ซุนซื่อเติบโตมาจนอายุป่านนี้ ยังไม่เคยเห็นฉากที่น่ากลัวดังภาพตรงหน้ามาก่อนเลย นางมึนงงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเสียงแหลมแหบแห้งจึงถูกเปล่งออกมาจากลำคอ นางตบผนังรถม้าอย่างกระวนกระวาย “จอดรถ จอดรถ ให้ข้าดูว่าเกิดอะไรขึ้น”
เห็นอย่างนั้นฉินหยีหนิงก็รีบประคองซุนซื่อ “เ้าค่ะ เ้าค่ะ ท่านแม่อย่าได้รีบร้อนนะเ้าคะ พวกเราดูก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจากที่ได้เห็นแล้ว กลับไปปรึกษากับท่านพ่อว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ท่านแม่ต้องใจเย็นๆ นะเ้าคะ”
“ใช่เ้าค่ะฮูหยิน ที่คุณหนูสี่พูดนั้นถูกที่สุดเ้าค่ะ ตอนนี้พวกเราต้องใจเย็นๆ นะเ้าคะ” หน้าผากของแม่นมจินมีเหงื่อเย็นๆ ผุดออกมา
สีหน้าของปิงถางซีดเซียว พร้อมกัดฟันเอ่ยพูดขึ้น “ไม่รู้ว่าไอ้ฮ่องเต้สารเลวจะทำอะไรที่เบี่ยงเบนไปอีก”
รถม้าหยุดลงและหลายคนก็เลิกม่านมองออกไปด้านนอก
ในเวลานั้น เื่ที่เกิดขึ้นกับจวนติ้งกั๋วกงสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา อีกทั้งได้สร้างความประหวั่นพรั่นพรึงให้กับบ่าวรับใช้ของผู้คนที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงอย่างมาก หลายคนเดินเข้ามาล้อมรอบพวกเขา บางคนดูเพียงเพราะความตื่นเต้น บางคนก็เปี่ยมล้นไปด้วยความสงสัยและความขุ่นเคือง เสียงสนทนาของผู้คนก็ดังเซ็งแซ่ขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาทุกคนต่างสงสัย เมื่อไม่กี่วันก่อนตระกูลซุนยังมีชื่อเสียงที่ดีอยู่เลย อีกทั้งพวกเขาเพิ่งเสร็จพิธีศพของหลานชายคนโต เหตุใดถึงได้ตกอยู่สภาวะที่ต้องถูกฆ่าล้างทั้งครอบครัวเช่นนี้
เมื่อฉินหยีหนิงเห็นผู้คนมากมาย นางและแม่นมจินช่วยประคองซุนซื่อลงจากรถม้า พร้อมหยิบเสื้อคลุมและหมวกขึ้นมาสวมอย่างจริงจัง คอยเฝ้าดูจากด้านหลังของฝูงชน
ประตูหลักขนาดใหญ่ถูกปิดเสียงดังปัง และทหารแปะตราประทับที่ประตู
เ้านายกับบ่าวในจวนต่างก็ถูกไล่ออกมาทั้งหมด ซ้ำร้ายยังถูกมัดราวกับล่อและยืนเป็แถว
ฮูหยินติ้งกั๋วกง ป้าหญิงใหญ่ ป้าหญิงสองและลูกสะใภ้หลายคนถูกผูกติดกันเป็แถว ทุกคนพยายามช่วยหญิงตั้งครรภ์ที่อยู่ตรงกลางสองคน ในหมู่พวกนางมีคนหนึ่งท้องใหญ่กำลังใกล้คลอด นั่นคือภรรยาของพี่ชายห้า และอีกคนที่เห็นได้ชัดว่ากำลังตั้งครรภ์อยู่คือภรรยาของพี่ชายแปด แต่ถึงแม้จะได้รับความช่วยเหลือในการประคองจากผู้คนรอบข้าง แต่สีหน้าต่างก็ไม่ค่อยดีนัก พี่ชายห้าและพี่ชายแปดที่ยืนอยู่แถวหน้าเหลียวหลังไปมองอยู่หลายครั้ง
เมื่อทหารเห็นแล้ว ก็มองไปที่ชายวัยห้าสิบปีสวมเสื้อคลุมขนสัตว์สีน้ำตาลเข้ม ครั้นฝ่ายนั้นเขาพยักพเยิดยกริมฝีปากส่งสัญญาณ ทหารก็รับรู้พลางแกว่งฝักดาบใส่พี่ชายห้าและพี่ชายแปดหลายที จนศีรษะและใบหน้าของพวกเขาแตก มีเืไหลลงไปตามแก้ม
“นี่คือการทำลายล้างทั้งครอบครัวหรือ! ใครอนุญาตให้พวกเ้าพูด!”
