ผู้จัดการร้านอาหารโค้งตัวแล้วผายมือเพื่อเชิญไป๋อวิ๋นจิ่น และคนอื่นๆ เข้าไปในห้องส่วนตัว
บริกรสองคนที่วิจารณ์เย่ฝานเมื่อครู่ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง “เธอเห็นไหมว่าผู้จัดการยังต้องออกมาเชิญเอง ฉันยังไม่เคยเห็นผู้จัดการแสดงอาการแบบนี้มาก่อนเลย แขกเ่าั้เหมือนจะเป็คนบ้านตระกูลไป๋นะ”
“ไม่นึกเลยว่าเศรษฐีใหม่อวดรวยคนนั้นจะรู้จักคนบ้านตระกูลไป๋ เหลือเชื่อจริงๆ!”
“สมัยนี้ทำตัวเชยๆ ก็ไม่เป็ไรหรอก แต่ขอให้รวยก็พอ เ้าหมอนี่จะต้องรวยมากแน่ๆ!”
เย่ฝานตามไป๋อวิ๋นซีเข้าไปในห้องส่วนตัว ในห้องส่วนตัวตกแต่งอย่างหรูหราและงดงามมาก บรรยากาศดีกว่าด้านนอก!
“พี่ใหญ่ คุณจองห้องส่วนตัวตอนกี่โมงเหรอครับ!” เย่ฝานถามด้วยความอยากรู้
“จองตอนบ่ายสองโมง!” ไป๋อวิ๋นจิ่นตอบ
เย่ฝานทำหน้านิ่วคิ้วขมวด “จริงเหรอครับ? ผมโทรมาจองตอนเช้า เขาบอกผมว่าไม่มีห้องว่าง ผมยังบอกกับเขาว่าถ้ามีห้องว่างให้ช่วยกันห้องไว้ให้ด้วย ฮึ พวกเขากล้าโกหกผมได้! ผมจะทำให้พวกเขารู้ว่าใครเป็ใคร”
เย่หลิงขมวดคิ้ว เกิดความรู้สึกอึดอัดภายในจิตใจ เย่ฝานเ้าคนซื่อบื้อ ร้านอาหารแห่งนี้ธุรกิจรุ่งเรืองมาก วันปกติก็มีลูกค้าเต็มตลอด ห้องส่วนตัวมีอยู่ไม่กี่ห้อง หากไม่ได้จองล่วงหน้าสักหกถึงเจ็ดวันย่อมไม่มีทางได้ห้องว่าง ที่ไป๋อวิ๋นจิ่นจองได้ก็เพราะสถานะพิเศษของเขา วันนี้ตอนเช้าเย่ฝานกลับคิดจะจองห้องพิเศษ ช่างเพ้อฝันจริงๆ
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝานก่อนพูดกับเขาอย่างจนใจ “พวกเขาไม่ได้โกหก เป็เพราะนายไม่ใหญ่พอ!”
