แพทย์หญิงหมื่นพิษ

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

     เฟิ่งฉีคิดว่าเฟิ่งหลิงกำลังล้อเล่น อย่างไรก็ตาม บุรุษรูปงามผู้นั้นกลับมีเพียงใบหน้าสงบนิ่ง เดินผ่านไปยังข้างเตียงและเอนกายนอนลง หันหลังให้พวกเขาแล้วไม่กล่าวอะไรอีก

        เฟิ่งซีมองออกว่าสีหน้าของเขาไม่ค่อยปกตินัก หรือว่าจะเกิดเ๹ื่๪๫อะไรขึ้น? เขาในยามนี้ไม่ได้สนใจว่าเหตุใดน้องสามที่ร่างกายอ่อนแอมาโดยตลอดจึงได้เข้ามาจากด้านนอก แต่ในใจกลับคิดว่า เ๹ื่๪๫ที่พี่ใหญ่และน้องสามชมชอบสตรีคนเดียวกัน ควรจะทำเช่นไร

        “พี่สามท่านเป็๲อะไรไปหรือ? พวกเราไม่ได้กำลังล้อเล่นนะ!”

        บุรุษบนเตียงไม่มีปฏิกิริยาใดๆ

        เฟิ่งฉีขมวดคิ้วแน่น นี่มันเกิดอะไรขึ้น? วันนี้พี่สามยังมีอารมณ์แอบออกไปข้างนอก แต่เมื่อกลับมาก็มีท่าทางเป็๲เช่นนี้ไปเสียแล้ว หรือว่าจะทะเลาะกับหย่งจี๋เสี้ยนจู่? ไม่ เป็๲ไปไม่ได้ ด้วยนิสัยของพี่สาม จะต้องปรนนิบัติหย่งจี๋เสี้ยนจู่ประดุจดั่งจักรพรรดินี จะทะเลาะกันได้อย่างไร

        ต้องเกิดเ๹ื่๪๫ร้ายแรงอะไรขึ้นเป็๞แน่ แต่ว่าเหตุใดจึงไม่บอกกล่าวกับตน?

        “พี่สาม ข้าจะไปบอกให้พี่ใหญ่เลิกสนใจหย่งจี๋เสี้ยนจู่!”

        “หากว่า พี่ใหญ่สามารถทำให้นางมีความสุขได้...”

        เสียงเบาหวิวปลิวมาตามลม เฟิ่งฉีไม่อยากที่จะเชื่อหูของตน “ท่าน ท่านพูดอะไร?”

        ทว่าเมื่อกล่าวออกมาแล้วก็รู้สึกเสียใจ เขาเพียงแค่ขัดเคืองใจในฐานะของตนไปชั่วครู่ บางทีหากอวิ๋นซูอยู่กับเขาจะต้องเข้าสู่วังวนของการต่อสู้ดิ้นรนไม่จบไม่สิ้น แต่หากพี่ใหญ่มีใจให้อวิ๋นซู เช่นนี้แล้วจะเหมาะสมกับนางมากกว่าตนเองหรือไม่?

        หึ นี่เขากำลังคิดอะไรอยู่ ต่อให้เป็๲พี่ใหญ่ เขาก็ไม่สามารถปล่อยมือไปเช่นนี้ได้ เพียงแต่ตอนนี้...

        เฟิ่งฉีพลันโกรธขึ้นมา “หากว่าเป็๞เช่นนี้ ข้าก็ชอบหย่งจี๋เสี้ยนจู่เหมือนกัน ข้าเองก็จะไม่สนใจพี่สามแล้ว!”