“อ๊ะ อย่าทำนะ!” สมาชิกในครอบครัวผู้หญิงร้องะโขึ้น
“อย่าทำอะไรหลานข้านะ!” ติ้งกั๋วกงะโและใช้ร่างของเขาชนคนเ่าั้ออกไป แม้ว่ามือของเขาจะถูกมัดไว้ด้านหลัง แต่เขาก็เหมือนูเาลูกใหญ่ที่อยู่ข้างหน้าเพื่อป้องกันบรรดาลูกหลาน
ลุงใหญ่กับลุงรองเตะและชนทหารที่ลงไม้ลงมือล้มลงบนพื้นด้วยความขุ่นเคืองอย่างมาก
ทันใดนั้นฝูงชนก็ก่อจลาจล ผู้ที่อยู่รอบๆ ล้วนชี้ไปที่ทหาร
“ตีพวกเ้า? ตีเบาไปหน่อยแล้ว!”
“ฉาวปิ่งจง เ้ากล้าประชาทัณฑ์หรือ!”
ที่แท้ผู้นำคนนั้นก็คือฉาวกั๋วจ้าง
“หวงช่างมอบเื่นี้ให้ข้าจัดการ ข้าจะทำอย่างไรนั้น ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับความสุขของข้า ถ้าพวกเ้าไม่เชื่อก็สามารถไปสอบถามหวงช่างได้ แต่ว่าอย่างแรกเลยก็คือพวกเ้าต้องเข้าเฝ้าหวงช่างให้ได้ก่อน” ฉาวกั๋วจ้างหัวเราะด้วยความภาคภูมิใจ “พวกเ้าไม่ใช่ว่ามีความอดทนไม่ใช่หรือ เหตุใดตอนนี้พวกเ้ากลายเป็นกกระทาที่รอเชือดแล้วเล่า?!”
หลังจากฝูงชนเงียบสงบอยู่ครู่หนึ่ง ในหมู่คนที่กำลังดูอยู่นั้นและมีบางคนที่พูดอย่างกล้าหาญด้วยความไม่พอใจ “ครอบครัวติ้งกั๋วกงกระทำความผิดอะไรหรือ? หลานชายคนโตของครอบครัวพวกเขาเพิ่งสละชีวิตเพื่อชาติ เหตุใดตอนนี้ถึงจะทำลายล้างทั้งครอบครัวเล่า?”
“ใช่ เหตุใดตอนนี้ถึงจะทำลายล้างครอบครัวติ้งกั๋วกงทั้งครอบครัวเล่า?”
“ต้องเป็เพราะปีศาจหวงโฮ่วยุยงเป็แน่!”
“คนนี้เป็พ่อของปีศาจหวงโฮ่ว ก็ไม่ใช่คนดี!”
...
