ภายในห้อง เ้าหน้าที่ทหารมากมายที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความเ็ปกำลังเข้าแถวรอให้อวิ๋นซูจับชีพจร
อาการของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน พวกเขาล้วนรู้สึกว่าตนเองติดโรคห่าจริงๆ บางคนถึงกระทั่งเกาจนมีเืซึมออกมา เขย่าขวัญผู้พบเห็นยิ่งนัก
อวิ๋นซูนั่งอยู่ภายในห้องอย่างสงบเยือกเย็น เก็บอารมณ์ของทหารเหล่านี้ตลอดจนความกระตือรือร้นที่จะได้รับการรักษาของพวกเขาทั้งหมดไว้ในสายตา อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ทราบว่าสิ่งที่กำลังจะได้พบกลับเป็บทลงโทษอีกอย่างหนึ่ง
“ท่านหมอ...ท่านหมอขอรับ...ท่านรีบตรวจข้าเถิด ข้าใกล้จะตายแล้วหรือไม่? ท่านดูร่างกายนี่...” ทหารนายหนึ่งที่รอมานานถลกเสื้อของตนเองขึ้น ปรากฏแขนทั้งสองที่เต็มไปด้วยรอยเื
อวิ๋นซูแสร้งทำเป็ใ พยายามทำเป็ตรวจให้เขาด้วยท่าทางเครียดขึง
“ท่านหมอ...ข้า...” ทหารเห็นท่านหมอตรงหน้าทำเพียงกวาดตามองสำรวจเขาขึ้นๆ ลงๆ ทั้งยังพึมพำไม่หยุด ความร้อนรนใจพลันกดดันเขาจนแทบหายใจไม่ออก
อวิ๋นซูส่ายศีรษะเบาๆ มองไปยังใบหน้าที่เจือไปด้วยความอดรนทนไม่ไหวตรงหน้า “พวกท่านเกาจนตุ่มพุพองบนตัวแตกใช่หรือไม่?”
“ท่านหมอ...พวกเราทนไม่ไหวจริงๆ ขอรับ!” น้ำเสียงเช่นนี้ของท่านหมอ หรือว่าตุ่มพุพองพวกนี้ไม่ควรเกา? เหล่าทหารพลันรู้สึกอยากร้องไห้โดยไร้ซึ่งน้ำตา
“หากเป็เช่นนี้...” อวิ๋นซูกลับไปนั่งที่ตำแหน่งเดิมอีกครั้ง “ท่านทั้งหลายก่อนหน้านี้ไม่ได้ร้ายแรงอย่างพวกท่าน ในเมื่อเกาจนตุ่มพุพองบนร่างแตกแล้ว เมื่อท่านกลับไปทำความสะอาดร่างกาย จำเป็จะต้องเติมเกลือทะเลเข้าไปจำนวนมาก พยายามแช่ผิวของตนทุกวันอย่างน้อยสามถึงห้าครั้ง”
องครักษ์ที่เดินทางมาด้วยกันพลันตกตะลึงอยู่ในใจ าแเช่นนี้ใช้เกลือขัดทำความสะอาดจะเ็ปมากเพียงใดกัน? คุณหนูหกผู้นี้ช่าง...วิธีการแก้แค้นคนของนางทำให้พวกเขาต้องอุทานว่าน่าอัศจรรย์เหลือเกิน! เมื่อคิดถึงตรงนี้จึงมองไปยังอวิ๋นซูที่ใบหน้าไม่เปลี่ยนแปลงั้แ่ต้นจนจบ อดไม่ได้ที่จะร่างกายสั่นระริกพลางถอนใจเบาๆ โชคดีที่ตนไม่เคยล่วงเกินคุณหนูหกมาก่อน