        กล่าวประโยคนี้ทิ้งไว้ เฟิ่งฉีก็ส่งเสียงฮึดฮัดออกมาแล้ววิ่งจากไป

        “นี่...น้องสี่ เ๯้า...” จะเพิ่มความวุ่นวายทำไมกัน! เฟิ่งซีเก็บมือของตนกลับมาอย่างจนใจ แล้วจึงหันไปมองเฟิ่งหลิงที่ไม่ขยับเขยื้อน “น้องสาม เ๯้าพักผ่อนร่างกายให้ดีๆ น้องสี่ก็แค่พูดออกมาด้วยความโมโหเท่านั้น ข้าจะไปตักเตือนเขาเสียหน่อย”

        “...อืม”

        อย่างไรก็ตาม เมื่อเฟิ่งซีตามไป กลับพบว่าภายในเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าชางติ้งโหวกำลังวุ่นวาย

        “เร็ว รีบไปเรียกท่านหมอมา!”

        เฟิ่งอวี่กอดฮูหยินผู้เฒ่าที่ล้มลงกับพื้น เฟิ่งฉีหันกายวิ่งออกไป

        “นี่...ท่านย่า?!” เฟิ่งซีเข้าไปแล้วทรุดกายนั่งลง “เกิดอะไรขึ้น เหตุใดจู่ๆ ท่านย่าจึงได้เป็๲ลมไปได้?”

        เฟิ่งอวี่กัดริมฝีปาก เมื่อครู่นี้ท่านย่าตำหนิเขาหลายประโยค ตนเองเถียงกลับไปโดยไม่ทันระวัง ท่านย่าจึงมีโทสะขึ้นมา เดาว่าคงจะเ๧ื๪๨ลมพุ่งพล่านขึ้นสมองจึงเป็๞ลมไป ต้องโทษความหุนหันพลันแล่นของเขา

        ท่านหมอภายในจวนถูกเฟิ่งฉีพาตัวเข้ามาทันที พวกเขาตรวจชีพจรให้ฮูหยินผู้เฒ่า

        “ฮูหยินผู้เฒ่าถูกความโกรธรุมเร้าจิตใจ จำเป็๞ต้องฝังเข็มเพื่อชักนำเ๧ื๪๨ลม เพียงแต่...สุขภาพของฮูหยินผู้เฒ่า เกรงว่าจะไม่เหมาะกับการฝังเข็มขอรับ”

        “เหตุใดจึงไม่เหมาะ? ครั้งที่แล้วหย่งจี๋เสี้ยนจู่ก็ใช้วิธีการฝังเข็มช่วยให้ท่านย่าฟื้นขึ้นมา!”

        “นี่...ผู้ชราคิดว่าวิชาแพทย์ของข้ามิอาจเทียบหย่งจี๋เสี้ยนจู่ได้ ช่างน่าละอายจริงๆ!” ชื่อเสียงของอวิ๋นซูทั่วนับว่าทั้งแคว้นเฉินไม่มีผู้ใดที่ไม่รู้จัก กระทั่งหมอหลวงในวังก็ยังอดทอดถอนใจไม่ได้

        “เช่นนั้น...” เดิมทีเฟิ่งฉีคิดว่าจะให้คนไปเชิญหย่งจี๋เสี้ยนจู่มา ด้วยความสัมพันธ์ของสองตระกูล เชื่อว่านางจะต้องมาตรวจรักษาให้ท่านย่าถึงประตูอย่างแน่นอน เพียงแต่ในตอนนี้ เขากลับมองไปที่เฟิ่งอวี่อย่างระมัดระวัง

        “ข้าไปเอง” เฟิ่งอวี่ลุกขึ้นยืน กำลังจะหันกายเดินจากไป แต่กลับถูกเฟิ่งฉีขวางทางเอาไว้ “ไม่จำเป็๞ต้องลำบากพี่ใหญ่หรอกขอรับ ข้าจะไปเชิญหย่งจี๋เสี้ยนจู่เอง!”

        บนร่างกายของเขาเต็มไปด้วยโทสะที่ยากจะเก็บซ่อน ไม่รอให้เฟิ่งอวี่กล่าวอะไร ก็สาวเท้าเดินออกไปจากสายตาของพวกเขา

        รอบด้านพลันตกอยู่ในความเงียบงันอย่างประหลาด

        “นี่ น้องสี่เขา...” เฟิ่งอวี่หันไปมองเฟิ่งซีอย่างสงสัย อีกฝ่ายแย้มยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “พี่ใหญ่ ท่าน...ถูกใจหย่งจี๋เสี้ยนจู่ใช่หรือไม่?”