บางคนพูดออกมา บางคนก็เห็นด้วย แม้ว่าคนมักมีแนวโน้มที่จะหลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็อันตรายและสนใจสิ่งที่เป็ผลประโยชน์ แต่เมื่ออารมณ์ของพวกเขาถูกกระตุ้นขึ้นมา ย่อมทำให้ในใจฮึกเหิมหุนหันพลันแล่น จึงพูดออกมาโดยไม่ได้คิดอะไรมากมาย
ยิ่งไปกว่านั้นกฎหมายไม่อาจเอาผิดประชาชน เนื่องจากคนเหล่านี้ไม่ได้ทำเื่เลวร้ายเสียหน่อย พวกเขาเพียงแค่กระซิบวิจารณ์ก็เท่านั้น พวกเขาไม่เชื่อว่าคนเหล่านี้สามารถลงมือจับพวกเขาได้
ฉาวกั๋วจ้างจ้องมองไปที่ฝูงชนอย่างโกรธเคือง
ทหารสังเกตเห็นทันทีและเดินไปข้างหน้าเพื่อผลักฝูงชนรอบๆ “หุบปาก พวกเ้า้าถูกฝังด้วยหรืออย่างไร”
ผู้คนที่อยู่ด้านหน้าถูกผลักหลายคน จนทำให้ผู้คนที่อยู่ด้านหลังก็แออัดแล้วเช่นกัน ฉินหยีหนิงและแม่นมจินกำลังประคองซุนซื่อ ส่วนปิงถางกำลังประคองฉินหยีหนิง พวกนางสี่คนประคองซึ่งกันและกันก็โดนฝูงชนเบียดดันจนล้มลง
เมื่อเห็นทหารลงไม้ลงมือ ผู้คนก็เงียบลงทันที
ฉาวกั๋วจ้างยกมุมปากแล้วพูดเหน็บแนม “ซุนเต๋อเฉิง ตอนนี้มีที่ให้เ้ายังเปิดปากได้อีกหรือ? จวนของพวกเ้ามีข้าราชสำนักที่ไม่ยอมรับพระบัญชาของหวงช่างอยู่ในบ้าน ฮ่องเต้ทรงกริ้วแล้ว พวกเ้ายังอยากกระตุ้นให้ประชาชนก่อจลาจลอีกหรือ?”
ฉาวกั๋วจ้างหันมาพูดเสียงดังกับผู้คนที่ชุมนุมอยู่โดยรอบ “แต่เดิมนั้นต้าโจวยอมที่จะสงบศึกกับพวกเราแล้ว ขอเพียงแค่ซุนหยวนิเต็มใจอุทิศสมองของเขาให้กับไท่โฮ่วแห่งราชวงศ์ต้าโจวเพื่อรักษาโรค ไม่แน่วิกฤตของพวกเราก็แก้ไขได้แล้ว แต่หลานชายที่ดีแต่สั่งสอนของซุนเต๋อเฉิงนั้น นึกไม่ถึงว่าจะขัดต่อพระบัญชาของหวงช่างและไม่ให้ความเคารพอีกด้วย โทษที่ขัดต่อพระบัญชานั้นหวงช่างก็ยังไม่ทันได้สอบสวน จนกระทั่งบัดนี้ฮ่องเต้แห่งแคว้นต้าโจวทรงกริ้วมากและกองทัพเสือที่จงรักภักดีของอ๋องผางกำลังกดดันอยู่ที่เขตชายแดน หากสามารถตีเมืองซีฮวาแตกได้ ประชาชนในเมืองหลวงจะปลอดภัยหรือไม่? ทั้งหมดนี้เกิดจากครอบครัวของซุนเต๋อเฉิง”
“ถุย! ไร้ยางอาย!”
“เห็นได้ชัดว่าฮ่องเต้สารเลว รักตัวกลัวตาย”
...