“อะไรนะท่านหมอ? ตอนทำความสะอาดร่างกายให้เติมเกลือลงไปในน้ำ?” ได้ยินเช่นนี้ ใบหน้าของเหล่าเ้าหน้าที่พลันปรากฏความหวาดผวา
“มิเช่นนั้น พวกท่านอยากให้ตุ่มพุพองเหล่านี้เน่าเปื่อยหรือ?” อวิ๋นซูขมวดคิ้วเบาๆ กล่าวอย่างรวบรัดว่า “หากถึงตอนนั้น ต่อให้เป็เทพเซียนก็มีแต่ต้องกลับ์ไปแล้ว”
“ได้ๆๆ! ท่านหมอ พวกเราจะทำ พวกเราจะทำขอรับ!” เมื่อคิดถึงสภาพเหล่าผู้ลี้ภัยนอกประตูเมืองที่าเ็ล้มตายเป็จำนวนมาก ทุกคนพากันกัดฟัน ไม่ว่าอย่างไรรักษาชีวิตไว้เป็สิ่งสำคัญที่สุด
อวิ๋นซูหลุบตาเพื่อซ่อนประกายความสะใจ จากนั้นจึงยกพู่กันขึ้นเขียนใบสั่งยา
ตอนนี้เองมีเ้าหน้าที่ทหารนายหนึ่งเดินเข้ามา “ท่าน...หมอ รองแม่ทัพเรียกให้ท่านไปหาขอรับ”
ใบหน้าเรียบเฉยของอวิ๋นซูทำให้มองไม่ออกว่าอารมณ์เป็อย่างไร นางเพียงพยักหน้าเบาๆ ก่อนหน้านี้ที่ได้รักษาให้รองแม่ทัพทั้งสอง นางกล่าวเพียงว่าตนเอง้าเวลาศึกษาตัวยา ให้พวกเขารอไปก่อน ไม่ทันไรก็นั่งไม่ติดที่แล้วหรือ? ความเ็ปที่เหล่าผู้ลี้ภัยได้รับ นางจะต้องทำให้พวกเขาเ็ปมากกว่าเป็เท่าตัว!
เพิ่งจะผลักประตูให้เปิดออก อวิ๋นซูก็เห็นหนังเสือสีขาวเปล่งประกายเหนือเก้าอี้ไท่ซือตรงหน้าเข้าพอดี ทั้งสองนั่งพูดคุยปรึกษากันอยู่ เมื่อเห็นอวิ๋นซูเข้ามาจึงรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็อ้อนวอนในฉับพลัน
“ท่านหมอ...ผ่านไปนานเช่นนี้แล้ว ไม่ทราบว่าออกใบสั่งยาแล้วหรือไม่? พวกเราทรมานมาก...” พวกเขาไม่มีความยโสโอหังเช่นวันนั้นแล้ว เนื่องจากตอนที่รับหนังเสือมา พวกเขาใกล้ชิดที่สุดและอยู่กับมันนานที่สุด ตอนนี้ใบหน้าของทั้งสองจึงปูดบวมจนน่าขันยิ่งนัก น้ำเสียงก็แ่เบาราวกับใยแมงมุม
อวิ๋นซูเดินไปข้างหน้า หยิบยาแก้พิษขวดหนึ่งที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อมาสาดใส่หนังเสือผืนนั้นอย่างแเี นางทำราวกับคิดอะไรบางอย่าง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวลยิ่งนัก “นายท่าน ดู่เหมือนด้านนอกจะเกิดจลาจล เช่นนี้จะทำอย่างไรดีขอรับ?”
“ฮึ ก็แค่สามัญชนกลุ่มหนึ่ง สั่งสอนพวกเขาเสียหน่อยเดี๋ยวก็รู้จักทำตัวสงบๆ แล้ว! ท่านหมอโปรดวางใจ พวกเราจะไม่ให้พวกเขาเข้าเมืองมาแน่นอน ท่านรีบดูให้พวกเราเสียหน่อยเถิด ข้าเจ็บจนทนไม่ไหวแล้ว...”
