ไป๋หย่วนฮ่าวไล่มองไปที่นางเห็นเพียงใบหน้าขาวใสซีดราวกับหยกแต่งแต้มด้วยผงสีขาวทำให้ไม่ชวนพิศ
การแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีแดงที่ไม่เข้ากับรูปร่างของเด็กสาวเบื้องหน้าพลันในหัวกลับปรากฏภาพเด็กสาวอีกคนที่สวมชุดขาวเรียบง่ายชวนมองของต้วนชิงิและภาพใบหน้าเ็าที่เพิ่งเดินจากไปใจของเขาตอนนี้คิดเพียง ทำอย่างไรถึงจะแย่งต้วนชิงิมาจากหลิวยวนได้
ต้วนอวี้หรานที่ไม่เคยได้รับความอ่อนโยนเช่นนี้จากไป๋หย่วนฮ่าวพูดเสียงอ่อนหวาน “พี่ไป๋เดิมที่น้องมาหาพี่เพื่อจะถามว่ามีอะไรให้ช่วยเหลือบ้าง… เมื่อครู่ไปที่เรือนบ่าวรับใช้บอกว่าพี่ไม่อยู่ น้องจึงเดินตามหาตลอดทาง”
นางยิ้มอ่อนหวานทำท่าเดินไปข้างหน้าเผลอไปโดนไหล่ของเขาโดยไม่ตั้งใจ ร้องออกมาเบาๆ “อุ้ย”
“พี่ไป๋ดูนั่นสิ สวนดอกไม้พวกนี้ไม่รู้ว่าบานสะพรั่งั้แ่เมื่อไร”
เื่เมื่อวันก่อนนางมาถึงช้าจึงไม่รู้เื่ที่ไป๋หย่วนฮ่าวช่วยต้วนอวี้แต่เมื่อกลับถึงจวนกลับถูกกักบริเวณพร้อมกับหลิวหรงด้วยความวุ่นวายจึงละเลยเื่นี้ไป
ส่วนวันนี้นางใช้ข้ออ้างในการเลือกบ่าวรับใช้ใหม่ออกมาจากเรือนและตรงมาหาไป๋หย่วนฮ่าว โดยไม่รู้เื่ราวที่เกิดขึ้นหรือแม้นางจะรู้เื่ก็คงโทษต้วนชิงิที่คอยยั่วยวนไป๋หย่วนฮ่าวอยู่ดี
ครั้นเมื่อเด็กสาวเอนกายมาทางเขาคล้ายได้กลิ่นแป้งฉุนเข้าจมูกจนรู้สึกอยากอาเจียนด้วยทั้งตัวของต้วนอวี้หรานผลัดแป้งหนา หวนให้คิดถึงใบหน้าของเด็กสาวอีกคนที่ไม่ค่อยผลัดแป้งเพราะมีอยู่หลายครั้งที่เขาพยายามเข้าไปใกล้ได้เพียงกลิ่นกายของนางคล้ายดอกกล้วยไม้ไป๋หย่วนฮ่าวจึงกล้าฟันธงว่านางจะต้องไม่ใช้แป้ง!
ต้วนชิงิ!
เมื่อคิดถึงภาพนางเดินจากไปเขาก็ยิ่งมีความคิดอยากจะแต่งงานกับนางเสียให้ได้ถ้าแต่งแล้วเขาจะเ็าและทรมานนางให้ถึงที่สุด
คิดไปพลางนั่งลงที่เก้าอี้หินพูดนิ่งๆ“น้องอวี้หรานไม่ได้ออกมาจากห้อง จึงไม่มีคนมาเดินเล่นกับพี่อึดอัดไปหมด!”
เดิมทีนางกังวลเื่ที่ถูกกักบริเวณกลัวว่าพี่สาวต่างมารดาจะฉวยโอกาสเอาใจไป๋หย่วนฮ่าวไปทว่าตอนนี้ได้รู้ว่าสองคนนี้ยังไม่ได้เจอหน้ากัน จึงพูดขึ้นว่า
“เื่ทั้งหมดก็เพราะนางคนเดียว ต้วนชิงิ!…”
พอคิดว่าทั้งหมดเป็แผนการที่ต้วนชิงิวางไว้จนทำให้นางและผู้เป็มารดาถูกกักบริเวณพลันโกรธขึ้นมา ข้าจะไม่ยอมปล่อยเ้าไว้แน่ต้วนชิงิ!