ฝูงชนกระซิบวิจารณ์เสียงเบา ฉินหยีหนิงและซุนซื่ออยู่ในชุมนุมชน พวกนางได้ยินอย่างชัดเจน
ฉาวกั๋วจ้างไม่สนใจเสียงวิจารณ์ของฝูงชน เขาเงยหน้าขึ้นมองสมาชิกในครอบครัวของติ้งกั๋วกงซึ่งมีทั้งคนชรา ผู้ใหญ่และเด็กๆ “หวงช่างไม่มีหนทางอื่นเช่นกัน หนังสือราชการทางการทูตของต้าโจวปิดประกาศอยู่ทุกหนทุกแห่ง เพื่อประชาชนแห่งต้าเยี่ยนของพวกเรา ก็ทำได้เพียงกล่าวโทษครอบครัวของพวกเ้าทั้งครอบครัวแล้ว”
“ข้าไม่เชื่อ! แม้ว่าหวงช่าง้าชีวิตสมาชิกในครอบครัวของข้าทั้งหมด ข้าก็อยากจะฟังพระบัญชาจากหวงช่างด้วยตนเอง ข้าไม่เชื่อ! ตระกูลซุนของพวกเราเป็ขุนนางที่จงรักภักดี ผู้เป็หลานชายของข้ามีความทะเยอทะยานทำเพื่อชาติบ้านเมือง ลูกชายของข้าเข้าสู่สนามรบเพื่อต่อสู้กับศัตรู ในที่สุดก็มีจุดจบเช่นนี้หรือ”
“เ้า้าได้ยินพระบัญชาจากหวงช่างด้วยตัวเอง? แต่หวงช่างคงไม่ให้เ้าเข้าเฝ้า!”
ใบหน้าของติ้งกั๋วกงแปรเปลี่ยนเป็สีม่วง “ฉาวปิ่งจง เ้าคนร้ายทรยศ บุตรสาวที่เ้าสอนออกมานั้นยั่วยุเพื่อสร้างความสับสนให้กับหวงช่าง ทำเพื่อยุยงหวงช่างไม่ให้สร้างประโยชน์ให้กับชาติบ้านเมือง เ้าก็เป็ขุนนางทรยศ เ้าไม่กลัวบาปกรรมตามสนองหรือ”
“ฮ่าๆๆ” ฉาวกั๋วจ้างหัวเราะเสียงดังพลางตบมือ “บาปกรรมของข้ายังไม่มาเลย แต่บาปกรรมของเ้าซุนเต๋อเฉิงได้ตามสนองแล้ว”
จากนั้นเขาได้ปั้นสีหน้าให้เคร่งขรึม เสียงของเขาก็ดังก้องขึ้น “ด้วยพระประสงค์ของหวงช่าง ซุนหยู่ไม่เชื่อฟังพระประสงค์ของหวงช่าง ได้กระทำผิดดังต่อไปนี้ สายเืของติ้งกั๋วกงมีขุนนางที่ไม่เชื่อฟัง กระตุ้นความสัมพันธ์ระหว่างสองแคว้น ทำให้ต้าโจวและต้าเยี่ยนไม่สามารถสงบศึกกันได้ และตัดสินใจให้สมาชิกเพศชายของจวนติ้งกั๋วกง ไม่ว่าอายุเท่าใด จะแก่ชราหรือเป็เด็กให้ตัดหัวปะาชีวิตทั้งสิ้น และจะถูกปะาชีวิตในเวลาสามวันหลังจากนี้ ส่วนสมาชิกเพศหญิงนั้นจะถูกส่งขายให้ที่คุมประพฤติในทันที บ่าวของจวนติ้งกั๋วกงจะถูกขายที่ตลาดฉางเจียอีกสามวันหลังจากนี้ ทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้ชื่อของติ้งกั๋วกงจะถูกยึดทั้งหมด!”
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เสียงพูดคุยของผู้คนจึงดังขึ้นอีกหน
ติ้งกั๋วกงตะลึงงันยืนอยู่กับที่
แววตาของฮูหยินติ้งกั๋วกงมีความเสียใจจากการสูญเสีย นางกรีดร้อง “ไม่!”
