องค์รัชทายาทกำจัดเขาด้วยวิธีนี้เพื่อให้ได้ตำแหน่งผู้ตรวจตรา ต้องเป็เช่นนี้แน่นอน แต่ในเมื่อเป็เช่นนี้ เขาจะเอาชนะได้จริงน่ะหรือ?
บางครั้ง สิ่งที่ได้รับมักไม่ใช่เื่ดีเสมอไป และสิ่งที่สูญเสียไปก็อาจไม่ใช่โชคดีเช่นกัน
วันนี้เสด็จพ่อสนับสนุนตนเพียงเพราะ้าค้านอำนาจตระกูลโจว ความจริงแล้วไม่ได้รู้สึกไม่พอพระทัยหรืออยากถอดถอนตำแหน่งองค์รัชทายาทแต่อย่างใด ทว่าเสด็จพ่อเป็ผู้มีพระทัยใสสะอาดมาโดยตลอด จะต้องรู้ว่าองค์รัชทายาทจงใจใส่ร้ายเขาแน่นอน ต่อให้มีสายสัมพันธ์ฉันพ่อลูก ภายในใจไม่อาจยอมรับ แต่ต้องมีความสงสัยแน่นอน
ความสงสัยในครั้งนี้จะเป็รากฐานของความเคลือบแคลงในภายหน้า ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเกิดความสงสัยขึ้นแล้ว เสด็จพ่อจะตรัสตำหนิเขาได้อย่างไร? คาดว่าคงทำพอเป็พิธีเท่านั้น
องค์รัชทายาทวางแผนเื่นี้ได้รอบคอบยิ่งนัก แต่ต่อให้รอบคอบเป็หมื่นพันประการ เขากลับลืมนึกถึงความฉลาดของเสด็จพ่อ
แท้จริงการมีอำนาจเป็ผู้ตรวจตราการซ่อมแซมทางน้ำสามสายของแม่น้ำหวย วิธีการรับมือที่ดีที่สุดที่องค์รัชทายาทก็คือ— ไม่ทำอะไร หลังปล่อยให้เขารับผิดชอบหน้าที่นี้ ระหว่างนั้นค่อยหาข้อบกพร่องของเขา การซ่อมแซมทางน้ำจำเป็ต้องข้องเกี่ยวกับผู้คนจำนวนมาก มีเื่ต้องรับผิดชอบอีกมากมาย คงเป็เื่ยากหากเขาจะไม่สะเพร่าในบางเวลา ดูแลไม่ทั่วถึงในบางส่วน ยามนั้นองค์รัชทายาทค่อยยื่นมือเข้าแทรก ถ้าลงไม้ลงมือทำอะไรสักอย่างคงสามารถจัดการเขาโดยที่เขาไม่อาจตั้งรับได้ทันท่วงที
ดังนั้นพระองค์จึงกังวลใจมาโดยตลอด เพราะเกรงว่าองค์รัชทายาทจะไม่แย่งชิงอำนาจหน้าที่นี้กับพระองค์เสียด้วยซ้ำ
เมื่อเสด็จพ่อเห็นพ้องต่อคำแนะนำให้ซ่อมแซมทางน้ำสามสายของแม่น้ำหวย เขาก็ไม่ได้อยากรับหน้าที่เป็ผู้ตรวจตราคอยควบคุมดูแล และไม่อยากกลายเป็เป้าหมายที่ผู้คนสามารถโจมตีได้ง่าย แต่ในเมื่อเสด็จพ่อเห็นดีเห็นงาม เขาจึงไม่อาจทำให้เสด็จพ่อต้องผิดหวัง เพราะการเห็นดีเห็นงามในครั้งนี้ จึงสนับสนุนเขาเพื่อเริ่มการต่อกรกับตระกูลโจว
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ในเมื่อมีพระประสงค์จากเสด็จพ่อ เขาต้องทำให้ได้ ทำให้ดี และทำให้สำเร็จ หลังได้รับอำนาจกับหน้าที่เป็ผู้ตรวจตรา ย่อมต้องมีบางคนไม่อาจอดกลั้นและช่วยดึงเขาลงจากตำแหน่ง
หลังรออยู่ครู่หนึ่ง เหล่าเด็กรับใช้หญิงชายที่ถูกสั่งให้ออกไปตามหาได้เดินตามหลังองค์หญิงทั้งสองเข้ามาในเรือนชิ่นฟางเก๋ออย่างรีบร้อน ได้ยินหนึ่งในเด็กรับใช้รายงานว่า “เตี้ยนเซี่ย พวกเราค้นหาจนทั่วจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่ไม่พบแม้แต่เงาของพระชายาเหนียงเหนียงเลยพ่ะย่ะค่ะ อาจจะ...”
