แต่ในตอนที่จะโทรไปหา เหนี่ยวเหนี่ยวที่เดินผ่านก็เปิดโทรทัศน์ ภาพติงเจียลี่เดินออกมาจากสนามบินก็ปรากฏขึ้น ที่นั่นเป็สนามบินที่นิวยอร์ก
จากนั้นก็ฉายภาพที่เหยียนจิ่งจื้อกำลังเลือกสร้อยข้อมือในร้านเพชร สุดท้ายทางสื่อก็สรุปออกมาว่าพ่อหนุ่มหล่อแห่งเฉินตงนัดเจอครอบครัวที่นิวยอร์ก เื่ดีๆ ของทั้งสองคนใกล้จะเกิดขึ้น การนัดเจอในครั้งนี้ก็เพื่อจะตกลงเื่งานแต่งงาน
เนี่ยเซิงเสี่ยวอยากจะสบถออกมามากๆ ว่า อะไรกันเนี่ย เธอกดปิดทีวีไปทันที ถึงแม้จะรู้ว่าเื่นี้มันเป็ไปไม่ได้ แต่ว่าในหลายปีมานี้ที่ข้างๆ ของเหยียนจิ่งจื้อไม่ได้มีให้เธอเลย แถมยังขาดการพูดคุยกันทำให้เธอไม่รู้เลยว่าหลายปีมานี้เขามีชีวิตอยู่อย่างไร
ตอนนั้นเจินเนี้ยนแสดงนิสัยแบบไหน ติงเจียลี่เป็ใครในชีวิตของเขา ไม่ใช่เธอไม่อยากรู้ แต่ว่าเธอแค่ไม่มีความกล้าพอที่จะฟัง ถ้าหากฟังไปแล้วก็จะคิดไปถึงการกระทำเลวร้ายที่เคยไปทำร้ายเขามา
ตอนกลางคืนเหยียนจิ่งจื้อใช้กล้องวีดีโอเทคโนโลยีระดับสูงที่ติดอยู่ในห้อง 902 คุยกับเธอ โดยที่ตัวของเขาปรากฏร่างแบบสามมิติขึ้นมาพร้อมกับเสียงที่ดังอยู่รอบๆ จนเหมือนเขามาอยู่ข้างตัวจริงๆ เหยียนจิ่งจื้อบอกเธอว่าจะกลับมาหาเธอภายในอาทิตย์นี้ จากนั้นพวกเธอทั้งคู่ก็จะพาเหนี่ยวเหนี่ยวไปเข้าเรียน แต่ว่าครู่เดียวก็ถูกผู้ช่วยเตือนให้ไปเข้าประชุม
เดิมทีเนี่ยเซิงเสี่ยวอยากจะถามว่าจะพาเหนี่ยวเหนี่ยวไปโรงเรียนด้วยกันได้อย่างไร เขาปรากฏตัวไม่ได้นี่นา แต่ว่าเมื่อเห็นเขายุ่งกับงานแล้วก็ทำได้แค่ยิ้มและบอกว่า ฉันจะรอนายกลับมา
เพียงแต่หนึ่งอาทิตย์ต่อมาเหยียนจิ่งจื้อยังไม่ทันได้กลับมา เนี่ยเซิงเสี่ยวก็รู้สึกว่าร่างกายของตัวเองแปลกๆ หรือพูดให้ถูกก็คือประจำเดือนของเธอไม่มา
คิดถึงเมื่องานเลี้ยงครั้งที่แล้วที่ถูกเหยียนจิ่งจื้อพาขึ้นไปยังชั้นบนสุด เนี่ยเซิงเสี่ยวก็นับวันประจำเดือนตัวเอง ตอนนั้นเป็่ระยะอันตรายพอดี แถมในเวลาแบบนั้นเหยียนจิ่งจื้อก็ไม่มีเวลามาเตรียมตัวป้องกันอะไรด้วย
แต่ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าหากท้องจริงๆ เช่นนั้นก็ยุ่งยากแล้ว
ยิ่งคิดก็ยิ่งร้อนใจ ครั้งที่แล้วผู้บริหารสวีได้ทิ้งเบอร์ของหมอที่มาตรวจเธอเอาไว้ให้ เนี่ยเซิงเสี่ยวตั้งใจหยุดคำพูดในใจเอาไว้ก่อนจะกดโทรออก
“สวัสดีค่ะหมอหลี่ ฉันคือ…”