ลุงใหญ่คำราม “หวงช่าง! ฝ่าาไม่อาจตาบอดเพราะขุนนางทรยศสิ ข้าซุนไห่เฉินได้ต่อสู้เพื่อแคว้นทั้งชีวิต ลูกชายของข้าซื่อสัตย์และเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นในการรับใช้ประเทศชาติ! แต่ฝ่าากลับ้าสมองของลูกชายของข้าเพื่อแสวงหาสันติภาพ ตอนนี้ฝ่าายัง้าชีวิตของสมาชิกของครอบครัวข้าทั้งหมดอีก! หลานชายคนสุดท้องของข้าอายุเพียงแค่ห้าขวบ! หวงช่าง! เด็กเป็ผู้บริสุทธิ์! หวงช่างได้โปรดทรงเมตตาด้วยเถิด!”
“ถึงแม้ว่าสายเืของติ้งกั๋วกงไม่ได้รับความชื่นชอบจากหวงช่าง แต่เด็กอายุห้าขวบจะรู้อะไร ข้ารอความตายก็ไม่เสียดาย ขอให้หวงช่างทิ้งสายเืตระกูลซุนเส้นหนึ่งด้วยเถิด”
เสียงร้องอันน่าเศร้าของลุงใหญ่และลุงสองปลุกเร้าประชาชน พวกเขาต่างก็ะโด่าทอว่าฮ่องเต้สารเลว
แต่ฉาวกั๋วจ้างกลับพูดจาเยาะเย้ย “หวงช่างฉลาดเฉลียวยิ่งนัก มันเป็เื่จริงที่จะบอกว่าพวกเ้าเป็ขุนนางทรยศเ้าดูสิ! แค่ไม่กี่ประโยคก็ปลุกเร้าให้ประชาชนคนโง่เขลาดุด่าหวงช่างแล้ว?!”
เขาโบกมือ จากนั้นขันทีและทหารหลายคนก็กรูตรงเข้าหาฝูงชน พลางคว้าร่างชายหนุ่มคนหนึ่งที่เพิ่งส่งเสียงะโดังที่สุดจับมาฟันฉับด้วยดาบเดียว
คมดาบตัดที่คอของชายหนุ่มพอดี เืสดสาดกระเซ็น จากนั้นร่างกายของเขาก็ล้มลงกับพื้น ทำให้เกิดเสียงดังลั่น
ฝูงชนเงียบงันในทันที
ฉาวกั๋วจ้างหันมามองผู้ชม “ถ้ามีคนพูดจาไร้สาระอีก ถือว่าเป็ผู้ทรยศ!”
ประชาชนยังกล้าพูดอีกครั้งเสียที่ไหน? แต่ละคนกล้าที่จะโกรธแต่ไม่กล้าพูดออกมา
ดวงตาของติ้งกั๋วกงเป็สีแดง หยาดน้ำตาหลั่งรินออกมาเป็สาย “ฮ่องเต้หักหลังตระกูลซุนของข้า หักหลังขุนนางที่จงรักภักดีแห่งต้าเยี่ยน หวงช่าง หวงช่างไม่กลัวว่าขุนนางเป็ทุกข์จากความผิดหวังนี้หรืออย่างไร?”
“หุบปาก!” ผู้ชายถูกจำคุกและผู้หญิงถูกส่งไปที่คุมประพฤติ พาพวกเขาไปทั้งหมด”
“ขอรับ!”