เย่ฝานมองไป๋อวิ๋นซีแล้วถามว่า “ทำไมฉันถึงไม่ใหญ่พอ ฉันเก่งขนาดนี้” ในภพก่อนไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน ที่นั่นก็จะให้การปรนนิบัติอย่างดีที่สุด สำนักเล็กๆ ทั่วไปล้วนชอบให้เขาไปเยี่ยมเยียนและให้คำชี้แนะที่สุด
“ฉันรู้ว่านายเก่ง แต่คนอื่นเขาไม่รู้ด้วยนี่! รอให้นายมีเงินสักหมื่นล้านหยวนก่อน ทุกคนก็จะรู้เองว่านายเก่ง” ไป๋อวิ๋นซีตอบ
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “เป็อย่างนี้นี่เอง! ฉันเข้าใจแล้ว”
เย่หลิงฟังที่ไป๋อวิ๋นซีและเย่ฝานคุยกัน ในใจก็ตกตะลึงจนหมดคำบรรยายราวกับมีก้างปลาติดอยู่ที่คอ พูดไม่ออกแม้แต่ประโยคเดียว
คนในบ้านตระกูลเย่ล้วนอยากสร้างความสัมพันธ์กับไป๋อวิ๋นซี แต่ก็ล้มเหลวกันหมด ในขณะที่ลูกไม่เอาไหนซึ่งถูกไล่ออกจากตระกูลอย่างเย่ฝานกลับทำสำเร็จ
ตอนที่ไป๋อวิ๋นซีพูดว่าหมื่นล้านหยวน น้ำเสียงฟังดูไม่ได้ใส่ใจเท่าไรนัก แต่ก็ไม่ได้มีเจตนาเสียดสี เย่ฝานมีความสามารถอะไรกันนะ ถึงกล้าพูดว่าตนเองเก่งกาจต่อหน้าไป๋อวิ๋นซี
“คุณชายเย่ ไข่ปลาคาเวียร์ทะเลรวมจานนี้ไม่เลว คุณลองชิมดูสิ” ไป๋อวิ๋นจิ่นนำอาหารไปวางไว้หน้าเย่ฝาน เย่ฝานเอียงหัวพลางยิ้มกว้าง “ขอบคุณครับพี่ใหญ่”
“ไม่ต้องเกรงใจ เื่ของโม่โม่ ผมยังไม่ได้ขอบคุณคุณจริงๆ จังๆ สักที” ไป๋อวิ๋นจิ่นพูดด้วยความซาบซึ้ง
เย่ฝานโบกมือขณะกล่าวอย่างใจกว้าง “เื่เล็กน้อยครับ พี่ใหญ่ไม่ต้องเกรงใจ ว่าไปแล้ว พี่ใหญ่ดูเป็มิตรมากกว่าพี่รองอีกนะครับ พี่รองเหมือนจะดุไปหน่อย พี่ใหญ่เตือนหล่อนหน่อยก็ดีนะครับ เป็แบบนี้มันไม่ดี กลัวจะขายไม่ออก ยังไงพี่ชายก็เปรียบเสมือนพ่อ! หล่อนน่าจะเชื่อฟังพี่อยู่นะครับ”
ไป๋อวิ๋นจิ่น “…” น่าเสียดาย! ถึงเขาจะเป็พี่ใหญ่ แต่ไป๋อวิ๋นเฟยเป็คนที่มีความคิดเป็ของตัวเอง ไม่น่าจะเชื่อฟังเขาง่ายๆ “ถ้าผมเจอหล่อน ผมจะบอกหล่อนก็แล้วกัน”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “อ่อ งั้นก็ดีครับ”
เมื่อเดินออกมาจากร้านอาหาร เย่หลิงรู้สึกราวกับโลกทัศน์ที่ตนเองมีพังทลายจนหมดสิ้น หล่อนต้องเผชิญความลำบากแค่ไหนกว่าจะสร้างความสัมพันธ์กับญาติห่างๆ ของตระกูลไป๋ พอที่บ้านรู้ว่าหล่อนกับไป๋ชิงเหอคบหากัน ทุกคนล้วนเห็นดีเห็นงามด้วย เย่หลิงจึงรู้สึกภูมิใจในตัวแฟนหนุ่มคนนี้ของตนมาก ทว่าตอนนี้น้องชายที่ไม่ควรค่าแก่การสนใจคนนั้น กลับสนิทสนมกับคุณชายสามตระกูลไป๋ แม้แต่คุณชายใหญ่ตระกูลไป๋ก็ดูจะยอมรับให้เย่ฝานจีบไป๋อวิ๋นซี คุณนายไป๋ก็เช่นกัน หล่อนมีท่าทีเป็มิตรกับเย่ฝาน โดยไม่ถือตัวเลยสักนิด