ยังพูดไม่ทันจบ ทางปลายสายก็มีเสียงเก้าอี้ล้มดังมาก เหมือนจู่ๆ ก็ลุกขึ้นยืนอย่างใ “คุณเนี่ย!” หมอหลี่รีบถามเธออย่างตื่นเต้นทันที “คุณเนี่ยโทรมาหาเพราะไม่สบายหรือคะ? ไม่สบายตรงไหนคะ? ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้ค่ะ”
ถูกท่าทางกระตือรือร้นเกินไปหน่อยของปลายสาย ทำให้เนี่ยเซิงเสี่ยวถึงกับหัวเราะออกมา “ร่างกายไม่ได้ไม่สบายตรงไหนค่ะ เพียงแต่ฉัน…มีเื่อยากจะถามหมอหลี่หน่อยน่ะค่ะ”
หมอลี่ถึงได้วางใจ คนเพิ่งจะออกจากโรงพยาบาลมา โอกาสที่จะอาการจะกลับมาแย่หรือร่างกายไม่สบายสูงมาก เธอถูกไหว้วานให้มาดูแลเนี่ยเซิงเสี่ยวถ้าหากเป็คนธรรมดาก็คงไม่ได้ตื่นเต้นอะไร แต่ดันเป็ประธานเหยียนผู้ยิ่งใหญ่คนนั้น
“คุณเนี่ยพูดมาได้เลยค่ะ” หมอลี่จึงยกให้เธอเป็คนไข้วีไอพีในวีไอพีอีกทีหนึ่ง
“คือแบบนี้ค่ะ” เนี่ยเซิงเสี่ยวพยายามทำเสียงของตัวเองให้ฟังดูปกติที่สุด “ครั้งที่แล้วที่หมอหลี่ตรวจร่างกายของฉันได้เอาเืของฉันไปตรวจด้วยใช่ไหมคะ?”
หมอหลี่พยักหน้าตอบว่า “ใช่ค่ะ”
เนี่ยเซิงเสี่ยวกลืนน้ำลาย “มีตรงไหนไม่ปกติไหมคะ?”
“ไม่มีอะไรไม่ปกตินะคะคุณเนี่ย ร่างกายของคุณฟื้นตัวได้ดีมากเลย”
“อ่า แบบนี้นี่เองขอบคุณนะคะ อ่อ จริงสิ พอดีเพื่อนของฉันคนหนึ่งเขาตั้งครรภ์ เลยอยากจะถามแทนเขาน่ะค่ะว่าต้องตั้งครรภ์นานเท่าไหร่ถึงจะสามารถดูผลได้จากผลตรวจเืน่ะค่ะ?”
หมอหลี่ตอบเธออย่างใจเย็น “ปกติแล้วหลังจากสิบวันจะตรวจออกมาได้ค่อนข้างตรง อย่างน้อยต้องประมาณสิบวันถึงจะตรวจพบค่ะ”
หลังจากเนี่ยเซิงเสี่ยววางสายไปก็คิด ตอนที่หมอหลี่เอาเืไปตรวจยังอยู่ในสิบวัน หรือจะพูดให้ถูกก็คือยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเธอตั้งครรภ์หรือไม่?
มองไปยังสีของท้องฟ้าข้างนอกที่มืดครึ้มเหมือนฝนจะตก เนี่ยเซิงเสี่ยวก็ครุ่นคิด ก่อนจะตัดสินใจเตรียมตัวไปที่ร้านขายยา
ทว่าตอนที่หยิบร่มเรียบร้อยแล้วยังไม่ทันได้ออกจากบ้าน ด้านนอกก็มีเสียงฟ้าผ่าดังลั่น เธอกลัวเ้านี่ที่สุด เหนี่ยวเหนี่ยวก็ไม่อยู่ ถูกพาไปส่งที่ห้องวาดรูปแล้ว เธอใเสียงฟ้าผ่าจนไม่กล้าขยับ
ตอนที่โทรศัพท์ในมือดังขึ้นเนี่ยเซิงเสี่ยวเห็นว่าเป็เหยียนจิ่งจื้อจึงรีบรับสายทันที “จิ่งจื้อ…”
“ฟ้าผ่าแล้ว” เป็คำพูดบอกเล่า
“ทำไมนายถึงรู้?” เนี่ยเซิงเสี่ยวคิดว่าเขามีความสามารถมากเกินไปแล้ว
“รออยู่ในบ้านอย่าไปไหนนะ”
ได้ยินเสียงทางนั้นไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ เนี่ยเซิงเสี่ยวเหมือนได้ยินเสียงฟ้าผ่าจากปลายสาย เธอจึงถามออกไปด้วยความคาดหวัง “นายอยู่ที่ไหน?”
