ณ บ้านสกุลไป๋
เดิมทีมู่เหลียนผิงรู้สึกเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งต่อเคล็ดวิชาของเย่ฝาน หลังจากได้ลองฝึกเคล็ดวิชา ปรากฏว่าการฝึกฝนไม่ติดขัดเลยแม้แต่นิดเดียว อีกทั้งยังสามารถทะลวงขั้นวรยุทธ์ได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย
มู่เหลียนผิงตื่นเต้นขึ้นมาทันที เขาเคยพ่ายแพ้ให้หยางเหลิงเสวี่ยทั้งๆ ที่ยังประมือได้ไม่ถึงยี่สิบกระบวนท่า เื่นี้จึงกลายเป็เงามืดในใจเขามาตลอด
ถึงแม้ว่ามู่เหลียนผิงจะไม่เคยพูด แต่ในใจของเขายังคงมีความหวังอันริบหรี่ ว่าจะสามารถกู้ศักดิ์ศรีของเขากลับมาสักวัน ซึ่งตอนนี้ได้พบโอกาสที่จะผงาด เืลมในร่างเขาก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที
“คุณตา ตาจะต้องช่วยผมให้ได้นะครับ!” มู่เหลียนผิงพูด
สวีหยวนชิงพยักหน้า แล้วพูดว่า “ตารู้แล้ว หากตาไม่ช่วยหลาน แล้วจะช่วยใครล่ะ? เพียงแต่เื่นี้อาจจะจัดการลำบากหน่อย! เย่ฝานเ้าหมอนั่น ไม่ได้เจรจาง่ายขนาดนั้นซะด้วย”
เมื่อมู่เหลียนผิงนึกถึงนิสัยของเย่ฝาน ในใจก็อดรู้สึกกลัดกลุ้มไม่ได้ เย่ฝานเ้าหมอนั่นเป็คนเห็นแก่เงินมาแต่ไหนแต่ไร และไม่เห็นแก่หน้าผู้อื่นสักเท่าใด
“เย่ฝานคนนี้ไม่รู้ว่าเขามีที่มาที่ไปยังไง ไม่นึกเลยว่าเขาจะมีเคล็ดวิชาล้ำค่าอยู่ในมือ” สวีหยวนชิงอดพูดออกมาไม่ได้
“เ้าหมอนี่ดูลึกลับมาก!” มู่เหลียนผิงพึมพำ
ในแวดวงวิทยายุทธ์โบราณมีสถานการณ์ไม่สงบเกิดขึ้นเสมอ เมื่อหลายปีก่อน มีชายหนุ่มจากตระกูลตกอับคนหนึ่ง เขาประลองยุทธ์แล้วพ่ายแพ้ให้ผู้อื่น แต่กลับไม่ยอมรับในผลการประลองที่เกิดขึ้น เขาได้กลับไปนำกระบี่ซึ่งเป็ของล้ำค่าประจำตระกูลออกมาต่อสู้ หวังจะกู้หน้าตนเอง
กระบี่ซึ่งเป็ของล้ำค่าประจำตระกูลที่ชายคนนั้นนำออกมา มีประวัติยาวนานั้แ่สมัยก่อนราชวงศ์ฉิน วัสดุที่ใช้ทำกระบี่มีความพิเศษมาก มันมีพลังที่น่าอัศจรรย์ใจ ชายผู้นั้นอาศัยกระบี่นี้กู้หน้าคืนมาได้ ทว่าเวลาผ่านไปไม่นาน ตระกูลของเขาก็ถูกล้างจนล่มสลาย กระบี่ซึ่งเป็ของล้ำค่าประจำตระกูลก็สูญหายไปด้วย
เคล็ดวิชาวิทยายุทธ์โบราณเป็สิ่งของที่ตระกูลวิทยายุทธ์โบราณจ้องแย่งชิงมาโดยตลอด เคล็ดวิชานี้ของเย่ฝานหากมีเนื้อหาสมบูรณ์ ก็เป็ไปได้ที่จะทำให้แวดวงวิทยายุทธ์โบราณต้องต่อสู้กันจนนองเื เพื่อให้ได้มันไป
เคล็ดวิชาวิทยายุทธ์โบราณเป็สมบัติที่ประเมินค่าไม่ได้ เย่ฝานขายในราคาหนึ่งพันล้านหยวนนั้นถือว่าไม่แพงเลย แต่เสียดายที่เขาไม่มีเงิน
……..................................................................................