เขามองไปที่อีกฝ่ายนิ่งเอ่ยถาม“เ้าสองคนพี่น้องไม่ได้สนิทสนมกันอย่างนั้นหรือ?”
ใช่แล้ว…หากเปรียบเทียบสองคนนี้ ต้วนชิงิที่ภายนอกดูยอมแต่ข้างในกลับเต็มไปด้วยแผนการขอเพียงรู้จุดอ่อนของต้วนอวี้หราน นางไม่ปล่อยทิ้งไว้แน่!ส่วนต้วนอวี้หรานแม้ภายนอกจะดูหยิ่งยโสอวดดี แต่ภายในไม่กลับมีแผนการใดต้องให้หลิวหรงผู้เป็มารดาช่วยวางแผนรับมือไม่เช่นนั้นจะถูกอีกฝ่ายเล่นงานเอา
ครั้นได้ยินคำพูดของไป๋หย่วนฮ่าวนางแทบะโขึ้น “สนิทสนม...จะไปสนิทสนมกับมันทำไม!”
นางหยุดเว้นจังหวะพูดอย่างไม่ปกปิดความชิงชังที่มีต่ออีกฝ่าย “นางไม่เพียงทำให้แม่ของนางตาย ยังสั่งให้แม่นมกลับมารังแกท่านแม่ของข้า...ต้องมีสักวันที่นางได้รับผลการกระทำ!”
เด็กหนุ่มร้อง “อ๋อ” ขึ้นเบาๆ กล่าวต่อ “แต่ระหว่างพี่สาวน้องสาว ก็ควรจะต้องสนิทสนมรักกันไว้!” นางได้ฟังถึงกับหน้าถอดสี “พี่ไป๋กำลังช่วยต้วนชิงิรังแกข้าอย่างนั้นหรือ?”
ไป๋หย่วนฮ่าวถึงกับใละล่ำละลักรีบพูดขึ้น “เหตุใดจึงพูดเช่นนั้นเล่า?”
เด็กสาวตอบกลับ “ถ้าพี่ไม่ได้ช่วยต้วนชิงิมารังแกข้า งั้นเหตุใดถึงต้องพูดแก้ต่างให้นางด้วยเล่า?”
เขาถึงกับหัวเราะเยาะอยู่ในใจแต่พูดออกเพียง “ได้ๆ พวกเราจะไม่พูดถึงนาง...ข้าได้ยินมาว่าต้วนอวี้เฉลียวฉลาดมากไม่รู้ว่าเกี่ยวกับคนที่ช่วยสอนหนังสือหรือไม่?”
พลันเห็นแววตาของนางเปล่งประกายละม้ายฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้เมื่อได้ยินเขาพูดจบ “ใช่แล้วครั้งนี้ที่ท่านแม่ถูกกับบริเวณต้องเกี่ยวข้องกับต้วนอวี้เป็แน่แต่ว่าทำไมเ้าเด็กนั่น... ถึงได้ฉลาดแบบนี้?”
ใจจริงนางอยากเรียกว่า ‘เด็กบ้า’ เสียด้วยซ้ำเมื่อเห็นอีกฝ่ายพูดถึงต้วนอวี้พลางมองไปยังไป๋หย่วนฮ่าวด้วยจิตใจพะว้าพะวังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่
เขามีท่าทีนิ่งๆคล้ายรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจ
“ที่จริงเื่นี้ ถ้าไม่เกี่ยวกับน้องอวี้หราน ข้าคงจะไม่สนใจ! ซูถง[1]นั่นก็แค่เคยช่วยชีวิตต้วนอวี้เอาไว้”
นางได้ฟังถึงกับโกรธยกใหญ่ “ช่วยอะไรกันล่ะ! ที่จริงต้วนอวี้ก็ไม่ได้เป็อะไรเสียหน่อยแค่หลิวยวนบังเอิญเจอพอดี!” เมื่อพูดจบสีหน้านางละม้ายเข้าใจความหมายขึ้นมาร้องด้วยความใ
“น้องรู้แล้ว จะต้องเป็การวางแผนของต้วนชิงิโดยให้หลิวยวนมาอยู่ข้างกายและสอนให้ต้วนอวี้ฉลาดขึ้นเป็แน่!”