…
ณ บ้านตระกูลเย่ ความสับสนปรากฏบนใบหน้าของเย่เส้าฮุย หลังจากเขาวางสายโทรศัพท์
“ใครโทรหาคุณเหรอคะ!" สวี่หรุ่ยยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบขณะถาม
“อาหลิง” เย่เส้าฮุยเป็พี่ชายของเย่หงเหวิน สองพี่น้องแข่งขันกันมาตลอด ความสัมพันธ์จึงไม่สู้ดีนัก
ย้อนไปในอดีต เย่หงเหวินได้แต่งงานกับอู่อิงจากการช่วยเหลือของคุณพ่อ ทำให้เย่หงเหวินถือไพ่เหนือกว่าเย่เส้าฮุย แต่น่าเสียดายที่ไม่รู้จักถนอมบุญที่ตนเองได้รับ เขาทำให้อู่อิงต้องตรอมใจตาย ภายหลังจึงแต่งงานใหม่กับผู้หญิงที่มีลูกติดมาหนึ่งคน ถือเป็ปมในการยุติความสัมพันธ์ระหว่างบ้านตระกูลเย่และตระกูลอู่
สวี่หรุ่ยขมวดคิ้ว แล้วพูดว่า “อาหลิงโทรศัพท์มางั้นเหรอ! เด็กคนนี้ั้แ่ไปเรียนที่เมืองหลวง โทรกลับบ้านมาทุกครั้งก็ต้องขอเงินทุกครั้ง สายตานับวันยิ่งสูงขึ้น อีกหน่อยพวกเราตระกูลเย่คงไม่อยู่ในสายตาหล่อนเป็แน่”
“อาหลิงโทรมาเล่าเื่แปลกเื่หนึ่ง”
สวี่หรุ่ยถามด้วยความสงสัย “เื่อะไรกันคะ?”
“ลูกบอกว่าพบเย่ฝานที่เมืองหลวง เ้าหมอนั่นเหมือนจะสนิทสนมกับคุณชายสามตระกูลไป๋”
สวี่หรุ่ยหน้านิ่วคิ้วขมวด ลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงพูดว่า “ระยะนี้ตอนฉันออกไปเล่นไพ่ มีคุณหญิงคุณนายหลายคนถามถึงเย่ฝานกับฉัน ว่ากันว่าก่อนหน้านี้ซ่งป๋อฮุยที่เป็คนของตระกูลซ่งถูกผีเข้า ได้เย่ฝานเป็คนช่วย ยังมีเ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ทังหย่งจินที่ล้มป่วยคราวก่อน ก็ได้เย่ฝานรักษาให้จนหาย ดังนั้นตระกูลทังจึงให้ความร่วมมือทางธุรกิจกับตระกูลอู่”
สวี่หรุ่ยคบหากับสุภาพสตรีระดับสูง ข่าวที่ได้ยินมาน่าจะเป็ความจริง
“เื่พวกนี้ เธอทำไมไม่พูดออกมาั้แ่แรก?” เย่เส้าฮุยถาม
สวี่หรุ่ยพูดอย่างเบื่อหน่ายว่า “เย่ฝานมีศีลธรรมหรือไม่ คนภายนอกไม่มีใครรู้ตื้นลึกหนาบาง คุณยังไม่เข้าใจอีกเหรอ? หมอนั่นคือพวกไม่เอาไหน เย่หงเหวินเองก็ไม่ได้จริงจังอะไรกับเขามากนัก แถมเขาก็ยังชอบก่อเื่อยู่เสมอ ฉันคิดว่ายังไงเย่ฝานก็ถูกขับไล่ออกจากตระกูลไปแล้ว ไม่มีประโยชน์อะไรที่พวกเราจะเข้าไปยุ่งกับเื่นี้อีก ยิ่งไปกว่านั้น เย่ฝานก็ไม่ใช่คนบ้านเดียวกับพวกเขาด้วย”
เย่เส้าฮุยหรี่ตาลงก่อนเอ่ย “น้องชายของฉันคนนั้น ที่ผ่านมาเขาเห็นเย่จื้อเจ๋อลูกที่เกิดจากท้องของหวังเสี่ยวเฟยเป็สิ่งล้ำค่า แต่กลับเห็นเย่ฝานเป็ต้นหญ้าบนผืนดิน เพื่อดึงฐานะของเย่จื้อเจ๋อให้สูงขึ้น เขาถึงกับไล่เย่ฝานออกจากบ้านโดยไม่สนว่าจะเป็การทำผิดต่อตระกูลอู่หรือไม่ น่าเสียดายจริงๆ...”
