮวา ด้านล่างใส่กระโปรงลายดอกสีเขียวหยกที่เอวคาดด้วยผ้าขลิบสีทองผูกเป็โบใหญ่เผยให้เห็นรูปร่างท่าทางที่ยั่วยวนน่าดึงดูด
มิน่าเล่าเขาถึงได้หลงอี๋เหนียงคนนี้จนไปไหนไม่ได้! เด็กสาวได้แต่มองเชวียหย่งเฉียงด้วยสายตาเ็า!เขาไม่ได้โอ๋นาง แต่กลับดุไปประโยคว่า “จะร้องอะไรกันถ้าเื่นี้ไม่เกี่ยวกับหนิงเชี่ยน ข้าก็จะไม่สนใจ!”
ฟังดูคล้ายเชื่อมั่นว่าเชวียหนิงเชี่ยนไม่เคยทำร้ายใครแน่นอน!
ซานอี๋เหนียงหยุดร้องไห้แทบจะทันทียังไม่ลืมปรายตามองไปที่เขา เอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “ขอบคุณนายท่าน!”
เพียงนางเอ่ยปากออกมาประโยคเดียวเชวียหย่งเฉียงก็ดูละม้ายใจอ่อนระทวยไปกว่าครึ่งทว่าสำหรับต้วนชิงิกลับขนลุกซู่ไปทั้งตัวพลางมองไปที่เชวียหนิงหรานที่อยู่ด้านข้าง อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาอย่างแ่เบาดูท่าเล่ห์เหลี่ยมของซานอี๋เหนียงผู้นี้ไม่เบาทีเดียว
ทางด้านเชวียหนิงหรานเมื่อได้ยินคำพูดของซานอี๋เหนียงก็โกรธเป็ฟืนเป็ไฟ... เคยเห็นแต่ว่า กลับถูกเป็ผิดแต่ไม่ยักเคยเห็นคนกลับผิดเป็ถูกอย่างหน้าชื่นตาบานได้เช่นนี้นางโกรธจนเืขึ้นหน้าในใจอยากจะแก้ต่างให้ตนเอง แต่กลับถูกต้วนชิงิจับเอาไว้!
นางโกรธจนตัวสั่นเด็กสาวจึงพูดเสียงต่ำคล้ายกระซิบกระซาบเบาหวิว “พี่เชวียถ้าพี่ออกไปพูดตอนนี้ จะเป็การยืนยันคำพูดของซานอี๋เหนียง เข้าใจหรือไม่?” คนฟังได้แต่กลั้นน้ำตา พยักหน้ารับ!
ต้วนชิงิจึงตบไปที่มือเบาๆ “พี่วางใจได้ มีข้าอยู่ที่นี่ ข้าจะไม่ทิ้งพี่แน่นอน!” เชวียหนิงหรานสงสัยอยู่ครู่จากนั้นจับไปที่มือต้วนชิงิแน่นขึ้น...แแ่ขึ้น!
สถานการณ์ในตอนนี้ต้วนชิงิจัดชุดให้เรียบโดยมีไห่ถังและเชวียหนิงหรานประคองก้าวข้ามประตูหน้าห้องโถงรับรองเข้าไปและคุกเข่าลงคารวะเชวียหย่งเฉียง “ข้าน้อยต้วนชิงิคารวะนายท่าน คารวะฮูหยินเชวีย!”
ผู้ที่นั่งเป็ประธานอยู่กลางห้องมองต้วนชิงิด้วยสายตาแน่นิ่งไม่นานเขาก็ใขึ้นมา จึงพูดเสียงแ่เบาว่า “เ้าเป็ลูกสาวท่านแม่ทัพต้วนเจิ้งใช่หรือไม่?เห็นเ้าเดินไม่สะดวก รีบนั่งก่อนเถอะ!”
ต้วนชิงิกล่าวขอบคุณอีกครั้งจึงยืดตัวขึ้น เดินไปนั่งด้านข้าง
เชวียหนิงหรานเดิมทีโกรธเคืองจนรนทนไม่ไหวแล้วทว่าตอนนี้เมื่อเห็นต้วนชิงิมีใบหน้าที่นิ่งเรียบอย่างมากนางจึงเริ่มพะว้าพะวัง ไปยืนอยู่ด้านข้าง ไม่กล้าปริปากพูดอะไรออกมา
สายตาของเชวียหย่งเฉียงมองไปยังบุตรสาวคนรองที่ยืนอยู่ข้างต้วนชิงิเขาใช้สายตาดุดันเหี้ยมโหดตำหนิเสียงลั่นอย่างรุนแรง “หนิงหราน ทำไมเ้าถึงผลักพี่สาวคนโตตกน้ำ?”
เฮ้อ!ช่างโชคดีนักนะเื่ของเชวียหนิงเชี่ยนผ่านไปแล้วกลายเป็เื่เชวียหนิงหรานผลักเชวียหนิงโหรวตกน้ำแทน!
เด็กสาวได้แต่ส่ายหน้าไม่เข้าใจว่าใช้อะไรคิด ถึงได้กล่าวออกมาเช่นนั้นช่างไม่ต่างอะไรกับพวกสัตว์แม้แต่น้อย รับฟังความข้างเดียวจากอี๋เหนียงก็ด่วนสรุปตำหนิลูกสาวภรรยาเอกอย่างเสียงดังโดยไม่ไว้หน้าฮูหยินและลูกภรรยาเอกแม้แต่น้อยนิด มิน่าเล่าเชวียหนิงเชี่ยนถึงได้กล้ากลั่นแกล้งเชวียหนิงหรานโดยไม่สนใจสายตาใคร!