“ล่าวแหย่!” เสียงสะอื้นเรียกจากฮูหยินติ้งกั๋วกง
ติ้งกั๋วกงหันกลับมามองภรรยาของเขา
พวกเขาทั้งหมดรู้ว่า การลาจากในครั้งนี้ คือการลาจากชั่วนิรันดร์
“เพ่ยเจิน ข้าขอโทษเ้าด้วย”
“ไม่ ล่าวแหย่ ท่านเป็วีรบุรุษ เป็ผู้ชายที่ดี ข้าสามารถติดตามท่านได้ตลอดชีวิตก็เพียงพอแล้ว” ฮูหยินติ้งกั๋วกงร้องไห้จนไร้เสียง
ป้าหญิงใหญ่ ป้าหญิงรองและภรรยาของลูกพี่ลูกน้องชายหลายคนต่างล้วนบ้าคลั่งส่งเสียงเรียกผู้เป็สามีของตน และพวกนางก็พยายามเข้าใกล้กัน
ป้าหญิงใหญ่กับป้าหญิงรองคุกเข่าตุบพร้อมน้ำตานองใบหน้า
เพราะถูกมัดด้วยเชือกเดียวกัน ทำให้กลุ่มผู้ชายคุกเข่าลงมาด้วย
“ลูกชาย ไม่กตัญญู ขอกราบลาท่านแม่”
หลังจากที่ลุงใหญ่กับลุงรองก้มกราบแล้ว ลูกพี่ลูกน้องชายหลายคนก็ก้มกราบป้าหญิงใหญ่และป้าหญิงรอง
ป้าหญิงใหญ่ร่ำไห้เสียงดังและป้าหญิงรองนั้นกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง นางไม่ได้ยินถ้อยคำใดทั้งวิประลาปไปแล้วครึ่งหนึ่ง
ในบรรดาผู้ชายที่ถูกลงโทษ บ้านสองของนางมีจำนวนคนมากที่สุด หนึ่งในนั้นยังรวมถึงหลานชายของนางที่มีอายุเพียงแค่ห้าขวบเท่านั้น
ฉากเหตุการณ์ความเศร้าโศกซึ่งเต็มไปด้วยหยาดโลหิตคราบน้ำตา เสียงคร่ำครวญร่ำไห้ทำให้ฝูงชนดูอยู่เกิดความโกลาหลขึ้นมาอีกครั้ง
ซุนซื่อไม่อาจทนได้อีกต่อไป นางสะบัดมือของฉินหยีหนิงและแม่นมจินออกไป จากนั้นแหวกกลุ่มคนออกและถลันเข้าไปหา “ท่านพ่อ พี่ชายใหญ่ พี่ชายรอง”
ฉินหยีหนิงและแม่นมก็ปรี่เข้าไป ฝ่ายทหารพยายามจะกันซุนซื่อไม่ให้ผ่านเข้าไป ฉินหยีหนิงกลัวว่ามารดาจะเสียเปรียบ จึงข้ามร่างของซุนซื่อ นางกางแขนดันหลังเพื่อป้องกันการผลักดันของทหาร
แต่ทั้งสามก็ยังคงถูกขวางกั้นจากทหาร
ติ้งกั๋วกง ลุงใหญ่ ลุงรองและลูกพี่ลูกน้องชายต่างก็หันหลังกลับมา พวกเขามองไปที่ซุนซื่อกับฉินหยีหนิงด้วยน้ำตา
“ท่านตา ลุงใหญ่ ลุงรอง” ตอนนี้พวกนางได้ปรากฏตัวออกมาแล้ว มันไม่มีความหมายที่จะซ่อนตัวอีกต่อไป
ฉินหยีหนิงคุกเข่าลงและคำนับอย่างเป็ทางการ
ติ้งกั๋วกงมองดูฉินหยีหนิงและซุนซื่อแต่ไม่ได้พูดอะไรทั้งสิ้น
ลุงใหญ่กับลุงรองร้องไห้กลั้วเสียงหัวเราะ “นี่เป็ลูกสาวของฮั่นเจี่ยร์ใช่หรือไม่? ดูแลท่านแม่ของเ้าให้ดีนะ”
“ลุงใหญ่ ลุงรองวางใจได้เลยเ้าค่ะ” ฉินหยีหนิงประคองซุนซื่อ
หน้าผากของซุนซื่อแนบติดกับพื้นหินสีน้ำเงินยามเปล่งเสียงสะอื้นร้องไห้ “ท่านพ่อ ข้าไม่้าให้ท่านตาย พี่ชายใหญ่ พี่ชายรองข้าไม่้าให้พี่ชายตาย!”
