กว่าโจวเฉิงจะได้รับพัสดุที่คังเหว่ยและเส้ากวงหรงนำกลับมายังปักกิ่งก็เป็เช้าวันที่สามของตรุษจีนแล้ว
ของส่งถึงประตูหน่วยงานตั้งนานแล้ว ทว่าน่าเสียดายที่โจวเฉิงได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่เสียก่อนคังเหว่ยและเส้ากวงหรงกลับถึงปักกิ่งในคืนวันที่ 25 มกราคม และวันที่ 26 คังเหว่ยได้ไปส่งของให้แก่โจวเฉิงแต่ไม่ได้พบตัวโจวเฉิง
ตรุษจีนนี้โจวเฉิงไม่มีวันหยุด เขายุ่งั้แ่เดือนล่าไปจนถึงวันที่สามเดือนเจิงถึงได้หยุดพักหายใจหายคอบ้างเพราะั้แ่วันที่ยี่สิบแปดเดือนล่าถึงวันที่สามเดือนเจิง เขาต้องติดตามผู้บังคับบัญชาระดับสูงทุกฝีก้าวไม่มีเวลาว่างแม้แต่น้อย
โจวเฉิงกำลังติดตามข้างกายหัวหน้าอยู่ ใครจะกล้าวิ่งไปบอกว่าหัวหน้าโจวว่าคนรักของคุณส่งของมาให้เล่า?
ธุระสำคัญเพียงใดล้วนต้องวางไว้หลังงาน กฎของหน่วยงานของเขานั้นเป็เช่นนี้
เมื่อโจวเฉิงได้รับพัสดุ เขาก็แกะออกทันทีเพื่อดูว่าเซี่ยเสี่ยวหลานจะส่งอะไรให้เขาบ้าง?
มีเสื้อนอกขนแพะหนึ่งตัวแน่นอนโจวเฉิงยังไม่รู้ว่าคังเหว่ยและเส้ากวงหรงก็มีเหมือนกัน ไม่ต้องบอกเลยว่าเขาปลาบปลื้มขนาดไหนอีกอย่างคือซานเย่าหนึ่งถุง ในมณฑลอวี้หนานผลิตเถี่ยกุ้นซานเย่า [1] คุณภาพดีที่สุด เซี่ยเสี่ยวหลานได้ยินว่าสิ่งนี้บำรุงร่างกายยิ่งนักหลังหลิวหย่งได้รับาเ็ก็รับประทานมาตลอด จึงส่งให้โจวเฉิงหนึ่งถุงใหญ่
อย่างไรเสียก็การขนส่งพัสดุนี้มิใช่พัสดุไปรษณีย์ที่โยนไปโยนมาทั่วไปคังเหว่ยกับเส้ากวงหรงผู้เป็ ‘พนักงานส่งพัสดุด่วน’ สามารถรับประกันว่าได้ส่งซานเย่าถึงมือโจวเฉิงภายในเวลาอันรวดเร็วที่สุดเซี่ยเสี่ยวหลานถึงกล้าส่งของแบบนี้มายังปักกิ่ง
ใครจะรู้ว่าโจวเฉิงทำงานอยู่ในสถานที่ทีสภาพแวดล้อมปิดกั้นบุคคลภายนอกแม้คังเหว่ยส่งของให้ถึงหน้าประตูหน่วยงานก็ตาม อย่างไรเขาก็ไม่สามารถพบโจวเฉิงอยู่ดี
โจวเฉิงเปิดถุงออกก็ปวดใจยิ่งนัก เถี่ยกุ้นซานเย่าแต่ละหัวซึ่งได้รับเลือกเฟ้นอย่างพิถีพิถันแต่เนื่องจากเก็บไว้ข้างในนานเกินไปอีกทั้งอากาศไม่ถ่ายเท จึงทำให้เน่าเสียไปอย่างน้อยครึ่งหนึ่งซานเย่าที่เสียแล้วรับประทานไม่ได้ โจวเฉิงทำได้เพียงเหม่อมองซานเย่าอยู่นานสองนาน
นอกจากเสื้อและซานเย่า ยังมีจดหมายที่เขียนให้โจวเฉิงด้วย
ในจดหมายเขียนเื่ที่เกิดขึ้นหลังจากคังเหว่ยมาถึงซางตูการวางกับดักใส่ร้ายของบ้านจูตลอดจนการสิ้นสุดของนักเลงหยางเฉิงเซี่ยเสี่ยวหลานได้ถามเขาว่าควรขอบคุณเส้ากวงหรงและคังเหว่ยอย่างไรจึงจะถือว่าไม่เสียมารยาท
โจวเฉิงอ่านจดหมายของภรรยาเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาสนใจทุกเื่ราวเล็กๆน้อยๆ ในชีวิตของเซี่ยเสี่ยวหลานมาก ทว่ากล่าวถึงชื่อคนอื่นบ่อยครั้งทำไมกันโดยเฉพาะเส้ากวงหรง เขาตามคังเหว่ยไปซางตูได้อย่างไร?