นางจับมือเชวียหนิงหรานไว้แน่นเพื่อแสดงว่าอย่าโต้ตอบหรือแก้ต่างใดๆ ต้องแสร้งทำเป็อ่อนแอไว้! ไม่คาดคิดว่าเมื่อนางเงยหน้ามองไปยังเชวียหนิงหราน ยังไม่ทันได้เอ่ยปากน้ำตาของนางก็พรั่งพรูร่วงหล่นไปที่พื้นเรียบร้อยแล้ว... เด็กสาวจึงหันกลับมาพร้อมกับเข้าใจความรู้สึกของเชวียหนิงหรานที่ถูกต่อว่าโดยเื่ที่ไม่เป็ความจริงต่อหน้าคนอื่นคล้ายรู้สึกไม่ได้รับความเป็ธรรมอย่างมาก
นางเป็ถึงลูกสาวภรรยาเอกจวนเชวียทว่ากลับถูกลูกอนุใส่ร้ายป้ายสี และถูกท่านพ่อกล่าวต่อว่าในเื่ที่ไม่เป็ความจริงต่อหน้าบ่าวรับใช้ ยิ่งไปกว่านั้นยังตำหนิเสียงดังลั่นต่อหน้าเพื่อนของนาง!
เมื่อเห็นเชวียหนิงหรานร้องไห้ร้องห่มเชวียหย่งเฉียงถึงกับตกตะลึง!
เป็ที่รู้กันว่าฮูหยินจวนเชวียเป็คนที่นิสัยแข็งทื่อทั้งลูกสาวก็ไม่ต่างจากแม่ของนาง แต่เชวียหย่งเฉียงชอบคนที่จิตใจดีมีเมตตาและอ่อนโยนเป็กุลสตรีซึ่งนี่เป็สาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้เชวียหนิงหรานและท่านแม่ของนางไม่ได้รับการโปรดปราน!
ฮูหยินเชวียพอเห็นลูกสาวร้องไห้ออกมาภายในใจร้อนรนไปหมด นางขยับตัวจะลุกขึ้น แต่เมื่อคิดว่าไม่เหมาะสม จึงทรุดนั่งลงไปอย่างเดิมพูดอย่างร้อนใจ “หนิงหรานไม่ต้องร้องมีเื่อะไรรีบพูดออกมา ให้ท่านพ่อช่วยตัดสินให้!”
นางรักและทะนุถนอมเชวียหนิงหรานเป็ที่สุดทว่าตอนนี้นางไม่สามารถพูดปกป้อง มิเช่นนั้นเชวียหย่งเฉียงจะไม่พึงพอใจ!
ต้วนชิงิมองอย่างทะลุปรุโปร่งเมื่อนางพูดออกมา เชวียหย่งเฉียงเริ่มหน้านิ่วคิ้วขมวดในขณะที่แววตาของซานอี๋เหนียงกลับเปล่งประกายเต็มเปี่ยมด้วยความพอใจ
เห็นได้ว่าเชวียหย่งเฉียงมีอคติไม่น้อยกับสองแม่ลูกคู่นี้
สายตาของต้วนชิงิมองกลับไปกลับมารู้ในใจเลยว่า ถ้าให้เชวียหนิงหรานแก้ต่างคงไม่ได้ผลแล้ว เื่นี้คงต้องเป็นางต้องออกหน้าเป็ตัวตลกแล้ว...ทางด้านเชวียหนิงหรานที่กำลังจะเอ่ยปาก กลับถูกต้วนชิงิบีบมือไว้แน่นนางหัวเราะเสียงเบาพร้อมจับเก้าอี้ประคองตัวขึ้นยืนหันไปทำความเคารพเชวียหย่งเฉียงกับฮูหยินเชวียอีกครั้งจากนั้นพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนนุ่มนวล “นายท่านเชวียฮูหยินเชวีย แม้ชิงิจะเป็คนนอก ทว่ากลับเห็นเื่ทั้งหมดกับตาของตัวเองตอนนี้ชิงิอยากจะพูดสักสองประโยค แต่ไม่ทราบว่าจะพูดดีหรือไม่พูดดีเ้าค่ะ!”
นางกลับไม่กลัวจะล่วงเกินนายท่านเชวียอีกทั้งไม่อาจทนเห็นเชวียหนิงหรานถูกอี๋เหนียงและลูกอนุใจทรามคอยกลั่นแกล้งได้!ทนนั่งดูเฉยไม่ได้จริงๆ!
เชวียหย่งเฉียงมองไปที่ต้วนชิงิเห็นว่าเป็สาวน้อยอายุแปดเก้าปีเท่านั้น กลับมีรอยยิ้มที่อ่อนโยนและรู้จักมารยาทอีกทั้งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ใบหน้าของนางอ่อนโยนและมีเสน่ห์มองดูแล้วเพลินตาเพลินใจมากกว่าเชวียหนิงหรานสาวน้อยเช่นนี้ดูท่าทางจะได้รับความรักและเอ็นดูจากท่านพ่อได้ง่ายเขาเริ่มรู้สึกเสียดาย ทำไมลูกสาวของเขา ไม่มีนิสัยน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนนาง!