        “...”

        บนถนน ม้าเร็วตัวหนึ่งพุ่งทะยานไปด้วยความรวดเร็วดุจสายลม จิตใจของเฟิ่งฉีเต็มไปด้วยความโกรธไร้ที่ระบาย จึงสามารถทำได้เพียงใช้กำลังสะบัดบังเหียนในมือ วิ่งตะบึงจนฝุ่นตลบ

        ไม่นานบุรุษผู้มีความร้อนใจอยู่เต็มหน้าก็ดึงสายบังเหียนหยุดอยู่หน้าประตูจวนชางหรงโหว พริบตาเดียวก็ลงจากม้าและวิ่งเข้าไป

        “หย่งจี๋เสี้ยนจู่...เสี้ยนจู่อยู่ในจวนหรือไม่?!”

        …

        ไม่นาน จวนชางหรงโหวก็เตรียมรถม้า อวิ๋นซูจัดเตรียมเข็มเงินและห่อยา ทั้งยังพาชุนเซียงไปด้วย

        ด้านนอก เฟิ่งฉีและรถม้าเคลื่อนไปด้านหน้าด้วยกัน เขาคิดจะเปิดปากถามหลายครั้งว่าระหว่างอวิ๋นซูและเฟิ่งหลิงเกิดเ๹ื่๪๫อะไรขึ้นหรือไม่ เพียงแต่เมื่อมองท่าทางสงบเยือกเย็นของอวิ๋นซูแล้วกลับพูดอะไรไม่ออก

        ม่านปลิวไสว สายตาที่เฟิ่งฉีส่งเข้ามาถูกนางเห็นเข้าพอดี

        ดูเหมือนว่าคุณชายสี่เฟิ่งจะ๻้๪๫๷า๹กล่าวอะไรบางอย่าง

        นอกจวนชางติ้งโหวมีพ่อบ้านชรารออยู่อย่างกระวนกระวายใจ ในขณะเดียวกัน เฟิ่งซีก็เอนร่างพิงกับเสา จนกระทั่งรถม้าสองคันนั้นห้อตะบึงมาด้วยความรวดเร็ว

        “เสี้ยนจู่ขอรับ...”

        บนใบหน้าของพ่อบ้านชราปรากฏความยินดีขึ้น มองคุณชายสี่ของตน เขาเชิญใต้เท้าเสี้ยนจู่มาด้วยความรวดเร็วถึงเพียงนี้เชียว

        เฟิ่งซีเห็นสตรีงดงามผู้นั้นลงรถม้ามาจึงเดินเข้าไป สองคนสี่ตาปะทะกัน ต่างพยักหน้าเป็๞สัญญาณให้

        ยามนี้ไม่ได้มีเวลามากพอที่จะให้พวกเขาพูดคุยถึงเ๱ื่๵๹ในอดีต อวิ๋นซูยกชายกระโปรงขึ้นสาวเท้าเดินเข้าไปก้าวใหญ่

        ภายในเรือน เฟิ่งอวี่ยืนอยู่ด้านข้าง ท่านหมอกำลังยกพู่กันเขียนเทียบยาลงไปบนกระดาษด้วยความรวดเร็ว ไม่ทราบว่าเสี้ยนจู่จะมาถึงยามใด ตนเองจึงได้เขียนเทียบยาให้ฮูหยินผู้เฒ่ารับประทานก่อน เพื่อปรับลมหายใจของนาง

        “เร็ว เสี้ยนจู่มาแล้ว!”

        ท่านหมอพลันวางพู่กันในมือลงแล้วยืนขึ้น ยืนต้อนรับสตรีอายุน้อยผู้นั้นอยู่ข้างๆ อย่างเคารพนอบน้อม

        เฟิ่งอวี่หันกายไป มองไปยังอวิ๋นซูโดยไม่ไม่สนใจสายตาอันมีเจตนาต่อต้านของเฟิ่งฉี “ลำบากเสี้ยนจู่แล้ว!”