ณ คฤหาสน์ของเย่ฝาน
“พี่ชาย ทำไมถึงมาที่นี่ได้ครับ?” เย่ฝานถามไป๋อวิ๋นจิ่น
“ฉันมาเยี่ยมนายน่ะ” ไป๋อวิ๋นจิ่นตอบ
เย่ฝานหัวเราะ แล้วพูดว่า “มาเยี่ยมผมเหรอ! ผมสบายดีครับ! ผมเตรียมสินสอดเอาไว้แล้ว ผมจะเอาออกมาให้พี่ดูครับ”
ไป๋อวิ๋นจิ่น “…”
เย่ฝานเปิดกล่องออกมา ไป๋อวิ๋นจิ่นก็ได้เห็นหยกคุ้มภัยเต็มกล่องไปหมด
“นี่เป็หยกคุ้มภัยที่ผมเร่งทำทั้งวันทั้งคืน พี่ใหญ่ดูพื้นผิวและสีของหยกพวกนี้สิครับ มันสวยมากเลยใช่ไหม!” เย่ฝานพูดอวด
“ใช่แล้ว! มันสวยจริงๆ!” ไป๋อวิ๋นจิ่นรู้มาก่อนหน้านี้แล้วว่า สินสอดของเย่ฝานคือสิ่งนี้ พอได้เห็นเขาจึงไม่ประหลาดใจนัก
“อวิ๋นซีบอกว่าหากมอบแค่หยกอาจจะดูน้อยไปหน่อย ผมก็เลยเพิ่มบัตรเครดิตสีทองเข้าไปอีก พี่ใหญ่ดูบัตรนี่สิครับ สีทองระยิบระยับแบบนี้ หนึ่งใบมีเงินหนึ่งร้อยล้านหยวนเลยนะครับ”
“เย่ฝาน นายรวยมากเลยนะ!”
“มันแน่นอนอยู่แล้วครับ ก็ผมเป็เขยเต่าทองคำ[1] นี่! อวิ๋นซีได้พบกับผม เขาถือว่ามีบุญวาสนามาก พี่ดูสิผมยังได้ทำเต่าทองคำที่ทำจากทองแท้อีกหนึ่งอย่าง เพื่อยืนยันว่าผมเป็เขยเต่าทองคำจริงๆ” เย่ฝานพูดด้วยความภาคภูมิใจ
ไป๋อวิ๋นจิ่น “…เย่ฝานเ้าหมอนี่มีความคิดสร้างสรรค์จริงๆ! เขายังไม่เคยเห็นใครมอบสินสอดเป็เต่าทองคำเลยสักที!
“ฉันได้ยินว่า นายขายเคล็ดวิชาวิทยายุทธ์โบราณให้สวีหยวนชิงหนึ่งเล่มหรือ”
สวีหยวนชิง้าอาศัยความสัมพันธ์ที่มีกับไป๋ซื่อหยวน ขายบ้านและที่ดินที่มีในให้เขา ทำให้ไป๋ซื่อหยวนพอจะเดาได้ หลังจากซักไซ้ไล่เลียงสวีหยวนชิง เขาจึงได้รู้ว่าปัญหานี้เกิดจากเย่ฝาน
เย่ฝานพยักหน้า “เป็เื่จริงครับ พี่ใหญ่สนใจเหรอ!”
ไป๋อวิ๋นซีส่ายหน้า แล้วพูดว่า “เป็คุณปู่ต่างหากที่สนใจ!”
สวีหยวนชิงสะสมทรัพย์สินด้วยความยากลำบาก เป็ธรรมดาที่ไป๋ซื่อหยวนจะไม่ยอมให้หลานเขยในอนาคตเป็เหตุให้ผู้มีพระคุณต้องสิ้นเนื้อประดาตัว เขาจึงเสนอให้สวีหยวนชิงยืมเงินของตน แต่ว่าสวีหยวนชิงไม่ยอมยืมเงินจากเขา
เย่ฝานพยักหน้า “เป็อย่างนี้นี่เอง! ถ้าอย่างนั้นเคล็ดวิชาอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือผมจะมอบให้พร้อมสินสอดละกันนะครับ”
ไป๋อวิ๋นจิ่น “…” มันง่ายขนาดนี้เชียวหรือ!