ฉาวกั๋วจ้างจ้องมองซุนซื่อและฉินหยีหนิงก่อน เพราะซุนซื่อแต่งงานออกเรือนแล้ว อีกทั้งสามีของนางก็ยังเป็ฉินไท่ซืออีกด้วย เขาย่อมไม่กล้าลงไม้ลงมือ เพียงเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ยังลังเลอะไรอีก ยังไม่พาไปอีก” เมื่อพูดเสร็จตนเองก็ขึ้นรถม้า และออกนำไปก่อน
ทหารกับขันทีได้ยินเช่นนั้น ก็จะแยกผู้หญิงออกจากผู้ชาย จากนั้นพาพวกเขาไปทางซ้ายและขวา
ในที่สุดมันก็ถึงเวลาที่จะลาจากกัน มือซึ่งจับกันแน่นถูกบังคับให้แยกจาก
ติ้งกั๋วกงเอ่ยพูดกับภรรยาของเขาอย่างมีความหวังว่า “เพ่ยเจิ้น! มีชีวิตอยู่กับลูกๆ ให้ดีๆ นะ”
ดวงตาทั้งสองของฮูหยินติ้งกั๋วกงเปี่ยมล้นไปด้วยน้ำตา นางพยักหน้าอย่างหนัก
พี่ชายห้าเปล่งเสียงร้องอย่างกังวลใจว่า “ท่านย่าโปรดดูแลซวงเอ๋อร์ด้วย ซวงเอ๋อร์ อย่าร้องไห้เลย ให้กำเนิดลูกของเรา และมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายนะ”
“ฟูจุน! ฟูจุน!” ภรรยาของพี่ห้าซึ่งกำลังใกล้คลอด พูดอย่างไรนางก็ไม่ยอมปล่อยพี่ห้าออกจากมือของตน ในความโกลาหล ทหารก็ใช้แรงบังคับดึงออกเป็ผลให้นางล้มลงกับพื้น นางกุมท้องตัวเองพลางร้องออกมาด้วยความเ็ป ก่อนถูกลากให้เดินตามโดยทิ้งรอยเืเป็สายไว้บนพื้น
พี่ห้าโกรธอย่างมาก เพราะนั่นคือลูกของเขา!
ฉินหยีหนิงไม่สามารถอดกลั้นได้อีกแล้ว นางผลักทหารที่ขวางทาง
ไม่มีใครคาดคิดว่าคุณหนูคนหนึ่งจะแข็งแรงถึงเพียงนี้!
ทหารบางคน้าเหวี่ยงดาบ แต่มีขันทีคนหนึ่งแจ้งว่า “นี่คือบุตรสาวของฉินไท่ซือ!”
อย่างไรก็ตามคน เ่าั้ย่อมไม่กล้าขยับดาบแล้ว แต่ก็ยังมีชายที่แข็งแกร่งสามหรือสี่คนเข้ามาขวางฉินหยีหนิงพร้อมห้ามไม่ให้นางเข้าใกล้มากไปกว่านี้
ฉินหยีหนิงทำได้เพียงพูดเสียงดัง “พี่ชาย วางใจเถิด”
ด้วยเสียงร้องนี้ ทำให้ติ้งกั๋วกง ลุงใหญ่ ลุงรองและลูกพี่ลูกน้องชายหลายคนมองดูฉินหยีหนิง
ในดวงตาของฉินหยีหนิงนั้นมีน้ำตา แต่ดวงตาของนางมั่นคงอย่างมาก “ข้าจะไปที่คุมประพฤติเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ”
จ้าวหยุนซือที่เช่าซื้อคนจากที่คุมประพฤติโดยเฉพาะนั้น ตอนนี้เป็กิจการของฉินหยีหนิง
ติ้งกั๋วกงยิ้มและพยักหน้าอย่างหนัก
ฉินหยีหนิงก็พยักหน้าเช่นกัน สุดท้ายก็ทำได้เพียงมองสบตากับพี่ห้าและพี่แปด ก่อนคนทั้งหมดจะหันหลังจากไป
เสียงของพี่ห้ายังแว่วมาให้ได้ยิน “หยีเจี่ยร์ พี่ชายขอบใจเ้านะ”