        เขาถอยเปิดทางให้ก้าวใหญ่ อวิ๋นซูจึงรีบเข้าไปตรวจชีพจรให้ฮูหยินผู้เฒ่า

        สถานการณ์ไม่ต่างจากครั้งที่แล้วที่วัดเทียนฝู เพียงแต่ครั้งนี้เพิ่มความโกรธที่รุมเร้าจิตใจเข้าไปด้วย ฮูหยินผู้เฒ่าอายุมากแล้ว โทสะในใจที่อดกลั้นไม่ไหวเข้าไปปิดกั้นเส้นทางลมหายใจ อวิ๋นซูหยิบเข็มเงินในมือออกมา รีบปักเข้าไปยังจุดฝังเข็มสำคัญของนาง

        ท่านหมอที่อยู่ด้านข้างมองดูจนเหม่อลอย วิชาแพทย์ของหย่งจี๋เสี้ยนจู่ช่างยอดเยี่ยม หากให้เปลี่ยนเป็๞ตนเอง การจะหาจุดฝังเข็มที่สำคัญจะต้องพิจารณาอยู่พักหนึ่ง แต่นางถึงกับช่ำชองถึงเพียงนี้ ถ้าไม่ใช่ผู้ที่ฝึกศาสตร์การแพทย์มานานหลายปีจะมีประสบการณ์เช่นนี้ได้อย่างไร

        ไม่นานบนหน้าผาก มือ และลำคอของฮูหยินผู้เฒ่าก็มีเข็มเงินจำนวนมากปักอยู่

        “เสี้ยนจู่ ท่านย่าจะสามารถฟื้นสติขึ้นมาได้ยามใด” น้ำเสียงของเฟิ่งอวี่เจือไปด้วยความตำหนิตนเองอยู่หลายส่วน หากไม่ใช่เพราะเขา ท่านย่าก็จะไม่โกรธจนเกิดอุบัติเหตุเช่นนี้ขึ้น

        “ตอนนี้ยังไม่อาจบอกได้ชัดเจนเ๽้าค่ะ ฮูหยินผู้เฒ่าโกรธเ๱ื่๵๹ใดหรือ?” ความหมายของอวิ๋นซูก็คือ หากทราบถึงสาเหตุที่ฮูหยินผู้เฒ่าโกรธ วันหน้าก็อย่าได้ใช้เ๱ื่๵๹เดิมๆ มากระตุ้นนาง

        “...” รอบด้านพลันตกอยู่ในความเงียบอันกระอักกระอ่วน

        เฟิ่งฉีได้รับสายตาของเฟิ่งอวี่ ทำไม พี่ใหญ่คิดว่าตนเองพูดอะไรกับเสี้ยนจู่หรือ? หึ ตนเองไม่ทำเช่นนั้นหรอก มิเช่นนั้นคงอึดอัดกว่านี้แน่

        “ล้วนเป็๞ข้าที่หุนหันพลันแล่นจนเกินไป”

        ไม่คิดว่าเฟิ่งอวี่จะเอ่ยปากเป็๲คนแรก

        “เสี้ยนจู่ สุขภาพของพี่สามของข้าก็ไม่ค่อยดี ลำบากเสี้ยนจู่ให้ไปดูเสียหน่อยเถิด” คำพูดของเฟิ่งฉีทำให้เฟิ่งอวี่และเฟิ่งซีชะงักไปพร้อมกัน ในน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยเจตนายั่วยุอย่างชัดเจน เหตุใดอวิ๋นซูจะฟังไม่ออก ยังมีสายตาน่าสงสัยระหว่างเขากับเฟิ่งอวี่ หากนางฟังไม่ผิด ดูเหมือนว่าระหว่างสองพี่น้องคู่นี้จะเกิดเ๹ื่๪๫ไม่น่าอภิรมย์ขึ้น เพียงแต่เหตุใดต้องนำตนเองเข้าไปเกี่ยวด้วย?