องค์รัชทายาทขมวดคิ้ว เอ่ยด้วยความกรุ่นโกรธ “เ้าโจรพวกนี้ กล้าบุกเข้ามาลบหลู่เปิ่นกงถึงที่นี่! เปิ่นกงว่าพวกมันคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง!”
“ไอหยา... กระหม่อมได้ยินว่าคนจากยุทธภพเหล่านี้ทำเลวโดยไม่ยำเกรงต่อสิ่งใดทั้งนั้นพ่ะย่ะค่ะ มักทำไปด้วยความคึกคะนองพ่ะย่ะค่ะ” เว่ยตงฉี่เอ่ย “ยิ่งสถานที่ที่ผู้อื่นไม่กล้า พวกมันยิ่งอยากจะทำเพื่อแสดงว่าตนมีฝีมือพ่ะย่ะค่ะ คนพวกนี้กำแหงยิ่งนัก มีหรือจะกังวลต่อผลที่ตามมา!”
“ที่ใต้เท้าพูดก็มีเหตุผล” ซงซวี่เอ่ย “เ้าโจรพวกนี้ ไม่เพียงแต่ไม่เกรงกลัวต่อการทำเื่ลบหลู่สามหาว ในทางกลับกันพวกมันยังเห็นเป็ความภาคภูมิใจเสียอีก พวกเราคิดว่านี่คือการกระทำไม่รักชีวิตและไร้เหตุผลอย่างถึงที่สุด แต่คาดว่าในยุทธภพคงกลายเป็เื่กล่าวขานที่น่าเยินยอ ใจกล้ามาลักพาตัวคนถึงในจวนองค์รัชทายาท ภายหน้าหากเ้าพวกนี้ไปเดินเหินอยู่ในยุทธภพ ผู้คนคงให้เกียรติพวกมันมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน”
“เ้าพวกคนชั่ว! เสียวไห่! เ้าไปแจ้งทางการ! ให้ศาลาว่าการจับเ้าพวกชั่วนี้มาดำเนินคดีให้จงได้!” องค์รัชทายาทออกคำสั่ง
เดิมเป็เื่ที่ไม่เกิดขึ้นจริง ทว่าพวกเขาพูดแค่คำสองคำก็กลายเป็จริงเสียแล้ว
แรกเริ่มองค์รัชทายาทแค่จะสร้างเื่โจรเข้ามาลักพาตัวคนของจวนองค์รัชทายาท ไม่ได้คิดจะโยนความผิดให้ผู้ใดอย่างชัดเจน ถึงตอนนั้นหากจับคนสักคนมาสวมรอยเป็โจรูเาละแวกใกล้เคียงแล้วสังหารก็คงไม่มีผู้ใดจับผิดอะไร ทว่าเว่ยตงฉี่ผู้นี้กลับมีไหวพริบยิ่งนัก ผสมโรงกับซงซวี่และสามารถบ่งบอกรายละเอียดจนรู้ว่าเป็โจรกลุ่มใดลงมือ เมื่อเป็เช่นนี้จึงยิ่งดูสมจริงมากขึ้น
เมื่อเฉินอ๋องเห็นละครเื่นี้จบลง จึงลุกขึ้นเอ่ยด้วยท่าทางเกียจคร้านว่า “พี่ใหญ่ ท่านยังจะไปตำหนักสือหนิงกงหรือไม่? หากพี่ใหญ่ไม่ไปแล้วข้าจะไปตามหาพระชายาของตนแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ ไม่แน่ว่าอาจสามารถจับคนร้ายตัวจริงที่อยู่หลังม่านก็ได้นะพ่ะย่ะค่ะ!”