ไม่รู้จักสำนึกจริงๆ อวิ๋นซูในตอนนี้มีความคิดบางอย่าง นางหยิบกล่องเข็มเงินที่นำติดตัวออกมา “นายท่านกล่าวเช่นนี้ ผู้น้อยก็วางใจ อาการป่วยของนายท่านทั้งสองร้ายแรงนัก ผู้น้อยทำได้เพียงลองดูเท่านั้น!”
รองแม่ทัพได้ยินความจนใจในน้ำเสียงของนาง จึงคิดไปว่าท่านหมอผู้นี้กลัวว่าจะถูกพวกเขาทำโทษ “มิเป็ไร มิเป็ไร! ทักษะการแพทย์ของท่านหมอสูงส่ง พวกเราเชื่อท่าน พวกเราเชื่อท่าน!”
อวิ๋นซูพยักหน้า หยิบกล่องเข็มเงินมากางออก จากนั้นเดินไปด้านหน้าคนผู้หนึ่ง ปักเข็มลงไปบนศีรษะของรองแม่ทัพผู้นั้นอย่างแม่นยำ ทุกเข็มต่างใช้เทคนิคอันล้ำเลิศ ตำแหน่งที่ฝังเข็มลงไปมีเืสีเหลืองปนแดงซึมออกมาไม่น้อย จนรองแม่ทัพผู้นั้นใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเ็ป ทว่ากลับไม่กล้าขยับ อีกคนหนึ่งได้เห็นเช่นนี้ก็กลืนน้ำลายอย่างเงียบๆ ด้วยความตกตะลึง ไม่นาน บนศีรษะของรองแม่ทัพผู้นั้นถูกเข็มสีเงินปักจนเต็ม
อวิ๋นซูใช้แรงกดลงไปบนเข็มเล่มหนึ่งในนั้น พร้อมกับรอยยิ้มในดวงตา “นายท่านรู้สึกเจ็บหรือไม่ขอรับ?”
“เจ็บๆๆ!” รองแม่ทัพพยักหน้ารัวๆ เข็มที่ปักจนเต็มศีรษะเหล่านี้ทำให้เ็ปมากจนเหงื่อออกท่วมตัวราวกับถูกน้ำฝน เพียงแต่พยายามรักษาหน้า อดกลั้นไม่ร้องออกมาก็เท่านั้น!
อวิ๋นซูถอนใจครั้งหนึ่ง “เช่นนี้ดีแล้วขอรับ นายท่านโปรดวางใจ อีกสักครู่หลังจากท่านดื่มยาของผู้น้อยก็จะค่อยๆ หายเป็ปกติขอรับ!”
“พูดจริงหรือ?” รองแม่ทัพอดไม่ได้ที่จะรู้สึกยินดี ความเ็ปนี้คุ้มค่าเหลือเกิน!
รองแม่ทัพข้างๆ ได้ยินจึงรีบเดินเข้ามาใกล้อย่างร้อนรน “หมอเทวดา หมอเทวดา ลำบากท่านมาตรวจให้ข้าเสียหน่อยเถิด! ร่างกายข้า...”
เขาเลิกอาภรณ์บนร่างขึ้นอย่างอดรนทนไม่ไหว ปรากฏร่างกายที่เืเนื้อเหวอะหวะไปครึ่งร่าง
อวิ๋นซูแสร้งพยายามรักษาเขาอย่างสุดความสามารถ แน่นอนว่านอกจากใบสั่งยาที่พิเศษแล้ว ยังสอนให้เขาแช่น้ำเกลือเช่นเดียวกับเหล่าเ้าหน้าที่ทหารเมื่อครู่ด้วย!