“ทำแบบนี้คงไม่ค่อยดีเท่าไรมั้ง” ไป๋อวิ๋นซีกล่าว
“มันเป็แค่เคล็ดวิชาทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้ล้ำค่าขนาดนั้นหรอกครับ” เย่ฝานพูดอย่างไม่สนใจ
ภพชาติที่แล้วเย่ฝานอ่านตำรามานับไม่ถ้วน เคล็ดวิชาวิทยายุทธ์โบราณก็เคยศึกษาไม่ต่ำกว่าหมื่นเล่ม เคล็ดวิชาที่ขายให้สวีหยวนชิงก็เป็เพียงตำราธรรมดา แต่ว่าเคล็ดวิชาธรรมดาๆ ในภพชาติที่แล้ว เมื่อมาอยู่ในภพนี้กลับกลายเป็ของล้ำค่าขึ้นมาทันที
ไป๋อวิ๋นจิ่น “…” เคล็ดวิชาธรรมดาๆ งั้นเหรอ? สวีหยวนชิงชื่นชมและเลื่อมใสในเคล็ดวิชาเล่มนั้นมาก! ทำไมคำพูดของเย่ฝานเหมือนกับมองว่าเคล็ดวิชานั้นเป็เพียงขยะไร้ค่า
“ผมได้ยินว่าตอนนี้คนบ้านมู่พักอยู่ที่บ้านตระกูลไป๋ ตกลงพวกเขา้าแลกโอสถวิเศษกับผมหรือเปล่าครับ!” เย่ฝานถามด้วยความรำคาญ
ไป๋อวิ๋นจิ่นส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ฉันไม่ก็รู้เหมือนกัน”
ผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณเป็กลุ่มคนที่ไม่ควรล่วงเกิน ถึงแม้ตระกูลไป๋จะมีอิทธิพลอยู่บ้างในเมืองหลวง แต่ก็ไม่กล้าทำให้คนตระกูลมู่ไม่พอใจ
“หากพวกเขา้าแลก ให้พวกเขารีบเอามาแลกหน่อยนะครับ! หากเอามาแลกหลังจากที่ร่างของอวิ๋นซีปะทุ มันก็สายเกินไปแล้ว” เย่ฝานพูดด้วยท่าทีจริงจัง
ไป๋อวิ๋นจิ่นถามอย่างไม่เข้าใจ “ผลอัคคีวิเศษมีความเกี่ยวข้องกับอวิ๋นซีงั้นเหรอ?”
เย่ฝานพยักหน้า “ก็ใช่น่ะสิครับ! ร่างของอวิ๋นซีใกล้จะปะทุแล้ว ถึงเวลานั้นจะเป็อันตรายมาก หากมีผลอัคคีวิเศษจะทำให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น”
สีหน้าของไป๋อวิ๋นจิ่นเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เื่เย่ฝาน เขาไม่ได้เก็บมาใส่ใจ เพราะคิดว่าเขาเพียง้าผลไม้วิเศษมาบำรุงร่างกาย “ฉันรู้แล้ว ฉันเอาตำราส่วนที่เหลือไปก่อนนะ”
เย่ฝานพยักหน้า แล้วพูดว่า “ได้ครับ”
…….....................................................................................
ณ บ้านตระกูลไป๋
“คุณตาครับ ทำไมถึงได้เคล็ดวิชามาไว้ในมือเร็วขนาดนี้ครับ?” มู่เหลียนผิงกล่าวด้วยความใ
“ของสิ่งนี้เป็หนึ่งในสินสอดที่เย่ฝานมอบให้ไป๋อวิ๋นซี ผู้เฒ่าไป๋รับสินสอดชิ้นนี้แล้ว อยากจะยกเลิกงานหมั้นก็คงไม่ได้แล้วล่ะ คราวนี้ติดค้างน้ำใจเขามากจริงๆ”
มู่เหลียนผิงพูดด้วยความลำบากใจ “คุณตาครับ กลายเป็ว่าพวกเราได้รับประโยชน์โดยที่ไม่ได้ทำสิ่งใดเลย...”
สวีหยวนชิงส่ายหน้า แล้วกล่าวว่า “ผู้เฒ่าไป๋ก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรหรอก เขาหวังว่าจะสามารถซื้อผลอัคคีวิเศษมาไว้ใน หรือว่าพวกเรานำผลอัคคีวิเศษไปแลกกับโอสถวิเศษของเย่ฝาน ได้ยินว่าผลอัคคีวิเศษเกี่ยวพันถึงชีวิตของไป๋อวิ๋นซี ตอนนี้ตาเฒ่าไป๋เองก็กังวลกับเื่นี้มาก”
มู่เหลียนผิงลังเลอยู่ชั่วครู่ “ผลอัคคีวิเศษมีผลดีกับไป๋อวิ๋นซีงั้นหรือครับ?”