ปีนี้โจวเฉิงมีวันหยุดครึ่งวัน ไปสถานที่ห่างไกลไม่ได้แต่กลับบ้านสักหนยังพอไหว
เขาเรียกลูกน้องมาพบ “ของที่ฉันวานนายส่งน่ะนายส่งหรือยัง?”
“รายงาน ผมส่งไปมณฑลอวี้หนานตามความ้าของคุณแล้วครับ”
ผู้ใต้บังคับบัญชาเกือบโดนหัวหน้าโจวทำให้หวาดกลัวแล้วตอนนี้เขาน่าจะเป็คนเดียวในหน่วยงานที่รับรู้สถานการณ์คนรักของโจวเฉิงก่อนส่งพัสดุโจวเฉิงก็คำนวณเวลาไว้แล้ว ทว่าบอกไม่ได้ว่าตอนพัสดุถึงเซี่ยเสี่ยวหลานอยู่ที่ไหนถ้าบ้านย่าอวี๋ในซางตูไม่มีใคร ค่อยส่งต่อไปยังชนบทเขตอันชิ่ง
ลูกน้องคนนี้นึกในใจ ที่แท้หัวหน้าโจวคบกับคนรักจากชนบทของมณฑลอวี้หนาน
และไม่รู้ว่าฝ่ายหญิงเป็อย่างไร หัวหน้าโจวถึงได้หลงหัวปักหัวปำเช่นนี้—อย่าว่าแต่ในหน่วยงานเลย ต่อให้เสาะหาทั่วทั้งกรมก็ไม่เจอคนที่คุณสมบัติดีกว่าโจวเฉิงแล้ว ข้าราชการอายุน้อยรูปลักษณ์ยังหล่อเหลาด้วย ในหน่วยงานมักมีข่าวลือต่างๆ อยู่บ่อยครั้งเล่าว่าบุตรสาวของหัวหน้าสักคนถูกใจหัวหน้าโจวเข้าหรือหลานสาวของหัวหน้าสักคนจะไม่ยอมแต่งงานถ้าไม่ใช่กับโจวเฉิง
วุ่นวายเสียจนหัวหน้าโจวของเขามีคำสั่งห้ามทุกครั้งที่มีหญิงสาวมาหายังหน่วยงานให้แจ้งว่าเขาไม่อยู่โดยไม่มีข้อยกเว้น!