“นายท่านขอรับ หากไม่มีเื่อื่นแล้ว ผู้น้อยขอตัวไปเตรียมยาให้ท่านทั้งสองก่อนขอรับ” นางคำนวณเวลาอยู่ในใจ เหลือแค่รอเวลาแล้ว
รองแม่ทัพทั้งสองรีบสั่งให้ทหารยามที่เฝ้าอยู่นอกประตูไปคอยช่วยเหลือของอวิ๋นซู ทหารยามรับคำสั่ง รีบพานางไปยังโรงครัวด้วยท่าทีอ่อนน้อม กลัวว่าจะทำอะไรล่วงเกินท่านหมอเทวดาอายุน้อยผู้นี้
รอจนกระทั่งพวกเขาเดินไปไกล องครักษ์ที่เดินทางมาด้วยกันจึงกล้าเอ่ยปาก น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสัย “เหตุใดคุณหนูหกต้องช่วยพวกเขาด้วยขอรับ?”
อวิ๋นซูหัวเราะเบาๆ “ข้าวางยาไว้บนหนังเสือผืนนั้น”
“ข้าน้อยเข้าใจแล้ว วันนั้นคุณหนูหกถึงได้ให้พวกเรากินยาแก้พิษ”
“ดังนั้นข้าจึงต้องช่วยพวกเขาแก้พิษ”
“ข้าน้อยไม่เข้าใจ ทหารเมืองหยูนี้ โดยเฉพาะรองแม่ทัพทั้งสอง พวกเขาสมควรได้รับโทษแล้ว” ในความคิดของเขา สมควรแล้วที่จะให้พวกเขาได้ลิ้มรสความเ็ป!
“พวกเขามีความผิดแน่นอนอยู่แล้ว แต่ข้าไม่อยากเอาชีวิตของพวกเขาด้วยเหตุนี้ เมื่อครู่ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาทรมานไปหลายวัน” ดวงตางดงามของอวิ๋นซูหรี่ลงเล็กน้อย แม้จะสวมชุดบุรุษ ทว่ากลับเผยเสน่ห์บางอย่างที่พิเศษออกมา
องครักษ์ได้ยินดังนั้นก็ครุ่นคิด ใช่แล้ว แค่วิธีแช่น้ำเกลือของคุณหนูหกก็ทรมานถึงขีดสุด จินตนาการได้เลยว่าจะต้องเป็ความเ็ปที่เสียดแทงอย่างอยู่ไม่สู้ตาย ได้รับความยากลำบากเช่นนี้ สำหรับพวกเขาก็นับว่าเป็การลงโทษแล้ว
ตกดึก เสียงร้องโอดครวญดังแว่วมาตามลมอยู่เป็ระยะ จะต้องเป็ผลจากการแช่น้ำเกลืออย่างแน่นอน จี้จิ่นได้ยินเช่นนี้ ด้านหนึ่งก็รู้สึกว่าสตรีผู้นี้รู้จักก่อความวุ่นวายเก่งนัก ในทางกลับกันเขาพบว่านางน่าสนใจไม่น้อย สตรีที่มีวิธีการเอาคืนอย่างโจ่งแจ้งซึ่งๆ หน้าเช่นนาง คงมีเพียงไม่กี่คนบนโลกนี้
คนกลุ่มหนึ่งเดินออกไปจากเรือนที่พวกเขาอยู่ ตามหาจวนนายอำเภอไปตลอดทางจนพบ
ภายในห้อง บนเตียงอันหรูหรา บุรุษผู้หนึ่งนอนกระสับกระส่ายพลิกตัวไปมา
เงาร่างสีดำหลายร่างเหยียบย่างเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ เสียงหัวเราะเย็นเยียบในยามค่ำคืนที่เงียบงันเช่นนี้โดดเด่นเป็พิเศษ “ละอายใจต่อการกระทำหรือไม่?”
“ผู้ใดกัน?!” บุรุษผู้นั้นใตื่น อาศัยแสงจันทร์มองไปยังเงาร่างเบื้องหน้า อดไม่ได้ที่จะขดตัวอยู่ในเตียงอย่างเครียดขึง “พวกเ้าเป็ใคร? กล้าบุกเข้ามาในจวนนายอำเภอกลางดึก! เด็กๆ ...รีบมา...”