“ร่างกายของไป๋อวิ๋นซีมีธาตุหยางเข้มข้น ส่วนผลอัคคีวิเศษนั่นมีคุณสมบัติธาตุไฟ บางทีมันอาจช่วยปรับสมดุลร่างกายของเขาได้ น่าจะมีผลดีต่อเขาไม่น้อย” สวีหยวนชิงพูด
“ในเมื่อเป็แบบนี้ ผมจะไปหารือกับท่านผู้นำตระกูล ดูว่าจะสามารถขอมาได้หรือไม่” มู่เหลียนผิงกล่าว
สวีหยวนชิงพยักหน้า แล้วกล่าวว่า “ก็ดีเหมือนกัน คนบ้านตระกูลมู่ไม่น้อยที่ตัดสินใจกินผลอัคคีวิเศษเข้าไป แต่มีไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้ผล ตาคิดว่าไอ้ของสิ่งนี้ ไม่ได้ล้ำค่าอย่างที่คิด”
มู่เหลียนผิง “…” ถึงแม้คำพูดของสวีหยวนชิงจะไม่น่าฟังนัก แต่มู่เหลียนผิงเองก็คิดแบบนั้น ว่ากันว่าผลอัคคีวิเศษเป็สิ่งของสูงค่าที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้ ดังนั้นในสายตาของคนตระกูลมู่คุณค่าของผลอัคคีวิเศษจึงสำคัญมาก
……................................................................................
เย่ฝานใช้โอสถวิเศษสองขวด ในขวดมีโอสถวิเศษขวดละยี่สิบสองเม็ด และมียาประสานเส้นลมปราณขวดละสามเม็ดแลกเปลี่ยนกับต้นอัคคีวิเศษสามต้น โดยรับจากมือของท่านผู้นำตระกูลมู่
“คุณตาครับ เย่ฝานมอบยาประสานเส้นลมปราณ โดยที่เราไม่ต้องหาสมุนไพรให้กับเย่ฝานครับ” มู่เหลียนผิงกล่าว
สวีหยวนชิงโบกมือ แล้วพูดว่า “เื่นี้ ตาจะบอกให้หลานรู้เอาไว้”
“โดยส่วนมากแล้วนักปรุงยาจะแอบซ่อนสมุนไพรไว้ส่วนหนึ่ง ยาสามเม็ดนั่น น่าจะปรุงจากสมุนไพรที่เขาแอบเก็บไปเมื่อคราวก่อน ทุกวันนี้นักปรุงยาที่แท้จริงหาไม่ได้ง่ายนัก ส่วนมากมักจะโดนนักปรุงปลอมๆ หรอกเอา”
มู่เหลียนผิง “…”
มู่สืออวี้เดินเข้ามาหามู่เหลียนผิง
“เหลียนผิง ท่านผู้นำตระกูลจะกลับแล้ว นายมีแผนยังไงต่อล่ะ?” มู่สืออวี้ถาม
“ฉันกะว่าจะอยู่ที่นี่ต่อ ได้ออกมาคราวนี้ ฉันได้พบว่าการเอาแต่เก็บตัวจากโลกภายนอกนั้นคงไม่ดีเท่าไร โลกนี้กว้างใหญ่ไพศาล ฉันเลยอยากจะออกไปดูโลกกว้างให้มากกว่านี้” มู่เหลียนผิงตอบ
เคล็ดวิชาที่ได้จากเย่ฝาน มู่เหลียนผิงไม่ได้เล่าให้คนบ้านตระกูลมู่ฟัง ตัวเขาเป็คนบ้านตระกูลมู่ แต่ฝึกฝนเคล็ดวิชาของคนอื่น ก็ถือเป็การทรยศต่อบรรพบุรุษพอแล้ว
มู่สืออวี้พยักหน้า แล้วพูดว่า “ใช่! เดิมทีฉันคิดว่าโลกภายนอกจะมีแต่พวกอ่อนหัด พอได้ออกมาจึงพบว่า ภายนอกก็มียอดฝีมืออยู่ไม่น้อย”
มู่เหลียนผิงพยักหน้า แล้วพูดว่า “ใช่แล้ว! ผืนฟ้ากว้างใหญ่ ย่อมมีเื่มหัศจรรย์มากมาย”
“เหลียนผิง ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าความสามารถของนาย เหมือนกับพัฒนาขึ้นไม่น้อยเลย!” มู่สืออวี้กล่าว
มู่เหลียนผิงหัวเราะแล้วพูดว่า “เปล่านี่!”