หัวหน้าโจวได้รับความนิยมจากสุภาพสตรี ยั่วแหย่เหล่าฟางจนทนไม่ได้ เหล่าฟางอายุสามสิบกว่ายังไม่แต่งงานเขาเคยลั่นวาจาเอาไว้ว่าภรรยาที่หาได้ต้องดีกว่าคนรักในอนาคตของโจวเฉิง แต่น่าเสียดายที่เหล่าฟางไม่ใช่คนหนุ่มแน่นอย่างโจวเฉิงเหล่าบุตรสาวของผู้บังคับบัญชาระดับสูงไม่แลเขาด้วยซ้ำ... เหล่าฟางหยุดพักเื่นี้ไประยะหนึ่งพอคราวก่อนโจวเฉิงประกาศว่าตนมีคนรัก เหล่าฟางก็ร้อนรนขึ้นมาอีกแล้ว
ตอนนี้เหล่าฟางไม่ดึงดันที่จะหาภรรยาในอนาคตให้ดีกว่าคนรักของโจวเฉิงมาตรฐานใหม่ของเขาคือต้องแต่งงานก่อนโจวเฉิง ปีนี้โจวเฉิงเพิ่งอายุครบ 21 ปี เร็วที่สุดต้องในปี 85 เมื่ออายุ 22 ปีโจวเฉิงถึงแต่งงานได้ จากความคิดของเหล่าฟาง หากเขาจัดการได้รวดเร็วพอ ไม่เพียงแค่ทันแต่งงานก่อนโจวเฉิงยังสามารถมีบุตรเร็วกว่าโจวเฉิงได้อีกด้วย นำหน้าหนึ่งก้าวในเื่รุ่นถัดไปต่อจากนี้ย่อมนำหน้าทุกๆ ก้าว
เื่เหล่าฟางกระตือรือร้นเร่งดูตัวรู้กันโดยทั่วแม้แต่คนรอบข้างโจวเฉิงก็ทราบเช่นกันเมื่อเป็เช่นนี้แล้ว เหล่าฟางจึงไม่เื่มากเกี่ยวกับพื้นเพครอบครัวของคนที่จะดูตัวด้วยอีกต่อไปหากไม่เปรียบเทียบกับโจวเฉิงล่ะก็เหล่าฟางถือว่าเป็ข้าราชการอายุน้อยผู้มีอนาคตในหน่วยงาน ผู้ที่จะสามารถแนะนำให้เขาได้แม้มิใช่บุตรสาวของหัวหน้าใหญ่ แต่อย่างไรก็ต้องเป็บุตรสาวของข้าราชการทั่วไปอยู่ดีสินะ?
ต่อให้ย่ำแย่ขนาดไหน ก็ไม่แย่ไปกว่าคุณสมบัติคนรักของหัวหน้าโจวล่ะนะ
โชคดีที่โจวเฉิงไม่รู้ว่าในสมองของผู้ใต้บังคับบัญชากำลังคิดอะไรถ้ารู้เข้าเขาต้องสั่งลงโทษคนคนนี้ให้ไปวิ่งรอบสนาม 20 รอบ พอเหนื่อยจนเหมือนสุนัขสิ้นใจค่อยหิ้วมาอบรมต่อหน้าอีกครั้ง ‘นายบอกว่าภรรยาใครคุณสมบัติย่ำแย่นะ?’
โจวเฉิงเปลี่ยนเสื้อตัวใหม่ที่ภรรยาส่งให้ในหน่วยงาน ส่องตัวเองกับกระจกพึงพอใจกับแววตาเลือกเสื้อผ้าของเซี่ยเสี่ยวหลานยิ่งนัก
แย่เหลือเกินที่เขามีวันหยุดเพียงครึ่งวันมิเช่นนั้นจะสวมเสื้อตัวนี้ไปปรากฏต่อหน้าภรรยาของเขาทันที ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่งเสี่ยวหลานจะชอบเขามากขึ้นหรือไม่?
หลังจากตั้งใจเลือกซานเย่าที่ยังดีอยู่ออกมา โจวเฉิงก็ขับรถจี๊ปคันหนึ่งกลับบ้าน
เมื่อมาถึงบ้าน เขาพบว่าคังเหว่ยก็อยู่ที่นี่เช่นกัน เขาเห็นคังเหว่ยประกบสองมือไว้นั่งบนโซฟาบ้านเขาอย่างว่านอนสอนง่าย ฟังกวนฮุ่ยเอ๋อให้โอวาทอยู่น่ะสิ!