ไม่รอให้องค์รัชทายาทเอ่ยสิ่งใด เฉินอ๋องพลันเอ่ยทั้งรอยยิ้มว่า “แต่ถ้าให้ข้าทาย พี่ใหญ่จะต้องไปอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นชื่อเสียงเกียรติยศของอนุชายาในจวนอีกหลายนางอาจจะด่างพร้อยโดยเปล่าประโยชน์? นอกจากนั้นยังมีตำหนักหลังที่เละเทะถึงเพียงนั้น คาดว่าก็คงต้องเปลืองแรงคนอยู่ไม่น้อย”
“พวกเขามีแค่หกคน จะมีกำลังคนมากมายอะไรกัน? ก็แค่โจรจากยุทธภพที่คำนวณเวลาเอาไว้ล่วงหน้า ฉวยโอกาสระหว่างที่พวกเรากำลังสังสรรค์อยู่ตำหนักหน้าเพื่อเข้ามาทำตัวกำเริบเสิบสานภายในจวน! น้องสามกำลังเย้ยหยันว่าจวนองค์รัชทายาทของพี่ไม่ป้องกันอย่างเข้มงวดอย่างนั้นหรือ?”
คำพูดไม่กี่ประโยคขององค์รัชทายาทกลับบ่ายเบี่ยงความหมายของเฉินอ๋องไป
เฉินอ๋องหัวเราะและไม่ชี้แจงแต่อย่างใด ยามนี้ทุกคนที่อยู่ในสถานการณ์ล้วนรู้อยู่แก่ใจ ทว่าบรรดาคนเหล่านี้ส่วนมากเป็คนขององค์รัชทายาท ต่อให้พวกเขาเข้าใจ แต่จะมีประโยชน์อะไรกันเล่า? จำเป็อะไรต้องเปลืองน้ำลายพูดให้พวกเขาเข้าใจอย่างกระจ่างแจ้งยิ่งกว่านี้? พูดแค่พอประมาณก็พอแล้ว ไม่มีผู้ใดโง่เง่าสักหน่อย
“ไม่ผิด...” องค์รัชทายาทกลับเอ่ยขึ้นเสียงอ่อน ตำหนิตนเองว่า “เกิดเื่กับพระชายาในจวนของเปิ่นหวาง เปิ่นหวางคงหนีไม่พ้นความรับผิดชอบ หากจะถูกเ้ากล่าวโทษถือเป็เื่ปกติ ทว่าน้องสาม เ้าคิดบ้างหรือไม่ว่าแค่พระชายาของเ้าหายตัวไป เ้ายังตำหนิเปิ่นกงผู้เป็พี่ชายถึงเพียงนี้ แล้วเ้าทำอะไรกับพี่สะใภ้ของเ้า? มิหนำซ้ำยังต่อหน้าต่อตาเปิ่นกง!”
“เื่นี้...” องค์รัชทายาทถอนหายใจยาว “เ้าทำร้ายจิตใจของเปิ่นกงยิ่งนัก แต่ละเื่ต้องแยกแยะออกจากกัน พระชายาหายตัวไปในจวนของเปิ่นกง เปิ่นกงจะต้องแจ้งทางการให้จวนเ้าเมืองเมืองหลวงไต่สวนเื่นี้เพื่อให้คำอธิบายกับน้องสาม แต่เื่ที่น้องสามก่อขึ้นในจวนของเปิ่นกงก็คงจะปัดความรับผิดชอบไม่ได้”
“ในเมื่อสั่งการไปแล้ว มิสู้พวกเราเข้าวังไปเข้าเฝ้าเสด็จย่ากันตอนนี้ เื่นี้เป็เื่ในครอบครัว ความผิดของเ้าควรมีผู้าุโที่รู้ถูกรู้ผิดเป็ผู้ตัดสิน ย่อมให้บทลงโทษที่เหมาะสมกับเ้า น้องสาม เ้าอย่าได้เกลียดพี่ หากภายหน้าเ้ายอมรับผิดและแก้ไข ทำตัวเหมาะสมขึ้นมาสักหน่อย เ้าจะต้องเข้าใจความปวดใจของพี่อย่างแน่นอน”
คำพูดร่ายยาวที่ทั้งตำหนิตนเองและตัดพ้อด้วยความเ็ปขององค์รัชทายาท อธิบายได้เพียงหนึ่งประโยคว่า—เื่นี้ ข้าจัดการไว้หมดแล้ว
เฟิงเป่ยหนิงและเฟิงเป่ยอี๋ยืนฟังอยู่ด้านข้าง แม้พวกนางจะมาไม่ทันชมละครทั้งแต่ต้น แต่เมื่อได้ยินองค์รัชทายาทกล่าวเช่นนี้และเห็นฮุ้ยเหม่ยเหรินร้องไห้สะอึกสะอื้น แน่นอนว่าต้องเข้าใจเื่ราวอย่างกระจ่างแจ้ง
“พี่ใหญ่ จะพูดคุยดีๆ ไม่ได้หรือเพคะ อาจจะเป็แค่เื่เข้าใจผิดนะเพคะ” เฟิงเป่ยหนิงเอ่ย “ผู้ใดไม่รู้บ้างว่าพี่สามกับพี่สะใภ้สามรักใคร่กันยิ่งนัก? นอกจากนั้นฮุ้ยเหม่ยเหรินของพี่ใหญ่ก็ไม่ได้งามเท่าพี่สะใภ้สามสักหน่อย... ต่อให้พี่สามเมาสุราก็ไม่มีทางไร้มารยาทต่อฮุ้ยเหม่ยเหรินอย่างแน่นอน! ยิ่งไปกว่านั้นพี่สามยังคอแข็งมาก ทุกคนต่างก็รู้เื่นี้ดีนะเพคะ!”