เื่ของเลี่ยวถิงถิงและเย่จื้อเจ๋อยืดเยื้อมาจนถึงตอนนี้ ดูท่าทางบ้านตระกูลเลี่ยวน่าจะได้รับข่าวสารบางอย่าง จึงรู้สึกเสียดายที่ถอนหมั้นกับเย่ฝานไป เื่ของเลี่ยวถิงถิงและเย่จื้อเจ๋อคิดว่าน่าจะจบกันไปแล้ว
“หากเย่ฝานมีความสามารถจริงๆ พวกเราก็ควรเตรียมการอะไรไว้ก่อน” สวี่หรุ่ยอดพูดออกมาไม่ได้
เย่เส้าฮุยพยักหน้าพร้อมกล่าว “พูดถูกแล้ว”
หลังจากที่ทังหย่งจินร่วมธุรกิจกับตระกูลอู่ ระยะนี้ตระกูลอู่จึงมีผู้คนไปมาหาสู่อย่างล้นหลาม หากจะเปรียบเทียบแล้ว บ้านตระกูลเย่กลับเงียบเหงาไร้เงาผู้คน เนื่องจาก่ก่อนตระกูลเย่ได้ยุติการดำเนินการโครงการอื่นๆ ไว้ก่อน เพื่อเตรียมตัวรับโครงการธุรกิจของตระกูลทัง การประจบผู้ที่รุ่งเรืองและเมินเฉยกับผู้ที่ตกต่ำเป็เื่ธรรมดาในแวดวงธุรกิจ สถานการณ์ของตระกูลเย่ใน่นี้จึงไม่สู้ดีนัก
ถึงอย่างไรเย่ฝานก็เป็คนของบ้านตระกูลเย่ แม้จะตัดกันให้ขาดอย่างไรก็ยังมีสายสัมพันธ์ซึ่งกันและกันอยู่ อย่าให้คนบ้านตระกูลอู่ฉวยโอกาสเพื่อหาผลประโยชน์ไปมากกว่านี้
…
เย่หลิงดูตึกสูงเบื้องหน้าพลันเกิดความคิดหนึ่งขึ้นในใจ ตระกูลเย่นับเป็ตระกูลที่มีเงินทองไม่น้อย แต่เงินทองที่ว่าเมื่อมาอยู่ที่เมืองหลวงกลับดูด้อยค่าไปถนัดตา
เย่หลิงสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์
“คุณผู้หญิง ไม่ทราบว่ามาพบใครคะ?”
“ฉันมาหาเย่ฝาน ได้ข่าวว่าเขามักจะมาอยู่ที่นี่เป็ประจำ” เย่หลิงกล่าว
หลังจากได้ร่วมโต๊ะอาหารกับเย่ฝานในครั้งนั้น เย่หลิงก็เสียเงินก้อนหนึ่งจ้างคนให้ไปสืบว่า เย่ฝานทำอะไรในเมืองหลวงไว้บ้างใน่ระยะที่ผ่านมา หลังจากผลการสืบออกมา นั่นทำให้เย่หลิงถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับติดกันถึงสองวันแล้ว หลังจากที่เย่ฝานมาถึงเมืองหลวง คาดไม่ถึงว่าเขาจะสามารถเข้านอกออกห้องทำงานของไป๋อวิ๋นซีได้อย่างอิสระ ไม่เพียงเท่านั้นเย่ฝานยังได้รู้จักกับนักธุรกิจใหญ่ในเมืองหลวงอีกสองคน คนหนึ่งคือจางซือเลี่ยงเป็เ้าของธุรกิจวัสดุก่อสร้าง อีกหนึ่งคนคือหวังจิ่งสือเป็เถ้าแก่บริษัทรับเหมาก่อสร้าง ทั้งสองต่างเป็บุคคลผู้มีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจ ศักยภาพทิ้งห่างตระกูลเย่ไปไกลมาก
“คุณผู้หญิงมาขอพบคุณชายเย่ ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรคะ?”