“พี่เฉิงจื่อ พี่กลับมาแล้วหรือ?”
ความปลื้มปีติยินดีบนใบหน้าของคังเหว่ยแทบล้นออกมา
คังเหว่ยไม่มีทางเลือก พอโจวเฉิงกลับมา เขาเหมือนได้รับความช่วยเหลือ!
ไม่รู้ว่าคนปากสว่างรายไหนพล่ามเื่ราวจนหลุดไปถึงหูของกวนฮุ่ยเอ๋อกวนฮุ่ยเอ๋อไม่ตามหาเส้ากวงหรงผู้เผยแพร่ข่าว แต่ตามตัวคังเหว่ยมาโดยตรงกวนฮุ่ยเอ๋อต่อโทรศัพท์ถึงมารดาคังเหว่ย บอกว่าโจวเฉิงไม่ได้หยุดงานฉลองตรุษจีนปีนี้ไม่มีความรื่นรมย์แม้แต่นิดเดียว มารดาคังเหว่ยไม่พูดพร่ำทำเพลงมอบลูกชายให้กวนฮุ่ยเอ๋อยืมชั่วคราวทันที
คังเหว่ยซ่อนตัวที่บ้านย่าผ่านวันที่หนึ่งและวันที่สองไปจนวันที่สามของตรุษจีนก็หลบต่อไปไม่ได้แล้ว จึงแบกหน้ามาบ้านโจวเพื่อรับประทาน ‘อาหารมื้อเย็นด้วยใจรัก’ ของคุณน้ากวน
งานเลี้ยงหงเหมิน [2] ก็คืองานเลี้ยงหงเหมินอยู่วันยังค่ำกวนฮุ่ยเอ๋อไม่ให้โอกาสคังเหว่ยหลบหนีเลยสักนิดเดียว เอ่ยปากก็ถาม ‘เด็กสาวอวี้หนานคนนั้น’ บอกว่าโจวเฉิงออกเดินทางพร้อมคังเหว่ยตอนนี้ทั่วทั้งปักกิ่งล้วนรู้ว่าโจวเฉิงพบคนรักที่อวี้หนาน แต่ครอบครัวกลับไม่รับรู้เื่นี้ด้วยซ้ำทำให้กวนฮุ่ยเอ๋อสงสัยว่าตนเองคือมารดาบังเกิดเกล้าของโจวเฉิงหรือไม่!
คังเหว่ยชดใช้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่ไม่ยอมรับ
เมื่อถามข้อมูลเฉพาะเจาะจงของเซี่ยเสี่ยวหลาน เขาก็แสร้งโง่
เขาไม่ใช่เส้ากวงหรงปากสว่างผู้เก็บความลับไม่อยู่คนนั้นเสียหน่อยโจวเฉิงไม่ได้เล่าที่บ้าน ต้องมีเหตุผลของโจวเฉิงแน่นอน เขาจะส่งสารก่อนเ้าของเื่ราวได้อย่างไร?
กวนฮุ่ยเอ๋อไม่ทุบตีไม่ด่าทอเขาทว่าเริ่มบรรยายั้แ่วัยเยาว์ของคังเหว่ยที่ขลุกอยู่บ้านโจวไม่ยอมกลับบ้านเธออาบน้ำให้เขาด้วยตัวเองปัสสาวะรดที่นอนก็ยังซักผ้าปูให้...คังเหว่ยแทบจะหาร่องบนพื้นในห้องรับแขกสักจุดแล้วมุดเข้าไปอย่างเสียไม่ได้!