ทว่าเสียงของบุรุษผู้นั้นถูกหยุดเอาไว้ด้วยดาบที่เปล่งประกายเย็นเยียบเล่มหนึ่ง นายอำเภอผู้นี้ถูกลากลงมาจากเตียงก่อนที่เขาจะได้ตอบสนอง ถูกกดให้คุกเข่าลงกับพื้น
ประตูเปิดออกช้าๆ
“ใต้เท้าเฉินจำเสนาบดีอย่างข้าได้หรือไม่?” คำพูดนี้ของจี้จิ่นเต็มไปด้วยความเ็า
เสียงนี้...นายอำเภอพลันหมดสิ้นความกล้า จำได้ว่าหลายวันก่อนหน้านี้มีคนมารายงานเื่นี้ หรือจะเป็ความจริง?
ท่ามความกลางสงสัย แสงเทียนส่องสว่างถูกจุดขึ้น นายอำเภอมองใบหน้าของคนตรงหน้าอย่างชัดเจน ทั้งร่างทรุดลงไปที่พื้นอย่างอ่อนปวกเปียก
เป็ท่านอัครมหาเสนาบดีจริงๆ นี่...นี่จะทำอย่างไรดี!
จี้จิ่นมองใบหน้าอันตื่นใของนายอำเภอ ใบหน้างดงามเจือไปด้วยความเย้ยหยันเ็า “ข้าทำตราประจำตำแหน่งและหนังสือรับรองหายไประหว่างทางโดยไม่ทันระวัง ไม่คิดว่ารองแม่ทัพเฝ้าประตูเมืองของเ้าจะ ‘อุทิศตัว’ เช่นนี้ นอกจากไม่ให้ข้าเข้าเมืองแล้วยังทำร้ายข้าอีก เ้าว่าข้าควรจะถวายฎีกาขึ้นทูลฝ่าาถึงการสั่งสอนคนของใต้เท้าเฉินหรือไม่?”
นายอำเภอเฉินพลันใจนสองมือโถมไปข้างหน้า คุกเข่าโขกศีรษะให้จี้จิ่น “ท่านอัครมหาเสนาบดีโปรดอภัยด้วย! รองแม่ทัพเฝ้าประตูเมืองเ่าั้ล้วนเป็พวกป่าเถื่อนหยาบคาย พวกเขาจะรู้จักใต้เท้าได้อย่างไรขอรับ? ผู้น้อยจะต้องทำโทษพวกเขาให้หนักอย่างแน่นอน หวังว่าใต้เท้าจะเมตตา! เมตตาเถิดขอรับ!”
ใบหน้าของจี้จิ่นมีประกายความไม่พอใจวาบผ่าน สะบัดแขนเสื้อนั่งลง “ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด อย่างไรก็ตามเ้าเป็ข้าราชการในราชสำนัก เป็นายอำเภอแห่งเมืองหยู เหตุใดจึงไม่ให้ผู้ลี้ภัยเข้าเมือง? อีกอย่าง ตามเส้นทางที่ข้าเดินทางมา เหล่าผู้ลี้ภัยเ่าั้หิวโหยจนถึงกับต้องกินเนื้อคนด้วยกันแล้ว ข้าขอถามเ้า! เสบียงบรรเทาทุกข์ที่ฝ่าาประทานให้เ้าอยู่ที่ใด?”
นายอำเภอเฉินตัวสั่น เงยหน้าขึ้นอย่างร้อนรน “ใต้เท้าคงไม่ทราบ เนื่องจากโรคห่าทำให้เกิดการขาดแคลนอาหาร อีกทั้ง่นี้พวกโจรก่อความวุ่นวาย ก่อนหน้านี้ตอนที่ผู้น้อยส่งเสบียงไปก็ถูกปล้นชิงไปจำนวนมาก โจรพวกนั้นสวมรอยเป็ผู้ลี้ภัยเข้ามาในเมือง ปล้นฆ่าแย่งชิงเผาเมือง ไม่มีอะไรที่มันไม่ทำ! ดังนั้นผู้น้อยจึงต้องสั่งให้ปิดประตูเมือง! ใต้เท้า การกระทำของผู้น้อยเป็เพราะอับจนหนทาง ใต้เท้าได้โปรดตรวจสอบให้ชัดเจนด้วยเถิด!”