“ฉันเป็ลูกพี่ลูกน้องของเย่ฝาน มีธุระกับเขานิดหน่อย”
พนักงานต้อนรับหญิงทั้งสองมองหน้ากัน พนักงานคนผมสั้นพูดด้วยเสียงเบาว่า “พี่จาง ทำยังไงกันดีล่ะ! คุณชายเย่สั่งไว้ว่าลูกพี่ลูกน้องที่เป็ผู้หญิงของประธานไป๋ห้ามเข้า แต่ไม่ได้สั่งว่าถ้าเป็ญาติของเขาเองจะให้ทำยังไง!”
“คุณผู้หญิงคะ ถึงแม้คุณชายเย่จะสนิทสนมกับท่านประธานไป๋ แต่ยังไงเขาก็ไม่ได้ทำงานอยู่ที่นี่และไม่ได้เข้ามาที่นี่ทุกวันด้วย ถ้าคุณอยากพบคุณชายเย่ ดิฉันคิดว่าเชิญไปพบเขาที่บ้านดีไหมคะ” พนักงานคนผมยาวกล่าวด้วยความเกรงใจ
เย่หลิงฝืนยิ้มแล้วพูดกลับไป “ได้!”
เย่หลิงเดินออกมาจากบริษัทเจาซี ถึงแม้ว่าก่อนจะมาที่นี่ เย่หลิงจะคาดคะเนไว้แล้วว่าอาจมีผลลัพธ์อย่างนี้ แต่การที่หล่อนโดนเชิญออกมาอย่างนี้ ทำให้รู้สึกสลดใจไม่น้อย
“พี่จาง หากคนนั้นเป็ลูกพี่ลูกน้องของคุณชายเย่จริงๆ เราเชิญออกไปอย่างนี้ มันจะรุนแรงเกินไปหรือเปล่า”
“สมัยนี้มีคนมากมายชอบอ้างตัวว่าเป็พี่สาว น้องสาว และเพื่อนสนิทของคุณชายไป๋ บางทีอาจใช้คุณชายเย่เป็เครื่องมือในการล้วงข้อมูลบางอย่าง ถ้าเป็อย่างนั้นขึ้นมา เธอจะรู้ได้ยังไงว่าคุณชายเย่เพียงคนเดียวจะรับมือไหวหรือเปล่า?”