โชคช่วยที่โจวเฉิงกลับมาทันในเวลาวิกฤติ! คังเหว่ยรู้สึกว่าขณะที่ตนเองใกล้หักหลังความเชื่อมั่นขององค์กรในฐานะคนทรยศโจวเฉิงลงมาเยือนราวกับเทพ์ชั้นฟ้า—ไม่สิพี่เฉิงจื่อสวมเสื้อนอกขนแพะซึ่งว่าที่พี่สะใภ้เลือกเฟ้นอย่างพิถีพิถันกลับบ้านแล้ว!
อย่างไรก็ตาม เขารู้สึกว่าเสื้อบนกายพี่เฉิงจื่อตัวนั้นดูดีกว่าเล็กน้อย?
โจวเฉิงกวาดสายตาพบเสื้อนอกบนตัวคังเหว่ยเช่นกันแค่เห็นก็รู้ว่าหลอกเอามาจากภรรยาของเขา ภรรยาเขาจิตใจดีเกินไปแล้ว
“แม่ แม่เรียกเสี่ยวคังมากินข้าวหรือ?”
นานๆ ทีลูกชายจะกลับบ้าน กวนฮุ่ยเอ๋อย่อมดีใจแน่นอนอยู่แล้ว จึงไหว้วานคุณน้าในบ้านทำอาหารเย็นเพิ่มก่อนเป็อันดับแรกและสังเกตว่าเสื้อนอกที่โจวเฉิงกับคังเหว่ยใส่อยู่เหมือนกันทีเดียวในใจกวนฮุ่ยเอ๋อรู้สึกว่าไม่ค่อยถูกต้อง ทว่ายังไม่ทันได้พูดอะไรโจวเฉิงก็หิ้วซานเย่าเข้าไปในครัวเสียแล้ว
กวนฮุ่ยเอ๋อตามไปถึงในครัว เห็นซานเย่าที่ยังมีดินติดอยู่หนึ่งถุงใหญ่ก็รู้สึกสับสนโดยพลัน
“นี่ลูกเอามาจากไหนเล่า หน่วยงานลูกแจกอย่างนั้นหรือ?”
โจวเฉิงมองมารดาของเขา ตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจเลยสักนิด “ยังมาจากที่ไหนได้อีก ก็ลูกสะใภ้แม่นั่นแหละเป็คนส่งมาให้น่ะ ผมวานน้าเจิงทำเป็อาหารเย็นชิมสักหน่อยน้าเจิง ล้างจนสะอาดแล้วนึ่งไม่กี่หัวก็พอ...”
โจวเฉิงยังคงอธิบายว่าซานเย่าต้องปรุงอย่างไรด้วยความจริงจังเป็พิเศษอยู่ตรงนั้นราวกับเขาถือรังนกหูฉลามสุดแสนล้ำค่าหนึ่งกองกลับมา
สมองของกวนฮุ่ยเอ๋อไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกแล้ว มีเพียงประโยค ‘ลูกสะใภ้แม่ส่งมา’ กำลังก้องกังวานอยู่ในหัวของเธอ
นี่ยอมรับแล้วใช่หรือไม่?!
เชิงอรรถ
[1]铁棍山药 เถี่ยกุ้นซานเย่า คือ ซานเย่าพันธุ์เถี่ยกุ้น (铁棍 แปลว่า กระบองเหล็ก)โดยผิวของซานเย่าพันธุ์นี้มีสีคล้ายสนิมเหล็ก จึงเป็ที่มาของชื่อ
[2]鸿门宴 งานเลี้ยงหงเหมิน หมายถึง งานเลี้ยงที่มีเจตนาไม่หวังดีมีที่มาจาการะหว่างแคว้นฉู่และแคว้นฮั่นเซี่ยงอวี่ผู้เป็แม่ทัพของแคว้นฉู่คิดจะลอบสังหารหลิวปังจากแคว้นฮั่นโดยจัดงานเลี้ยงขึ้นที่ด่านหงเหมิน