แม้เฟิงเป่ยหนิงจะพูดจาแลดูโง่เขลา ทว่าสิ่งที่เอ่ยออกมาล้วนเป็กุญแจสำคัญทั้งนั้น
แต่...ตอนนี้ ต่อให้พูดกุญแจสำคัญออกมาอย่างไรก็ไร้ประโยชน์ เพราะคนเหล่านี้ล้วนแต่เป็คนขององค์รัชทายาท
“เอาล่ะ” องค์รัชทายาทพอจะใจกว้างต่อน้องสาวของเขาไม่น้อย เขาไม่ใช้น้ำเสียงกรุ่นโกรธกับนาง เพียงแต่เอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า “หนิงเอ๋อร์ เ้ายังเด็ก เ้าจึงไม่เข้าใจเื่ความสัมพันธ์ รอให้เ้ารักมั่นต่อใครสักคนเสียก่อน เ้าก็จะเข้าใจเอง”
องค์รัชทายาทชำเลืองมองฉินอิ่งเยว่ เอ่ยพลางถอนหายใจ “ต่อให้ผู้อื่นจะงดงามกว่าเพียงใด ขอแค่เ้ารักมั่นย่อมไม่วันลืมเลือน มีหรือผู้อื่นจะมาแทนที่ได้...”
ประโยคนี้ แน่นอนว่ากล่าวถึงความรู้สึกที่เฉินอ๋องมีต่อฉินอิ่งเยว่
“ทุกท่าน ต้องขอโทษด้วย” องค์รัชทายาทหันกลับไปประสานมือเพื่อเป็การคารวะต่อทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ “เดิมทีเปิ่นกงคิดจะเชิญทุกคนมาร่วมสังสรรค์กัน กลับกลายเป็ไม่ได้ชมกระทั่งการแสดงละคร งานเลี้ยงยามค่ำก็ไม่ได้จัดเสียแล้ว วันนี้พวกเราแยกย้ายกันแต่เพียงเท่านี้ก็แล้วกัน วันหน้าเปิ่นหวางจะเชิญทุกท่านมาร่วมงานเลี้ยงฉลองยามค่ำเพื่อเป็การไถ่โทษให้กับทุกท่าน”
“เตี้ยนเซี่ยเกรงใจเกินไปแล้ว เมื่อเกิดเื่เช่นนี้ พวกเราต่างเป็กังวลแทนเตี้ยนเซี่ยพ่ะย่ะค่ะ จะมีกะจิตกะใจมาสนใจเื่สนุกสนานเล็กน้อยเหล่านี้ได้อย่างไร? เตี้ยนเซี่ยโปรดรีบจัดการธุระเถิดพ่ะย่ะค่ะ ตำหนักหลังถูกปล้นเช่นนี้ คาดว่าคงมีเื่ราวต่างๆ มากมายที่รอให้เตี้ยนเซี่ยจัดการด้วยพระองค์เอง กระหม่อมขอทูลลาไปก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ...” ซงซวี่เอ่ยพลางค้อมคำนับ
เฉินอ๋องชำเลืองมองซงซวี่ครู่หนึ่ง เขารู้สึกว่าการพูดและการกระทำของคนผู้นี้ แม้จะเก่งเื่การพูดจาประจบสอพลอยิ่งนัก แต่ก็ยังมีศิลปะการพูด สมองฉับไวไม่น้อย นอกจากนั้นยังรู้จักเวลาที่เหมาะสม
ผู้คนต่างคำนับองค์รัชทายาทเพื่อทูลลา แน่นอนว่าพวกเขายังหันมาคำนับเฉินอ๋องกับจิ้งอ๋องอย่างไม่เปิดเผยนัก
“ไปกันเถิดน้องสาม พวกเราก็ออกไปพร้อมบรรดาใต้เท้าเถิด” องค์รัชทายาทเอ่ย