เนี่ยเซิงเสี่ยวนับเวลาแล้ว เวลาที่เขากลับควรจะเป็พรุ่งนี้ถึงจะถูก เพราะเธอได้เตรียมทำอาหารค่ำของพรุ่งนี้เอาไว้แล้ว
“เปิดประตูได้แล้วเสี่ยวเสี่ยว” เสียงจากปลายสายพูดจบ เสียงเคาะประตูจากด้านนอกก็ดังขึ้น
เนี่ยเซิงเสี่ยวชะงักอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อได้สติกลับมาก็รีบโยนโทรศัพท์ไปที่โซฟา ก่อนที่ฟ้าผ่าครั้งต่อไปจะมาก็รีบเปิดประตูแล้วเข้าไปหลบในอ้อมกอดของเขา
ปฏิกิริยาแรกของเหยียนจิ่งจื้อคืออุดหูทั้งสองข้างของเธอ จากนั้นก็อุ้มเธอเข้าไปก่อนจะปิดประตูห้อง 901 จินเป้ยน่าและเหอฉินที่เอากระเป๋าและสิ่งของมาส่ง ก็วางของเอาไว้ในห้องอื่น และทำเป็มองไม่เห็นเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่
ผู้หญิงที่สามารถทำให้ประธานเหยียนของพวกเขารักขนาดนี้ เกรงว่าจะมีแค่เนี่ยเซิงเสี่ยวคนนี้แล้ว
“ทำไมนายถึงกลับมาก่อนกำหนดล่ะ?” เนี่ยเซิงเสี่ยวกอดเอวเขาแน่น ความรู้สึกปลอดภัยทำให้เธอเมินเสียงฟ้าผ่าไป ตอนที่เหยียนจิ่งจื้อไม่อยู่ เธอกอดเหนี่ยวเหนี่ยวไปตัวสั่นไปก็มี
แต่เหนี่ยวเหนี่ยวไม่ได้ใส่ใจแบบพ่อเขา เมื่อเห็นท่าทางหวาดกลัวของเธอ ไม่เพียงจะไม่เห็นใจยังหัวเราะจนตัวสั่น และตั้งฉายาให้เธอว่า “คุณแม่ขี้ขลาด”
เหยียนจิ่งจื้อโยนเสื้อนอกที่เปียกฝนออก โดยไม่สนใจเนี่ยเซิงเสี่ยวที่ทำท่าจะบ่น ก่อนจะส่งยิ้มให้เธอ “เมื่อคืนฉันดูพยากรณ์อากาศ เขาบอกว่าวันนี้ที่เมือง H จะมีเสียงฟ้าผ่า ก็เลยกลับมา คิดถึงฉันไหม?” จากนั้นก็ก้มลงไปจูบเธอ
บนใบหน้าของเขายังมีน้ำฝนเปียกอยู่ ดูเหมือนว่าข้างนอกจะฝนตกแล้ว อีกทั้งยังเป็พายุฝนด้วย ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ทำให้เขาเปียกได้
เม็ดฝนไหลมาที่ปลายจมูกของเขาจนมาถึงปลายจมูกของเธอ จากนั้นตาของเธอก็กะพริบเอาน้ำฝนเข้าไปในตาของเธอ พอคิดถึงเื่ที่กังวลเมื่อครู่ก็ผลักเขาออก “เสื้อเปียกหมดแล้ว ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวป่วย”
เหยียนจิ่งจื้อวางเธอลงบนโซฟา ก่อนที่ทิ้งแรงทั้งหมดจนพิงเข้าไปที่ตัวเธอ เมื่อได้กลิ่นหอมบนตัวเธอก็สูดกลิ่นเข้าไปอีก “เหนื่อยแล้ว ไม่อยากขยับแล้ว”