“พี่จางพูดถูก! พี่จางเก่งจริงๆ มีประสบการณ์มากมาย” พนักงานคนผมสั้นพูดด้วยความชื่นชม
…
“คนสวย เธอมาหาใครเหรอ?” ไช่เจิ้นจวิ้นเห็นเย่หลิงเดินไปมาอยู่หน้าประตูบ้านของเย่ฝาน จึงอดสงสัยไม่ได้
“นี่คือคฤหาสน์ของเย่ฝานใช่ไหม?” เย่หลิงถาม
“ถูกต้องแล้ว นี่คือคฤหาสน์ของคุณชายเย่” ไช่เจิ้นจวิ้นยังพูดเสริมอีกหนึ่งประโยคว่า “ที่นี่เป็พื้นที่ของคุณชายเย่ คนนอกเข้าไปไม่ได้ ถ้าเข้าไปแล้วจะต้องเกิดเื่”
เย่หลิงมองคฤหาสน์หรูเบื้องหน้า ทำให้หล่อนเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเย่ฝานไป
ในสายตาของเย่หลิง เย่ฝานเป็คนโง่เขลามาก เงินที่อู่อิงทิ้งไว้ให้เขา ถ้าไม่ใช่ว่าโดนเพื่อนเลวๆ หลอกเอาไป ก็ต้องมอบให้พ่อที่ไม่เอาถ่านแถมยังไม่เห็นความสำคัญของลูกชายคนนี้ เย่หลิงไม่คิดมาก่อนเลยว่าเย่ฝานจะเหลือเงินซื้อคฤหาสน์บนที่ดินที่มีค่าดั่งทองคำในเมืองหลวงแห่งนี้ได้
เย่หลิงก็นับว่าอยู่ดีกินดี มีเงินใช้ไม่ขาดมือ ทุกเดือนพ่อแม่จะให้เงินไว้ใช้จ่ายประมาณสองถึงสามหมื่นต่อเดือน แต่หากจะขอพ่อแม่ซื้อคฤหาสน์ราคาหลายสิบล้านในเมืองหลวงแบบนี้ ที่บ้านต้องไม่อนุญาตแน่นอน
“น้องสาว เธอชอบเย่ฝานเหรอ?” ไช่เจิ้นจวิ้นถามด้วยความระมัดระวัง
“เปล่า” เย่หลิงส่ายหน้า
“ไม่ใช่ก็ดีแล้ว! คุณชายเย่น่ะมีคนที่ชอบอยู่แล้ว เธอไม่มีหวังหรอก!” ไช่เจิ้นจวิ้นบอก
“คนที่เขาชอบคือใครกัน?” เย่หลิงลองถาม
ไช่เจิ้นจวิ้นหัวเราะก่อนตอบว่า “ก็ไม่ใช่ใครหรอก เป็คนที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่ง!”
“ฉันเป็ญาติผู้พี่ของเย่ฝาน” เย่หลิงกล่าว
“ที่แท้ก็เป็ญาติผู้พี่นี่เอง! ฉันยังคิดว่าเธอเป็ผู้หญิงที่จะมาจีบคุณชายเย่ซะอีก...”
“พี่สาว คุณเป็ญาติกับคุณชายเย่ แล้วคุณทำอย่างนั้นได้ไหม?” ไช่เจิ้นจวิ้นถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“อย่างนั้น? อย่างนั้นคืออะไร?” เย่หลิงถาม
“ก็จับผีไง! คุณชายเย่เก่งกาจมาก ความรู้กว้างขวาง พี่สาวก็คงไม่ต่างกันใช่ไหมล่ะ! สอนผมหน่อยได้ไหม?” ไช่เจิ้นจวิ้นถามอย่างประจบประแจง
เย่หลิงขมวดคิ้ว จับผี? เย่ฝานเ้าหมอนั่นจับผีได้ด้วยเหรอ?
“ลูกพี่! กลับมาแล้วเหรอ! ญาติผู้พี่ของคุณมาหาน่ะ”
เย่ฝานมองเย่หลิงด้วยสายตาเ็าแวบหนึ่งก่อนกล่าว “มีเื่หนึ่งที่พี่อาจจะยังไม่รู้ ผมถูกไล่ออกจากตระกูลเย่แล้ว ดังนั้นมีธุระอะไรอย่ามาหาผม ไม่มีธุระยิ่งไม่ต้องมาหา ผมยุ่งมาก!”
เย่หลิงทำหน้านิ่วคิ้วขมวด แล้วถามด้วยความหดหู่ใจว่า “นายเกลียดคนบ้านตระกูลเย่ขนาดนั้นเลยเหรอ?”
เย่ฝานทำหน้ามุ่ย แล้วตอบว่า “ไม่ถึงกับเกลียด แต่รู้สึกรำคาญก็เท่านั้น!”
เย่หลิง “…”