มู่สืออวี้มองมู่เหลียนผิง แล้วพูดด้วยความสงสัย “นายดูไม่เหมือนเดิมนะ”
มู่เหลียนผิงมองมู่สืออวี้ ถามด้วยความไม่เข้าใจ “ไม่เหมือนเดิมตรงไหนกัน”
“นายเหมือนจะมั่นใจในตัวเองขึ้นมาก” มู่สืออวี้ตอบ
มู่เหลียนผิงหัวเราะ ในอดีตมู่สืออวี้เป็ผู้ที่เขาชื่นชมมาตลอด ในลูกหลานรุ่นเดียวกัน มู่สืออวี้ถือว่ามีคุณสมบัติดีที่สุด เป็ลูกหลานที่ผู้าุโในตระกูลรักที่สุด ทว่าบัดนี้เขาได้รู้แล้วว่าตัวเขาเองไม่ได้ด้อยกว่ามู่สืออวี้และหยางเหลิงเสวี่ยเลย แต่เป็เพราะเขายังไม่ได้พบกับเคล็ดวิชาที่เหมาะสม
เมื่อก่อนมู่เหลียนผิงเอาแต่ฝึกฝนวิทยายุทธ์อย่างหนัก แต่กลับต้องมองเห็นคนที่ขยันพากเพียรน้อยกว่าเขา วรยุทธ์พัฒนานำหน้าเขาไปไม่น้อย ทำให้ในใจของเขารู้สึกอิจฉา
“เื่โอสถวิเศษ ต้องขอโทษนายจริงๆ” มู่สืออวี้กล่าว
คนมีจำนวนมากแต่ของมีอยู่จำกัด! โอสถวิเศษเมื่อถูกแบ่งออกไปแล้ว มู่เหลียนผิงได้รับมาสองเม็ด แต่ก่อนหน้านี้เขาได้เสียสละมอบให้ผู้าุโในตระกูลไปแล้วสองเม็ดเช่นกัน
“ไม่เป็ไรหรอก” คุณสมบัติของเขาไม่ค่อยดีนัก ทรัพยากรของตระกูลย่อมต้องมอบให้กับผู้ที่มีความสามารถอยู่แล้ว นี่ถือเป็เื่ปกติ เขามีคุณตาอยู่ อาจจะสามารถใช้ความสัมพันธ์ ขอให้เย่ฝานขายยาให้กับตนเพิ่มอีกก็เป็ได้
…….............................................................................
ไป๋อวิ๋นซีเดินเข้ามาในคฤหาสน์ของเย่ฝาน เขาเห็นใบอสังหาริมทรัพย์จำนวนไม่น้อยวางอยู่บนโต๊ะ ข้างๆ ยังมีหนังสือโอนบ้านและที่ดินอีกหลายใบ
“ของพวกนี้คืออะไร”
“มู่เหลียนผิงเอามาให้ฉันน่ะ บอกว่าเป็น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากคุณตาของเขา บอกให้ฉันรับไว้” เย่ฝานกล่าว
“มู่เหลียนผิงเอามาให้ นายก็รับไว้ง่ายๆ อย่างนี้เหรอ?” ไป๋อวิ๋นซีถาม
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “เขามอบให้ฉัน ฉันก็ต้องรับไว้ รับไว้ก็ไม่มีอะไรเสียหาย! ก็เขาให้มาฟรีๆ นี่นา”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
เย่ฝานมองไป๋อวิ๋นซีแล้วพูดว่า “นักพรตสวีคนนั้นเป็คนมีวิสัยทัศน์ไม่เบาเลยนะ! เริ่มลงทุนอสังหาริมทรัพย์ไว้ตั้งนานแล้ว ดูท่าทางเขาน่าจะคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า เมื่อสิบปีก่อน ถึงได้รู้ว่าอีกหน่อยบ้านและที่ดินจะมีราคาสูง เป็คนมองการณ์ไกลจริงๆ”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