เขากลัวว่าหลังจากคนเหล่านี้ออกไป เมื่อไม่มีผู้ใดจดจ้อง เฉินอ๋องอาจบอกปัดไม่ยอมไป
เฉินอ๋องหัวเราะพลางส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปอย่างปราดเปรียวและทิ้งระยะห่างจากองค์รัชทายาทประมาณหนึ่ง
องค์รัชทายาทชำเลืองมองแผ่นหลังของเฉินอ๋องครู่หนึ่ง จากนั้นหันกลับไปมองฉินอิ่งเยว่ ภายในดวงตาฉายแววดุดัน
หากครั้งนี้ไม่อาจใช้เื่ที่เกิดกับฉินอิ่งเยว่กำราบความกำเริบเสิบสานของเ้า ถ้าภายหน้าเ้าปีกกล้าขาแข็ง เกรงว่าคงหยอกล้อผู้อื่นต่อหน้าต่อตาเปิ่นกงจริงๆ เสียแล้ว น้องสามผู้นี้มิใช่คนปฏิบัติตนอยู่ในกฎระเบียบ เื่นี้เขารู้ดีที่สุด
เฉินอ๋องออกจากจวนองค์รัชทายาทมาก่อน หลังหันไปกล่าวอำลาบรรดาคุณชายสักหน่อย จึงยืนรอองค์รัชทายาทอยู่หน้าจวนโดยไม่เดินไปที่ใด
หากให้พี่ใหญ่รับรู้ถึงข้อสำคัญข้อนั้นเสียก่อน การทำให้เป็เื่ใหญ่ไปถึงในวังคงจะไม่สำเร็จแน่นอน แน่นอนว่าตนไม่มีทางให้เวลาเขาขบคิดให้มาก จะต้องฉวยโอกาสนี้ให้เขาแสดงละครต่อไป
แท้จริงแล้วกระดานหมากนี้ของพี่ใหญ่ล้ำเลิศยิ่งนัก การสร้างสถานการณ์ให้แยบยลเช่นนี้ถือว่าไม่ง่ายจริงๆ ผลแพ้ชนะในครั้งนี้พลาดแค่เพียงหมากตัวเดียวเท่านั้น นั่นก็คือพี่ใหญ่นึกไม่ถึงว่าเดิมทีเขาก็ไม่ได้อยากรับหน้าที่สำคัญอย่างผู้ตรวจตรา
องค์รัชทายาทปรายตามองเฉินอ๋อง ครั้นรถม้ามาถึงหน้าประตูจวน องค์รัชทายาทจึงรีบก้าวขึ้นไปโดยไม่เอ่ยสิ่งใด
ฉินอิ่งเยว่ก้มหน้าเดินตามหลังองค์รัชทายาทพลางร้องไห้สะอึกสะอื้น องค์รัชทายาทช่วยรับนางขึ้นรถม้า ฉินอิ่งเยว่จึงนั่งอยู่ในรถม้าเช่นกัน
“พี่สาม ท่านไปรถม้าของข้าหรือไม่?” จิ้งอ๋องเอ่ย
“ไม่ต้อง ในเมื่อนี่คือเื่ระหว่างพี่ใหญ่กับข้า ให้พวกเรานั่งรถม้าคันเดียวกันจะดีกว่า” เฉินอ๋องเอ่ย
เขาจะปล่อยโอกาสให้องค์รัชทายาทรู้สึกถึงความผิดปกติเพียงเล็กน้อยของเื่นี้ไม่ได้ หมากกระดานนี้ หากผิดพลาดเพียงนิด เสี้ยวนาทีที่ความคิดนั้นผุดขึ้นมา ผลแพ้ชนะก็จะเปลี่ยนไปทันที
“ฮุ้ยเหม่ยเหริน รบกวนเ้าไปนั่งรถม้าขององค์หญิงได้หรือไม่?” เฉินอ๋องเปิดม่านออก
องค์รัชทายาทลอบคิดในใจ เ้าสามจะใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไร?