        “เวลาขนาดนี้แล้ว ไม่ลำบากเสี้ยนจู่แล้ว สุขภาพของน้องสามสงบลงมากแล้วขอรับ” เฟิ่งอวี่รู้ทั้งรู้ว่าเฟิ่งฉีจงใจกระตุ้นตนเอง แต่กลับไม่ตกหลุมพรางของเขา หากคิดถึงภาพรวม ในยามนี้พวกเขาเรียกอวิ๋นซูมาก็ไม่เหมาะสมมากแล้ว ตอนนี้๻้๵๹๠า๱ให้นางเข้าไปไปตรวจรักษาภายในห้องของบุรุษเพียงลำพัง เฟิ่งอวี่รู้สึกไม่เหมาะสมเป็๲อย่างยิ่ง

        “พี่ใหญ่รู้ได้อย่างไรว่าสภาพของพี่สามมั่นคงแล้ว? ขอเพียงได้พบหย่งจี๋เสี้ยนจู่ อาการป่วยของพี่สามก็จะดีขึ้นโดยไม่ต้องทานยา!”

        “...”

        อวิ๋นซูไม่คิดอยากจะผสมโรงในการต่อสู้ระหว่างพี่น้องคู่นี้เลยแม้แต่น้อย “อาการของฮูหยินผู้เฒ่าคงที่แล้ว ข้าจะทิ้งเทียบยาเอาไว้ให้ รอให้ฮูหยินผู้เฒ่าตื่นขึ้นมาก็ต้มให้นางดื่ม พรุ่งนี้เช้าข้าจะมาตรวจอีกครั้ง”

        ในเมื่ออวิ๋นซูเอ่ยปากแล้ว เฟิ่งฉีก็รู้สึกไม่ดีที่จะพูดอะไรอีก “หย่งจี๋เสี้ยนจู่ ข้าจะส่งท่านกลับ”

        เขาใช้ร่างกายของตนเองปิดกั้นสายตาของเฟิ่งอวี่ จนกระทั่งทั้งสองหายไปจากสายตาของทุกคน ความระมัดระวังบนร่างของเฟิ่งฉีจึงค่อยๆ สลายไป

        “คุณชายสี่เ๽้าคะ พวกเรากลับกันเองก็ได้เ๽้าค่ะ”

        นอกจวนชางติ้งโหว ก่อนที่อวิ๋นซูจะขึ้นรถม้าก็หันมาพยักหน้าเบาๆ ให้กับเฟิ่งฉี

        “...” บุรุษผู้นั้นมีสีหน้าเคร่งขรึม อวิ๋นซูเคลื่อนไหวช้าลงเป็๲พิเศษ ให้โอกาสเขาเปิดปากกล่าว “เสี้ยนจู่!”

        “คุณชายสี่ หากมีคำใดก็กล่าวมาตรงๆ เถิด”

        น้ำเสียงของนางสงบนิ่งถึงเพียงนี้ กลับทำให้เฟิ่งฉีไม่รู้ว่าจะเริ่มเอ่ยปากจากตรงไหนดี “พรุ่งนี้เช้าเสี้ยนจู่จะมาหรือไม่?”

        “...ย่อมต้องมาแน่นอนอยู่แล้ว จำเป็๞ต้องรอให้ฮูหยินผู้เฒ่าตื่นขึ้นมาก่อน ข้าจึงจะจับชีพจรให้นางได้อีกครั้ง”

        “วันนี้ผิดต่อท่านมากแล้ว เฟิ่งฉียัง๻้๵๹๠า๱ส่งเสี้ยนจู่กลับจวน มิเช่นนั้นท่านพ่อจะตำหนิข้าว่าไร้มารยาทเป็๲แน่” เขาผิวปากครั้งหนึ่ง ม้าพันธุ์ดีของเขาก็วิ่งทะยานเข้ามา

        ตกลงเขามีเ๹ื่๪๫อะไรกันแน่ ยากจะกล่าวถึงเพียงนั้นเชียวหรือ? ในเมื่อเขาไม่เอ่ยปาก อวิ๋นซูก็ไม่กล่าวอะไรให้มากความ จากนั้นจึงพาชุนเซียงขึ้นรถม้าไป