ไป๋หย่วนฮ่าวคิดตามอยู่ในใจหากบอกเหตุผลอื่นเขาคงจะเชื่อแต่ถ้าบอกว่าต้วนชิงิวางแผนให้ต้วนอวี้ตกน้ำ นางคงไม่ทำเช่นนั้นแน่เพราะเขาเห็นมากับตาแล้วว่านางรักผู้เป็น้องชายมากขนาดไหนเช่นนั้นแล้วคงเป็ไปไม่ได้
ต่อให้เป็เื่บังเอิญแล้วจะทำอย่างไรได้? หลิวยวนช่วยต้วนอวี้ ทั้งยังสอนให้เขาได้ดีเป็เื่จริงทั้งสิ้นและตอนนี้ถึงจะโทษต้วนชิงิเอาชีวิตน้องชายมาล้อเล่นเช่นนั้นหลิวยวนก็คงต้องเกี่ยวพันกับเื่นี้เป็แน่
ต้วนอวี้หรานขยับตัวลุกขึ้นกำลังจะเดินไปด้านนอกเมื่อฟังจบ เขาเห็นดังนั้นจึงรีบคว้าไว้พูดว่า
“น้องอวี้หรานจะไปไหน?” นางดึงแขนเสื้อเลิกขึ้นพูดอย่างโกรธไม่น้อย
“น้องจะไปบอกท่านพ่อว่าต้วนชิงิวางแผนทำร้ายน้องชายตัวเองเพื่อที่จะให้หลิวยวนมาอยู่ในจวนต้วนและสอนหนังสือต้วนอวี้ รวมถึงหลอกท่านพ่อด้วย!”
ถือว่านางยังพอฉลาดอยู่บ้างที่ตอนจบบอกว่าหลอกต้วนเจิ้งไม่ได้พูดไปว่าต่อกรกับหลิวหรงและนาง
ทว่าสิ่งที่ต้วนอวี้หรานแสดงออกมาก็รู้ได้ทันทีว่านางเป็คนโง่เขลาเบาปัญญาเขาอุตส่าห์พูดชัดเจนหมดสิ้นแล้ว แต่นางก็ยังไม่เข้าใจถ้าเป็ต้วนชิงิคงจะเข้าใจไปแล้ว
เขาอดเปรียบเทียบเด็กสาวตรงหน้ากับต้วนชิงิไม่ได้เมื่อย้อนนึกถึงเื่ที่นางจัดการโดยไม่เปลืองแรงและยังจัดการได้เป็อย่างดีเขาจึงยืนหยัดหนักแน่นว่าจะต้องแต่งกับนางให้ได้
ส่วนต้วนอวี้หรานนั้นอย่างมากก็ใช้เป็เพียงหมากตัวหนึ่งเพราะต้วนชิงิเฉลียวฉลาดกว่ามากทว่าหน้าตาและท่าทางของเด็กสาวตรงหน้ากลับพอใช้ได้ถ้าได้กลับไปด้วยทำไมจะไม่ดีเล่า!
คิดไปพลางพยักหน้าไม่หยุดต้วนอวี้หรานที่ไม่เข้าใจจึงถามว่า “หรือว่าพี่ไป๋คิดว่าน้องไม่ควรบอกท่านพ่อแต่พี่ต้องไม่รู้แน่ว่าต้วนชิงิเสแสร้งมากแค่ไหน ปกตินาง...”
ไม่ทันที่นางจะพูดจบประโยคไป๋หย่วนฮ่าวก็พูดแทรกขึ้น
“ข้าทำเพื่อเ้าต่างหาก ลองคิดดูตอนนี้เ้าถูกกักบริเวณอยู่ ถ้าจู่ๆ ไปหาท่านลุง ข้าเกรงว่า... อย่างไรเ้าก็จะถูกลงโทษก่อนอยู่ดี”
ต้วนอวี้หรานชะงักนิ่งกับสิ่งที่ได้ยิน “เช่นนั้น พี่ไป๋ว่าน้องควรทำอย่างไรเล่า?”
เด็กหนุ่มรู้สึกพอใจกับคำถามนั้นทว่าเขากลับเสียดาย ถ้าเป็ต้วนชิงิใช้น้ำเสียงแบบนี้ขอร้องเขาจะดีขนาดไหนเชียว
ใช่แล้ววางแผนเช่นนี้ไปก่อน จากนั้นค่อยรอให้นางมาขอร้องเขา!
[1]ซูถง คือคนที่คอยรับใช้นายหรือคนที่เป็เพื่อนช่วยในการเรียน