“โอหัง!” จี้จิ่นกล่าวเสียงดัง “เ้าก็รู้ว่าตอนนี้ประชาชนลำบากบ้านเมืองลุกเป็ไฟ การกระทำทุกอย่างของเ้า สมควรมีโทษตาย!”
“ใต้เท้า...ใต้เท้าโปรดไว้ชีวิตด้วย!”
จี้จิ่นสูดหายใจลึก “สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่เื่ที่ว่าข้าจะรักษาชีวิตของเ้าหรือไม่ แต่เป็เ้าจะจัดการกับผู้ลี้ภัยเ่าั้ในเมืองหยูอย่างไร ใช้ความดีลบล้างความผิดเสีย! มิเช่นนั้นก็อย่าโทษที่อัครมหาเสนาบดีอย่างข้าไม่ไว้หน้าเ้า!”
“ผู้น้อยทราบแล้วขอรับ ผู้น้อยทราบแล้ว ผู้น้อยจะพยายามปลอบขวัญผู้ประสบภัยอย่างเต็มความสามารถแน่นอนขอรับ”
นอกห้อง เสียงลมเย็นพัดหวีดหวิวเข้ามา ความมืดยามค่ำคืนที่ปลอดโปร่งพลันกลายเป็หม่นมัวไร้แสงสีในพริบตา เมฆดำคล้อยต่ำลง เหมือนดั่งเหล่าผู้ลี้ภัยนอกเมือง ที่แสวงหาหนทางมาตลอดทางทว่าไม่มีความหวังกลับมา...
ภายในห้อง แสงเทียนไหววูบส่องสว่างจนฟ้าสาง
เพื่อที่จะเอาใจจี้จิ่น นายอำเภอจึงสั่งคนให้การดูแลอย่างดี ทั้งยังเขียนจดหมายฉบับหนึ่ง ส่งม้าเร็วไปแจ้งชางหรงโหว
ตอนนี้ภายในห้องโถง จี้จิ่นนำข้อความที่ได้รับจากนายอำเภอเมื่อคืนนี้เล่าออกมาอีกครั้งหนึ่ง ทั้งยังนั่งมองสตรีข้างๆ อย่างเงียบงัน รอความคิดเห็นของนาง ตลอดทางมานี้เขารู้สึกอัศจรรย์ใจกับอวิ๋นซูมากขึ้นเรื่อยๆ นางสามารถจัดการเื่ราวต่างๆ ได้โดยไม่ตื่นตระหนก ทว่าจี้จิ่นรู้สึกว่าในใจของนางเข้าใจสถานการณ์ทุกอย่างเป็อย่างดี
อย่างไรก็ตาม ในสายตาของอวิ๋นซู ไม่ว่าใต้เท้าเฉินผู้นี้จะมีความทุกข์ทรมานอย่างไร ทว่าในฐานะเป็ผู้ปกครองเมืองกลับไม่สนใจความเป็ความตายของประชาชนนอกเมือง แล้วการกระทำและการปล้นชิงของโจรเ่าั้จะนับว่าแปลกอะไร?
จี้จิ่นเห็นว่านางไม่เอ่ยปากอยู่นาน “คุณหนูหกมีความเห็นต่อเื่นี้อย่างไร?”
“อวิ๋นซูเป็แค่สตรีอ่อนแอคนหนึ่ง ใต้เท้าคิดว่าข้าจะมีความคิดอย่างไรเ้าคะ?” นางก้มหน้าหลุบตา น้ำเสียงสงบไร้ระลอกคลื่น
“คุณหนูหกคิดถึงวิธีการใช้หนังเสือขาวเข้าเมืองได้ ข้าคิดว่าคุณหนูคงเป็ผู้มีความคิดลึกซึ้งไม่น้อย!”