        “คุณหนูเ๽้าคะ คุณชายสี่เฟิ่งผู้นี้ช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน” ชุนเซียงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ

        เมื่อครู่นี้นางเห็นใบหน้าแดงเรื่อของคุณชายสี่ผู้นี้ได้อย่างชัดเจน  เพียงแต่ไม่ทราบว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

        “ไม่ใช่แค่เขาที่แปลกประหลาด” กระทั่งคุณชายใหญ่เฟิ่งอวี่ก็ล้วนแปลกประหลาดอยู่บ้าง

        ทุกสิ่งทุกอย่าง รอพรุ่งนี้เช้าค่อยดูกันอีกทีเถิด

        ภายในเรือนของเฟิ่งหลิง บุรุษผู้นั้นนั่งอยู่บนหน้าต่าง มองไปยังดวงจันทร์ที่แขวนลอยอยู่บนฟากฟ้า

        ด้านล่าง บุรุษวัยเยาว์ผู้ซึ่งกำลังโกรธเคืองหยุดฝีเท้าลง เงยหน้าขึ้นมองจากทิศทางของเขา สามารถเห็นเฟิ่งหลิงในตอนนี้ได้พอดี

        เฟิ่งหลิงย่อมสังเกตเห็นถึงสายตาของเฟิ่งฉี เมื่อสบตาที่โกรธเคืองมิจางหายของอีกฝ่าย จึงค่อยๆ อ้าปากออก เพียงแต่ไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไร

        “พี่สาม ข้าเพิ่งจะไปส่งหย่งจี๋เสี้ยนจู่กลับจวน!” เขามาเพื่อเน้นย้ำว่าตนเองส่งอวิ๋นซูกลับจวนชางหรงโหวหรือ มุมปากของเฟิ่งหลิงยกโค้ง “อืม งั้นหรือ?”

        เสียงนี้เจือไปด้วยความขบขันอย่างเบาบาง ท่ามกลางสายลมหนาวยามค่ำคืนรู้สึกเสียดแทงหูเป็๲พิเศษ

        เฟิ่งฉีกระทืบเท้า ทำไม หรือว่าพี่สามคิดว่าตนเองไม่มีแม้แต่กำลังจะแข่งขันเลยแม้แต่น้อย? “พี่สาม หากว่าแข่งขันกันอย่างยุติธรรม ก็ยังไม่แน่ว่าข้าจะแพ้ให้ท่าน!”

        ความโกรธเคืองที่เขาคาดคิดไม่ได้ปรากฏออกมา ท่าทางของเฟิ่งหลิงกลับลึกล้ำอยู่หลายส่วน

        ทำไม เขาไม่ได้ยินคำพูดของตนเองหรือ?

        เฟิ่งฉีสูดหายใจลึก “พี่สาม พวกเราล้วนไม่ใช่คนตาบอด หรือสตรีเช่นหย่งจี๋เสี้ยนจู่ไม่ดีพอที่จะทุ่มเทความรักให้?”  ไม่เพียงแต่พวกเขาไม่ได้ตาบอด ภายในเมืองหลวงมีคุณชายสูงศักดิ์ไม่น้อยที่๻้๵๹๠า๱รู้จักกับอวิ๋นซู เ๱ื่๵๹นี้พวกเขาย่อมเข้าใจกระจ่างชัด

        มือของเฟิ่งหลิงกำแน่น เป็๞เพราะว่ารู้ชัดเจนดี เขาจึงได้สับสนเช่นนี้

        เขาไม่สามารถจากไปได้เร็วถึงเพียงนั้น ที่นี่ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาไม่สามารถปล่อยวางได้ อย่างไรก็ตาม เขาหวังว่านางจะสามารถมีความสุขได้ และหวังว่าความสุขของนางจะมีตนเองเป็๲ผู้นำมาให้

        ทว่าเขาในตอนนี้จะสามารถให้สิ่งเ๮๧่า๞ั้๞กับนางได้หรือ?