หลายวันมานี้ทำเขาเหนื่อยล้ามาก ใช้สมองเยอะแต่กลับได้พักผ่อนน้อย มีบางครั้งที่ลงมือทำงานด้วยตัวเองเพื่อที่จะได้ย่นระยะเวลาออกงานนอกพื้นที่ให้เสร็จเร็วขึ้นและรีบกลับไปบ้านไปหาภรรยา
“จิ่งจื้อ…” เนี่ยเซิงเสี่ยวคิดว่าเขาหลับไปแล้วจึงร้องเรียกเขา
“ว่าไง”
“อืม ไม่มีอะไร ฉันจะไปรองน้ำอาบให้นาย”
เนี่ยเซิงเสี่ยวพูดว่าจะไปรองน้ำให้ ตอนที่เพิ่งจะลุกห่างจากตัวเหยียนจิ่งจื้อ ตัวของเนี่ยเซิงเสี่ยวก็เบาหวิว เพราะถูกเขาอุ้มขึ้นมา จากนั้นก็เดินไปทางห้องน้ำ
“เฮ้อ จิ่งจื้อ นายเหนื่อยไม่ใช่หรือ ฉันตัวหนักมากนะ”
“ไม่หนัก” เหยียนจิ่งจื้อเองก็พูดกลับไปอย่างชัดเจน จังหวะก้าวเดินมั่นคง ฟันก็เริ่มที่จะมาขบกัดเธอ
ในเื่แบบนี้เหยียนจิ่งจื้อมักจะกล้าหาญและเป็ฝ่ายรุกก่อน ตอนที่พวกเธอคบกัน เนี่ยเซิงเสี่ยวเพิ่งจะพ้นวัยรุ่นมา เขาเองก็มักจะมีอารมณ์ขึ้นมาบ่อยๆ โดยเฉพาะหลังจากที่ไม่ได้เจอกันมานาน เนี่ยเซิงเสี่ยวมักจะกอดตัวเองอยู่บ่อยๆ กลัวว่าหากเขาได้ตัวเธอไปแล้วก็จะไม่รักเธอแล้ว
แต่ความจริงก็ได้พิสูจน์ว่าเขายังได้ความรักไม่เพียงพอ
“จิ่งจื้อ” เนี่ยเซิงเสี่ยวมองกระดุมที่ถูกเขากัดหลุดไปหนึ่งเม็ด เนื้อหนังส่วนมากเผยออกมาเธอจึงรีบเอามือปิดเอาไว้แล้วมองไปที่เขาด้วยสายตาใสซื่อ
“มีอะไรหรือ?” เหยียนจิ่งจื้อกลั้วหัวเราะ “เธอไม่รู้หรือว่าท่าทางแบบนี้ของเธอ ทำฉันควบคุมตัวเองได้ยากมาก”
เนี่ยเซิงเสี่ยวได้ยินก็รีบเปลี่ยนท่าทางทันที “จิ่งจื้อ ฉันมีเื่อยากจะบอกนาย”
“สำคัญมากไหม?” เหยียนจิ่งจื้อยังไม่ได้หยุดเดินไปที่ห้องน้ำ ความหมายของเขาคือถ้าหากไม่ใช่เื่สำคัญก็เลื่อนออกไปได้ เื่ที่เขาจะทำตอนนี้สิสำคัญกว่า
“สำคัญมาก” เนี่ยเซิงเสี่ยวดึงเสื้อตัวเองกลับไปอีกครั้ง
เหยียนจิ่งจื้อมองผู้หญิงของเขาอย่างช่วยไม่ได้ ในแววตามีเปลวไฟดวงน้อย รอเธอพูดออกมา ถ้าหากเื่ที่พูดไม่ได้สำคัญอะไร เขาจะไม่เข้าไปจัดการเธอในห้องน้ำแล้วแต่จะจัดการที่พื้นนี่แทน
เนี่ยเซิงเสี่ยวครุ่นคิดก่อนจะยื่นหน้าไปที่หูของเหยียนจิ่งจื้อ