เย่ฝานเ้าหมอนี่ช่างเหลือเกินจริงๆ... แต่ว่าอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ในเมื่อนักพรตสวีตัดสินใจจะมอบให้แล้ว เอาไปคืนก็คงไม่เหมาะสมเท่าใดนัก ยังไงก็ตอบแทนด้วยของสิ่งอื่นกลับไปจะดีกว่า
“นายเลือกตำแหน่งที่ตั้งของโรงแรมหรือยัง!” ไป๋อวิ๋นซีซักถาม
เย่ฝานพยักหน้าแล้วตอบว่า “เลือกไว้แล้วๆ ไม่ต้องเสียเงินสักหยวน ฉันติดต่อหวังจิ่งสือ พอเขารู้ว่าฉันกับนายจะหมั้นกัน ก็แสดงความยินดีด้วยการจัดการเื่โรงแรมให้ ทั้งค่าเหล้า ค่าอาหาร เขาเป็คนจัดการทั้งหมด เขาช่างเป็คนดีจริงๆ! เมื่อก่อนฉันดูไม่ออกเลยว่าเ้าหมอนี่เป็คนใจกว้างขนาดนี้”
ไป๋อวิ๋นซีเหลือบตามองบน “คนอื่นเขาไม่รับเงิน ก็ใช่ว่านายจะไม่ต้องให้เงินเขา!” ติดค้างน้ำใจคนอื่น ภายหลังเมื่อต้องคืน จะกลายเป็เื่ยุ่งยากได้
เย่ฝานพยักหน้า แล้วพูดว่า “ฉันให้แล้ว ฉันมอบเครื่องรางคุ้มภัยทาวน์เฮ้าส์ให้เขา แถมยังให้หยกคุ้มภัยอีกสามชิ้น แล้วยังยาบำรุงครอบจักรวาลอีกหนึ่งขวด เขาได้รับของก็ดีใจมาก! ยิ้มแก้มปริเลย เขายังบอกฉันว่าถ้าแต่งงานเมื่อไรให้ติดต่อเขาไปอีกครั้ง”
“แบบนี้ก็นับว่าสมน้ำสมเนื้อหน่อย” ไป๋อวิ๋นซีกล่าว คนรวยมีเงินเยอะพิถีพิถันเื่ชีวิตความเป็อยู่ มักจ่ายเงินมากมายเพื่อซื้อสุขภาพที่ดี ยาบำรุงครอบจักรวาลถือว่าเป็ยาที่ไม่เลวทีเดียว
“ความจริง ฉันไม่จ่ายเงินก็ไม่เห็นจะเป็อะไร นายคิดดูซิ! ตอนนี้ฉันเป็ใคร! ฉันเป็ดาราดังนะ! ฉันจัดงานหมั้นที่โรงแรม ก็ถือเป็การโฆษณาให้เขาอยู่แล้ว เขาต้องเป็ฝ่ายจ่ายค่าพรีเซนเตอร์ให้ฉันด้วยซ้ำ” เย่ฝานกล่าว
ไป๋อวิ๋นซีพูดอย่างไม่พอใจ “เอาล่ะ นายเลิกพูดพล่ามได้แล้ว ไม่ต้องพูดถึงวงการบันเทิงของนายเลย นอกจากนายจะให้สัมภาษณ์เหลวไหล ทำให้เกิดกลุ่มแฟนคลับแอนตี้แล้ว ฉันก็ไม่เห็นว่านายจะทำอะไรเป็ประโยชน์เลย!”
เย่ฝานพูดอย่างไม่พอใจ “นายอย่าดูถูกคนอื่นอย่างนั้นสิ! ฉันก็ไม่ได้มีแต่แฟนคลับแอนตี้นะ ยังมีเหล่าแฟนคลับที่รักฉันไม่น้อยเลย”
ไป๋อวิ๋นซีทำหน้าเคร่งเครียด “นายพอเถอะ! นายลืมแล้วเหรอว่าสองวันมานี้ ยังมีคนส่งมีดมาให้นายด้วย!”
“อวิ๋นซี! นายอย่าคิดอะไรด้านลบอย่างนี้สิ ครั้งก่อนก็มีแฟนคลับส่งแอปเปิลให้ฉันนี่ บางทีคนที่ส่งแอปเปิลมาให้คนนั้น อาจจะกลัวว่าฉันไม่มีมีดปอกผลไม้ ก็เลยส่งมีดมาให้ฉันไงล่ะ?” เย่ฝานกล่าว
ไป๋อวิ๋นซีพูดด้วยความเกรี้ยวกราด “นายได้รับแอปเปิลแค่กล่องเดียว แต่นายได้รับมีดทั้งหมดไม่ต่ำกว่าห้าเล่มแล้วนะ”
เย่ฝาน “…”
----------------------------------------------------------------------------------------
[1] เขยเต่าทองคำ(金龟婿)ความหมายว่า ลูกเขยที่ร่ำรวยและมีฐานะสูงส่ง
